[CR] ไทบ้านxBNK48 จากใจผู้สาวคนนี้

สำหรับภาพยนตร์
ภาพ=ใบหน้า
ดนตรีประกอบ=ขา
นักแสดง=แขน
บท=หัวใจและเส้นประสาทต่างๆ 
การตัดต่อ=ปาก

หากจะบอกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีหัวใจที่ค่อนข้างอ่อนแอคงจะไม่มากเกินไป 
เราเก็ตกับความยากในการเขียนบทเรื่องนี้เพราะตอนที่เราเขียนบทโฆษณาหรือกับสิ่งที่เราไม่เคยทำและรู้จักก็มีปัญหานี้บ่อยๆ ก็คือการที่เราผสมสองอย่างที่ค่อนข้างต่างกันไม่ดีพอ และต้องใช้เวลาเกลาเยอะ 

ในส่วนประสบการณ์เรื่องเขียนบทของผมคงเป็นการเข้าไม่ได้ระหว่างผมและตัวสินค้าหรือสิ่งที่ต้องเขียนบทโฆษณาหรือmvต่างๆลงไป เพราะส่วนตัวเป็นคนใช้ของใหม่ๆน้อยมากๆ ในกรณีไทบ้านกับBNK48ก็คงเป็นวัฒนธรรมของอีสาน กับความเป็นกรุงเทพป๊อปจ๋าๆ ซึ่งมันไม่มีความเชื่อมโยงอะไรกันเลย 
ด้วยความที่มันเป็นส่วนผสมที่ดูเข้ากันยากแบบนี้แล้ว รากฐานสำคัญที่จะชี้ความเป็นความตายของหนังเรื่องนี้คือ "บทภาพยนตร์" คนเขียนบทภาพยนตร์ต้องมีความคมและเกลาบทให้มากพอถึงจะผสมสองอย่างนี้ให้ลงตัวมากที่สุด แต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนบทดูทำลวกๆไปมาก (ถ้าจำไม่ผิดคือเห็นไทบ้านประกาศโปรเจคละลงมือเขียนบท หลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็ประกาศเปิดกองเลย ซึ่งมันไวไปสำหรับการเขียนบทที่ยากแบบนี้) ทำให้เรารู้สึกโดดลอยๆกับหนัง และไม่อินตลอดเกือบทั้งเรื่อง อีกทั้งยังเหมือนมีกำแพงกั้นระหว่างความเป็นอีสานกับความกรุงเทพป๊อปอยู่ตลอด ถ้าเปรียบก็คือไทบ้านก็อยู่ส่วนไทบ้านBNKก็อยู่ส่วนBNK ทำให้เหมือนดูหนังสองเรื่องที่คนละรสชาตกันแต่ดูพร้อมๆกันอยู่ สิ่งที่เกี่ยวทั้งสองเรื่องให้เป็นหนังเรื่องเดียวกันอยู่ก็คงจะเป็น การอยู่ในสถานที่เดียวกัน เวลาเดียวกัน และมีเหตุการณ์ที่ต้องเจอกันเฉยๆเพียงแค่นั้น 

อีกทั้งการตัดต่อที่เรียกได้ว่าค่อนข้างโดดและไม่สมูท ทำให้ฟีลความเข้าถึงของหนังดรอปลงไปมากๆ 

จริงๆภาพยนตร์เรื่องนี้ผมมองว่า เป็นกรณีศึกษาของคนฝึกหัดเขียนบทที่ดี เพราะดูจบมันก็ทำให้ผมได้โจทย์ในหัวมาคิดเล่นๆเพื่อไปพัฒนางานของผมได้เหมือนกัน ว่าหากเราเจออะไรที่มันต่างกันมากๆและเราต้องเขียนบทให้มันmatchกันได้จะต้องทำยังไง ในหัวก็มีแอบคิดว่าถ้าหากไทบ้านภาคนี้เลือกที่จะทำเป็นการนำเรื่องเพลงมาเป็นเส้นหลักของเรื่อง หรือทำเป็นmusicalจะน่าดูกว่านี้มาก เพราะเพลง "โดดดิด่ง" หรือ "จากใจผู้สาวคนนี้" ก็สามารถเอามาเล่นกับหนังได้แต่หนังกับลดความสำคัญมันลงไปมากๆจนน่าผิดหวัง อีกทั้งสามารถหยิบเอาเพลงของBNKมาเล่นได้ด้วยเพราะ คือถ้าทำแบบนี้ก็จะวินวินทั้งคู่ทางBNK48ก็ได้โปรโมทเพลงหลายๆเพลงให้คนนอกได้รู้จัก ทางไทบ้านก็อาจจะได้การทำหนังแนวใหม่และได้หนังที่ดูสนุกในอีกแบบมา แต่กลับไม่ทำ ซึ่งค่อนข้างเสียดาย 

สุดท้ายผมก็ไม่ได้เกลียดหนังเรื่องนี้ แต่กลับรู้สึกขอบคุณในความอ่อนแอของบททำให้มีโจทย์เอามาคิดเล่นๆเพื่อไปพัฒนางานตัวเองได้ซะอีก 
แต่มันก็ไม่สามารถentertainให้ผมอยากจะนั่งอยู่กับเก้าอี้ได้เลยแม้แต่น้อยเลย อารมณ์เหมือนไปนั่งฟังโจทย์ที่ครูสอนในชั้นเรียนแล้วกลับมาทำเป็นการบ้านซะมากกว่า 

คะแนน 5/10
ชื่อสินค้า:   [REVIEW] ไทบ้าน X BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้: ภาพยนตร์ที่เป็นกรณีศึกษาของคนฝึกหัดเขียนบทที่ดี 5/10
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่