มหากาพย์มีปัญหากับรูมเมทค่ะ อยากได้คำแนะนำ

Part 0
เนื่องจากหลายท่านตอบไม่ตรงประเด็นที่เราต้องการคำตอบ ส่วนมากเป็นการแสดงความรู้สึก ซึ่งไม่ช่วยในการแก้ปัญหาเราค่ะ
อยากให้ทุกท่านที่เข้ามาตอบกระทู้รบกวนตอบปัญหาของเราหลังอ่านจบ ดังนี้
1. เสียงเม้าท์คีย์บอร์ดในห้องรบกวนจริงหรือไม่
2 ปกติแล้วทุกท่านใช้โน้ตบุ๊คและเม้าท์ในห้องพักที่มีรูมเมทหรือไม่ เพราะอะไร
3. ถ้าตอบไม่ใช้ในข้อข้างต้นแล้ว ปกติจะทำงานใช้โน้ตบุ้คที่ไหน
4. วิธีจัดการปัญหาหากท่านเป็นเราจะทำอย่างไร

------

เรื่องมีอยู่ว่าเรากับรูมเมทก็มีปัญหากันเพราะ เสียงเม้าท์และคีย์บอร์ดดังรบกวน ค่ะ
เท้าความก่อนว่าเรากับเมทอยู่ร่วมห้องกันมาเกือบจะหนึ่งปี (ประมาณ 11 เดือนค่ะ)

ก่อนหน้านี้เราสองมีปัญหากันมาแล้วหนึ่งครั้ง ถึงขั้นแตกหักเลยทีเดียว แต่ปัญหานั่นได้จบลงด้วยข้อตกลงดังนี้
1. เราจะงดใช้เสียงหลัง 21.00 น.
2. ขยะมีกลิ่นทิ้งทันที และทิ้งถังขยะทุกวัน
3. ทำความสะอาดห้องน้ำให้ ทุกวันศุกร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน

ซึ่งที่มาของข้อตกลงนี้เกิดจากเมื่อประมาณ 1 เดือนก่อนรูมเมทของเรา ขอแทนว่าเอ
เอได้ไลน์ไปบอกแม่เราในวันพฤหัสตอนเวลา 22.50 ว่า

"เราเล่นเกมเสียงดัง เล่นเกมถึงเช้าทุกวันทำให้หลับในห้อง และไม่ทิ้งขยะมีกลิ่น สร้างความรำคาญให้เอมาก เตือนหลายครั้งแต่ไม่ยอมทำตาม ไม่ปรับปรุงเลย อยากให้แม่มาสั่งสอนเราด้วย"

ทางแม่เราตกใจมาก และพยายามพูดคุยกับเอด้วยดี และเสนอให้ลองปรับความเข้าใจ มาพูดคุยกับเราก่อน แต่เอใช้คำพูดประชดประชันกลับว่า
"ไม่คุยแล้วค่ะ เหนื่อย ขอบคุณค่ะ"
แล้วตัดจบไม่ตอบแม่เราอีกเลย

โดยประโยคนี้มีทั้งจริงเท็จผสมกัน

1. เราไม่ได้เล่นเกมทุกวัน เดิมนานๆ ทีจะเล่นสักครั้ง คือช่วงที่เล่นก็จะเล่นประมาณ 1-2 วันต่อสัปดาห์แล้วก็เว้นช่วงไม่เล่นเลยอีก 3-4 สัปดาห์ แต่ในช่วงที่เกิดเรื่องนั่นเป็นช่วงหลังสอบ ที่ทางเราเองเนี่ยอยากปลดปล่อยประกอบกับมีเกม mmorpg บนมือถือ (แต่ทางเราโหลดมาเล่นบนคอมนะคะ) มาใหม่เลยเล่นติดกันอยู่ 4 วันค่ะ คือ วันเสาร์อาทิตย์ วันจันทร์ และก็วันพุธ ส่วนในวันพฤหัสที่เกิดเหตุนั้น เรากลับถึงห้องตอนประมาณ 22.40 เล่นไปได้ไม่ถึง 5 นาทีค่ะ 
เสริม : สำหรับปัจจุบันเล่นบ่อยกว่าเมื่อก่อนเนื่องจากต่างเวลาที่ว่างมากขึ้น แต่ถึงไม่ได้เล่นปกติแล้วเราก็ใช้คอมเพื่อการอื่นๆ ในการผ่อนคลายเป็นประจำในแทบทุกวันอยู่แล้วค่ะ ซึ่งในข้อความเอพิมพ์ไปนั่นโฟกัสแค่เรื่องเล่นเกมเสียงดังเท่านั้น

2. เล่นเกมเสียงดัง ออกตัวก่อนว่าเป็นคนพูดเสียงดัง แต่รับทราบว่าเป็นปัญหา พยายามปรับปรุงลดเสียงให้เสมอ ไม่เคยหงุดหงิดใส่ และเวลาเล่นเกมเราใส่หูฟังตลอดค่ะ มีคอลเล่นกัน ซึ่งเมทจะได้ยินแค่เสียงพูดของเรา หลังจากเอเตือนหนึ่งครั้ง เราได้ลดเสียงให้เป็นกระซิบคุยกับเพื่อนในเกม ซึ่งคิดว่าน่าจะค่อนข้างเบาเพราะไมค์จ่อปากแล้วแต่เพื่อนในสายก็ยังแทบไม่ได้ยินเสียง แถมส่วนหนึ่งยังเป็นเสียงกระซิบลมด้วย และแชทคุย (แชทมากกว่าพูด) เพื่อลดเสียงให้ค่ะ และถามว่าลดเสียงให้แล้วเป็นไงบ้างผ่านทางโพสอิส แต่เอเงียบค่ะ 

3. ไม่ได้เล่นถึงเช้า ปกติแล้วมีแนวโน้มจะเลิกที่เวลาประมาณ 23.00 น. เป็นส่วนใหญ่ แต่ยอมรับว่า 4 วันที่ว่านั้น เล่นถึงตี 1-2 จริง 

4.  ไม่ได้ทำให้เกมกระทบการเรียน จริงค่ะที่เราหลับในห้อง แต่คาบนั้นมีคนหลับหลายคน เอเองก็เช่นกัน แต่ยอมรับว่าหลับยาวกว่าคนอื่น อาจารย์ก็แซวจิกบ้าง และเรากับเอเพิ่งได้เรียบวิชาเดียวเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มเป็นเมทกันมา แถมคาบนั้นก็นคาบแรกที่เราหลับค่ะ คาบอื่นๆ ก่อนหน้านั้นก็ไม่

5. ไม่ทิ้งขยะมีกลิ่นนี้เป็นเรื่องจริงค่ะ เราชอบนำอาหารเข้ามากินในห้อง บ่อยครั้งที่ปล่อยข้าวกล่องที่กินเสร็จไว้ในถังขยะตัวเอง หรือข้างเตียง อีกหลายชั่วโมงกว่าจะไปทิ้ง ร่วมถึงแก้วน้ำชาไข่มุกที่กินเสร็จแล้วด้วยก็เช่นกัน

6. เตือนบ่อยครั้งแต่ไม่ปรับปรุง ไม่จริงเสียทีเดียว ทางเราไม่ทราบนะคะว่าเอเตือนหลายครั้งคือครั้งไหนบ้าง แต่มี 3-4 ครั้งที่เอบอกเรื่องเสียงและขยะ ซึ่งไม่บ่อย 2-3 เดือนเตือนหรือมากกว่านั้นจึงเตือนสักที เราปรับตามที่บอกทุกครั้ง บอกว่าเสียงดังไปเราลดเสียงให้เสมอ ทิ้งขยะบ่อยขึ้น และพยายามสื่อสารกลับ ถามฟีดแบคด้วย แต่มักไม่ได้รับคำตอบ และก่อนหน้าวันที่เอจะโกรธจนไลน์ไปบอกแม่เรานั่น เราก็ได้ติดโพสอิสถามเอว่าต้องการให้ลดเสียงมั้ย มีอะไรให้แก้มั้ย เนื่องจากเอเหมือนจะเงียบไม่ค่อยคุยด้วยค่ะ แต่เราไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเป็นเพราะเอเพลียจากไข้หรือเปล่าถึงได้ซึมๆ ลง กลัวว่าตนเองจะคิดมากไปเอง เลยบอกเอว่าถ้าเอเงียบ เราถือว่าเอโอเคกับเหตุการณ์และการปรับที่เราทำให้แล้วนะ ซึ่งเอก็เงียบค่ะ เราเลยคิดว่าไม่มีอะไร

ซึ่งพอทางเราได้รับเรื่องราวจากแม่ แทบจะทันทีที่เอไลน์ไปบอก ก็รีบเข้าไปคุยด้วยเพื่อจะเคลียร์กันแต่เอปฏิเสธที่จะคุยค่ะ 
โดยให้เหตุผลว่า "ก็ไม่อยากคุยอ่ะ" 
ทำให้ทางเราต้องพยายามติดต่อเอทางอื่น นั่นคือไลน์ไป และสร้างข้อตกลงขึ้นมาเองอิงตามปัญหาที่เอพิมพ์บอกในข้อความ
ได้เป็นข้อตกลงที่เพิ่งกล่าวถึงไป

 

แต่เนื่องจากเอบล็อกไลน์เราค่ะ ทำให้ไม่เห็นข้อความดังกล่าว และต่อว่าเราในอีกสองวันต่อมา เราจึงแก้ปัญหาด้วยการแปะโพสอิสแจ้ง หลังจากนั้นก็อยู่ร่วมกันได้ด้วยดี 

เดิมทีคิดว่าถึงจะแตกหักกัน แต่ปัญหาคงจะจบตั้งแต่วันนั้น เนื่องเราทำตามข้อกำหนดนั่นมาตลอด และไม่เคยละเลยแม้ครั้งเดียวตลอดเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา

กระทั่งเมื่อ 4 วันก่อน ตอนเวลา 22.45 น. เอได้แจ้งกับเราว่าเสียงเม้าท์ดัง ซึ่งทางเรากำลังจะเลิกเล่นพอดี จึงบอกว่าไปว่า "เดี๋ยวเงียบให้" แล้วก็เงียบไปค่ะ

มาในวันนี้ เวลา 22.00 น. เอได้พูดเสียงแข็งกับเราว่า "เสียงเม้าท์แกดัง นี่จะสี่ทุ่มแล้วไหนว่าจะเลิกเล่นเกมตอนสามทุ่มไง"
ซึ่งเราก็ได้ชี้แจงกลับว่า เราจะงดใช้เสียงหลังสามทุ่น แต่ไม่ได้จะบอกว่าไม่เล่นเกมอีกหลังสามทุ่ม
แต่เอกลับสวนมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดว่า "ก็นั่นแหละเสียงเม้าท์แกดัง"

เรา: "เสียงเม้าท์เราดังมากเหรอ ระหว่างเสียงเราพูดกับเสียงเม้าท์อันไหนดังกว่ากัน"
เอ: "ก็พอๆ กัน"
เรา: "แต่เราว่าเสียงเม้าท์ไม่น่าจะดังได้ขนาดนั่นนะ"
เอ: "แต่เราเคยวัดนะ ได้ 85 เดซิเบล"
เรา: "จริงเหรอ เม้าท์ดังถึง 85 เดซิเบลเชียว"

หลังจากนั้นเราได้ทำการค้นข้อมูลค่ะ พบว่าเสียงของการเป่านกหวีดดัง 80 เดซิเบล
นั่นก็แปลว่าไม่มีทางที่เม้าท์จะดัง 85 เดซิเบลได้ค่ะ

เรา: "เราจะไม่พูดนะหลังสามทุ่ม แต่เสียงเม้าท์เราคงทำไรไม่ได้ เธอคงต้องจัดการเอง"
เอ: "ก็เปลี่ยนเม้าท์สิ"
เรา: "ซื้อให้ป่ะล่ะ"
เอ: "มันเป็นปัญหาที่เธอต้องเป็นคนจัดการมั้ย"
เรา: "มันต้องปรับเข้าหากันมั้ย"
เอ: "อ่อเหรอ มันเป็นปัญหาที่เราต้องจัดการเหรอ"
เรา: "ใช่ เพราะเราเงียบเสียงแล้ว"
เอ: "ใช่แต่เม้าท์กับคีย์บอร์ดแกยังดัง รู้ไว้ด้วยว่าเสียงเม้าท์ เสียงคีย์บอร์ดแกอ่ะ โคตรน่ารำคาญ"

แล้วก็แยกกันไป ซึ่งทางเราก็ได้เลิกเล่นเกมไปแล้วเพราะต้องมาคุยกับเอค่ะ แต่ก็ยังพิมพ์คีย์บอร์ดเล่าเรื่องในพันทิป และใช้เม้าท์นะคะ
หลังจากฟังคำพูดของเอก็รู้สึกมืดแปดด้านขึ้นมา

เรายอมรับนะคะว่าทางเราผิดที่ใช้เสียงตอนกลางคืนและสร้างรำคาญก่อนหน้านี้
แต่ตอนนี้ ขณะนี้เราได้ทำตามที่ตกลงแล้ว
ทำไมยังมีปัญหากับเสียงเม้าท์และคีย์บอร์ดอีก หรือเขาปราถนาไม่ให้มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลย
การอยู่ร่วมกันควรมีการปรับตัวเข้าหากันมั้ย ทางเราลดเสียงให้แล้ว แต่ทางเอกลับเรียกร้องให้เราห้ามใช้เม้าท์และคีย์บอร์ดเพิ่มด้วย ทั้งเสียงของอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นไม่ได้จัดว่าดัง

จุดที่เราใช้คอมห่างจากโต๊ะทำงานเอประมาณ 1 เมตร และห่างจากเตียงประมาณ 3 เมตรค่ะ
เพียงเสียงเม้าท์กับคีย์บอร์ดนั้น มันดังรบกวนได้ขนาดนั้นเชียว

เราควรทำไงต่อดีคะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ เพราะไม่รู้จัดการยังไงแล้ว

-----

Part2 การทดลอง

เนื่องจากทางเรามีความสงสัยมากว่าเสียงเม้าท์และคีย์บอร์ดเป็นปัญหา และมีความดังที่รบกวนผู้ร่วมห้องได้มากขนาดนั้นเชียว

ตามที่เออวดอ้างนั้น มันดังถึง 85 เดซิเบล
ดังยิ่งกว่าเสียงนกหวีดเสียอีก

ทางเราจึงโหลดแอปพลิเคชั่นวัดความดังเสียงมาค่ะ และการวัดตามสถานการณ์ต่างๆ ดังนี้

1.ห้องเงียบที่ไม่การทำกิจกรรมใดๆ ในห้อง
2.เสียงรัวคลิกเม้าท์จ่อโทรศัพท์
3.เสียงรัวคลิกเม้าท์โดยวัดที่โต๊ะทำงานของเอ
4.เสียงรัวคลิกเม้าท์โดยวัดที่เตียงนอนของเอ
 
เพื่อเลียนแบบสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับเอ โดยต้องการทราบว่าขณะที่เรากำลังคลิกเม้าท์ใช้งานอยู่นั่น เอจะได้ยินเสียงดังมากแค่ไหน
    
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วจะเห็นว่าหมายเลข 1 3 และ 4 มีค่าเฉลี่ยเดซิเบลไม่ต่างกันมากนัก อ้างอิงตามข้อมูลแอปพลิเคชั่นได้แจ้งว่า ห้องสมุดเงียบๆ มีค่าเดซิเบลอยู่ที่ 40 เดซิเบล ซึ่งใกล้เคียงกับเดซิเบลของหมายเลข 1 3 และ 4 มาก

แสดงให้เห็นว่าเสียงเม้าท์ดัง 85 เดซิเบลที่กล่าวอ้างนั่นไม่เป็นความจริง นอกจากนี้เสียงเม้าท์ไม่จัดว่าเป็นเสียงดังตามหลักวิทยาศาสตร์อีกด้วยค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่