# ยืมล็อคอินเขามาโพส #
เพื่อไม่ให้มีดราม่าเกิดขึ้น ก่อนเล่าเรื่องขออธิบายว่า ตัวเองเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นในวันนั้น พวกท่านคงทำตามกระบวนการและขั้นตอนที่ได้ผ่านการอบรมฝึกฝนมาอย่างดี แต่ควรจะรอบคอบและมีไหวพริบมากกว่านี้ซักนิด ในการคัดเลือกบุคคลผู้ต้องสงสัยมาตรวจค้น
เมื่อ 2อาทิตย์ก่อน ผมได้นั่งรถโดยสารประจำทางรอบเช้าสุดจากแม่สายมาเชียงใหม่ เมื่อรถวิ่งมาถึงด่านตรวจ ก็ได้จอดตรงข้างทาง เพื่อให้เจ้าพนักงานขึ้นมาตรวจบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตของผู้โดยสารทั้งหมด เท่าที่สังเกตผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานต่างด้าว ชาวเขา นักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนคนไทยมีแค่ไม่กี่คน
เจ้าพนักงานที่ขึ้นมาตรวจบนรถมีคนเดียว ผู้โดยสารทุกคนต่างก็ยื่นบัตรประชาชน ใบทะเบียนคนต่างด้าว และพาสปอร์ตให้ตรวจ เจ้าพนักงานคนนั้นเดินตรวจดูบัตรผู้โดยสารเริ่มจากเบาะหน้ารถครบทุกคน จนมาถึงผมซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังรถคนเดียว เขาดูรูปในบัตรประชาชนและจ้องหน้าผมอยู่ซักพักใหญ่ จากนั้นก็มองผมตั้งแต่หัวจรดตรีน
เจ้าพนักงาน : มาทำอะไรที่แม่สาย?
ผม : เที่ยว
เจ้าพนักงาน : อยู่แม่สายกี่วัน?
ผม : คืนเดียว เพิ่งมาถึงเมื่อวานตอนเย็น
เจ้าพนักงาน : ทำไมมาเที่ยวแค่คืนเดียว?
ผม : ตอนแรกว่าจะมา 2วัน พอมาถึงแล้วเห็นแม่สายเปลี่ยนไปเยอะมาก ไม่เหมือนแม่สายที่เคยโตมาตอนเด็ก รู้สึกผิดหวังรับไม่ได้ เลยเปลี่ยนใจเที่ยวเชียงใหม่แทน
เจ้าพนักงาน : คืนที่แล้วพักที่ไหนในแม่สาย?
ผม : โรงแรม xxx
เจ้าพนักงาน : ไปทำอะไรที่เชียงใหม่?
ผม : เที่ยวและซื้อของ
เจ้าพนักงาน : ซื้อของอะไร?
ผม : พวกงานฝีมือ ของแต่งบ้าน เสื้อผ้าชาวเขา
เจ้าพนักงาน : ที่บ้านไม่มีขาย? ถึงต้องนั่งรถไปซื้อที่เชียงใหม่?
เจ้าพนักงานมองดูบัตรประชาชนผมอีกรอบ และพูดถึงจังหวัดที่อยู่ในบัตรของผมซึ่งเป็นจังหวัดทางภาคเหนือเหมือนกัน
ผม : มีขายก็จริง แต่ของมันเชยๆบ้านๆไม่สวย ที่ขายในเชียงใหม่สวยดูดีกว่ามาก
เจ้าพนักงาน : วันนี้ไม่ทำงาน ถึงมีเวลามาเที่ยวได้? มีเงินมาเที่ยวเท่าไหร่?
ผม : ไม่ได้ทำงาน
เจ้าพนักงาน : ทำงานอะไร?
ผม : ช่วยธุรกิจครอบครัว (ผมไม่ได้อยู่เมืองไทย ผมอยู่ต่างประเทศ สาเหตุที่ไม่ได้บอกว่าอยู่ต่างประเทศ เพราะคิดว่าถ้าบอกคงต้องมีเรื่องให้อธิบายกันยาวไม่จบสิ้นแน่)
เจ้าพนักงาน : อันนี้กระเป๋าเราเหรอ?
ผม : ครับ
เจ้าพนักงาน : ทำไมมีของแค่นี้? เสื้อผ้าแค่ 2-3ชุด? จะไปเชียงใหม่กี่วัน?
ผม : กลับพรุ่งนี้ครับ นั่งรถรอบบ่าย 3โมงครึ่ง
เจ้าพนักงาน : งั้นลงไปข้างล่างหน่อย ไปตรวจกระเป๋าอีกรอบ และตรวจฉี่ด้วย
ผมตกใจ งง และอึ้งไปชั่วครู่ แต่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อความบริสุทธิ์ใจ เราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่มีอะไรต้องกลัว
เจ้าพนักงานเดินนำผมลงไปยังจุดตรวจค้นข้างล่าง โดยมีเจ้าพนักงานอีกคนยืนรออยู่ตรงจุดนั้น พวกเขาบอกให้ผมเอาของในกระเป๋าออกมาวางบนโต๊ะให้หมด พร้อมกับถามคำถามเดิมๆ จากนั้นเจ้าพนักงานอีกคนก็ยื่นแก้วพลาสติกให้ผม และชี้มือไปที่ห้องน้ำ เพื่อขอฉี่ไปตรวจหายาเสพติด
ผมกังวลขึ้นมาทันที เพราะก่อนจะขึ้นรถที่ท่ารถก็ได้เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวมาแล้ว นี่จะให้มาฉี่อีกรอบ มันคงจะออกมาง่ายๆตามสั่งอยู่หรอกนะ
ผมเบ่งฉี่จนปวดท้องน้อยไปหมด ในที่สุดก็ออกมาไม่กี่หยดพอให้ตรวจได้
เจ้าพนักงานรับฉี่ไปตรวจ ปรากฏว่าไม่พบสารใดๆทั้งนั้น แถมยังพูดอีกว่า เป็นไปได้อย่างไร? ต้องมีของดีแน่ๆ
ผมได้ยินแล้วอารมณ์ขึ้นปรี๊ดทันที เลยพูดว่า : ก็คนมันไม่ได้ขนยา ต่อให้ตรวจกี่รอบก็ไม่เจออยู่ดี คนบนรถตั้งเยอะน่าจะจับมาตรวจฉี่ให้ครบทุกคน นี่มาสุ่มตรวจอยู่แค่คนเดียว ป่านนี้คนขนยาตัวจริง นั่งหัวเราะอยู่บนรถโน่นแล้ว จะให้ไปได้หรือยัง?
เจ้าพนักงาน : เออ ไปได้แล้ว (ดูสีหน้าผิดหวังมาก)
ความคิดเห็นส่วนตัว สาเหตุที่เจ้าพนักงานสงสัยผม น่าจะมาจากการแต่งตัวของผม ที่ค่อนข้างดูพื้นเมือง ใส่กางเกงชาวเขา แต่งตัวเซอร์ๆดูผิดแปลก ส่วนคนอื่นแต่งตัวแฟชั่นทันสมัยสุดๆ
พอเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง คำตอบที่ได้เหมือนกันคือ โชคดีมากแค่ไหน ที่รอดมาได้ ถ้าไปเจอเจ้าหน้าที่ไม่ดี ที่เขาอยากทำผลงานเอาความดีความชอบ ป่านนี้โดนยัดยาไปแล้ว
ผมฟังแล้วรู้สึกหวาดกลัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติราษฏร์ไทยขึ้นมาทันที เข้าใจครับว่าเจ้าหน้าที่ที่ดีก็มีอยู่เยอะ ที่ไม่ดีมันก็มีปะปนกันไป
ทำไมถึงมาโพสเอาป่านนี้ เรื่องมันเกิดขึ้นค่อนข้างนานแล้ว? ตอนนั้นยังอยู่เมืองไทย ถ้าขืนโพสสุ่มสี่สุ่มห้า มันจะไม่ปลอดภัยต่อสวัสดิภาพ กลัวอิทธิพลมืดคุกคาม
ต้องรอให้กลับต่างประเทศก่อน แล้วค่อยมาแฉ อย่างน้อยรัฐบาลประเทศที่เราเป็นพลเมืองอยู่ สามารถปกป้องคุ้มครองเราได้อย่างเต็มกำลัง
# ยืมล็อกอินเขามาโพส #
เตือนภัยนั่งรถโดยสารข้ามจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดชายแดนที่มีด่านตรวจค้นยาเสพติด
เพื่อไม่ให้มีดราม่าเกิดขึ้น ก่อนเล่าเรื่องขออธิบายว่า ตัวเองเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นในวันนั้น พวกท่านคงทำตามกระบวนการและขั้นตอนที่ได้ผ่านการอบรมฝึกฝนมาอย่างดี แต่ควรจะรอบคอบและมีไหวพริบมากกว่านี้ซักนิด ในการคัดเลือกบุคคลผู้ต้องสงสัยมาตรวจค้น
เมื่อ 2อาทิตย์ก่อน ผมได้นั่งรถโดยสารประจำทางรอบเช้าสุดจากแม่สายมาเชียงใหม่ เมื่อรถวิ่งมาถึงด่านตรวจ ก็ได้จอดตรงข้างทาง เพื่อให้เจ้าพนักงานขึ้นมาตรวจบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตของผู้โดยสารทั้งหมด เท่าที่สังเกตผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานต่างด้าว ชาวเขา นักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนคนไทยมีแค่ไม่กี่คน
เจ้าพนักงานที่ขึ้นมาตรวจบนรถมีคนเดียว ผู้โดยสารทุกคนต่างก็ยื่นบัตรประชาชน ใบทะเบียนคนต่างด้าว และพาสปอร์ตให้ตรวจ เจ้าพนักงานคนนั้นเดินตรวจดูบัตรผู้โดยสารเริ่มจากเบาะหน้ารถครบทุกคน จนมาถึงผมซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังรถคนเดียว เขาดูรูปในบัตรประชาชนและจ้องหน้าผมอยู่ซักพักใหญ่ จากนั้นก็มองผมตั้งแต่หัวจรดตรีน
เจ้าพนักงาน : มาทำอะไรที่แม่สาย?
ผม : เที่ยว
เจ้าพนักงาน : อยู่แม่สายกี่วัน?
ผม : คืนเดียว เพิ่งมาถึงเมื่อวานตอนเย็น
เจ้าพนักงาน : ทำไมมาเที่ยวแค่คืนเดียว?
ผม : ตอนแรกว่าจะมา 2วัน พอมาถึงแล้วเห็นแม่สายเปลี่ยนไปเยอะมาก ไม่เหมือนแม่สายที่เคยโตมาตอนเด็ก รู้สึกผิดหวังรับไม่ได้ เลยเปลี่ยนใจเที่ยวเชียงใหม่แทน
เจ้าพนักงาน : คืนที่แล้วพักที่ไหนในแม่สาย?
ผม : โรงแรม xxx
เจ้าพนักงาน : ไปทำอะไรที่เชียงใหม่?
ผม : เที่ยวและซื้อของ
เจ้าพนักงาน : ซื้อของอะไร?
ผม : พวกงานฝีมือ ของแต่งบ้าน เสื้อผ้าชาวเขา
เจ้าพนักงาน : ที่บ้านไม่มีขาย? ถึงต้องนั่งรถไปซื้อที่เชียงใหม่?
เจ้าพนักงานมองดูบัตรประชาชนผมอีกรอบ และพูดถึงจังหวัดที่อยู่ในบัตรของผมซึ่งเป็นจังหวัดทางภาคเหนือเหมือนกัน
ผม : มีขายก็จริง แต่ของมันเชยๆบ้านๆไม่สวย ที่ขายในเชียงใหม่สวยดูดีกว่ามาก
เจ้าพนักงาน : วันนี้ไม่ทำงาน ถึงมีเวลามาเที่ยวได้? มีเงินมาเที่ยวเท่าไหร่?
ผม : ไม่ได้ทำงาน
เจ้าพนักงาน : ทำงานอะไร?
ผม : ช่วยธุรกิจครอบครัว (ผมไม่ได้อยู่เมืองไทย ผมอยู่ต่างประเทศ สาเหตุที่ไม่ได้บอกว่าอยู่ต่างประเทศ เพราะคิดว่าถ้าบอกคงต้องมีเรื่องให้อธิบายกันยาวไม่จบสิ้นแน่)
เจ้าพนักงาน : อันนี้กระเป๋าเราเหรอ?
ผม : ครับ
เจ้าพนักงาน : ทำไมมีของแค่นี้? เสื้อผ้าแค่ 2-3ชุด? จะไปเชียงใหม่กี่วัน?
ผม : กลับพรุ่งนี้ครับ นั่งรถรอบบ่าย 3โมงครึ่ง
เจ้าพนักงาน : งั้นลงไปข้างล่างหน่อย ไปตรวจกระเป๋าอีกรอบ และตรวจฉี่ด้วย
ผมตกใจ งง และอึ้งไปชั่วครู่ แต่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อความบริสุทธิ์ใจ เราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่มีอะไรต้องกลัว
เจ้าพนักงานเดินนำผมลงไปยังจุดตรวจค้นข้างล่าง โดยมีเจ้าพนักงานอีกคนยืนรออยู่ตรงจุดนั้น พวกเขาบอกให้ผมเอาของในกระเป๋าออกมาวางบนโต๊ะให้หมด พร้อมกับถามคำถามเดิมๆ จากนั้นเจ้าพนักงานอีกคนก็ยื่นแก้วพลาสติกให้ผม และชี้มือไปที่ห้องน้ำ เพื่อขอฉี่ไปตรวจหายาเสพติด
ผมกังวลขึ้นมาทันที เพราะก่อนจะขึ้นรถที่ท่ารถก็ได้เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวมาแล้ว นี่จะให้มาฉี่อีกรอบ มันคงจะออกมาง่ายๆตามสั่งอยู่หรอกนะ
ผมเบ่งฉี่จนปวดท้องน้อยไปหมด ในที่สุดก็ออกมาไม่กี่หยดพอให้ตรวจได้
เจ้าพนักงานรับฉี่ไปตรวจ ปรากฏว่าไม่พบสารใดๆทั้งนั้น แถมยังพูดอีกว่า เป็นไปได้อย่างไร? ต้องมีของดีแน่ๆ
ผมได้ยินแล้วอารมณ์ขึ้นปรี๊ดทันที เลยพูดว่า : ก็คนมันไม่ได้ขนยา ต่อให้ตรวจกี่รอบก็ไม่เจออยู่ดี คนบนรถตั้งเยอะน่าจะจับมาตรวจฉี่ให้ครบทุกคน นี่มาสุ่มตรวจอยู่แค่คนเดียว ป่านนี้คนขนยาตัวจริง นั่งหัวเราะอยู่บนรถโน่นแล้ว จะให้ไปได้หรือยัง?
เจ้าพนักงาน : เออ ไปได้แล้ว (ดูสีหน้าผิดหวังมาก)
ความคิดเห็นส่วนตัว สาเหตุที่เจ้าพนักงานสงสัยผม น่าจะมาจากการแต่งตัวของผม ที่ค่อนข้างดูพื้นเมือง ใส่กางเกงชาวเขา แต่งตัวเซอร์ๆดูผิดแปลก ส่วนคนอื่นแต่งตัวแฟชั่นทันสมัยสุดๆ
พอเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง คำตอบที่ได้เหมือนกันคือ โชคดีมากแค่ไหน ที่รอดมาได้ ถ้าไปเจอเจ้าหน้าที่ไม่ดี ที่เขาอยากทำผลงานเอาความดีความชอบ ป่านนี้โดนยัดยาไปแล้ว
ผมฟังแล้วรู้สึกหวาดกลัวเจ้าหน้าที่พิทักษ์สันติราษฏร์ไทยขึ้นมาทันที เข้าใจครับว่าเจ้าหน้าที่ที่ดีก็มีอยู่เยอะ ที่ไม่ดีมันก็มีปะปนกันไป
ทำไมถึงมาโพสเอาป่านนี้ เรื่องมันเกิดขึ้นค่อนข้างนานแล้ว? ตอนนั้นยังอยู่เมืองไทย ถ้าขืนโพสสุ่มสี่สุ่มห้า มันจะไม่ปลอดภัยต่อสวัสดิภาพ กลัวอิทธิพลมืดคุกคาม
ต้องรอให้กลับต่างประเทศก่อน แล้วค่อยมาแฉ อย่างน้อยรัฐบาลประเทศที่เราเป็นพลเมืองอยู่ สามารถปกป้องคุ้มครองเราได้อย่างเต็มกำลัง
# ยืมล็อกอินเขามาโพส #