จะมีผลกระทบถึงเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เพราะธุรกิจ การค้าของจีนชะลอลดลงมาก การส่งออกและนำเข้าสินค้าของจีนจะลดลง การท่องเที่ยว สายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบิน ฯลฯ
ไข้หวัดอูฮั่นยิ่งระบาดนานเศรษฐกิจก็ยิ่งแย่ โดยเฉพาะประเทศในเอเซียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน กลุ่มประเทศในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น
ประกอบกับปธน.ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กกล้าร้อยละ 25 และภาษีอะลูมิเนียมร้อยละ 10 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2020 นี้
จึงคาดว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนของประเทศต่างๆ มาก รวมทั้งตลาดหุ้น จีนเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1ของไทย ญี่ปุ่นเป็นอันดับที่ 2 รวมทั้งประเทศอื่นๆ ด้วย ก็จะมีผลกระทบกับไทยมาก ใครเรียนเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจมา คงจะประเมินได้ วันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2020 ดัชนีหุ้นลงลง 45.40 จุด เป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่ง
ผมไม่ทราบว่านักลงทุนไทยซื้อ-ขายหุ้นแบบไหน เท่าที่รู้จักส่วนมากก็ไม่วิเคราะห์งบการเงินทั้งๆ ที่เรียน MBA บัญชี การเงิน และเศรษฐศาสตร์ และ FOREX นักลงทุนต่างประเทศซึ่งมีวงเงินสูงมาก จะซื้อหุ้นโดยเอาดอลล่าร์มาแลกเงินบาทไทย ซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียมทั้งเข้าและออก เป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง MBA ที่ USA หลายมหาวิทยาลัยมีโปรแกรมสอนการซื้อ-ขายหุ้น ซึ่งไม่หมูเลย
คนไทยชอบเล่นหุ้นแบบ Technical Analysis และ Inside Information ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข่าวลวง ข่าวลือ มากกว่า ผมยังไม่รู้จักใครสักคนที่รวยจากหุ้น เห็นแต่ข่าวในทีวี
รออีกสักระยะหนึ่ง อาจจะมีหุ้นดี ราคาถูก มาให้ซื้อ
ไข้หวัดอู่ฮั่น
ไข้หวัดอูฮั่นยิ่งระบาดนานเศรษฐกิจก็ยิ่งแย่ โดยเฉพาะประเทศในเอเซียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน กลุ่มประเทศในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น
ประกอบกับปธน.ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กกล้าร้อยละ 25 และภาษีอะลูมิเนียมร้อยละ 10 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2020 นี้
จึงคาดว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนของประเทศต่างๆ มาก รวมทั้งตลาดหุ้น จีนเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1ของไทย ญี่ปุ่นเป็นอันดับที่ 2 รวมทั้งประเทศอื่นๆ ด้วย ก็จะมีผลกระทบกับไทยมาก ใครเรียนเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจมา คงจะประเมินได้ วันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2020 ดัชนีหุ้นลงลง 45.40 จุด เป็นสัญญาณเตือนอย่างหนึ่ง
ผมไม่ทราบว่านักลงทุนไทยซื้อ-ขายหุ้นแบบไหน เท่าที่รู้จักส่วนมากก็ไม่วิเคราะห์งบการเงินทั้งๆ ที่เรียน MBA บัญชี การเงิน และเศรษฐศาสตร์ และ FOREX นักลงทุนต่างประเทศซึ่งมีวงเงินสูงมาก จะซื้อหุ้นโดยเอาดอลล่าร์มาแลกเงินบาทไทย ซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียมทั้งเข้าและออก เป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง MBA ที่ USA หลายมหาวิทยาลัยมีโปรแกรมสอนการซื้อ-ขายหุ้น ซึ่งไม่หมูเลย
คนไทยชอบเล่นหุ้นแบบ Technical Analysis และ Inside Information ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข่าวลวง ข่าวลือ มากกว่า ผมยังไม่รู้จักใครสักคนที่รวยจากหุ้น เห็นแต่ข่าวในทีวี
รออีกสักระยะหนึ่ง อาจจะมีหุ้นดี ราคาถูก มาให้ซื้อ