ภราดร เย้ย บิ๊กตู่ ใครจะฝากความหวังได้ งบ’63 ก็ติดขัด ฝุ่นไร้ทางแก้ อันดับโปร่งใสร่วง3ปีติด
https://www.matichon.co.th/politics/news_1915817
พล.ท.ภราดร เย้ย บิ๊กตู่ ใครจะฝากความหวังไว้ได้ งบ’63 ก็ติดขัด พิษฝุ่นก็ไร้ทางแก้ ไหนจะอายโลก อับดับความโปร่งใสร่วง 3 ปีติดอีก
เมื่อวันที่ 24 มกราคม พล.ท.
ภราดร พัฒนถาบุตร กรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ (กพศ.) พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า
เหตุอาเพศที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้ ไม่ว่า จะเป็นกรณีของการรับมือภัยแล้ง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ล่าสุดการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นก็ถูกองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประกาศค่าดัชนี การรับรู้การทุจริตของไทยต่ำกว่ามาตรฐานต่อเนื่องมา 3 ปีติด แม้กระทั่งเรื่องใหญ่ของความเป็นความตายของประเทศ ในเรื่องงบประมาณแผ่นดินปี 2563 ก็ทำให้เกิดการติดขัด หรืออาจมีเหตุตกไปจากกรณีที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตรแทนกันในการโหวตผ่านกฎหมาย และอาจจะกลายเป็นอุบัติเหตุทางการเมืองว่า กฎหมายงบประมาณไม่ผ่าน นายกรัฐมนตรีต้องลาออกหรือไม่ ซีกรัฐบาลเลยออกมาแก้ตัวกันพัลวัน จึงไม่ต้องแปลกใจที่พี่น้องประชาชนถึงหมดความอดทนกับต้องออกมาจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เพราะฝากความหวังไว้ไม่ได้ นอกจากคุยโตโอ้อวดว่า มีวาระแห่งชาติ มีมาตรการรับมือไว้พร้อมแล้ว แต่เมื่อย้อนมาดูความจริง กลับเป็นมาตรการที่เป็นเพียงลมปากพูดส่งเดชปัดให้พ้นตัวไปวันๆ รอเวลาให้มันแก้ไขเหตุการณ์ของมันเอง โดยไม่มีรูปธรรมในการแก้ไขได้ซักเรื่อง ดังนั้น เมื่อถึงวันที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจผู้นำสืบทอดอำนาจและพวกพ้องเมื่อใด รับรองว่า ดูไม่จืด และมั่นใจว่า จะจบลงและต้องลุกออกจากตำแหน่งไป
“
นี่อาจเป็นเหตุให้สถานการณ์อาจพลิกผันให้พรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แทน และเมื่อนั้นรับรองว่างบด้านความมั่นคงบางส่วนต้องถูกชะลอไว้ก่อน เพราะถือว่า ยังไม่จำเป็นเร่งด่วน เพื่อผันมาใช้ในการส่งเสริมเศรษฐกิจ ใช้ในเรื่องหลักประกันสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาแทน เมื่อสถานการณ์ของประเทศกลับสู่ความแข็งแกร่ง รัฐบาลก็จะพิจารณางบประมาณด้านความมั่นคงให้อย่างเหมาะสมต่อไป สังคมก็จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ร่วมกันเดินหน้านำพาประเทศไปด้วยกัน” พล.ท.
ภราดร กล่าว
อนาคตใหม่ ข้องใจรัฐบาล แจกเงินนักท่องเที่ยว คิดดีหรือยัง! ถามดังๆต้องใช้งบมากขนาดไหน
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3453575
อนาคตใหม่ ข้องใจรัฐบาล แจกเงินนักท่องเที่ยว คิดดีหรือยัง! ถามดังๆต้องใช้งบมากขนาดไหน
วันที่ 24 ม.ค. น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ แสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ ชิม ช้อป ใช้ อินเตอร์ ที่รัฐบาลจะพิจารณณามอบให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยโดย ว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยขณะนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาขยายตัวต่อเนื่อง มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวตอนนี้ที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (visa on arrival) ก็ยังไม่หมดอายุ ซึ่งจะหมดในเดือน สิงหาคม 2563 ที่ใช้งบไปกว่า 12,000 ล้านบาทแล้ว
ส่วนที่ยังชะลอตัวคือค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวใช้ ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สิ่งที่ต้องกังวลคือส่วนแบ่งจากการเติบโตของภาคท่องเที่ยวได้ลงไปสู่รายได้ของแรงงานในภาคท่องเที่ยวเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยได้ประโยชน์มากขึ้นหรือไม่
ถ้าจะแจกเงินเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอีก คำถามที่สำคัญคือจะทราบได้อย่างไรว่าจะจูงใจให้คนที่ไม่ได้ตัดสินใจจะมาเที่ยวเมืองไทย เปลี่ยนใจมาเที่ยวเมืองไทย และเงินที่แจกเพิ่มจะทำให้เค้าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปจากที่วางแผนไว้แล้ว
แต่ถึงมาตรการนี้จะจูงใจนักท่องเที่ยวต่างชาติได้จริงคำถามคือรัฐบาลจะต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ จะแจกหัวละเท่าไหร่ถึงเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวได้จริง 1,000 บาทเท่าชิมช้อปใช้ในประเทศ หรือไม่ หรือต้องมากกว่านั้น แล้วงบประมาณจากภาษีของประชาชนจำนวนมหาศาลนี้ จะไปทำให้การท่องเที่ยวของเราเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงแค่การใช้จ่ายแล้วหมดไป
“
ดิฉันคิดว่ารัฐบาลน่าจะถอดบทเรียนจาก ชิม ช้อป ใช้ ในโครงการที่ผ่านมาบ้างว่าผลลัพธ์กระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหน แม้กระทั่งวันนี้เป็นเทศกาลจับจ่ายของคนไทยเชื้อสายจีน แต่มีผลสำรวจออกมาว่าปริมาณการใช้จ่ายลดลงทุกปี นี่หรือผลจากการแก้ปัญหาด้วยการแจกเงินอีกทั้งที่ผ่านๆ มา ก็ยังมีกรณีการคืนเงินล่าช้า เพราะงบประมาณหมดและเจอปัญหาการโกงการสวมสิทธิ์อยู่” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าว
JJNY : 4in1 ภราดรเย้ยตู่ใครจะหวังได้/อนค.ข้องใจรบ.แจกเงินนทท./สีจิ้นผิงสั่งทัวร์จีนห้ามเที่ยว/เสี่ยแจกอั่งเปาน้ำตาคลอ
https://www.matichon.co.th/politics/news_1915817
พล.ท.ภราดร เย้ย บิ๊กตู่ ใครจะฝากความหวังไว้ได้ งบ’63 ก็ติดขัด พิษฝุ่นก็ไร้ทางแก้ ไหนจะอายโลก อับดับความโปร่งใสร่วง 3 ปีติดอีก
เมื่อวันที่ 24 มกราคม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร กรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ (กพศ.) พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า
เหตุอาเพศที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้ ไม่ว่า จะเป็นกรณีของการรับมือภัยแล้ง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ล่าสุดการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นก็ถูกองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประกาศค่าดัชนี การรับรู้การทุจริตของไทยต่ำกว่ามาตรฐานต่อเนื่องมา 3 ปีติด แม้กระทั่งเรื่องใหญ่ของความเป็นความตายของประเทศ ในเรื่องงบประมาณแผ่นดินปี 2563 ก็ทำให้เกิดการติดขัด หรืออาจมีเหตุตกไปจากกรณีที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตรแทนกันในการโหวตผ่านกฎหมาย และอาจจะกลายเป็นอุบัติเหตุทางการเมืองว่า กฎหมายงบประมาณไม่ผ่าน นายกรัฐมนตรีต้องลาออกหรือไม่ ซีกรัฐบาลเลยออกมาแก้ตัวกันพัลวัน จึงไม่ต้องแปลกใจที่พี่น้องประชาชนถึงหมดความอดทนกับต้องออกมาจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เพราะฝากความหวังไว้ไม่ได้ นอกจากคุยโตโอ้อวดว่า มีวาระแห่งชาติ มีมาตรการรับมือไว้พร้อมแล้ว แต่เมื่อย้อนมาดูความจริง กลับเป็นมาตรการที่เป็นเพียงลมปากพูดส่งเดชปัดให้พ้นตัวไปวันๆ รอเวลาให้มันแก้ไขเหตุการณ์ของมันเอง โดยไม่มีรูปธรรมในการแก้ไขได้ซักเรื่อง ดังนั้น เมื่อถึงวันที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจผู้นำสืบทอดอำนาจและพวกพ้องเมื่อใด รับรองว่า ดูไม่จืด และมั่นใจว่า จะจบลงและต้องลุกออกจากตำแหน่งไป
“นี่อาจเป็นเหตุให้สถานการณ์อาจพลิกผันให้พรรคเพื่อไทยได้กลับมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แทน และเมื่อนั้นรับรองว่างบด้านความมั่นคงบางส่วนต้องถูกชะลอไว้ก่อน เพราะถือว่า ยังไม่จำเป็นเร่งด่วน เพื่อผันมาใช้ในการส่งเสริมเศรษฐกิจ ใช้ในเรื่องหลักประกันสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาแทน เมื่อสถานการณ์ของประเทศกลับสู่ความแข็งแกร่ง รัฐบาลก็จะพิจารณางบประมาณด้านความมั่นคงให้อย่างเหมาะสมต่อไป สังคมก็จะกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ร่วมกันเดินหน้านำพาประเทศไปด้วยกัน” พล.ท.ภราดร กล่าว
อนาคตใหม่ ข้องใจรัฐบาล แจกเงินนักท่องเที่ยว คิดดีหรือยัง! ถามดังๆต้องใช้งบมากขนาดไหน
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3453575
อนาคตใหม่ ข้องใจรัฐบาล แจกเงินนักท่องเที่ยว คิดดีหรือยัง! ถามดังๆต้องใช้งบมากขนาดไหน
วันที่ 24 ม.ค. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ แสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ ชิม ช้อป ใช้ อินเตอร์ ที่รัฐบาลจะพิจารณณามอบให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยโดย ว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยขณะนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาขยายตัวต่อเนื่อง มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวตอนนี้ที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (visa on arrival) ก็ยังไม่หมดอายุ ซึ่งจะหมดในเดือน สิงหาคม 2563 ที่ใช้งบไปกว่า 12,000 ล้านบาทแล้ว
ส่วนที่ยังชะลอตัวคือค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวใช้ ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สิ่งที่ต้องกังวลคือส่วนแบ่งจากการเติบโตของภาคท่องเที่ยวได้ลงไปสู่รายได้ของแรงงานในภาคท่องเที่ยวเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่ ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยได้ประโยชน์มากขึ้นหรือไม่
ถ้าจะแจกเงินเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอีก คำถามที่สำคัญคือจะทราบได้อย่างไรว่าจะจูงใจให้คนที่ไม่ได้ตัดสินใจจะมาเที่ยวเมืองไทย เปลี่ยนใจมาเที่ยวเมืองไทย และเงินที่แจกเพิ่มจะทำให้เค้าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปจากที่วางแผนไว้แล้ว
แต่ถึงมาตรการนี้จะจูงใจนักท่องเที่ยวต่างชาติได้จริงคำถามคือรัฐบาลจะต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ จะแจกหัวละเท่าไหร่ถึงเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวได้จริง 1,000 บาทเท่าชิมช้อปใช้ในประเทศ หรือไม่ หรือต้องมากกว่านั้น แล้วงบประมาณจากภาษีของประชาชนจำนวนมหาศาลนี้ จะไปทำให้การท่องเที่ยวของเราเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงแค่การใช้จ่ายแล้วหมดไป
“ดิฉันคิดว่ารัฐบาลน่าจะถอดบทเรียนจาก ชิม ช้อป ใช้ ในโครงการที่ผ่านมาบ้างว่าผลลัพธ์กระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ไหน แม้กระทั่งวันนี้เป็นเทศกาลจับจ่ายของคนไทยเชื้อสายจีน แต่มีผลสำรวจออกมาว่าปริมาณการใช้จ่ายลดลงทุกปี นี่หรือผลจากการแก้ปัญหาด้วยการแจกเงินอีกทั้งที่ผ่านๆ มา ก็ยังมีกรณีการคืนเงินล่าช้า เพราะงบประมาณหมดและเจอปัญหาการโกงการสวมสิทธิ์อยู่” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าว