“งานท่วมหัวค่าตัวไม่ขยับ” ประโยคตลกร้ายที่มนุษย์เงินเดือนแบบเราพูดกันอยู่บ่อย ๆ ยิ่งในยุคที่ค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพสูงขึ้นอยู่เรื่อย ๆ
เงินเดือนเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนทำงาน แน่นอนว่าใครก็อยากได้เงินเดือนเยอะกันทั้งนั้น หลายคนเลยเลือกเปลี่ยนงานเพื่อให้ได้เงินเดือนมากขึ้น
ถ้ามีวิธีที่จะทำให้ได้เงินเดือนมากขึ้นในบริษัทเดิมได้เหมือนล่ะ วันนี้ JobThai Tips เลยเอาเทคนิคที่จะทำให้ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างที่เราต้องการมาฝาก
วางเป้าหมายเรื่องงานให้ชัดเจน
เราจะได้เงินเดือนมากขึ้นได้เราก็ต้องมี Performance ที่โดดเด่น ประกาศเป้าหมายให้ชัดเจน เลยเป็นสิ่งที่สำคัญ
ไม่ใช่แค่เป้าหมายของเราเอง แต่รวมถึงเป้าหมายที่เกี่ยวกับบริษัทด้วย เราสามารถบอกหัวหน้าถึง Career Path ที่เราอยากเติบโตไปกับบริษัท
และสิ่งที่เราสามารถทำให้องค์กรได้ ถือเป็นการประกาศแบบอ้อม ๆ ว่าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน
ซึ่งถ้าสอดคล้องไปกับสิ่งที่องค์กรต้องการจะไปก็ช่วยทำให้เรามีโอกาสที่บริษัทจะให้ความสนใจเรามากขึ้น
ทำงานหลากหลายและรับผิดชอบมากขึ้น
เราควรหาทางทำงานให้ได้หลากหลายเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อทำให้ตัวเองมีคุณค่าต่อบริษัทมากขึ้น อาจคุยกับหัวหน้าโดยตรงว่าเราต้องการจะช่วยงานให้มากกว่าเดิม และเราอยากจะช่วยงานในส่วนไหน แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะทำหน้าที่หลักของตัวเองให้ดีด้วย ถึงแม้อาจจะไม่ได้เงินเดือนมากขึ้นอย่างที่คาด
แต่สิ่งที่เราจะได้แน่ ๆ คือประสบการณ์ที่หลากหลายขึ้น และฝึกการบริหารจัดการเวลาและงาน
นำเสนอผลงานของเราสักหน่อย
ไม่มีใครชอบคนหลงตัวเอง แต่ถ้าเรานั่งเงียบ ๆ ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่พูดอะไรอาจทำให้เราถูกมองข้ามไปได้
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะเที่ยวไปป่าวประกาศหรือเล่าผลงานที่เราทำให้ใคร ๆ ฟัง
เราสามารถแสดงผลงานที่เราทำอย่างมืออาชีพได้ เช่น สรุปงานของเราเป็น Weekly Report ให้หัวหน้าดูทุกอาทิตย์ และรายงานความคืบหน้าอยู่ตลอด
เลิกบ่น และวิจารณ์เรื่องงานในด้านลบ
การบ่น วิจารณ์ หรือพูดถึงงานที่เราทำในแง่ลบ จะทำให้เราดูแย่ทันที สิ่งที่เราควรทำคือรายงานความคืบหน้าของงานที่เราได้รับอยู่เสมอ
ตั้งใจทำมันให้เต็มที่ แม้บางทีอาจจะดูเหมือนหัวหน้างานไม่ได้ใส่ใจเรา แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาติดตามผลงานและคอยมองเราอยู่ตลอด
แทนที่เราจะบ่นว่างานหนัก เราควรจะตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด แล้วตัวเลขที่เราคาดหวังจะตามมาเอง
อย่าดึงดราม่าด้วยเรื่องส่วนตัว
เมื่อถึงเวลาประเมินหรือเวลาที่เราต้องคุยเรื่องเงินเดือน เราควรจะโฟกัสไปที่ผลงานที่เราทำให้บริษัท มากกว่าที่จะเรียกคะแนนสงสารด้วยการพูดถึงปัญหาส่วนตัว เช่น ครอบครัว หรือภาระที่บ้าน ต่างคนก็มีปัญหาเป็นของตัวเอง แต่การที่เราจะเอามันมาเป็นเหตุผลที่จะเรียกเงินเดือนเพิ่มมันก็คงไม่เหมาะนัก
สิ่งที่เราควรพูดถึงคือเป้าหมายและผลงานต่าง ๆ ที่เราได้ทำมา สิ่งเหล่านี้จะเป็นเหตุผลที่เหมาะกว่าในการที่บริษัทจะขึ้นเงินเดือนให้เรา
ยินดีรับคำปฏิเสธ
มีปัจจัยภายนอกอีกมากมายที่ส่งผลให้บริษัทอาจให้เงินเดือนตามที่เราต้องการไม่ได้ เราจึงไม่ควรคาดหวังมากจนเกินไป แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรที่จะลองขอดู ถ้าถึงวันประเมินและหลังจากเจรจาแล้วบริษัทไม่สามารถให้เงินเดือนที่เราคาดหวังได้ ให้ลองถามบริษัทดูว่าเรายังมีส่วนบกพร่องตรงไหนที่ต้องแก้ไข ที่จะทำให้ Performance ของเราโดดเด่นขึ้นมาได้มากกว่านี้ และพยายามพัฒนาจุดนั้นเพื่อเป็นข้อต่อรองในครั้งต่อไป
ใครก็อยากได้เงินเดือนสูง ๆ ทั้งนั้น แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเราด้วยว่าตัวเลขที่เราต้องการนั้นเหมาะสมกับทักษะที่เรามีไหม และก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเจรจาของเราด้วย ถ้าเรามีความสามารถที่ตรงกับที่บริษัทต้องการหรือคาดหวังมากพอ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะขอเงินเดือนในจุดที่เราคิดว่าเราพอใจ
แต่ละบริษัทก็มีเกณฑ์การพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้พนักงานที่แตกต่างกันคนทำงานเองก็มีวิธีการทำให้ได้ขึ้นเงินเดือนที่แตกต่างกันไป
ถ้าใครเคยมีประสบการณ์ หรือวิธีการอื่น ๆ มาแชร์ไอเดียกันได้นะคะ
แชร์วิธีทำให้เงินเดือนขึ้น แบบไม่ต้องเปลี่ยนงาน!
เงินเดือนเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนทำงาน แน่นอนว่าใครก็อยากได้เงินเดือนเยอะกันทั้งนั้น หลายคนเลยเลือกเปลี่ยนงานเพื่อให้ได้เงินเดือนมากขึ้น
ถ้ามีวิธีที่จะทำให้ได้เงินเดือนมากขึ้นในบริษัทเดิมได้เหมือนล่ะ วันนี้ JobThai Tips เลยเอาเทคนิคที่จะทำให้ได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างที่เราต้องการมาฝาก
วางเป้าหมายเรื่องงานให้ชัดเจน
เราจะได้เงินเดือนมากขึ้นได้เราก็ต้องมี Performance ที่โดดเด่น ประกาศเป้าหมายให้ชัดเจน เลยเป็นสิ่งที่สำคัญ
ไม่ใช่แค่เป้าหมายของเราเอง แต่รวมถึงเป้าหมายที่เกี่ยวกับบริษัทด้วย เราสามารถบอกหัวหน้าถึง Career Path ที่เราอยากเติบโตไปกับบริษัท
และสิ่งที่เราสามารถทำให้องค์กรได้ ถือเป็นการประกาศแบบอ้อม ๆ ว่าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน
ซึ่งถ้าสอดคล้องไปกับสิ่งที่องค์กรต้องการจะไปก็ช่วยทำให้เรามีโอกาสที่บริษัทจะให้ความสนใจเรามากขึ้น
ทำงานหลากหลายและรับผิดชอบมากขึ้น
เราควรหาทางทำงานให้ได้หลากหลายเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อทำให้ตัวเองมีคุณค่าต่อบริษัทมากขึ้น อาจคุยกับหัวหน้าโดยตรงว่าเราต้องการจะช่วยงานให้มากกว่าเดิม และเราอยากจะช่วยงานในส่วนไหน แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะทำหน้าที่หลักของตัวเองให้ดีด้วย ถึงแม้อาจจะไม่ได้เงินเดือนมากขึ้นอย่างที่คาด
แต่สิ่งที่เราจะได้แน่ ๆ คือประสบการณ์ที่หลากหลายขึ้น และฝึกการบริหารจัดการเวลาและงาน
นำเสนอผลงานของเราสักหน่อย
ไม่มีใครชอบคนหลงตัวเอง แต่ถ้าเรานั่งเงียบ ๆ ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่พูดอะไรอาจทำให้เราถูกมองข้ามไปได้
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะเที่ยวไปป่าวประกาศหรือเล่าผลงานที่เราทำให้ใคร ๆ ฟัง
เราสามารถแสดงผลงานที่เราทำอย่างมืออาชีพได้ เช่น สรุปงานของเราเป็น Weekly Report ให้หัวหน้าดูทุกอาทิตย์ และรายงานความคืบหน้าอยู่ตลอด
เลิกบ่น และวิจารณ์เรื่องงานในด้านลบ
การบ่น วิจารณ์ หรือพูดถึงงานที่เราทำในแง่ลบ จะทำให้เราดูแย่ทันที สิ่งที่เราควรทำคือรายงานความคืบหน้าของงานที่เราได้รับอยู่เสมอ
ตั้งใจทำมันให้เต็มที่ แม้บางทีอาจจะดูเหมือนหัวหน้างานไม่ได้ใส่ใจเรา แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาติดตามผลงานและคอยมองเราอยู่ตลอด
แทนที่เราจะบ่นว่างานหนัก เราควรจะตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด แล้วตัวเลขที่เราคาดหวังจะตามมาเอง
อย่าดึงดราม่าด้วยเรื่องส่วนตัว
เมื่อถึงเวลาประเมินหรือเวลาที่เราต้องคุยเรื่องเงินเดือน เราควรจะโฟกัสไปที่ผลงานที่เราทำให้บริษัท มากกว่าที่จะเรียกคะแนนสงสารด้วยการพูดถึงปัญหาส่วนตัว เช่น ครอบครัว หรือภาระที่บ้าน ต่างคนก็มีปัญหาเป็นของตัวเอง แต่การที่เราจะเอามันมาเป็นเหตุผลที่จะเรียกเงินเดือนเพิ่มมันก็คงไม่เหมาะนัก
สิ่งที่เราควรพูดถึงคือเป้าหมายและผลงานต่าง ๆ ที่เราได้ทำมา สิ่งเหล่านี้จะเป็นเหตุผลที่เหมาะกว่าในการที่บริษัทจะขึ้นเงินเดือนให้เรา
ยินดีรับคำปฏิเสธ
มีปัจจัยภายนอกอีกมากมายที่ส่งผลให้บริษัทอาจให้เงินเดือนตามที่เราต้องการไม่ได้ เราจึงไม่ควรคาดหวังมากจนเกินไป แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรที่จะลองขอดู ถ้าถึงวันประเมินและหลังจากเจรจาแล้วบริษัทไม่สามารถให้เงินเดือนที่เราคาดหวังได้ ให้ลองถามบริษัทดูว่าเรายังมีส่วนบกพร่องตรงไหนที่ต้องแก้ไข ที่จะทำให้ Performance ของเราโดดเด่นขึ้นมาได้มากกว่านี้ และพยายามพัฒนาจุดนั้นเพื่อเป็นข้อต่อรองในครั้งต่อไป
ใครก็อยากได้เงินเดือนสูง ๆ ทั้งนั้น แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเราด้วยว่าตัวเลขที่เราต้องการนั้นเหมาะสมกับทักษะที่เรามีไหม และก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเจรจาของเราด้วย ถ้าเรามีความสามารถที่ตรงกับที่บริษัทต้องการหรือคาดหวังมากพอ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะขอเงินเดือนในจุดที่เราคิดว่าเราพอใจ
แต่ละบริษัทก็มีเกณฑ์การพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้พนักงานที่แตกต่างกันคนทำงานเองก็มีวิธีการทำให้ได้ขึ้นเงินเดือนที่แตกต่างกันไป
ถ้าใครเคยมีประสบการณ์ หรือวิธีการอื่น ๆ มาแชร์ไอเดียกันได้นะคะ