เรื่องสั้น "คาราโอเกะสื่อรัก"

กระทู้สนทนา
ร้านคาราโอเกะเจ้ต้นหอมปลูกสร้างอย่างเรียบง่าย  มองเห็นเป็นเงาตะคุ่มอยู่ริมถนน  ที่โดดเด่นทำให้รู้เป็นสถานเริงรมย์คือแสงไฟกะพริบและเสียงดนตรีดังอึกทึกคืนนี้มีลูกค้าอยู่โต๊ะเดียวกำลังจับไมค์ร้องเพลง เป็นคนจากไซต์งานก่อสร้างโรงแรมที่อยู่ถัดไปไม่ไกล พอเงินเดือนออกทีพวกคนงานจะมาเที่ยวกินดื่มที่ร้านแห่งนี้ประจำ

              ‘บูรณ์ บูรณกิจ’ รองประธานบริษัทบูรณกิจก่อสร้าง นั่งมือเท้าคางมองดูแก้วเหล้าที่ดื่มไปนิดเดียว ปกติไม่ใช่นักดื่ม ช่วงนี้เครียดกับการงาน ที่มาได้เพราะโอ๊ต เพื่อนรุ่นพี่วิศวกรด้วยกัน ที่ชักชวนทั้งเซ้าซี้จนท้ายสุดต้องลากโครงกันมา ตอนนี้กำลังเขย่าลูกคอร้องเพลงสากล 

              ธิดาเด็กสาวพนักงานเสิร์ฟพม่าถือออเดอร์มาถึง โอ๊ตเป็นคนนิสัยชีกอพอเหล่ตา มือไม้อยู่ไม่สุขแปะป่ายไปทั่วจนเด็กผวาต้องเดินเลี่ยง ยังดีที่อีกคนนั่งเงียบๆ ท่าทางเขาดูสุภาพ หน้าตาก็ดี เสียแต่ดูแก่ไปหน่อย

              “Versace on the floor…  Oooh take off for mee      for mee  now girl  ถอดผ้าเพื่อฉันเลยที่รัก ฮ่าฮ่า” 

              นั่นไง! อีกแล้ว แปลเนื้อเพลงเขาเพี้ยนๆ บูรณ์ยิ่งเซ็งจัด  หน้ามุ่ยเมินหน้าไปทางอื่น  สมัยเป็นนักศึกษาเจอขวดบินจากโต๊ะข้างก็แบบนี้  โอ๊ตเมาแล้วเปรี้ยว 

              “จา...รับ อา ราย เพิ่ม ไหมคะ”

              “น้องมีเมนูอะไรแนะนำบ้างครับ” 

              เขาตอบเสียงนุ่ม มุมปากมีรอยยิ้ม

              “เมนูยำไหมคะ... ลุง”

              ธิดาพูดไทยไม่ชัด พยายามยิ้มให้ แต่ท้ายประโยคเล่นเอาบูรณ์สะดุ้ง เอามือลูบหน้า เรียกลุงเลยเหรอ เขาพึ่งสามสิบห้าเอง สงสัยโหมงานมากจนหน้าตาเลยอายุจริง

              โอ๊ตหัวเราะก๊ากชอบใจ  ฉวยโอกาสตบก้นเด็กสาวร้องว้าย! กระเถิบหลบ หางตาเต้นริก อยากด่าคนนิสัยไม่ดีมากๆ  ทำอะไรไม่ได้ก็วิ่งไปหลังร้านฟ้องเจ้ต้นหอมให้มาจัดการให้  โอ๊ตเมาแล้วคะนอง เข้ามานั่งเคียงโอบไหล่เพื่อนรุ่นน้องที่เป็นทั้งนายจ้างด้วย

              “เอาสักเพลงไหม มาทั้งทีนั่งบื้ออยู่ได้”  

              “เพลาๆ หน่อยพี่ เรื่องหญิง เมียก็มีแล้ว” บูรณ์ตอบไปอีกเรื่อง  โอ๊ตสั่นหน้า ตนเองพึ่งจะเริ่มคึกคัก เจ้าคนนี้เอาแต่เบรกอยู่ได้

              “ปลดปล่อยตัวเองบ้างก็ได้ ทั่นรองประธานเพื่อนรัก  ฮ่าฮ่า”

              แล้วก็ชี้ให้ดื่มเหล้าเสียที ความเมาจะได้ช่วยให้หายกลุ้ม  บูรณ์แยกเขี้ยว ยิ้มแบบแหยๆ เห็นเงาในกระจก ผิวหน้าคล้ำ เส้นผมออกสีน้ำตาลเพราะกรำแดดมาเยอะ  ถ้าหัดเป็นคนที่ปลดปล่อยตัวเองได้แบบนี้คงจะดีเหมือนกัน  ก็ในเมื่อมาแล้ว ตัดสินใจคว้าแก้วกระดกดื่มดึงอึกๆ ให้เพื่อนเซียร์ตาม

              ที่หลังร้านเป็นครัวร้อน  เจ้ต้นหอมเป็นแม่ครัวเองกำลังลงมือผัดขี้เมา ชุดราตรีวาบหวิวอวดแผ่นหลังขาวผ่อง ถูกสวมทับด้วยเอี้ยมกันเปื้อน หากถอดก็พร้อมออกไปรับแขกข้างนอก  ที่ยืนอยู่เกือบหลังชนกันคือหญิงสาวร่างเล็กสมส่วนกำลังใช้มีดหั่นผักด้วยข้อมือที่คล่องแคล่ว  จังหวะต้องใส่เหล้าจีนเปลวไฟลุกดังวูบขึ้นยิ่งทวีความอบอ้าว  เม็ดเหงื่อย้อยที่คางเรียว สองแก้มแดงจากเลือดฝาด พอหยุดมือใช้ท่อนแขนเช็ดหายใจหอบ  

              ‘อัมริสา’ พึ่งเรียนจบสถาปัตย์ อยู่ระหว่างรอเรียกตัวสัมภาษณ์เข้างาน เลยใช้เวลาว่างมาทำงานกับเจ้ต้นหอม ที่เป็นพี่สาวของแพท เพื่อนสนิทสมัยเรียน เป็นคนฝีปากกล้า ถ้าใครทำให้ไม่พอใจเป็นด่าไม่ไว้หน้า ตามวิสัยคนทำงานกลางคืน แต่กับอัมริสาแกจะเอ็นดู ชื่นชมคนมีการศึกษาเพราะตนเองเรียนมาน้อย ทำงานหนักส่งน้องเรียนจนจบ  

              ในมุมหนึ่ง มีของวางอยู่ มันคือแบบจำลองของโรงแรมและสวนที่อัมริสาทำเอง เอาไว้นำเสนอผู้สอบสัมภาษณ์ที่บริษัท  ภายหลังจากที่รองานมาหลายเดือน แต่ค่าใช้จ่ายในบ้านกับหนี้สินไม่รอท่าด้วย ทำให้ต้องดิ้นรนหางานทำ เจ้ต้นหอมให้นึกชื่นชมเด็กคนนี้ สมัยอายุเท่านี้ตนเองก็เคยดิ้นรนมาไม่น้อยเหมือนกัน

              “เหนื่อยหน่อยนะอัม งานหนักรายได้น้อย”

              “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรบกวนเจ้มาอาศัยกินอยู่ด้วย ต้องช่วยงานบ้าง”

              “ดีแล้วล่ะ ไม่เลือกงานไม่ยากจน ยัยแพทรองานเหมือนกัน ไม่เห็นมาช่วยงานเลย รอแต่แบมือขอเงินใช้ ถ้าสัมภาษณ์ไม่ผ่านก็อยู่ช่วยงานเจ้ไปก่อน ว่าแต่ไม่ไปร้องคาราโอเกะกับลูกค้าหน่อยเหรอ  อัมสวยนะ เสียงก็ดี รับรองแขกให้ทิปเยอะแน่  เด็กชุดก่อนมาอยู่กับเจ้ดันแอบขายตัว เจ้เลยต้องไล่ไป ไม่งั้นตำรวจกวน ช่วงนี้ร้านก็เลยไม่ค่อยมีลูกค้าเข้า”

              “ไม่เอาหรอกค่ะ ลูกค้ามีแต่พวกขี้เมา เจ้าชู้ชีกอ ขอเป็นแม่ครัวดีกว่า” ปากเธอพูดอยู่ก็จริง แต่หั่นหัวหอมดังฉับๆ ได้ไวมาก

              ผัดขี้เมาเสร็จแล้ว เจ้ต้นหอมยิ้มแฉ่ง บรรจงวางจานอันร้อนฉ่าด้วยกลิ่นเครื่องเทศเมนูถนัดของตนเอง  อัมริสาหลับตาสูดกลิ่นยังน้ำลายสอ ออเดอร์จากลูกค้าเสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวย  ปกติแขกไม่ค่อยสั่งข้าว สั่งแต่กับแกล้ม 

              “อันที่จริง  ขี้เมาก็เลี้ยงคนในร้านมาได้หลายชีวิตเลยน๊า”

              “เจ้อ่ะ ฝีมือขนาดนี้ เปิดร้านอาหารตามสั่งก็อยู่ได้แล้ว”

              ก๊องแก๊ง... ก๊องแก๊ง...

              เสียงตะหลิวขอดกับก้นกระทะยังดังต่อเนื่อง ไฟแก๊สไม่ได้ลดลงเลย เมนูต่อไปคือปูผัดผงกะหรี่สำหรับเสี่ยคำรน  ที่จะแวะมากินประจำ บางคืนก็ให้ลูกน้องมารับไปกินที่บ้าน  ร้านนี้ไม่ค่อยมีนักเลงกล้ามาระราน  เสี่ยเป็นนักเลงใหญ่คนหนึ่งในย่านนี้  มีธุรกิจมากมาย เวลาเดินทางมักมีลูกน้องติดตามหลายคน

              “ว่าแต่...คุณอมรา ไม่มาดูแลหน่อยหรือไง แฟนกันทั้งที หรือกลัวเสี่ยคำรน”

              ประโยคนี้เจ้แกล้งแซวเล่น อัมริสานิ่วหน้าไม่อยากนึกถึงคนบางคน

              “เขากับฉัน ไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว” เธอสูดน้ำมูก ทำตาปริบๆ เหมือนจะร้องไห้

             “อุ้ยตาย พอพูดถึงร้องไห้เลยเหรอจ๊ะ เจ้รู้ว่าพึ่งเลิกกัน คงยังทำใจอยู่สินะ”

              “ปะ...เปล่า ฉันแสบตา หั่นหัวหอมอยู่” 

              เจ้ก็ช่างกระเซ้าเย้าแหย่จริง อัมริสายิ้มอ่อน  อมราหนุ่มผิวบางสะโอดสะอง ชีวิตไม่เคยลำบาก ไม่เคยขาดเงินใช้ เบื้องหลังทางบ้านทำอาชีพผิดกฎหมายรับพนันฟุตบอล รวมทั้งบ่อนแหล่งใหญ่ในจังหวัด แม้จะคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เธอจำใจต้องขอเลิก 

              อมราสนิทกับโอมที่ยังเรียนมัธยม  เธอไม่เชื่อหรอกว่า เขาจะไม่มีส่วนรู้เห็นในการชักชวนน้องชายของเธอไปติดพนันบอล  พอไม่มีเงินก็เชื่อไว้ก่อนได้จนหนี้พอกพูน  ทางโต๊ะพนันไม่รีรอส่งนักเลงมาตามทวงถึงโรงเรียนและบ้าน  ถ้าไม่ให้จะถูกทำร้าย  คุณแม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาชดใช้ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เธอต้องดิ้นรนทุกวันนี้เพื่อหางานทำให้เร็วที่สุด
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่