อันนี้ยืมแอคเค้าท์แฟนมาโพสนะครับ
ตามหัวข้อเลยตอนนี้เราถือบัตรเครดิตใบเดียว สีม่วง Beyond มีวงเงินบัตรอยู่ 700,000บาท มีการใช้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100,000++ ทุกรอบบิล จ่ายก่อนเวลาทุกครั้ง เต็มจำนวน ไม่เคยยื่นขอบัตรเครดิตอื่นเลย ไม่มีประวัติการกู้ยืมเงิน หรือเครดิตใดๆทั้งสิ้น ปกติใช้บัตรในเรื่องงาน ท่องเที่ยวเป็นหลัก เพราะต้องมีการเดินทางต่างประเทศบ่อย ทำงานบริษัทมาร่วมปี ฐานเงินเดือนประมาณ 30,000 บาทไม่รวมค่าคอมอื่นๆ อีกต่อเดือนหลักแสน มีเงินฝากประจำ และพอร์ทการลงทุนกระจายตามแบงค์ร่วมล้านขึ้น
แต่ด้วยการทำงานต้องมีการเดินทางโดย BTS. และก็กินกาแฟ Amazon อยู่บ่อย เลยเห็นว่าบัตรเครดิต เมือง cashback สามารถตอบโจทก์ได้ สำหรับการได้รับสิทธิเงินคืนรวม 11% ตามโฆษณาของบัตร และเห็นว่าคุณสมบัตรของผู้สมัครหลักฐานเงินเดือนเพียง 15,000 บาท มองว่าด้วยคุณสมบัตรของตัวเองไม่น่าจะมีปัญหาในการสมัคร เลยได้ไปทำการยื่นขอสมัครบัตรผ่าน เมือง สาขาพารากอน
ซึ่งตอนยื่นสมัครไปก็ได้สอบถามพนักงานว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการสมัคร พนักงานก็ได้บอกว่าใช้เพียง บัตรปชช, สเตทเม้นท์ย้อนหลัง 3 เดือน, ใบรับรองเงินเดือน เท่านั้นพอ ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงพนักงานไปเบื้องต้นว่าสเตทเม้นท์เงินเดือน เป็นสเตทเม้นท์ที่ใช้จ่ายทั่วไปเงินที่มีก็จะหลักพัน หลักร้อยที่เหลืออยู่ เงินเก็บหลักๆจะโยนไปเก็บที่แบงค์อื่น และบัญชีอื่น จะต้องใช้ในการยื่นประกอบด้วยไหม พนักงานบอกว่า “ไม่ต้อง” บัตรเครดิตหรือเอกสารทางการเงินอื่นต้องใช้ยื่นประกอบด้วยไหม พนักงานก็ตอบว่า “ไม่ต้อง” ซึ่งในความคิดก็เข้าใจว่าทางแบงค์ก็น่าจะสามารถตรวจสอบได้ว่าเราถือบัตรอะไรอยู่ หรือยังไง ก็ไม่ได้เอะใจอะไร อีกอย่างเห็นว่าด้วยฐานเงินเดือนตัวเองก็น่าจะเพียงพออยู่แล้ว
ในระหว่างรอการพิจารณาบัตรก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาโทรมาทางกรรมการตามใบรับรองงาน ซึ่งก็ได้ถามรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผมด้วยคำถามประมาณว่า….
Bank เมือง- ผมมีฐานเงินเดือนแค่นี้เองหรอ มีเงินรายได้ทางอื่น หรือเงินเก็บที่อื่นไหม
หัวหน้า- เค้ามีรายได้ทางอื่นด้วยคะ มีค่าคอม รายได้ทางอื่นรวมๆต่อเดือนก็เป็นแสนได้อยู่คะ
Bank เมือง- มีบัตรประกันสังคมไหมคะ
หัวหน้า-ทางบริษัท เราทำเป็นประกันกลุ่มให้คะ ต้องการไหมคะ
Bank เมือง- ไม่เป็นไรคะ
โดยหลักๆจากการที่ผมสอบถามถึงคำถามที่ทาง ธนาคาร เมือง ได้สอบถามทางหัวหน้าผม ก็ได้มีการพูดจาเชิงดูถูกในเรื่องฐานเงินเดือน และการที่สอบถามทางหัวหน้าว่าผมมีเงินเก็บอื่นด้านไหนไหม มันเป็นคำถามที่เป็นส่วนตัว ซึ่งในความเป็นจริงคนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือตัวผม ไม่ใช่คนอื่นที่จะมาทราบได้ว่าผมมีคนเงินทางไหนที่ไหน มากน้อยแค่ไหนบ้าง สุดท้ายทาง ธนาคารเมือง ก็ได้มีการถามทางหัวหน้าว่าเบอร์ 02 ที่ให้ไว้ติดต่อไม่ได้หรอ ซึ่งทางหัวหน้าก็บอกว่าติดต่อได้ปกติ เป็นเบอร์ 02. ส่วนกลางของทางตึกที่จะมี Operator รับสายตลอดในเวลาทำการ ซึ่งทางหัวหน้าก็เริ่มเอะใจในคำถาม รวมทั้งการถามคำถามที่เป็นเชิงดูถูกลูกค้าในเรื่องฐานเงินเดือน และการถามในเรื่องรายได้ทางอื่นด้วย
ซึ่งหลังจากการถามในวันนั้น ผมก็เริ่มคิดแล้วว่าผลไม่น่าจะออกมาดี จึงรอว่าจะมีเจ้าหน้าที่ หรือ SMS แจ้งผลมาไหมตามที่ทางเจ้าหน้าที่สาขาบอก แต่ก็ไม่มีการติดต่อใดๆจากทางเจ้าหน้าที่ ธนาคารเมือง รวมทั้ง SMS เลยหลังการพิจารณา จนในอีกอาทิตย์ผมเลยลองไปสอบถามตามเรื่องเองที่สาขา พารากอน และสอบถาม เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังและเจ้าหน้าที่ก็เช็คผลให้ ปรากฏว่า “ไม่ผ่าน” เพราะว่า เบอร์ 02 ติดต่อไม่ได้……… ผมก็ได้สอบถาม รวมทั้งถามทางเจ้าหน้าที่ ธนาคารเมือง ว่าเบอร์ 02 ก็ใช้ได้ปกติ อีกอย่างทางเจ้าหน้าที่ก็โทรหาหัวหน้าผมได้ ก็ไม่น่าจะโดนเหตุผลเรื่องนี้ และผมก็ได้ว่าไปว่าทำไมถึงไม่ให้ผมแนบเอกสารอื่นประกอบไปด้วย ทั้งๆที่มันน่าจะช่วยให้การพิจารณามีน้ำหนักมากขึ้น ทั้งในเรื่องรายได้ และประวัติการใช้บัตร หรืออื่นๆอะไรก็ว่าไปมากกว่าที่เห็นแค่สเตทเม้นท์เงินเดือน 3 เดือน และก็มาปฎิเสธเพราะเรื่องเบอร์ 02อะไรก็ไม่รู้ ซึ่งผมค่อนข้างเสียความรู้สึกกับการทำงานของเจ้าหน้าที่สาขา ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือคำแนะนำอะไรที่ดีเลยในการสมัครบัตร ทั้งๆที่ผมมั่นใจว่าคุณสมบัติในการสมัครบัตรเครดิต Citi cashback นี้ไม่น่ามีปัญหาใดๆ ผมไม่แน่ใจว่าการโดนปฎิเสธแบบนี้มันจะเสียประวัติหรือมี record ในการยื่นบัตรที่อื่นไหม แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิด
การทำงานแบบขอไปทีของพนักงาน ทั้งหัวหน้า ทั้งเจ้าหน้าที่สาขาทั่วไป เป็นการทำงานที่ไม่น่า และไม่ควรเกิดกับองค์กรระดับใหญ่ อันนี้มันทำให้มองเห็นว่า ถ้าบริษัทที่ทำงานผม ไม่มีเบอร์ 02 หรือเบอร์ 02 เกิดใช้ไม่ได้ในตอนนั้น ก็แปลว่าไม่จำเป็นจะต้องยื่นบัตรประเภทใดไปเลยกับ ธนาคารเมือง เพราะจะถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลว่าไม่มีเบอร์ 02 มันทำให้มองให้เห็นเพิ่มเติมว่าถ้าผมฐานเงินเดือน 15,000 บาท ตามเกณฑ์ ต่อให้ไม่มีประวัติเสียใด ทุกอย่างเข้าตามเงื่อนไขที่ลงโฆษณาของทาง ธนาคารเมือง ก็คงไม่มีทางผ่านแน่นอน เพราะคุณรายได้เพียงแค่นี้ (ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคไหม ในการตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาในลักษณะแบบนี้) ทางผู้จัดการก็แนะนำให้ผมยื่นเอกสารเพิ่มเติมเข้าไปทั้งเรื่องการเงิน และทุกอย่างที่มี รวมทั้งการใช้จ่ายบัตรที่ผมมี ผมก็ได้ยื่นให้ทางสาขาส่งเรื่องกลับไปพิจารณาอีกครั้ง จนวันนี้ผมก็ต้องโทรกลับไปตามเรื่องแบบเดิมกับทาง Call center และก็ได้รับทราบเหตุผลการปฎิเสธบัตรอีกครั้งด้วยเหตุผลเดิมอีกว่า เบอร์ 02 ติดต่อไม่ได้ และก็ไม่มีการติดต่อใดจากทางสาขาว่าผมไม่ผ่าน นอกเหนือจากการโทรมาขอเบอร์บริษัทเบอร์เดิมในช่วงอาทิตย์ก่อนหน้า
อันนี้ต้องบอกว่าทางบ้านก็เป็นลูกค้า ธนาคารเมือง มีบัตรที่สูงกว่าที่ผมสมัคร ทั้ง เมือง Prestige แม้ผมจะไม่เคยเป็นลูกค้ามาก่อน แต่ก็ชอบใน Promotion ของบัตร และหวังสมัครบัตรนี้เพียงแค่ใช้จ่ายเรื่อง BTS กับ Amazon และไม่สนใจในวงเงินใดๆ แต่กลับถูกปฎิเสธ เพราะคำว่าเบอร์ 02 ติดต่อไม่ได้ (แต่ติดต่อมาทางหัวหน้าผมได้ตามเบอร์) สุดท้ายการที่ผมเขียนถ่ายทอดประสบการณ์การขอบัตร ธนาคารเมือง ของตัวเอง ไม่ได้มีเจตนาที่จะประณามใดๆ แต่ด้วยความสงสัยในเหตุผลการปฎิเสธ การทำงานของทางสาขาที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ทางธนาคารเมือง อาจจะคิดว่าการปฎิเสธบัตรเป็นเรื่องปกติ อันนี้ผมไม่เถียง ถ้าคุณสมบัตรผมไม่ได้ หรือไม่มีอะไรที่เพียงพอเลย อีกอย่างผมก็ได้สอบถามขึ้นตอนการพิจารณาคร่าวๆ ทางผู้จัดการก็ไม่สามารถตอบอะไรได้มากนอกกเหนือจากคำว่า เป็นการพิจารณาของทางฝ่ายบัตรเครดิต ทางสาขาไม่สามารถรู้ขั้นตอนได้เลย แต่ในความเป็นจริงก่อนที่ทางสาขาจะรับเคสมาแต่ละเคส ก็ต้องมีการดูเอกสาร หรือพิจารณาคร่าวๆแล้วว่า คนสมัครมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ไหม มากกว่าที่ยื่นๆเข้าไป จะถูกปฎิเสธหรืออะไรก็แล้วแต่ลูกค้า
ผมจะไม่เสียความรู้สึก และเสียใจเลยถ้าผมถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่เป็นธรรม หรือในบัตรที่วงเงินสูงๆมากจริง เพราะอันนั้นทางแบงค์อาจจะต้องมีการเข้มงวดในเรื่องการอนุมัติ แต่ไม่ใช่เพราะบัตรที่ต้องมีฐานเงินเดือนเพียง 15,000บาท หรือถ้ามีใครเคยโดนปฎิเสธเพราะเหตุการณ์แบบนี้ หรือว่ามันเป็นเรื่องปกติของการปฎิเสธรบกวนแจ้งผมด้วยนะครับ ผมจะได้เข้าใจว่าเคสผมคือเป็นเรื่องปกติ
ทาง Call center ที่ผมโทรไปหาวันนี้ก็ได้ขอเบอร์ 02 ไปอีกครั้ง และจะทำการแจ้งเรื่องไปทางฝ่ายพิจารณา แต่ผมแค่อยากจะบอกว่า ตอนนี้คงลาขาดกันที กับบัตร ธนาคารเมือง แค่เพราะจะใช้บัตรเพราะ BTS ถ้าใครมีคำแนะนำดีในเรื่อง Cash back. ของบัตรเครดิตธนาคารอื่นก็ช่วยแนะนำผมมาทีนะครับ
ถือบัตรเครดิตสีม่วง วงเงิน 700,000บาท แต่“ถูกปฎิเสธ”บัตรเครดิต เมือง Cashback เพราะโทรหาเบอรฺ์ 02 ไม่ติด
ตามหัวข้อเลยตอนนี้เราถือบัตรเครดิตใบเดียว สีม่วง Beyond มีวงเงินบัตรอยู่ 700,000บาท มีการใช้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100,000++ ทุกรอบบิล จ่ายก่อนเวลาทุกครั้ง เต็มจำนวน ไม่เคยยื่นขอบัตรเครดิตอื่นเลย ไม่มีประวัติการกู้ยืมเงิน หรือเครดิตใดๆทั้งสิ้น ปกติใช้บัตรในเรื่องงาน ท่องเที่ยวเป็นหลัก เพราะต้องมีการเดินทางต่างประเทศบ่อย ทำงานบริษัทมาร่วมปี ฐานเงินเดือนประมาณ 30,000 บาทไม่รวมค่าคอมอื่นๆ อีกต่อเดือนหลักแสน มีเงินฝากประจำ และพอร์ทการลงทุนกระจายตามแบงค์ร่วมล้านขึ้น
แต่ด้วยการทำงานต้องมีการเดินทางโดย BTS. และก็กินกาแฟ Amazon อยู่บ่อย เลยเห็นว่าบัตรเครดิต เมือง cashback สามารถตอบโจทก์ได้ สำหรับการได้รับสิทธิเงินคืนรวม 11% ตามโฆษณาของบัตร และเห็นว่าคุณสมบัตรของผู้สมัครหลักฐานเงินเดือนเพียง 15,000 บาท มองว่าด้วยคุณสมบัตรของตัวเองไม่น่าจะมีปัญหาในการสมัคร เลยได้ไปทำการยื่นขอสมัครบัตรผ่าน เมือง สาขาพารากอน
ซึ่งตอนยื่นสมัครไปก็ได้สอบถามพนักงานว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการสมัคร พนักงานก็ได้บอกว่าใช้เพียง บัตรปชช, สเตทเม้นท์ย้อนหลัง 3 เดือน, ใบรับรองเงินเดือน เท่านั้นพอ ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงพนักงานไปเบื้องต้นว่าสเตทเม้นท์เงินเดือน เป็นสเตทเม้นท์ที่ใช้จ่ายทั่วไปเงินที่มีก็จะหลักพัน หลักร้อยที่เหลืออยู่ เงินเก็บหลักๆจะโยนไปเก็บที่แบงค์อื่น และบัญชีอื่น จะต้องใช้ในการยื่นประกอบด้วยไหม พนักงานบอกว่า “ไม่ต้อง” บัตรเครดิตหรือเอกสารทางการเงินอื่นต้องใช้ยื่นประกอบด้วยไหม พนักงานก็ตอบว่า “ไม่ต้อง” ซึ่งในความคิดก็เข้าใจว่าทางแบงค์ก็น่าจะสามารถตรวจสอบได้ว่าเราถือบัตรอะไรอยู่ หรือยังไง ก็ไม่ได้เอะใจอะไร อีกอย่างเห็นว่าด้วยฐานเงินเดือนตัวเองก็น่าจะเพียงพออยู่แล้ว
ในระหว่างรอการพิจารณาบัตรก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาโทรมาทางกรรมการตามใบรับรองงาน ซึ่งก็ได้ถามรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผมด้วยคำถามประมาณว่า….
Bank เมือง- ผมมีฐานเงินเดือนแค่นี้เองหรอ มีเงินรายได้ทางอื่น หรือเงินเก็บที่อื่นไหม
หัวหน้า- เค้ามีรายได้ทางอื่นด้วยคะ มีค่าคอม รายได้ทางอื่นรวมๆต่อเดือนก็เป็นแสนได้อยู่คะ
Bank เมือง- มีบัตรประกันสังคมไหมคะ
หัวหน้า-ทางบริษัท เราทำเป็นประกันกลุ่มให้คะ ต้องการไหมคะ
Bank เมือง- ไม่เป็นไรคะ
โดยหลักๆจากการที่ผมสอบถามถึงคำถามที่ทาง ธนาคาร เมือง ได้สอบถามทางหัวหน้าผม ก็ได้มีการพูดจาเชิงดูถูกในเรื่องฐานเงินเดือน และการที่สอบถามทางหัวหน้าว่าผมมีเงินเก็บอื่นด้านไหนไหม มันเป็นคำถามที่เป็นส่วนตัว ซึ่งในความเป็นจริงคนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือตัวผม ไม่ใช่คนอื่นที่จะมาทราบได้ว่าผมมีคนเงินทางไหนที่ไหน มากน้อยแค่ไหนบ้าง สุดท้ายทาง ธนาคารเมือง ก็ได้มีการถามทางหัวหน้าว่าเบอร์ 02 ที่ให้ไว้ติดต่อไม่ได้หรอ ซึ่งทางหัวหน้าก็บอกว่าติดต่อได้ปกติ เป็นเบอร์ 02. ส่วนกลางของทางตึกที่จะมี Operator รับสายตลอดในเวลาทำการ ซึ่งทางหัวหน้าก็เริ่มเอะใจในคำถาม รวมทั้งการถามคำถามที่เป็นเชิงดูถูกลูกค้าในเรื่องฐานเงินเดือน และการถามในเรื่องรายได้ทางอื่นด้วย
ซึ่งหลังจากการถามในวันนั้น ผมก็เริ่มคิดแล้วว่าผลไม่น่าจะออกมาดี จึงรอว่าจะมีเจ้าหน้าที่ หรือ SMS แจ้งผลมาไหมตามที่ทางเจ้าหน้าที่สาขาบอก แต่ก็ไม่มีการติดต่อใดๆจากทางเจ้าหน้าที่ ธนาคารเมือง รวมทั้ง SMS เลยหลังการพิจารณา จนในอีกอาทิตย์ผมเลยลองไปสอบถามตามเรื่องเองที่สาขา พารากอน และสอบถาม เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังและเจ้าหน้าที่ก็เช็คผลให้ ปรากฏว่า “ไม่ผ่าน” เพราะว่า เบอร์ 02 ติดต่อไม่ได้……… ผมก็ได้สอบถาม รวมทั้งถามทางเจ้าหน้าที่ ธนาคารเมือง ว่าเบอร์ 02 ก็ใช้ได้ปกติ อีกอย่างทางเจ้าหน้าที่ก็โทรหาหัวหน้าผมได้ ก็ไม่น่าจะโดนเหตุผลเรื่องนี้ และผมก็ได้ว่าไปว่าทำไมถึงไม่ให้ผมแนบเอกสารอื่นประกอบไปด้วย ทั้งๆที่มันน่าจะช่วยให้การพิจารณามีน้ำหนักมากขึ้น ทั้งในเรื่องรายได้ และประวัติการใช้บัตร หรืออื่นๆอะไรก็ว่าไปมากกว่าที่เห็นแค่สเตทเม้นท์เงินเดือน 3 เดือน และก็มาปฎิเสธเพราะเรื่องเบอร์ 02อะไรก็ไม่รู้ ซึ่งผมค่อนข้างเสียความรู้สึกกับการทำงานของเจ้าหน้าที่สาขา ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือคำแนะนำอะไรที่ดีเลยในการสมัครบัตร ทั้งๆที่ผมมั่นใจว่าคุณสมบัติในการสมัครบัตรเครดิต Citi cashback นี้ไม่น่ามีปัญหาใดๆ ผมไม่แน่ใจว่าการโดนปฎิเสธแบบนี้มันจะเสียประวัติหรือมี record ในการยื่นบัตรที่อื่นไหม แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิด
การทำงานแบบขอไปทีของพนักงาน ทั้งหัวหน้า ทั้งเจ้าหน้าที่สาขาทั่วไป เป็นการทำงานที่ไม่น่า และไม่ควรเกิดกับองค์กรระดับใหญ่ อันนี้มันทำให้มองเห็นว่า ถ้าบริษัทที่ทำงานผม ไม่มีเบอร์ 02 หรือเบอร์ 02 เกิดใช้ไม่ได้ในตอนนั้น ก็แปลว่าไม่จำเป็นจะต้องยื่นบัตรประเภทใดไปเลยกับ ธนาคารเมือง เพราะจะถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลว่าไม่มีเบอร์ 02 มันทำให้มองให้เห็นเพิ่มเติมว่าถ้าผมฐานเงินเดือน 15,000 บาท ตามเกณฑ์ ต่อให้ไม่มีประวัติเสียใด ทุกอย่างเข้าตามเงื่อนไขที่ลงโฆษณาของทาง ธนาคารเมือง ก็คงไม่มีทางผ่านแน่นอน เพราะคุณรายได้เพียงแค่นี้ (ไม่แน่ใจว่าจะเป็นการหลอกลวงผู้บริโภคไหม ในการตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาในลักษณะแบบนี้) ทางผู้จัดการก็แนะนำให้ผมยื่นเอกสารเพิ่มเติมเข้าไปทั้งเรื่องการเงิน และทุกอย่างที่มี รวมทั้งการใช้จ่ายบัตรที่ผมมี ผมก็ได้ยื่นให้ทางสาขาส่งเรื่องกลับไปพิจารณาอีกครั้ง จนวันนี้ผมก็ต้องโทรกลับไปตามเรื่องแบบเดิมกับทาง Call center และก็ได้รับทราบเหตุผลการปฎิเสธบัตรอีกครั้งด้วยเหตุผลเดิมอีกว่า เบอร์ 02 ติดต่อไม่ได้ และก็ไม่มีการติดต่อใดจากทางสาขาว่าผมไม่ผ่าน นอกเหนือจากการโทรมาขอเบอร์บริษัทเบอร์เดิมในช่วงอาทิตย์ก่อนหน้า
อันนี้ต้องบอกว่าทางบ้านก็เป็นลูกค้า ธนาคารเมือง มีบัตรที่สูงกว่าที่ผมสมัคร ทั้ง เมือง Prestige แม้ผมจะไม่เคยเป็นลูกค้ามาก่อน แต่ก็ชอบใน Promotion ของบัตร และหวังสมัครบัตรนี้เพียงแค่ใช้จ่ายเรื่อง BTS กับ Amazon และไม่สนใจในวงเงินใดๆ แต่กลับถูกปฎิเสธ เพราะคำว่าเบอร์ 02 ติดต่อไม่ได้ (แต่ติดต่อมาทางหัวหน้าผมได้ตามเบอร์) สุดท้ายการที่ผมเขียนถ่ายทอดประสบการณ์การขอบัตร ธนาคารเมือง ของตัวเอง ไม่ได้มีเจตนาที่จะประณามใดๆ แต่ด้วยความสงสัยในเหตุผลการปฎิเสธ การทำงานของทางสาขาที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ทางธนาคารเมือง อาจจะคิดว่าการปฎิเสธบัตรเป็นเรื่องปกติ อันนี้ผมไม่เถียง ถ้าคุณสมบัตรผมไม่ได้ หรือไม่มีอะไรที่เพียงพอเลย อีกอย่างผมก็ได้สอบถามขึ้นตอนการพิจารณาคร่าวๆ ทางผู้จัดการก็ไม่สามารถตอบอะไรได้มากนอกกเหนือจากคำว่า เป็นการพิจารณาของทางฝ่ายบัตรเครดิต ทางสาขาไม่สามารถรู้ขั้นตอนได้เลย แต่ในความเป็นจริงก่อนที่ทางสาขาจะรับเคสมาแต่ละเคส ก็ต้องมีการดูเอกสาร หรือพิจารณาคร่าวๆแล้วว่า คนสมัครมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ไหม มากกว่าที่ยื่นๆเข้าไป จะถูกปฎิเสธหรืออะไรก็แล้วแต่ลูกค้า
ผมจะไม่เสียความรู้สึก และเสียใจเลยถ้าผมถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่เป็นธรรม หรือในบัตรที่วงเงินสูงๆมากจริง เพราะอันนั้นทางแบงค์อาจจะต้องมีการเข้มงวดในเรื่องการอนุมัติ แต่ไม่ใช่เพราะบัตรที่ต้องมีฐานเงินเดือนเพียง 15,000บาท หรือถ้ามีใครเคยโดนปฎิเสธเพราะเหตุการณ์แบบนี้ หรือว่ามันเป็นเรื่องปกติของการปฎิเสธรบกวนแจ้งผมด้วยนะครับ ผมจะได้เข้าใจว่าเคสผมคือเป็นเรื่องปกติ
ทาง Call center ที่ผมโทรไปหาวันนี้ก็ได้ขอเบอร์ 02 ไปอีกครั้ง และจะทำการแจ้งเรื่องไปทางฝ่ายพิจารณา แต่ผมแค่อยากจะบอกว่า ตอนนี้คงลาขาดกันที กับบัตร ธนาคารเมือง แค่เพราะจะใช้บัตรเพราะ BTS ถ้าใครมีคำแนะนำดีในเรื่อง Cash back. ของบัตรเครดิตธนาคารอื่นก็ช่วยแนะนำผมมาทีนะครับ