สวัสดีคะ ขอท้าวความย้อนหลังนะคะ
เราเคยทำงานประจำอยู่ที่ขอนแก่น แล้ววันหนึ่งเพื่อนของเราที่ทำงานด้วยกันชวนเราไปทำงานที่ กทม เราก็ตกลง เราทั้งสองจริงจังกับการไปทำงานที่ใหม่มากนะคะ เราสมัคร และขึ้นไป กทม เพื่อที่จะไปดูงาน คร่าวๆว่าเขาทำงานกันยังไง งานที่ว่าเป็นงานบริษัทคะ เราคุยกันเรื่องที่พัก และถ้าเราไปอยู่ด้วยกันค่าใช้จ่ายเราต้องหารกันน่าจะทำให้เราลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปได้เยอะเลย และเราจะได้มีเงินเก็บ ไปสองคนหารสองคนน่าจะดีกว่าไปคนเดียวใช่ไหมคะ เพราะค่าครองชีพมันก็สูงถ้าเทียบกันกับบ้านเราแล้ว อีกไม่ถึงเดือนเราต้องเริ่มงาน เราได้ทำการลาออกจากที่ทำงานเดิม ซึ่งจะมีผลภายใน1เดือน ในขณะที่เราได้เขียนใบลาออกไปเราก็ทำงานอยู่ที่เดิมจนกว่าใบลาออกจะเป็นผล และเหมือนว่ามันมีเรื่องที่เราต้องคิด พอดีว่าเพื่อนที่จะไปทำงานด้วยกันเกิดมีปัญหาทางครอบครัวเขาไม่เห็นด้วยกับการที่เขาจะไปทำงาน กทม เพราะเขาคิดว่าเงินเดือนแค่ 15000จะไปพอกินอะไร ค่านู่นนี่ ก็หมดแล้ว แต่ทางกลับกันกับครอบครัวของเราเพราะทางครอบครัวเราอยากให้เราไปหาประสบการ ยังไงการเติบโตต้องเริ่มจากเงินเดือนน้อยๆอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ก้าวขาออกไปลองดูเราก็จะไม่รู้ แต่เราก็ไม่ได้กดดันเพื่อนเราหรอกเพราะทางนั้นก็ครอบครัว แต่เราก็อยากได้คำตอบว่าจะไปหรือไม่ไป เพราะทางนั้นเค้าก็พร้อมหมดแล้วไง เหลือแค่เราไป แต่ทีแรกเราก็คิดอยู่ว่าถ้าเพื่อนไม่ไปเราก็จะไม่ไปเพราะเราไม่มีเพื่อนจะให้ไปอยู่คนเดียวก็วังเวงอยู่ เพราะที่ตกลงไปก็เพราะว่ามีเพื่อน ช่วงนั้นเราไม่ได้ไปสอบไปสมัครงานที่ไหนอีกเลย เพราะก่อนหน้านี้เราเดินสายสอบตลอดแต่พอรู้ว่ามีที่รองรับงานใหม่แล้วเราก็เลยเลิกไปสอบ รอไปทำงานที่ใหม่อย่างเดียว คือถ้าไม่ได้ไปเราจะฟิวส์มากเลยแหล่ะเพราะเราจะกลายเป็นคนที่ตกงานทันที เราก็ตั้งความหวังไว้กับการไปทำงานครั้งนี้มาก พอผ่านมาสองสามวันเพื่อนเราก็มาให้คำตอบว่าจะไป เราก็ถามเพื่อความมั่นใจว่าไปแน่ใช่ไหม เราก็โล่งอก แต่พออีก3วันจะถึงกำหนดที่ต้องเดินทาง เราก็พูดเรื่องห้องพักขึ้นว่าจะจองยังไง ใกล้วันแล้ว แล้วใครจะไปส่ง เพื่อนเราก็พูดประมาณว่า ทางครอบครัวเราสามารถไปส่งได้ไหม แล้วหอพักเราก็เป็นคนโทรไปติดต่อ เราก็ไปถามพี่เรา พี่เราก็ตกลงว่าจะไปส่งเราก็ไปบอกเพื่อนว่าพี่เราจะไปส่งเอง ทางพี่เราก็ลางานเรียบร้อย เพื่อที่จะไปส่งเรา แต่พอตกเย็นว่าเพื่อนเรามาบอกว่าไม่ได้ไปทำงานด้วยแล้วนะ ทางครอบครัวห้ามเด็ดขาด คือถ้าไปก็ตัดพ่อตัดลูกไปเลย เราก็เห็นใจเพื่อนเราแหล่ะ แต่คือทำไมมาบอกเราวันนี้ทั้งๆที่เราถามก่อนหน้านี้เป็นอาทิตย์
เราก็เสียความรู้สึกแหล่ะ แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจไป แล้วเรามารู้ทีหลังว่าสาเหตุอีก1อย่างที่ืเพื่อนเราไม่ไปเพราะ ผู้ชาย ทางเพื่อนเราไม่เคยบอกแฟนว่าจะไปทำงานที่อื่น เพราะกลัวแฟนไม่ให้ไป ห้ามทุกคนพูดถึงเรื่องที่ตนเองจะไปทำงาน เราก็เลยคิดว่าเหตุผลที่ทางครอบครัวห้าม อาจจะใช่ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญๆเราคิดว่าเหตุผลเรื่องผู้ชายมากกว่า ถามว่าเราโกรธไหม เราก็ไม่โกรธหรอก เพราะมันอนาคตใครอนาคตมัน เราเลือกทางเดินของเราเองแต่ที่เราเสียใจคือ เราเกือบเอาอนาคตของเรามาฝากไว้กับคนอื่น ไม่ได้โกรธแต่ไม่มีอะไรจะพูดด้วย เอาง่ายๆความรู้สึกมันแค่ไม่เหมือนเดิม ถ้าเป็นเพื่อนๆจะคิดยังไงคะ
ให้อภัย หรือไม่ให้อภัย
เราเคยทำงานประจำอยู่ที่ขอนแก่น แล้ววันหนึ่งเพื่อนของเราที่ทำงานด้วยกันชวนเราไปทำงานที่ กทม เราก็ตกลง เราทั้งสองจริงจังกับการไปทำงานที่ใหม่มากนะคะ เราสมัคร และขึ้นไป กทม เพื่อที่จะไปดูงาน คร่าวๆว่าเขาทำงานกันยังไง งานที่ว่าเป็นงานบริษัทคะ เราคุยกันเรื่องที่พัก และถ้าเราไปอยู่ด้วยกันค่าใช้จ่ายเราต้องหารกันน่าจะทำให้เราลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปได้เยอะเลย และเราจะได้มีเงินเก็บ ไปสองคนหารสองคนน่าจะดีกว่าไปคนเดียวใช่ไหมคะ เพราะค่าครองชีพมันก็สูงถ้าเทียบกันกับบ้านเราแล้ว อีกไม่ถึงเดือนเราต้องเริ่มงาน เราได้ทำการลาออกจากที่ทำงานเดิม ซึ่งจะมีผลภายใน1เดือน ในขณะที่เราได้เขียนใบลาออกไปเราก็ทำงานอยู่ที่เดิมจนกว่าใบลาออกจะเป็นผล และเหมือนว่ามันมีเรื่องที่เราต้องคิด พอดีว่าเพื่อนที่จะไปทำงานด้วยกันเกิดมีปัญหาทางครอบครัวเขาไม่เห็นด้วยกับการที่เขาจะไปทำงาน กทม เพราะเขาคิดว่าเงินเดือนแค่ 15000จะไปพอกินอะไร ค่านู่นนี่ ก็หมดแล้ว แต่ทางกลับกันกับครอบครัวของเราเพราะทางครอบครัวเราอยากให้เราไปหาประสบการ ยังไงการเติบโตต้องเริ่มจากเงินเดือนน้อยๆอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ก้าวขาออกไปลองดูเราก็จะไม่รู้ แต่เราก็ไม่ได้กดดันเพื่อนเราหรอกเพราะทางนั้นก็ครอบครัว แต่เราก็อยากได้คำตอบว่าจะไปหรือไม่ไป เพราะทางนั้นเค้าก็พร้อมหมดแล้วไง เหลือแค่เราไป แต่ทีแรกเราก็คิดอยู่ว่าถ้าเพื่อนไม่ไปเราก็จะไม่ไปเพราะเราไม่มีเพื่อนจะให้ไปอยู่คนเดียวก็วังเวงอยู่ เพราะที่ตกลงไปก็เพราะว่ามีเพื่อน ช่วงนั้นเราไม่ได้ไปสอบไปสมัครงานที่ไหนอีกเลย เพราะก่อนหน้านี้เราเดินสายสอบตลอดแต่พอรู้ว่ามีที่รองรับงานใหม่แล้วเราก็เลยเลิกไปสอบ รอไปทำงานที่ใหม่อย่างเดียว คือถ้าไม่ได้ไปเราจะฟิวส์มากเลยแหล่ะเพราะเราจะกลายเป็นคนที่ตกงานทันที เราก็ตั้งความหวังไว้กับการไปทำงานครั้งนี้มาก พอผ่านมาสองสามวันเพื่อนเราก็มาให้คำตอบว่าจะไป เราก็ถามเพื่อความมั่นใจว่าไปแน่ใช่ไหม เราก็โล่งอก แต่พออีก3วันจะถึงกำหนดที่ต้องเดินทาง เราก็พูดเรื่องห้องพักขึ้นว่าจะจองยังไง ใกล้วันแล้ว แล้วใครจะไปส่ง เพื่อนเราก็พูดประมาณว่า ทางครอบครัวเราสามารถไปส่งได้ไหม แล้วหอพักเราก็เป็นคนโทรไปติดต่อ เราก็ไปถามพี่เรา พี่เราก็ตกลงว่าจะไปส่งเราก็ไปบอกเพื่อนว่าพี่เราจะไปส่งเอง ทางพี่เราก็ลางานเรียบร้อย เพื่อที่จะไปส่งเรา แต่พอตกเย็นว่าเพื่อนเรามาบอกว่าไม่ได้ไปทำงานด้วยแล้วนะ ทางครอบครัวห้ามเด็ดขาด คือถ้าไปก็ตัดพ่อตัดลูกไปเลย เราก็เห็นใจเพื่อนเราแหล่ะ แต่คือทำไมมาบอกเราวันนี้ทั้งๆที่เราถามก่อนหน้านี้เป็นอาทิตย์
เราก็เสียความรู้สึกแหล่ะ แต่สุดท้ายเราก็ตัดสินใจไป แล้วเรามารู้ทีหลังว่าสาเหตุอีก1อย่างที่ืเพื่อนเราไม่ไปเพราะ ผู้ชาย ทางเพื่อนเราไม่เคยบอกแฟนว่าจะไปทำงานที่อื่น เพราะกลัวแฟนไม่ให้ไป ห้ามทุกคนพูดถึงเรื่องที่ตนเองจะไปทำงาน เราก็เลยคิดว่าเหตุผลที่ทางครอบครัวห้าม อาจจะใช่ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญๆเราคิดว่าเหตุผลเรื่องผู้ชายมากกว่า ถามว่าเราโกรธไหม เราก็ไม่โกรธหรอก เพราะมันอนาคตใครอนาคตมัน เราเลือกทางเดินของเราเองแต่ที่เราเสียใจคือ เราเกือบเอาอนาคตของเรามาฝากไว้กับคนอื่น ไม่ได้โกรธแต่ไม่มีอะไรจะพูดด้วย เอาง่ายๆความรู้สึกมันแค่ไม่เหมือนเดิม ถ้าเป็นเพื่อนๆจะคิดยังไงคะ