
เรื่องของการ Bully กันในสังคม ถ้าเป็นอดีตเมื่อก่อนอาจจะถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนอาจจะต้องจำใจยอมรับ หรือไม่ก็ต้องทนกันไป แต่ว่าในสมัยนี้มันกลับทวีความรุนแรงมากขึ้นในสังคมทั่วโลก คนที่ Bully คนอื่นอาจจะไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก็ออกมาจากนิสัยและกมลสันดานส่วนตัวที่ชอบดูถูกผู้อื่น แต่กลับกัน คนที่โดนกระทำ ด้วยสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงข่าวสารและเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และมีตัวอย่างทั้งที่น่าสลดใจ และที่น่าเห็นใจเยอะแยะมากมาย จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตถึงขั้นคิดทำอะไรด้วยการขาดความยั้งคิดให้เห็นเต็มไปหมดจนสังคมต้องหันมามองปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้จับเอาประเด็นนี้มาทำเป็นหนังดราม่าสะเทือนอารมณ์ขึ้นมา

เรื่องราวของ เฉินเนี่ยน เด็กสาววัยมัธยมที่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะทนการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนไม่ไหว หลังจากเหตุการณ์นั้น เฉินเนี่ยน ตกเป็นเป้าการกลั่นแกล้งของทุกคนในชั้นเรียน ในคืนหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน เฉินเนี่ยน ได้ช่วยชีวิต อาป่าย ไว้โดยบังเอิญ ตั้งแต่นั้นมา อาป่าย ก็สัญญาที่จะปกป้องเธอตลอดไป ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

ว่ากันตามตรงเส้นเรื่องหลักของหนังมันแทบจะไม่ต่างกับการดู “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ” ในเวอร์ชั่นเด็กมัธยมเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่สิ่งที่หนังลงลึกไปถึงแก่นที่แท้จริงของมันคือเรื่องของการกลั่นแกล้งและกดขี่กันในโรงเรียนที่หนังอยากจะจุดประเด็นนี้มากระแทกความรู้สึกคนดูให้เห็นถึงภาพของสังคมที่เป็นอยู่จริงมากกว่าจะมาสร้างภาพให้คนดูอินกับเรื่องราวความรัก
หนังพูดถึงแง่มุมของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายกระทำ ฝ่ายถูกกระทำ มุมมองของผู้ใหญ่ที่อยากจะแก้ไข มุมของผู้ใหญ่ที่ละเลย หรือมุมของคนที่คอยปิดบังเรื่องเหล่านี้เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น หนังเข้าถึงทุกมุมมองจนเรียกว่า ใครที่เคยอยู่ในตัวตนแบบไหน ได้มาดูเรื่องนี้เป็นต้องสะอึกทุกคน หนังยังตีแผ่ถึงวิธีการแก้ปัญหาของคนเหล่านี้ด้วยข้อเท็จจริงในสังคมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาแบบเด็กๆ ที่ไม่ได้คิดอะไรถึงสิ่งที่จะตามมา หรือการแก้ปัญหาแบบผู้ใหญ่ที่ต้องคอยระแวดระวังกับกฏหมายเยาวชน หรือการมองปัญหาของคนรอบนอกหรือคนที่มีส่วนร่วมในสถานการณ์ ซึ่งบางตอนมันทำให้เราอึดอัดและขุ่นข้องหมองใจถึงสิ่งที่ตัวละครในเรื่องพยายามจะทำหรือทำลงไปเพื่อแก้ปัญหา แต่ก็จะมีคำถามเกิดขึ้นว่า ต้องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ หรือต้องการแก้ปมของตัวเองกันแน่

นักแสดงในเรื่อง หลักๆ ต้องยกให้สองพระ-นางของเรื่อง คือ #โจวตงหยู และ #อี้หยางเชียนสี่ ในบท เฉินเนี่ยน และ อาป่าย ที่บีบคั้นอารมณ์คนดูได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งสองคนนี้แสดงเป็นตัวละครได้อย่างเข้าถึงจริงๆ เรียกว่าไม่มีที่ติเลย หนังทำร้ายจิตใจคนดูด้วยการกระทำชำเราอะไรหลายๆ อย่างกับสองตัวละครนี้จนทำให้คนดูแทบจะระบายความอึดอัดออกมาแทนตัวละคร หลายๆ ฉากแสดงให้เห็นถึงสังคมที่มันเน่าเฟะอยู่รอบๆ ตัวเราและคนที่ต่อหน้าและลับหลังเหมือนเป็นคนละคน และคนที่พร้อมจะช่วยแต่ ช่วยคนอื่นหรือเพื่อตัวเองกันแน่ หนังมีฉากให้ยิ้มอยู่บ้าง แต่ก็เหมือนยิ้มรับในโชคชะตาอันเลวร้ายที่กระหน่ำซ้ำเติมเข้ามาตลอดเวลา โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ดูแล้วเราจะแอบยิ้มในความสุขและแอบปวดใจกับสิ่งที่พวกเขาได้รับไปพร้อมๆ กัน

ตอนที่ดูจบ ผมคิดอยู่แค่ว่า ทำไมหนังมันถึงได้ทำร้ายจิตใจคนดูได้ขนาดนี้วะเนี่ย หนังมันโคตรดีเลย ทั้งงานเนื้อเรื่อง ทั้งงานภาพ มันทำให้คนดูนิ่งไปกับสิ่งที่หนังกระทำกับตัวละครและสะท้อนมาสู่คนดู และเชื่อว่าหนังเรื่องนี้ก็จะเป็นจุดเล็กๆ ในการเปิดให้สังคมได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้และเริ่มจริงจังกับเรื่องของการต่อต้านการ Bully ในสังคมที่มีอยู่เยอะแยะมากมายในปัจจุบันเสียที
ฝากเพจหนังเล็กๆ ด้วยนะครับ >>>
https://www.facebook.com/DooNangGunMai/
ขอขอบคุณรอบสื่อดีๆ จาก MONGKOL MAJOR ด้วยครับ
[SR] [#Review] Better Days ไม่มีวันไม่มีฉันไม่มีเธอ - หนังดราม่าที่ทำร้ายจิตใจคนดูทุกวินาที แต่กลับสะท้อนให้สังคมเปิดใจรับรู้
เรื่องของการ Bully กันในสังคม ถ้าเป็นอดีตเมื่อก่อนอาจจะถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนอาจจะต้องจำใจยอมรับ หรือไม่ก็ต้องทนกันไป แต่ว่าในสมัยนี้มันกลับทวีความรุนแรงมากขึ้นในสังคมทั่วโลก คนที่ Bully คนอื่นอาจจะไม่ได้คิดอะไรมากมาย ก็ออกมาจากนิสัยและกมลสันดานส่วนตัวที่ชอบดูถูกผู้อื่น แต่กลับกัน คนที่โดนกระทำ ด้วยสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงข่าวสารและเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และมีตัวอย่างทั้งที่น่าสลดใจ และที่น่าเห็นใจเยอะแยะมากมาย จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตถึงขั้นคิดทำอะไรด้วยการขาดความยั้งคิดให้เห็นเต็มไปหมดจนสังคมต้องหันมามองปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้จับเอาประเด็นนี้มาทำเป็นหนังดราม่าสะเทือนอารมณ์ขึ้นมา
เรื่องราวของ เฉินเนี่ยน เด็กสาววัยมัธยมที่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะทนการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนไม่ไหว หลังจากเหตุการณ์นั้น เฉินเนี่ยน ตกเป็นเป้าการกลั่นแกล้งของทุกคนในชั้นเรียน ในคืนหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน เฉินเนี่ยน ได้ช่วยชีวิต อาป่าย ไว้โดยบังเอิญ ตั้งแต่นั้นมา อาป่าย ก็สัญญาที่จะปกป้องเธอตลอดไป ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
ว่ากันตามตรงเส้นเรื่องหลักของหนังมันแทบจะไม่ต่างกับการดู “ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ” ในเวอร์ชั่นเด็กมัธยมเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่สิ่งที่หนังลงลึกไปถึงแก่นที่แท้จริงของมันคือเรื่องของการกลั่นแกล้งและกดขี่กันในโรงเรียนที่หนังอยากจะจุดประเด็นนี้มากระแทกความรู้สึกคนดูให้เห็นถึงภาพของสังคมที่เป็นอยู่จริงมากกว่าจะมาสร้างภาพให้คนดูอินกับเรื่องราวความรัก
หนังพูดถึงแง่มุมของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายกระทำ ฝ่ายถูกกระทำ มุมมองของผู้ใหญ่ที่อยากจะแก้ไข มุมของผู้ใหญ่ที่ละเลย หรือมุมของคนที่คอยปิดบังเรื่องเหล่านี้เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น หนังเข้าถึงทุกมุมมองจนเรียกว่า ใครที่เคยอยู่ในตัวตนแบบไหน ได้มาดูเรื่องนี้เป็นต้องสะอึกทุกคน หนังยังตีแผ่ถึงวิธีการแก้ปัญหาของคนเหล่านี้ด้วยข้อเท็จจริงในสังคมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาแบบเด็กๆ ที่ไม่ได้คิดอะไรถึงสิ่งที่จะตามมา หรือการแก้ปัญหาแบบผู้ใหญ่ที่ต้องคอยระแวดระวังกับกฏหมายเยาวชน หรือการมองปัญหาของคนรอบนอกหรือคนที่มีส่วนร่วมในสถานการณ์ ซึ่งบางตอนมันทำให้เราอึดอัดและขุ่นข้องหมองใจถึงสิ่งที่ตัวละครในเรื่องพยายามจะทำหรือทำลงไปเพื่อแก้ปัญหา แต่ก็จะมีคำถามเกิดขึ้นว่า ต้องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ หรือต้องการแก้ปมของตัวเองกันแน่
นักแสดงในเรื่อง หลักๆ ต้องยกให้สองพระ-นางของเรื่อง คือ #โจวตงหยู และ #อี้หยางเชียนสี่ ในบท เฉินเนี่ยน และ อาป่าย ที่บีบคั้นอารมณ์คนดูได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งสองคนนี้แสดงเป็นตัวละครได้อย่างเข้าถึงจริงๆ เรียกว่าไม่มีที่ติเลย หนังทำร้ายจิตใจคนดูด้วยการกระทำชำเราอะไรหลายๆ อย่างกับสองตัวละครนี้จนทำให้คนดูแทบจะระบายความอึดอัดออกมาแทนตัวละคร หลายๆ ฉากแสดงให้เห็นถึงสังคมที่มันเน่าเฟะอยู่รอบๆ ตัวเราและคนที่ต่อหน้าและลับหลังเหมือนเป็นคนละคน และคนที่พร้อมจะช่วยแต่ ช่วยคนอื่นหรือเพื่อตัวเองกันแน่ หนังมีฉากให้ยิ้มอยู่บ้าง แต่ก็เหมือนยิ้มรับในโชคชะตาอันเลวร้ายที่กระหน่ำซ้ำเติมเข้ามาตลอดเวลา โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ดูแล้วเราจะแอบยิ้มในความสุขและแอบปวดใจกับสิ่งที่พวกเขาได้รับไปพร้อมๆ กัน
ตอนที่ดูจบ ผมคิดอยู่แค่ว่า ทำไมหนังมันถึงได้ทำร้ายจิตใจคนดูได้ขนาดนี้วะเนี่ย หนังมันโคตรดีเลย ทั้งงานเนื้อเรื่อง ทั้งงานภาพ มันทำให้คนดูนิ่งไปกับสิ่งที่หนังกระทำกับตัวละครและสะท้อนมาสู่คนดู และเชื่อว่าหนังเรื่องนี้ก็จะเป็นจุดเล็กๆ ในการเปิดให้สังคมได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้และเริ่มจริงจังกับเรื่องของการต่อต้านการ Bully ในสังคมที่มีอยู่เยอะแยะมากมายในปัจจุบันเสียที
ฝากเพจหนังเล็กๆ ด้วยนะครับ >>> https://www.facebook.com/DooNangGunMai/
ขอขอบคุณรอบสื่อดีๆ จาก MONGKOL MAJOR ด้วยครับ
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
ข้อมูลเพิ่มเติม