แม่ทำให้ฉันไม่อยากแต่งงาน!

สวัสดีค่ะ วันนี้เรื่องคับอกคับใจเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อมานานกว่าหลายปี ก่อนอื่นขอแนะนำตัวเองนะคะ ชือ บี(นามสมมติ) อายุปัจจุบันจะ26แล้วค่ะ ปัจจุบันมีงานทำ และส่งเสียน้องเรียน
  ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะตอนนี้บีไม่แน่ใจว่าบีเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่ ตั้งแต่เด็กจนโตบีเป็นเด็กดีมาตลอด อาจมีดื้อบ้าง นอกกรอบบ้างตามประสาวัยรุ่นแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงเหมือนเด็กคนอื่นๆ มีอะไรก็จะปรึกษาแม่ตลอด เรียกได้ว่าเป็นอย่างที่แม่ต้องการมาตลอด บีเป็นคนไม่มีความฝัน บีเลยเลือกที่จะเชื่อแม่ว่าต้องเป็นอะไร ต้องเรียนอะไร ต้องทำอะไร บีไม่รู้ว่าตัวเองชอบมันมั้ย แต่ก็เรียนได้ค่ะ จนกระทั่งบีอยู่มหาวิทยาลัยปี2 บีเริ่มมีแฟน คบกันสักพักบีก็พาไปรู้จักพ่อแม่ ทุกอย่างมันก็ดูโอเคดี จนบีคบกับแฟนได้ปีกว่าๆแม่ก็เริ่มพูดถึงเรื่องแต่งงาน ตอนแรกบีก็ไม่ได้อะไรคะ คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติของพ่อแม่ แต่บียังเรียนไม่จบ แฟนบีก็เป็นแค่นักศึกษา หางาน หาเงินอะไรก็ไม่ได้ แต่พาแฟนไปเที่ยวบ้านกี่ครั้งแม่ก็พูดทุกครั้ง เรียนจบก็แต่งงานกันได้แล้ว เป็นขี้ปากชาวบ้าน บีก็ถามแม่ตรงๆ แฟนบียังไม่มีงานทำเลย จะเอาเงินที่ไหนมาแต่ง แม่ก็บอกแม่เรียกแค่5แสนเอง บ้านแฟนไม่มีเลยหรอ ตอนนั้นบีรู้สึกโกรธ โกรธที่แม่ไม่ไว้หน้าบี พูดแบบนี้ต่อหน้าแฟนบีได้ยังไง แต่แฟนบีก็ขอค่ะ ขอว่าหลังเรียนจบสักปีจะขอ ระหว่างนั้นแม่ก็โอเค ระหว่างนั้นแฟนบีกับบีก็ออกไปทำงานกัน เป็นอีเว้นต่างๆ จนเรียนจบ พ่อแม่แฟนบีให้ของขวัญลูกชายเขาด้วยการซื้อรถให้ พอแม่บีรู้ก็ว่าบีโง่ แทนที่จะเอาเงินก้อนนั้นมาแต่งงานก่อน แต่ดันไปซื้อรถ บีคิดว่านั้นคือของขวัญวันเรียนจบแฟน พ่อแม่เขาจะให้อะไรมันก็เรื่องของเขา มันไม่เกี่ยวกัน พอเริ่มหางานทำไปได้สักพักแม่บีก็เริ่มพูดเรื่องแต่งงานบ่อยขึ้น 'ต้นปีหน้าเนอะ' 'แม่อยากให้มีงานแบบนี้' 'อยากให้แต่งแบบนี้' 'อยากให้บีใส่ชุดเจ้าสาวแบบนี้'(ซึ่งบีไม่ชอบ) 'อยากให้แต่งร้านอาหาร'(แต่บีอยากแต่งโรงแรม) เราเถียงกันทุกครั้งแต่แม่ก็มักจะบอกว่า 'แม่รู้ว่าอะไรดีสำหรับบี' จนบีเหนื่อย บีรู้สึกไม่อยากกลับบ้าน พอบีบอกว่ายังไม่พร้อม ยังเก็บเงินไม่ครบ แม่ก็ว่าเพราะเอาแต่เที่ยวไง เอาแต่ซื้อของ ทำงานมาไม่รู้จักเก็บกัน ตอนนั้นบีบอกตรงๆว่าบีรังเกียจแม่ บีทำงานได้เดือนละ16000 ส่งให้น้องสาวเดือนละ5000-6000 ค่าเดินทาง ค่ากิน ประหยัดสุดก็เดือนละ3000 บีจะเจียดเงินเล็กน้อยไปพักผ่อนแบบนานๆทีหรือซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง บ้างเล็กน้อยไม่ได้เลยหรอ จนบีเกิดคำถามในใจว่า 'ทำไมบีจะต้องแต่งงาน' 
   พอแม่บีพูดกับแฟนบีบ่อยๆเรื่องแต่งก็เหมือนจะกดดันเขา เราทะเลาะกันบ่อยขึ้นๆ เราเริ่มไม่มีความสุข สุดท้ายเราก็เลิกกันเพราะต่างฝ่ายต่างเหนื่อย แล้วตอนนั้นแทนที่บีช้ำ บีเจ็บ แล้วแม่จะปลอบ แต่กลับพูดว่า ถ้าแต่งกันไปก็คงไม่เป็นแบบนี้ ด้วยความเสียใจบีเลยระบายออกไปหมด 'ที่เลิกก็เพราะกดดันเรื่องแต่งงาน ทะเลาะกัน แม่เอาแต่แคร์สายตาชาวบ้าน กลัวขี้ปากชาวบ้าน ไม่เคยนึกถึงความสุขของบีเลย' คร่าวๆก็น่าจะประมาณนี้หรืออาจจะเยอะกว่านี้ วันนั้นเหมือนสิ่งที่อดทนมามันระเบิด แม่ก็บอกเราเป็นผญ. มีอะไรกับแฟนไปกี่ร้อยครั้ง เราเสียหาย เราไม่ได้อะไรกลับมาเลย รถก็ของเขา อย่างน้อยถ้าแต่งกก็ยังได้สินสอด แต่งไปแล้วหย่าก็ได้ แม่หม้ายเดี๋ยวนี้เสน่ห์แรง บีไม่เข้าใจความคิดของแม่เลย บีปลีกตัวออกจากทุกคน เริ่มไม่อยากไปไหน คุยกับใคร สุดท้ายหนักถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ตอนนั้นแม่ถึงได้รู้ว่าบีไม่ได้เข้มแข็ง บีแค่เลือกที่จะให้แม่มีความสุข ทุกอย่างมันเหมือนจะดีขึ้นค่ะ แม่ดูแลบีมากขึ้น พูดทำร้ายจิตใจบีน้อยลง แต่บีก็รู้สึกเสียใจทุกครั้งที่เห็นแผลของตัวเอง บีรู้ว่าแม่เจ็บปวด บีเลยพยายามลุกขึ้นใหม่ ตอนนั้นก็มีรุ่นพี่บีคนหนึ่งที่เขาคอยช่วยพยุงบีด้วย เขารู้ว่าบีป่วยและเขาก็ช่วยเหลือบีทุกๆอย่าง ทั้งพาไปหาหมอ ออกค่ารักษาพยาบาล คอยอยู่ข้างๆ จนบีรักเขา เห็นความดีเขา และเขาทำให้บียิ้มได้อีกครั้ง เราตัดสินใจคบกัน หลังคบกันได้ครึ่งบี อาการบีดีขึ้น พี่เขาค่อนข้างทำงานได้รายได้ดีจึงดูแลบีช่วง2-3เดือนแรกเพราะบีทำงานไม่ได้ พอบีมั่นใจบีก็คบกับพี่เขาแบบเปิดตัวมากขึ้น และบียังไม่ได้บอกแม่ แต่แม่ก็รู้เองเพราะพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแถวๆบ้าน แม่ให้บีกับแฟนใหม่ไปเจอ ตอนนั้นพอแม่เห็นการแต่งตัว รถ พี่เขา ดูแม่ชอบมาก ยิ่งได้คุย ยิ่งรู้ว่าตอนบีป่วยพี่เขาเลี้ยงดูบี แม่ยิ่งชอบใหญ่ และใช่!มันกลับมาอีกแล้ว คำว่าแต่งงาน ตอนนั้นบีบอกว่ามันเร็วไป บีคบกับพี่เขาแค่ไม่กี่เดือน ยังไม่คิดเรื่องนี้ แม่ก็คุยกับบีสองคนว่าอยากให้เป็นแบบคนเก่าหรอ คบๆ ได้ๆ แต่ไม่ได้แต่ง ไปนอนให้เขาฟรี ตอนนั้นบีโกรธกับคำพูดพวกนี้ เลยกลับทันที แล้วก็ไม่รู้แม่แอบคุยกับพี่เขาตอนไหน พี่เขาบอกบีว่าแม่ให้เวลาคบกัน2ปีแล้วแต่ง ซึ่งพี่เขาก็โอเคเพราะคิดว่าแบบนี้บีน่าจะสบายใจ จนเร็วๆนี้บีคบกับพี่เขาได้ปีพอดี ตอนวันปีใหม่ที่ผ่านมาพี่เขาพาครอบครัวบีไปเที่ยวหัวหิน ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบบไม่คิดว่าจะลำบากอะไรเลย แม่ก็พูดขึ้นมาอีกครั้งว่า ตุลาก็แต่งกันได้แล้วเนอะ ใกล้2ปีพอดี ซึ่งบีบอกว่าเร็วไป พอหลังกลับมาจากปีใหม่แม่ก็บอกเนี่ยคุยกับพ่อแล้วว่าธันวาก็ได้ คือบีงงมาก บียังไม่ตกลง ไม่อะไรทั้งนั้น แล้วแม่บอกแฟนบีโอเคแล้วไง สัญญาแล้ว พอบีถามแฟน แฟนบีบอกว่าก๋คบ2ปีไง พอคบ2ปีก็ให้พ่อแม่พี่ไปคุยแล้วหาวันแต่งแต่ไม่ใช่ในปีนี้ อาจจะเป็นปีหน้า พอบีคุยกับแม่ก็ทะเลาะกันหนัก แม่ก็จะเอาเรื่องเก่าๆมาพูดซ้ำๆ จนตอนนี้บีเริ่มรู้สึกไม่อยากมีใครเลยค่ะ ไม่อยากแต่งงาน งานแต่งมันเป็นเรื่องของคนสองคน ควรจะพร้อมทั้งสองคน เจ้าสาวเจ้าบ่าวควรจะมีความสุขที่สุด ไม่ใช่แต่งไปเพื่อใครแล้วมานั่งทุกข์ใจ
  บีควรจะทำยังไงดีค่ะ บีรักพี่เขามากแต่ไม่อยากให้พี่เขาต้องเครียดเรื่องนี้แบบแฟนเก่าบี เพราะบีคุยกับแม่ไปก็ป่วยการ ยังไงแม่ก็ไม่ฟัง หรือบีควรหายไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่