สวัสดีค่ะ เพื่อนชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ดิฉันมีประสบการณ์โดนไฟแนนซ์ยึดรถและการดำเนินการไถ่ถอนรถมาเล่าให้ฟัง (อาจจะยาวหน่อยนะคะ)
วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลาประมาณ 15.30 น.มีเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ เป็นผู้ชาย 3 คนมาหน้าบ้านเพื่อแจ้งเรื่องขอรับรถกกลับไป ดิฉันเป็นภรรยาของเจ้าของรถนะคะ (ค้างมา 19 งวด )
ปล. ที่ปล่อยให้เวลาผ่ามมานานขนาดนี้เนื่องจากรถดิฉันเครื่องพังพอเอาเข้าอู่ซ่อม ก็โดนเรียกเก็บค่าซ่อม ไปแสนกว่าบาท ดิฉันก็จ่ายไป พอผ่านไปเรื่องทางอู่แจ้งว่าอะไหล่ยังไม่มาบ้าง ติดงานคันอื่นบ้าง ด้วยความที่เป็นคนรู้จักและไว้ใจจึงไม่ได้เข้าไปเช็ครถ (แต่ช่วงที่ซ่อมก็โทรเช็คความคืบหน้าตลอดนะคะ)ผ่านมาเกือบปี ทางแฟนรอไม่ไหว พอไปที่อู่ สรุปอู่ย้ายไปแล้ว พอตามจนเจอตัวเจ้าของอู่เค้าบอกว่าเค้ามีปัญหาหนี้สินเลยย้ายอู่หนีหนี้เพื่อจะไปทำงานที่ต่างประเทศ ส่วนรถของเรานั้นเค้าเอาไปฝากไว้อีกอู่นึง โดยรับปากว่าจะทยอดโอนเงินส่วนที่เหลือมาคืนเพื่อให้อู่ที่รับรถต่อซ่อมให้เสร็จ ซึ่งอะไหร่เครื่องหายหมด เหลือแต่ห้องเครื่องเปล่าๆ ซึ่งจะให้ตามอะไหล่คืนนั้นคงยากมากดิฉันจึงปรึกษาแฟนแล้วตกลงกันว่าจะซื้อเครื่องเชียงกงมาใส่เลยจะได้จบๆ ซึ่งก็กินเวลาไปอีก 1 ปี หลังจากนั้นก็ซ่อมรถเสร็จ โดยในระหว่างซ่อมเป็นฝ่ายดิฉันที่ผิดเองเพราะไม่มีเงินจ่ายค่างวด (โดยมีความหวังว่าธนาคารคงจะส่งฟ้องแล้วไปไกล่เกลี่ยชั้นศาลจะดีกว่า เลยไม่จ่ายเพื่อให้ธนาคารส่งฟ้อง) แต่ธนาคารก็ไม่ส่งฟ้องสักที ด้วยความชะล่าใจเมื่อรถเสร็จก็เอามาจดไว้หน้าบ้านตามปกติ แล้วก็เกิดเหตุการณ์โดนยึดดังกล่าวขึ้น
เจ้าหน้าที่มาถึงเดินรอบรถเลยค่ะ (บ้านดิฉันเป็นอาคารพาณิชย์ไม่มีรั้ว) ขู่สารพัด บอกว่าจะแจ้งตำรวจจับเรา จะเอารถมายกไป ต่างๆนานา ดิฉันก็บอกให้รอแฟนซึ่งเป็นเจ้าของรถกลับมาก่อน เค้าก็ไม่ยอม เดินไปเดินมาเค้าเลยลองดึงประตูรถ (วันนั้นไม่ได้ล็อกรถ แต่กุญแจรถอยู่ในบ้าน) พอเปิดประตูได้เสร็จเค้าก็เข้าไปนั่งในรถเลยค่ะ ทีนี้เราก็หน้าชาเลย ทำอะไรไม่ถูก พอแฟนเรากับมาทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าทางเราไม่ยอมคืนแน่ๆ เพราะเค้าไม่แสดงหลักฐานอะไรเลยนอกจากบัตรประจำตัวพนักงาน ก็เถียงกันพักนึง เค้าก็เลยใช้ไม้อ่อนหว่านล้อม โดยพูดกับเราและแฟนว่า "เนี่ยน้องรู้มั้ยพี่ไม่ได้อยากได้รถคืนหรอกพี่มาช่วยน้องนะ น้องสามารถมีรถใช้ต่อไปได้ โดยต้องไปทำเรื่องขอใช้รถกับทางธนาคาร และบอกให้จ่ายต้นเดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็ทำสัญญา โน้น นี้ นั้น เรากับแฟนก็ฟังจนเชื่อมัน(ปกติจะระวังตัวมากแต่ตอนนั้นที่เจอไม่ระแวงเลยกลับคิดว่าดีเนอะเค้าอุส่าห์แนะนำ (โง่จริงๆเรา) เสร็จสรรพก็ตกลงไป โดยแฟนเราเป็นคนขับรถไป และมีไฟแนนซ์นั่งประกบหน้า ประกบหลัง พอขึ้นรถเค้าบอกพี่เติมน้ำมันไว้เลยผมเห็นน้ำมันจะหมดพี่จะได้ขับกลับ เราก็ตอบไปว่า เหลืออยู่ 500 ถ้าเติมไปหมดเราจะไม่มีเงินเลยนะ มันก็บอก "ก็เดี๋ยวพี่ก็ได้รถกลับไปไง" ไอ้เราก็คิดว่าไม่หลอกยึดแน่ๆ เลยเติม ระหว่างขับไปที่จุดหมาย เลย 5 แยกปากเกร็ด ไป มันก็ชวนคุยให้ตายใจเข้าไปอีก เรากับแฟนก็เชื่อ พอถึงหน้า สหประมูลตรงปากเกร็ด เราก็ถามว่าทำไมไม่คุยที่ธนาคารมันบอกว่าเจ้าหน้าที่เค้ามาประมูลรถพอดีพี่ขับเข้าไปเลยไม่มีอะไรหรอก (หลอกตรูไง ห่า) ไอ้เราก็ขับเข้าไป มันก็บอกเดี๋ยวไปทำเอกสารให้นะพี่รอนะ ซักพักมีเจ้าหน้าอีกคนมาขอถ่ายรูปรถ ถ่ายรอบคันเสร็จ ขอถ่ายรหัสโค๊ดที่กุญแจ พอให้ไปก็เรียบร้อย มันเดินหนีหายไปเลย เราก็งงกับแฟนทีนี้เอาไงดี เจ้าหน้าที่อีกคนเดินมาเอาเอกสารให้เซ็นต์ส่งมอบรถ เราก็ยังไม่เซ็นนะ ต่อรองก่อน ซึ่งจริงๆแล้วในใจก็รู้ว่ายังไงก็ไม่ได้กุญแจรถคืนแน่นอน ทีนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งร้องไห้ ติดต่อธนาคารเค้าก็บอกว่าวันนี้ทำเรื่องไม่ทันให้ฝากรถไว้พรุ่งนี้จะดูเรื่องให้ ด้วยความที่เราพึ่งซ่อมเสร็จมามันเลยรู้สึกว่า ซ่อมไปเพื่ออะไร จ่ายเงินไปทำไม คิดโน้นนี้ ต่อรองก็ไม่เป็นผล คุยกับธนาคารก็ไม่เป็นผล ค่ารถกลับบ้านก็ไม่มี ร้องไห้ เครียด ไมเกรนขึ้น ว่าจะเอาไงดีกลับยังไง แต่ความรู้สึกเดียวคืน "ฉันจะเอารถฉันคืนให้ได้" "ฉันต้องทำได้" "รถฉันผ่อมมาอีกปีเดียวก็จะหมดแล้ว" เฮ้ออ ขอค้างไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังจนจบต่อ (ตอนประสานงานกับธนาคารเพื่อเอารถออกหลังจากโดนยึด 7 วัน)
ทำยังไง เมื่อโดนไฟแนนซ์ยึดรถและต้องการไถ่ถอนออกมา
วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลาประมาณ 15.30 น.มีเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ เป็นผู้ชาย 3 คนมาหน้าบ้านเพื่อแจ้งเรื่องขอรับรถกกลับไป ดิฉันเป็นภรรยาของเจ้าของรถนะคะ (ค้างมา 19 งวด )
ปล. ที่ปล่อยให้เวลาผ่ามมานานขนาดนี้เนื่องจากรถดิฉันเครื่องพังพอเอาเข้าอู่ซ่อม ก็โดนเรียกเก็บค่าซ่อม ไปแสนกว่าบาท ดิฉันก็จ่ายไป พอผ่านไปเรื่องทางอู่แจ้งว่าอะไหล่ยังไม่มาบ้าง ติดงานคันอื่นบ้าง ด้วยความที่เป็นคนรู้จักและไว้ใจจึงไม่ได้เข้าไปเช็ครถ (แต่ช่วงที่ซ่อมก็โทรเช็คความคืบหน้าตลอดนะคะ)ผ่านมาเกือบปี ทางแฟนรอไม่ไหว พอไปที่อู่ สรุปอู่ย้ายไปแล้ว พอตามจนเจอตัวเจ้าของอู่เค้าบอกว่าเค้ามีปัญหาหนี้สินเลยย้ายอู่หนีหนี้เพื่อจะไปทำงานที่ต่างประเทศ ส่วนรถของเรานั้นเค้าเอาไปฝากไว้อีกอู่นึง โดยรับปากว่าจะทยอดโอนเงินส่วนที่เหลือมาคืนเพื่อให้อู่ที่รับรถต่อซ่อมให้เสร็จ ซึ่งอะไหร่เครื่องหายหมด เหลือแต่ห้องเครื่องเปล่าๆ ซึ่งจะให้ตามอะไหล่คืนนั้นคงยากมากดิฉันจึงปรึกษาแฟนแล้วตกลงกันว่าจะซื้อเครื่องเชียงกงมาใส่เลยจะได้จบๆ ซึ่งก็กินเวลาไปอีก 1 ปี หลังจากนั้นก็ซ่อมรถเสร็จ โดยในระหว่างซ่อมเป็นฝ่ายดิฉันที่ผิดเองเพราะไม่มีเงินจ่ายค่างวด (โดยมีความหวังว่าธนาคารคงจะส่งฟ้องแล้วไปไกล่เกลี่ยชั้นศาลจะดีกว่า เลยไม่จ่ายเพื่อให้ธนาคารส่งฟ้อง) แต่ธนาคารก็ไม่ส่งฟ้องสักที ด้วยความชะล่าใจเมื่อรถเสร็จก็เอามาจดไว้หน้าบ้านตามปกติ แล้วก็เกิดเหตุการณ์โดนยึดดังกล่าวขึ้น
เจ้าหน้าที่มาถึงเดินรอบรถเลยค่ะ (บ้านดิฉันเป็นอาคารพาณิชย์ไม่มีรั้ว) ขู่สารพัด บอกว่าจะแจ้งตำรวจจับเรา จะเอารถมายกไป ต่างๆนานา ดิฉันก็บอกให้รอแฟนซึ่งเป็นเจ้าของรถกลับมาก่อน เค้าก็ไม่ยอม เดินไปเดินมาเค้าเลยลองดึงประตูรถ (วันนั้นไม่ได้ล็อกรถ แต่กุญแจรถอยู่ในบ้าน) พอเปิดประตูได้เสร็จเค้าก็เข้าไปนั่งในรถเลยค่ะ ทีนี้เราก็หน้าชาเลย ทำอะไรไม่ถูก พอแฟนเรากับมาทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าทางเราไม่ยอมคืนแน่ๆ เพราะเค้าไม่แสดงหลักฐานอะไรเลยนอกจากบัตรประจำตัวพนักงาน ก็เถียงกันพักนึง เค้าก็เลยใช้ไม้อ่อนหว่านล้อม โดยพูดกับเราและแฟนว่า "เนี่ยน้องรู้มั้ยพี่ไม่ได้อยากได้รถคืนหรอกพี่มาช่วยน้องนะ น้องสามารถมีรถใช้ต่อไปได้ โดยต้องไปทำเรื่องขอใช้รถกับทางธนาคาร และบอกให้จ่ายต้นเดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็ทำสัญญา โน้น นี้ นั้น เรากับแฟนก็ฟังจนเชื่อมัน(ปกติจะระวังตัวมากแต่ตอนนั้นที่เจอไม่ระแวงเลยกลับคิดว่าดีเนอะเค้าอุส่าห์แนะนำ (โง่จริงๆเรา) เสร็จสรรพก็ตกลงไป โดยแฟนเราเป็นคนขับรถไป และมีไฟแนนซ์นั่งประกบหน้า ประกบหลัง พอขึ้นรถเค้าบอกพี่เติมน้ำมันไว้เลยผมเห็นน้ำมันจะหมดพี่จะได้ขับกลับ เราก็ตอบไปว่า เหลืออยู่ 500 ถ้าเติมไปหมดเราจะไม่มีเงินเลยนะ มันก็บอก "ก็เดี๋ยวพี่ก็ได้รถกลับไปไง" ไอ้เราก็คิดว่าไม่หลอกยึดแน่ๆ เลยเติม ระหว่างขับไปที่จุดหมาย เลย 5 แยกปากเกร็ด ไป มันก็ชวนคุยให้ตายใจเข้าไปอีก เรากับแฟนก็เชื่อ พอถึงหน้า สหประมูลตรงปากเกร็ด เราก็ถามว่าทำไมไม่คุยที่ธนาคารมันบอกว่าเจ้าหน้าที่เค้ามาประมูลรถพอดีพี่ขับเข้าไปเลยไม่มีอะไรหรอก (หลอกตรูไง ห่า) ไอ้เราก็ขับเข้าไป มันก็บอกเดี๋ยวไปทำเอกสารให้นะพี่รอนะ ซักพักมีเจ้าหน้าอีกคนมาขอถ่ายรูปรถ ถ่ายรอบคันเสร็จ ขอถ่ายรหัสโค๊ดที่กุญแจ พอให้ไปก็เรียบร้อย มันเดินหนีหายไปเลย เราก็งงกับแฟนทีนี้เอาไงดี เจ้าหน้าที่อีกคนเดินมาเอาเอกสารให้เซ็นต์ส่งมอบรถ เราก็ยังไม่เซ็นนะ ต่อรองก่อน ซึ่งจริงๆแล้วในใจก็รู้ว่ายังไงก็ไม่ได้กุญแจรถคืนแน่นอน ทีนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งร้องไห้ ติดต่อธนาคารเค้าก็บอกว่าวันนี้ทำเรื่องไม่ทันให้ฝากรถไว้พรุ่งนี้จะดูเรื่องให้ ด้วยความที่เราพึ่งซ่อมเสร็จมามันเลยรู้สึกว่า ซ่อมไปเพื่ออะไร จ่ายเงินไปทำไม คิดโน้นนี้ ต่อรองก็ไม่เป็นผล คุยกับธนาคารก็ไม่เป็นผล ค่ารถกลับบ้านก็ไม่มี ร้องไห้ เครียด ไมเกรนขึ้น ว่าจะเอาไงดีกลับยังไง แต่ความรู้สึกเดียวคืน "ฉันจะเอารถฉันคืนให้ได้" "ฉันต้องทำได้" "รถฉันผ่อมมาอีกปีเดียวก็จะหมดแล้ว" เฮ้ออ ขอค้างไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังจนจบต่อ (ตอนประสานงานกับธนาคารเพื่อเอารถออกหลังจากโดนยึด 7 วัน)