เกาะเสม็ด..ไม่เสร็จแบบที่คิด!!


           เชื่อว่าเกาะเสม็ดเป็นหนึ่งในตัวเลือก!! ..ในความคิดจะไปเที่ยวเกาะชมทะเลที่ไม่ไกลกรุงเทพ...และคำพูดที่พูดให้ได้ยินบ่อยๆคือ “ไปเสม็ดเสร็จทุกราย” เอ..! มันยังไงไอ้ที่ว่าเสร็จมันเสร็จอะไร?? (ยิ้มมุมปากนิดๆอิๆ) ไป!!เราไปเที่ยวเสม็ดกัน!!ไปให้รู้ดูให้เห็นมันเสร็จยังไง!!
        เริ่มจากหาข้อมูลต่างๆใน Google..!! พอค้นหาปุ้บ!!ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะแก้วพิสดารแห่งนี้ก็ถูกปาออกมาทั้งภาพและวีดีโอตั่งๆม้ากกกกกมาย!! จนเราตัวสั่นคันคะเยอชั้นอยากไปแล้ววววว!!! นัดเพื่อนหาวันเที่ยวลางานให้ไวที่สุดมุ่งหน้าสู่เกาะแก้วพิสดารกับการซื้อตั๋วรถทัวร์ที่เอกมัยมีบริษัทต่างๆมากมายก่ายกองเลยเธอ..ที่จะคอยสนองตัณหาความคันกระสันเที่ยวแบบเราๆ.. สรุปเราเลือกของบริษัทเชิดชัยทัวร์ ซื้อในราคาที่บวกค่าเรือไปกับไปเลยนะอันนี้แนะนำ ออกเดินทางกันเวลา 9.00น. ไปถึงที่ท่าเรือเลยนะเวลา 13.00น. 
 

        ท่าเรือมีบริการมากมายเอาที่เราสะดวกจะไปซื้อตั๋วข้ามที่หน้างานเลยก็ได้ที่นี่มีบริการทั้งเรือสปีดโบ้ท และเรือข้ามเกาะแบบปกติราคา ไปกลับก็ 120 บาท ส่วนสปีดโบ้ทก็ไปถามเอากันเอง55++ 

        พอถึงเกาะก็มีนางงามขวัญใจช่างภาพยืนรอต้อนรับพวกเราอยู่    ที่นั่นคือนางผีเสื้อสมุทรนั่นเอง เดินขึ้นไปเราก็ต้องเสียค่าบริการแลกเข้าอีกคนละ 20 บาทนะ โผล่หน้าออกจากจุดขึ้นเรือเราก็ต้องหาเช่ามอเตอร์ไซค์ นี่เป็นคนใจร้อน!!ใจง่าย!!ก็เช่ายิ้มมันร้านแรกที่เจอเลยสนนราคา300บาทต่อ1วัน แต่ไม่ต้องกังวลนะร้านเช่ามอเตอร์ไซค์เนี่ยดาษดื่นครื้นเครงเยอะร้านหลากราคาเลยไม่กล้าแนะนำไปหาดูเอาเองเด้อออ..กรอกรายละเอียดยื่นบัตรประชาชนก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปกันได้เล้ยยย!!

        เป็นคนตามใจปากเป็นนิจสิน!!..ขับออกมาไม่ถึง10ฟุตล้อหมุนไม่ทันครบ3รอบเราก็ฝากท้องเซเว่นตรงนั้นก่อนเลย55++ ราคาเนี่ยก็ทำใจและเปิดใจ นิดนุงส์..เพราะอย่างน้ำเนี่ยเซเว่นโลกมนุษย์ขาย 7 บาท เซเว่นที่เกาะแก้วพิสดารก็เป็น 10 บาทก็บวกนิดหน่อยกรุบกริบ!! แต่ถ้าร้านค้าอื่นเนี่ยบอกก่อนนะบวกจนขนตูดลุกจ้า..!! ดื่มกินภักษาหารต่างๆนาๆจากตู้แช่เซเว่นไปแล้วไม่แคล้วต้องหาห้องพักเพราะกินเสร็จอาการปวดหนักปวดเบาก็มาตามสันดานดิบที่มีมาด้วยทุกการเที่ยว

                ในที่สุดเราก็ขับไปเรื่อยๆจ้าเหมือนคนไม่มีที่จะไปไร้ซึ่งเป้าหมายชีวิตสอบถามราคาหาห้องพักราคาสบายกระเป๋าสำหรับนักเดินทางกระเป๋าบางเหมือนกระดาษอย่างเรา..ยาก..มันยากมาก55++ที่จะหาราคาแบบในใจเรา..แต่ในที่สุดเราก็ตัดสินใจวกกลับไปที่หาดทรายแก้วตามคำแนะนำของน้องสาวสองสุดสวยที่แนะนำเราไว้ตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือข้ามเกาะนั่นคือ ไวท์บีทรีสอร์ท สนนราคา 600 บาท ต่อคืนสำหรับบ้านพักติดหาดทรายขาวงามตาท่ามกลางนักท่องเที่ยวจีนนับพัน ราคานี้ห้องพัดลมครับ ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น แต่ห้องสะอาดและน่ารักดีโอเครอยู่นะแกรร!!...


            อะ.!!!  เก็บของและแต่งเครื่องทรงกันใหม่เพื่อจะตะลอนดูหาดต่างๆละว่าจะสวยจริงหรือแค่จกตา..เราขับมอเตอร์ไซค์ไปที่อ่าวพร้าวที่นี่ไม่มีอะไรประทับใจจนชนิดร้องว้าว!!แต่ที่ต้องว้าวว!!คือรีสอร์ทสวยมากกก..เออ!!สำหรับใครที่ไม่ชอบขับมอเตอร์ไซค์ก็มี 2 แถวบริการนะขึ้นเกาะก็ลองสอบถามเอาเองมีราคาแจ้งหมดจ้า ..ส่วนใครจะขับมอเตอร์ไซค์ก็ระมัดระวังนิดนึงเพราะทางค่อนข้างแคบ..แต่ไม่ต้องกลัวหลงเพราะเกาะไม่กว้างมากเส้นทางก็ไม่ถือว่าไกลอะไร..


        ด้วยความที่อากาศในตอนกลางวันค่อนข้างจะร้อนชนิดย่างหมูย่างไก่ได้เลยตัดสินใจหาอะไรกินและก็แวะถ่ายรูปที่หาดทรายแก้วซึ่งใกล้กับที่พักเรา เพื่อรอเล่นน้ำในช่วงเย็นๆ นอกจากจะเย็นไม่ร้อนแล้วเนี่ยยังให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เอกราชคืนมาจากจีน..เพราะช่วงเย็นเนี่ยหายว้าปป.!!ไปไหนหมดแว้!!! บรรยากาศช่วงเย็นประทับใจระดับต้องยกขึ้นมือทาบ.อก! คุณพระอากาศดีมากๆลมไม่แรงมากครับน้ำใสทรายละเอียดมากหาดสะอาดมากๆๆไม่มีขยะหรือคราบมันอะไรมากวนสายตาเลย และที่ประทับใจมากๆทรายนุ่มมากนุ่มเหมือนขนมปุยฝ้ายเมืองสุพรรณ..
         ร้านรวงต่างๆเริ่มทยอยเปิดแสงไฟต่างๆถูกเปิดขึ้นมาแข่งขันอวดโฉมในยามเย็นช่วงพลบค่ำสวยงามระรานตาไปทั้งหาด ดูไม่มากและไม่น้อยไปในสายตาผมไม่เปิดเพลงเสียงดังและไม่ใช่ร้านเหล้าโครมครามแบบที่ใหนๆ แต่กลับเป็นหาดที่เต็มไปด้วยความชิลล์!! ของบรรยากาศร้านที่ถูกห่อด้วยลมทะเลกลิ่นน้ำทะเลและชายหาดกว้างๆ 

        และแล้วช่วงเวลาแห่งความสงบนั้นก็จบลงด้วยเรือสปีดโบ้ทต่างๆที่วนขึ้นหาดเหมือนวันดีเดย์ยกพลขึ้นบกที่หาดนอมังดีของทหารอังกฤษแต่ที่นี่คือนักท่องเที่ยวจีนจ้า..มากันเหมือนพึ่งกลับจากเลิกงานแล้วเข้าบ้านมาเยอะมาแยะมามากมายมาล้นหลามจนทั้งหาดถูกคลื่นนักท่องเที่ยวกลืนไปโดยผมเองก็แทบไม่เชื่อสายตาว่าคนจีนจะนิยมมาเที่ยวที่เสม็ดเยอะขนาดนี้ ลำแล้วลำเล่าทยอยกันมาชนิดที่ร้านอาหารพลอยทะเลที่ผมกับเพื่อนจะนั่งตามรีวิวเต็มสนิท!!

                         ไม่เป็นไร..เรารอดูกระบองไฟใกล้แถวนี้ก็ได้เปิดเพลงผ่านลำโพงบลูทูทซื้อขนมและเครื่องดื่มมานั่งชิลลบนทรายนุ่มๆคุยกันไปมันก็เพลินไปอีกแบบ..นั่งชมอาก๋งอากงลงเรือปุ้บก็หันหน้าเข้าทะเลรูดซิฟเยี่ยวยิ้มทะเลซะงั้น55++ไม่อายพวกกูก็ควรลูกอายหลานที่มาด้วยเลยพ่อคุณ..55++ คืนนี้เราดูกระบองไฟที่เปิดแสดงที่ร้านพลอยทะเลช่วง 3 ทุ่ม..ตื่นตาตื่นใจชะมัดและนักแสดงก็แสดงเก่งมากๆครับ..เสร็จก็เข้านอนด้วยความเหนื่อยความเพลียจากอากาศร้อนเมื่อกลางวันกับอาการไข้ขึ้นนิดๆ

ตื่นกันแต่เช้าเพื่อไปชมพระอาทิตย์และบรรยากาศช่วงเช้าออกถ่ายรูป...เราตรงกันไปที่อ่าวปะการังจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกไปไม่ยากเลยนะครับและคุ้มค่ากับการได้ชมวิวสวยๆแบบนี้ และเป็นจุดชมวิวที่ผมคิดว่าสวยที่สุดของเกาะ..แต่ที่ไม่ประทับใจคงเป็นไอ้หินที่ทำมากองมาต่อเป็นเจดีย์นี่แหละทำลายทัศนียภาพและความเป็นธรรมชาติเป็นอย่างมาก..
 

                ปิดทริปนี้ด้วยข้าวแกงตักแบบบางๆ3อย่าง 70 บาท และข้าวมันไก่ไร้ความนุ่มยันเม็ดข้าว จานละ 60 บาท ไปหาลองทานกันก่อนที่โลกนี้จะแตกสลายไปซะก่อนหรืออาจไม่ได้กินเพราะร้านอาจจะขายจนรวยเลยปิดร้านหนีซะก่อน..สรุปใครที่ผมบอกว่าไม่เสร็จก็คือเหมือนเสม็ดยังสร้างไม่เสร็จครับ 2 ข้างทางที่มีรีสอร์ท หรือบ้านคนนี่คือดูไม่ได้เลยเกะกะไปด้วยข้าวของสิ่งปลูกสร้างกลิ่นขยะและของผุพังที่วางไม่เป็นที่เป็นทางดูรกดูสกปรกทีเดียวต้องมีการจัดการที่ดีกว่านี้  ใครที่ชอบเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์หน่อยๆเดินชมธรรมชาติมีสตอรี่นั่นนี่..บอกเลยที่นี่ไม่เหมาะครับ..เพราะที่นี่เน้นอ่าวเน้นหาดเน้นเล่นน้ำทะเลไปเลยแถมร้อนตับแลบ!! ช่วงเวลาเดินทางแนะนำว่าให้ไปถึงบ่ายแก่ๆเลยเข้าห้องพักแต่งตัวพอดีกับเวลาเล่นน้ำและตลอนเที่ยวอีกทีช่วงเช้าๆ..ผมว่าที่นี่เหมาะสำหรับสาย-..สายดื่ม เพราะที่นี่เย็นๆค่ำๆคือสวรรค์ของนักดื่มนักชิมจริงๆ ธรรมชาติของที่นี่ถือว่าสวย..เพราะที่นี่คืออุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ขอให้ทุกคนลองไปเที่ยวดูนะครับมีอะไรหลายอย่างรอคุณอยู่พบกันทริปหน้าครับ..!!!
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่