เชื่อว่ายังมีหลายคนที่เล็งจะซื้อเครื่องเล่นเกมในปี 2020 และยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า เครื่องไหนจะเป็นเครื่องที่เหมาะสมกับเราที่สุด ผมอยากจะแบ่งปัน 9 ข้อความแตกต่างระหว่าง Switch กับ PS4 เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลในการตัดสินใจ เลือกเครื่องเล่นเกมได้ถูกใจในปี 2020 นี้
1. สไตล์การเล่น ในขณะที่ PS4 / PS4 Pro เน้นการต่อออกทีวี นั่งเล่นบนโซฟา หรือบนที่นอน โดยเป็นการจำลองประสบการณ์การดูหนังที่สามารถบังคับได้ อาจจะพูดได้ว่าน่าจะเหมาะกับคนที่หาความบันเทิงแนว โฮมเธียร์เตอร์ ในขณะที่ Switch / Lite เน้น การเล่นแบบ Hybrid คือการพกพาและต่อจอ โดยหากพกพาจะอยู่ที่ความละเอียด 720P และต่อจอจะอยู่ที่ 1080P ในเกมส่วนใหญ่ แต่จะมีปัญหาเรื่องเฟรมเรทในบางเกม แต่ดูเหมือนว่านินเทนโดจะเน้นที่การพกพามากกว่า
2. เกม ในขณะที่เกม Exclusives ของ PS4/Pro เน้นเกมผจญภัยและแอ็คชั่น มุมมองบุคคลที่สาม โดยเน้นไปที่ผู้เล่นที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะเกมของ PS4 / PS4 Pro ส่วนใหญ่เป็นเกมที่มีโทนจริงจัง เช่น God of War, Spiderman, The Last of Us, Horizon Zero Dawn เกมของ Switch เน้นไปที่ความน่ารัก สดใส และ JRPG ดูเหมือนเน้นไปที่ผู้เล่นครอบครัว ทุกเพศวัย ซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
กับ PS4 เช่น Mario, Zelda, Fire Emblem, Mario Kart, Splatoon 2 และเป็นลักษณะที่คนที่คิดจะซื้อน่าจะมองลิสท์เกมเหล่านี้เป็นหลักด้วย
3. การออนไลน์ ลิสท์เกมออนไลน์ของ PS4 มีเยอะว่า Switch มาก เช่น The Division, Call of Duty, BF5, Anthem, RDRD2, GTA V และอีกมากมาย ในขณะที่ Switch อาจจะมีรายชื่อไม่มากนักเช่น Overwatch, Splatoon 2, Smash Bros, Mario Kart แต่ข้อดีคือสามารถพกพาไปตามที่ต่างๆได้
4. จำนวนเกม ในปี 2020 นี้อาจเรียกได้ว่า ทั้ง Switch และ PS4 มีจำนวนเกมและความหลากหลายแนวในการเล่นมากเพียงพอแก่เกมเมอร์ หากซื้อ Switch ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเกมเล่น เกมมีเยอะมาก จากความสำเร็จที่ขายเครื่องได้เยอะ มีเกม Port จาก PC ไปเยอะมากๆ เช่นเดียวกับ PS4
5. ราคาเกม ทั้งสองเครื่องเกมเปิดตัวมา เกมใหม่ราคาเท่ากันคือ 59 USD หรือประมาณ 1,890 บาท แต่ในระยะยาว เกมจาก PS4 มีราคาถูกกว่า จากการลดแบบดิจิตอลที่มีมาเสนอแทบทุกอาทิตย์ การเสนอเกม Classic ที่ราคาอยู่ที่ 790 บาท ในขณะที่เกมคลาสสิคของ Switch ราคายังไม่ค่อยลดเท่าไหร่ ประมาณ 30% เท่านั้น อาจพูดได้ว่า ถ้าเทียบกัน เกมเดียวกัน บน PS4 ราคาถูกกว่า แต่ก็แลกมาด้วยการที่ Switch สามารถพกพาเกมไปที่ต่างๆ ได้
6. อุปกรณ์เสริม อันนี้ต้องยกให้ Switch เนื่องจากมีอะไรให้เล่นเยอะมาก ทั้งเคส คอนโทรเลอร์ Amiibo สติกเกอร์ หูฟัง SDCard ในขณะที่ PS4 มีไม่มากเท่าไหร่ หูฟัง คอนโทรเลอร์ แสตน เนื่องจาก Switch สามารถจับต้องได้ง่ายกว่า ความรู้สึกผูกพันกับสวิทช์จะมีมากกว่า PS4 มากๆ กึ่งๆ เป็นของสะสม
7. ปัญหา Nintendo ยังไม่สามารถแก้ปัญหา Joy-Con Drifts หรือจอยเดินเองได้ และไม่มีการรับประกันใดๆ หากเราซื้อมาแล้วเสียเราต้องหาทางซ่อมหรือซื้อใหม่เอง ซึ่งไม่โอเคมากๆ ราคาค่าซ่อมจากผู้ชมแบ่งปันมาคือ 300-400 บาทต่อการซ่อมหนึ่งข้าง และถ้าซื้อใหม่คือคู่ละ 2,200 บาท ในขณะที่ PS4 มีปัญหาแลบลิ้น เสียงติ๊ดๆ แต่ไม่ถึงขนาดทำให้เล่นเกมไม่ได้
8. Online Store Sony ไทยทำได้ดีมากในการมีออนไลน์สโตร์ภาษาไทยของ PlayStation 4 และมีเกมภาษาไทย รวมไปถึง Server ในภูมิภาค ซึ่งน่าชื่นชมและทำให้เรารู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ ในขณะที่ Nintendo e-shop ไม่มีให้บริการในประเทศไทย เวลาซื้อต้องเป็นเงินต่างประเทศ ซึ่งก็สร้างความไม่ค่อยน่าใจให้กับผู้เล่นเท่าไหร่
9. อนาคต Switch มีอนาคตที่สดใสมากกับการเข้าสู่ปีที่สามและมีอนาคตอีกยาวไกล ยังมีเกมออกมาเรื่อยๆ รวมไปถึงเครื่องใหม่ที่จะออกซึ่งในอนาคตอันใกล้ที่สุด เครื่องที่จะออกคือ Switch Pro ที่มีข่าวลือว่าจะออกกลางปีนี้ ในขณะที่ PS5 จะออกปลายปี 2020 ทำให้ PS4 อยู่ในช่วงปลายยุคมากๆ เหลือเวลาประมาณ 3 ปี และเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน Cross-Gen
ทั้งสองเครื่องเป็นเครื่องที่ดีมีเอกลักษณ์และตอบสนองเกมเมอร์คนละกลุ่ม ลองดูว่าเราเป็นเกมเมอร์แนวไหนครับ
Page :
https://www.facebook.com/maewnoonyoutuber/
Website :
https://www.maewnoon.com/
9 ข้อ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Switch กับ PS4 สำหรับคนที่จะซื้อในปี 2020
1. สไตล์การเล่น ในขณะที่ PS4 / PS4 Pro เน้นการต่อออกทีวี นั่งเล่นบนโซฟา หรือบนที่นอน โดยเป็นการจำลองประสบการณ์การดูหนังที่สามารถบังคับได้ อาจจะพูดได้ว่าน่าจะเหมาะกับคนที่หาความบันเทิงแนว โฮมเธียร์เตอร์ ในขณะที่ Switch / Lite เน้น การเล่นแบบ Hybrid คือการพกพาและต่อจอ โดยหากพกพาจะอยู่ที่ความละเอียด 720P และต่อจอจะอยู่ที่ 1080P ในเกมส่วนใหญ่ แต่จะมีปัญหาเรื่องเฟรมเรทในบางเกม แต่ดูเหมือนว่านินเทนโดจะเน้นที่การพกพามากกว่า
2. เกม ในขณะที่เกม Exclusives ของ PS4/Pro เน้นเกมผจญภัยและแอ็คชั่น มุมมองบุคคลที่สาม โดยเน้นไปที่ผู้เล่นที่เป็นผู้ใหญ่ เพราะเกมของ PS4 / PS4 Pro ส่วนใหญ่เป็นเกมที่มีโทนจริงจัง เช่น God of War, Spiderman, The Last of Us, Horizon Zero Dawn เกมของ Switch เน้นไปที่ความน่ารัก สดใส และ JRPG ดูเหมือนเน้นไปที่ผู้เล่นครอบครัว ทุกเพศวัย ซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
กับ PS4 เช่น Mario, Zelda, Fire Emblem, Mario Kart, Splatoon 2 และเป็นลักษณะที่คนที่คิดจะซื้อน่าจะมองลิสท์เกมเหล่านี้เป็นหลักด้วย
3. การออนไลน์ ลิสท์เกมออนไลน์ของ PS4 มีเยอะว่า Switch มาก เช่น The Division, Call of Duty, BF5, Anthem, RDRD2, GTA V และอีกมากมาย ในขณะที่ Switch อาจจะมีรายชื่อไม่มากนักเช่น Overwatch, Splatoon 2, Smash Bros, Mario Kart แต่ข้อดีคือสามารถพกพาไปตามที่ต่างๆได้
4. จำนวนเกม ในปี 2020 นี้อาจเรียกได้ว่า ทั้ง Switch และ PS4 มีจำนวนเกมและความหลากหลายแนวในการเล่นมากเพียงพอแก่เกมเมอร์ หากซื้อ Switch ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเกมเล่น เกมมีเยอะมาก จากความสำเร็จที่ขายเครื่องได้เยอะ มีเกม Port จาก PC ไปเยอะมากๆ เช่นเดียวกับ PS4
5. ราคาเกม ทั้งสองเครื่องเกมเปิดตัวมา เกมใหม่ราคาเท่ากันคือ 59 USD หรือประมาณ 1,890 บาท แต่ในระยะยาว เกมจาก PS4 มีราคาถูกกว่า จากการลดแบบดิจิตอลที่มีมาเสนอแทบทุกอาทิตย์ การเสนอเกม Classic ที่ราคาอยู่ที่ 790 บาท ในขณะที่เกมคลาสสิคของ Switch ราคายังไม่ค่อยลดเท่าไหร่ ประมาณ 30% เท่านั้น อาจพูดได้ว่า ถ้าเทียบกัน เกมเดียวกัน บน PS4 ราคาถูกกว่า แต่ก็แลกมาด้วยการที่ Switch สามารถพกพาเกมไปที่ต่างๆ ได้
6. อุปกรณ์เสริม อันนี้ต้องยกให้ Switch เนื่องจากมีอะไรให้เล่นเยอะมาก ทั้งเคส คอนโทรเลอร์ Amiibo สติกเกอร์ หูฟัง SDCard ในขณะที่ PS4 มีไม่มากเท่าไหร่ หูฟัง คอนโทรเลอร์ แสตน เนื่องจาก Switch สามารถจับต้องได้ง่ายกว่า ความรู้สึกผูกพันกับสวิทช์จะมีมากกว่า PS4 มากๆ กึ่งๆ เป็นของสะสม
7. ปัญหา Nintendo ยังไม่สามารถแก้ปัญหา Joy-Con Drifts หรือจอยเดินเองได้ และไม่มีการรับประกันใดๆ หากเราซื้อมาแล้วเสียเราต้องหาทางซ่อมหรือซื้อใหม่เอง ซึ่งไม่โอเคมากๆ ราคาค่าซ่อมจากผู้ชมแบ่งปันมาคือ 300-400 บาทต่อการซ่อมหนึ่งข้าง และถ้าซื้อใหม่คือคู่ละ 2,200 บาท ในขณะที่ PS4 มีปัญหาแลบลิ้น เสียงติ๊ดๆ แต่ไม่ถึงขนาดทำให้เล่นเกมไม่ได้
8. Online Store Sony ไทยทำได้ดีมากในการมีออนไลน์สโตร์ภาษาไทยของ PlayStation 4 และมีเกมภาษาไทย รวมไปถึง Server ในภูมิภาค ซึ่งน่าชื่นชมและทำให้เรารู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ ในขณะที่ Nintendo e-shop ไม่มีให้บริการในประเทศไทย เวลาซื้อต้องเป็นเงินต่างประเทศ ซึ่งก็สร้างความไม่ค่อยน่าใจให้กับผู้เล่นเท่าไหร่
9. อนาคต Switch มีอนาคตที่สดใสมากกับการเข้าสู่ปีที่สามและมีอนาคตอีกยาวไกล ยังมีเกมออกมาเรื่อยๆ รวมไปถึงเครื่องใหม่ที่จะออกซึ่งในอนาคตอันใกล้ที่สุด เครื่องที่จะออกคือ Switch Pro ที่มีข่าวลือว่าจะออกกลางปีนี้ ในขณะที่ PS5 จะออกปลายปี 2020 ทำให้ PS4 อยู่ในช่วงปลายยุคมากๆ เหลือเวลาประมาณ 3 ปี และเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน Cross-Gen
ทั้งสองเครื่องเป็นเครื่องที่ดีมีเอกลักษณ์และตอบสนองเกมเมอร์คนละกลุ่ม ลองดูว่าเราเป็นเกมเมอร์แนวไหนครับ
Page : https://www.facebook.com/maewnoonyoutuber/
Website : https://www.maewnoon.com/