สวัสดีทุกๆคนที่เข้ามาอ่านเลยนะคะ
ก่อนอื่นเลยต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้คุณแฟน
เพราะทั้งวางแผนการแต่งตัว วางแผนทริป วางแผนเส้นทาง วางแผนการขับรถ รวมทั้งเป็นคนขับรถ

และเราไปเที่ยวมาหลายที่แต่ไม่เคยรีวิวสักที แต่ครั้งนี้เลิกงานเร็ว+ความตั้งใจของคุณแฟนอันแรงกล้าอยากให้รีวิวการไปเที่ยวครั้งนี้
นี่คือการรีวิวครั้งแรกของเรา ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ

ปล.เราเดินทางโดยใช้เจ้า GPS แต่ไม่ได้ใช้จากมือถือนะ แต่คือเครื่องเล็กๆที่จับสัญญาณจากดาวเทียม ทำให้ไปในที่อับสัญญาณก็ไม่ต้องกลัวเลยคะ
วันที่ 29 มกราคม 2562
ตอนวางแผนคือออกจากบ้าน 6 โมงเช้า แต่ตื่นจริงคือ 7 โมง เก็บโน่น ทำนี่ หยิบนั่น กว่าจะออกจากบ้านคือเกือบ 9 โมง 555++
และนี่คือแผนการเดินทางของเราทั้งหมดในทริปนี้ แต่บอกก่อนเลยว่า
ไปไม่ครบจ้า เพราะวันหยุดหมดก่อน!!!!!!!!!

เราออกเดินทางเกือบ 9 โมงอย่างที่บอก เจอรถติดช่วงอ่างทองนิดหน่อย แต่ด้วยเราขี่มอเตอร์ไซค์เลยจะคล่องตัวและเร็วกว่านิดหน่อย
ทริปนี้เราเน้นปลอดภัย ถ้าคนขับง่วงให้รีบพักเพราะกลัวอุบัติเหตุมากๆ
เรามุ่งหน้าออกจากสมุทรปราการปลายทาง
อุทยานแห่งชาติแม่วะ ดอยผาแดง จังหวัดลำปางงงงงงงงงงงงงง
ถึงปลายทางประมาณ 5 โมงเย็น ใช่คะ.. ถึงเย็นกันเลยทีเดียว 55++++
ด่านแรกจะเจอเจ้าหน้าที่ตรงป้อมยามแรก เจ้าหน้าที่จะถามว่ามีเต๊นท์มาไม๊??? ซึ่งเรานำของมาเอง เจ้าหน้าที่จะคิดค่าเข้าและค่ากางเต๊นท์จากหน้าด่านแรกเลยคะ เข้ามาด้านในถึงที่กางเต๊นท์จะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการและเค้าจะปล่อยให้เราหาที่กางเต๊นท์ได้ตามสบาย และเจ้าหน้าที่คือดี....อีกแล้วจ้า
เราอยากกางเต๊นท์ตรงที่มันยื่นออกไปในน้ำตกแต่มีเต๊นท์เจ้าหน้าที่วางอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ก็เอาออกให้ และให้เรากางตรงนั้นได้ ดีงามม

และนี่คือกางเต๊นท์ของเรา ในคืนที่ 1 คะ

เราเข้านอนกันตั้งแต่ 2 ทุ่ม และตัวเราเองไม่ได้อาบน้ำ เพราะทั้งเหนื่อย ทั้งหนาว ทั้งง่วง และอีกอย่างเรามีกิจกรรมในวันรุ่งขึ้นรออยู่คะ.....
วันที่ 30 มกราคม 2562
เราตื่นกันตั้งแต่ตี 4 เพราะเราจะขึ้นเขาดอยผาแดงเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น #ดอยผาแดงดินแดนสองตะวัน แต่บอกก่อนเลยว่าถ้าจะขึ้นไปแนะนำให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพราะจะมีเจ้าหน้าที่นำทางขึ้นไป ถ้าไม่ใช่เจ้าถิ่นบอกเลยน่าจะหลงทาง ค่าเจ้าหน้าที่นำทางขึ้นไป 150 บาทคะ
ตี4 ตรงเป๊งเรามารอเจ้าหน้าที่ตรงจุดนัด ทริปนี้มีเจ้าหน้าที่ 1 คนและผู้ร่วมชะตากรรม 4 คน จุดขึ้นเขาอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 200 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีรถมารับคะ
เรามาถึงทางขึ้นประมาณ ตี4.15นาที ทุกอย่างมืดดดดดดดด ไม่มีแสงไฟอะไรใดๆทั้งสิ้น......
เราคิดว่ามันน่าจะเหมือนการขึ้นภูชี้ฟ้า แต่...... เนินคือชันมาก ทางมีแต่ใบไม้แห้งๆ และใช่คะ เราเดินไม่เท่าไหร่เราเริ่มหมดแรงงงง

ไอ้ตัวเราก็กลัวจะเป็นตัวถ่วงของกลุ่ม เพราะเรามีคนอื่นมาด้วย เราเลยบอกให้เจ้าหน้าที่ไปก่อนเลยเพราะเราพักบ่อย จะได้ดูแลคนอื่นด้วยด้วย
และนี่คือสภาพเราในช่วงแรกคะ......

โกรธแฟนมากกกกกกก!!! ทั้งโกรธ ทั้งเหนื่อย ทั้งง่วง ทางก็มืด ขาก็ก้าวแทบไม่ไหว อยากจะร้องไห้ใากๆ ณ จุดๆนั้น แต่แฟนเราก็แบบช่วยดึงมือ พาเดินขึ้นเขา เค้าก็รู้ว่าเราโกรธแหละ ฟิวส์แบบ...
ฉันมาทำอะไรที่นี่!!!!!!!! 5555++++
ตามจุดเดินขึ้นเขาจะมีป้ายบอกเป็นระยะอย่างเช่น...

จบเนินนี้คือเรานั่งเลย คือไม่ไหวแล้ว บอกให้แฟนไปก่อนเลย เดี๋ยวไปกะกลุ่มข้างหลังเอง ซึ่งตัวเราเห็นมีไฟฉายอยู่ลิบๆโน่น แต่แฟนเราไม่ยอมเลยต่อรองว่าค่อยๆเดิน 55+++ เราพยายามเดินให้ทันคนอื่นซึ่งก็ทันจนได้ กว่าจะทันนี้คือสับตีนแตกไปเลยจ้า
***จุดไคลแม็กซ์ของเรามันคือตรงนี้ แฟนเราถามเจ้าหน้าที่ว่ามีคนเดินขึ้นเขาอีกกลุ่มนึงหรอ ทำไมไม่มาพร้อมกันแต่ทีแรก??
คำตอบเจ้าหน้าทำให้เราแทบวิ่ง
ไม่มีกลุ่มอื่นนะคับ วันนี้มีแค่กลุ่มเราแค่ 4 คน ถ้าใครจะขึ้นเจ้าหน้าที่จะพาขึ้นมาและนัดพร้อมกันตอนตี4!!!
แฟนเราหันกลับมาถาม "แล้วหนูเห็นอะไร" แอ๊ะแอ๊..แม่จ๋าาาาา ผีหลอก!!!!!! ใช่คะ ไฟฉายนั้นเราเห็นอยู่คนเดียวซึ่งแฟนเราไม่เห็น****
และตอนนี้ก็ได้เวลาเดินต่อ และบอกเลยว่า ถ้าทางไม่ชันนะ เราวิ่งไปแล้ว 555+++ ไม่ทิ้งห่างกลุ่มเลยคะ ณ จุดๆนั้น กลุ่มพักถึงจะพัก แต่บอกเลย
เนินเยอะมากแม่!!!

บอกเลยว่า ระยะทางแค่นี้ แต่การขึ้นไม่แค่นี้นะจ้ะ สุดมากเด้อออออ

และตรงนี้คือจุดพักสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นถึงยอดดอยคะ

สังเกตหน้ามันๆไม๊คะ เหงื่อทั้งนั้นเลยคะ หนาวแค่ไหนเหงื่อก็ออก หมดแรง เหนื่อยล้าาาาาาาาาา นี่แหละหนาคนจนนนนนน เอ้า!! ผิดเพลง 555+++
ต่อคะ..เนินสุดท้าย ท้ายสุด เฮือกสุดท้ายละ เราจะได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นสมกับที่รอคอยและลอยคอมาเกือบตายคะ

ทางทั้งชันและลำบาก เกาะไม้ผิดชีวิตเปลี่ยน อาจกลิ้งตกเขาได้เลย ต้องหามุม หาเหลี่ยมเกาะดีๆ และที่สำคัญคือไฟฉายจัดแบบสว่างๆไปเลยจ้า ทางมืดแปดด้านจริงๆ

และพวกเราก็มาถึงแล้วววววววว...

เจ้าหน้าที่เล่าให้เราฟังว่ามีนักปั่นจักรยาน เอาเสือภูเขาขึ้นมานอนค้างเมื่อคืน เราก็ได้แต่คิด ทางลำบากขนาดนี้ เอาขึ้นมายังไงน้อ และนี่คะ คือพี่เค้าเอาขึ้นมาจริงๆ OMG!!!!!

พี่เค้าสุดยอดมากกกกกกกก!!! ข้าน้อยขอคาระวะ 55+++
เราขึ้นมาถึงตอน ตี5.40 นาที เจ้าหน้าก็พากันก่อไฟและเราก็นอนข้างกองไฟ เพราะหลังจากเหงื่อแห้ง คือหนาวววววว!!!

เรานอนหลับรอพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเห็นพระอาทิตย์จริงๆก็ปาไป 6 โมงเกือบ 7 โมง ซึ่งเราถามตัวเองตลอด เสียงดังในหัวตลอด
ฉันมาทำอะไรที่นี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 55+++++

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไม๊ เห็นเงาของเมฆหรือป่าวววว?? ใช่คะ เราเพื่อสิ่งนี้ ดังนั้นเก็บภาพมันไว้คะ 55++

ชื่นชมจนพอใจ ได้เวลาลงค่ะ และทางเจ้าหน้าที่บอกว่า มีโฟวิลให้ขึ้น ไปอีกทางนึง ลงเขาไปประมาณ 800 เมตรแต่ทางลงไปคือชัน ชันแบบก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน สไลด์จนปลายเขาแน่นอน ทางนี้ถ้าเดินคือไกล แต่เราขึ้นรถไง ไปสิคะ รออะไร 55+++

และนี่คือโฟวิลของเจ้าหน้าที่คะคุณ สภาพไม่น่าขี่ได้ใช่มั้ยคะ ใช่คะ..มันสตาทไม่ติด เคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่แท้ทรู เข็นจนหมดแรง พี่แกก็ไม่ติดจ้า 55++

กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง!!! ทางที่เราลงมาหวังพึ่งโฟวิลนั้น ถ้าเดินใช้เวลาเป็นวัน แต่เดินกลับไปก็ไม่ไหวอ่ะเนอะ ก็เดินไปข้างหน้าสิคะรออะไร 55++ เราเดินกันไปเรื่อยๆจนห่างออกจากกลุ่ม ห่างมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จน... เหลือกัน 2 คน ตอนนั้นก็ไม่รู้นะว่ามีทางลัด เพราะเจ้าหน้าที่บอกให้เดินตามทางเดินไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่เดินทันกลุ่มหลังและพาไปทางลัด ใช่คะ..เราเดินกับแฟนเราสองคนโดยทางลงเขาปกติ 55++ แต่เจ้าหน้าที่ คือดีอีกแล้ว ขับมอเตอร์ไซค์วิบากตามเรามา 555++ และทยอยเอาเรากับแฟนเราไปทีละคน และที่เราไม่พูดถึงไม่ได้เลย พี่ที่ปั่นจักรยานเสือภูเขาเค้าคอยช่วยเหลือเรากับแฟนเราตลอดทาง คือ พี่เค้าไม่ปล่อยให้เราสองคนเดินอ้างว้างในป่าเลย ในขณะที่อีกคนนั่งวิบากไป พี่อีกคนจะปั่นไปพร้อมกับคนที่เดิน บอกเลยว่า กราบในน้ำใจพี่ผู้ชายสองคนนี้มากๆเลย


แต่บอกเลยทางขึ้นว่าโหดแล้ว ทางลงโหดกว่า 55+++ พี่เจ้าหน้าที่ขี่วิบากไม่พอ ไหนจะสัมภาระ และเราอีก สุดมากจ้า

และแล้วเราก็ถึงที่พักอย่างปลอดภัย ใช้เวลาตอนลงมาเท่าไหร่ไม่รู้ ที่รู้ๆคือจะเที่ยงแล้วจ้ะแม่จ๋าาา 55++ ตั้งเป้าว่าจะออกเดินทางจากแม่วะสัก 9 หรือ 10 โมง ปาไปเที่ยงเลยจ้าาาาา
รีบอาบน้ำเก็บสัมภาระ สมบัติทั้งหมดทั้งมวล แวะแชะภาพสักนิด เดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึง...
จบทริปขึ้นเขาดูพระอาทิตย์ขึ้น
#ดอยผาแดงดินแดนสองตะวัน แบบทุลักทุเล แต่ก็จบได้สวย ตอนนี้ทุกอย่างคือผิดแผนไปหมด เราเลยคิดว่าจะนอนใกล้ๆ ทางผ่านที่จะไปปางอุ๋ง จนไปเจออยู่ที่นึงนั่นก็คือ
อุทยานแห่งชาติออบหลวง และใช่คะ สถานีต่อไป
อุทยานแห่งชาติออบหลวง รอติดตามในกระทู้ต่อไปนะคะ
และขอบพระคุณทุกๆคนที่อ่านจนจบ เราตั้งใจมารีวิวที่นี่มากๆ เพราะเราหาข้อมูลในพันทิพ จะมีเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติแม่วะ และดอยผาแดงน้อยมากๆ เราตั้งใจอยากให้ทุกคนได้ไปเห็นมากๆ เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้ามาหน้าฝนจะสวยกว่านี้ อยากให้ทุกคนไปดูด้วยตาตัวเอง แนะนำให้นอนเก็บแรงเยอะๆ
สายเดินเขาต้องอย่าพลาด ที่สำคัญคือ
เจ้าหน้าที่ดีดี๊มากๆและทุกๆคนเลยคะ เจอกันใหม่กระทู้หน้านะคะ

[CR] ตะลุยเหนือเมื่อปีใหม่ 5 วัน 4 คืน กับ Ninja650
ก่อนอื่นเลยต้องยกความดีความชอบทั้งหมดให้คุณแฟน
เพราะทั้งวางแผนการแต่งตัว วางแผนทริป วางแผนเส้นทาง วางแผนการขับรถ รวมทั้งเป็นคนขับรถ
และเราไปเที่ยวมาหลายที่แต่ไม่เคยรีวิวสักที แต่ครั้งนี้เลิกงานเร็ว+ความตั้งใจของคุณแฟนอันแรงกล้าอยากให้รีวิวการไปเที่ยวครั้งนี้
นี่คือการรีวิวครั้งแรกของเรา ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ
ปล.เราเดินทางโดยใช้เจ้า GPS แต่ไม่ได้ใช้จากมือถือนะ แต่คือเครื่องเล็กๆที่จับสัญญาณจากดาวเทียม ทำให้ไปในที่อับสัญญาณก็ไม่ต้องกลัวเลยคะ
วันที่ 29 มกราคม 2562
ตอนวางแผนคือออกจากบ้าน 6 โมงเช้า แต่ตื่นจริงคือ 7 โมง เก็บโน่น ทำนี่ หยิบนั่น กว่าจะออกจากบ้านคือเกือบ 9 โมง 555++
และนี่คือแผนการเดินทางของเราทั้งหมดในทริปนี้ แต่บอกก่อนเลยว่า ไปไม่ครบจ้า เพราะวันหยุดหมดก่อน!!!!!!!!!
เราออกเดินทางเกือบ 9 โมงอย่างที่บอก เจอรถติดช่วงอ่างทองนิดหน่อย แต่ด้วยเราขี่มอเตอร์ไซค์เลยจะคล่องตัวและเร็วกว่านิดหน่อย
ทริปนี้เราเน้นปลอดภัย ถ้าคนขับง่วงให้รีบพักเพราะกลัวอุบัติเหตุมากๆ
เรามุ่งหน้าออกจากสมุทรปราการปลายทาง อุทยานแห่งชาติแม่วะ ดอยผาแดง จังหวัดลำปางงงงงงงงงงงงงง
ถึงปลายทางประมาณ 5 โมงเย็น ใช่คะ.. ถึงเย็นกันเลยทีเดียว 55++++
ด่านแรกจะเจอเจ้าหน้าที่ตรงป้อมยามแรก เจ้าหน้าที่จะถามว่ามีเต๊นท์มาไม๊??? ซึ่งเรานำของมาเอง เจ้าหน้าที่จะคิดค่าเข้าและค่ากางเต๊นท์จากหน้าด่านแรกเลยคะ เข้ามาด้านในถึงที่กางเต๊นท์จะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการและเค้าจะปล่อยให้เราหาที่กางเต๊นท์ได้ตามสบาย และเจ้าหน้าที่คือดี....อีกแล้วจ้า
เราอยากกางเต๊นท์ตรงที่มันยื่นออกไปในน้ำตกแต่มีเต๊นท์เจ้าหน้าที่วางอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ก็เอาออกให้ และให้เรากางตรงนั้นได้ ดีงามม
และนี่คือกางเต๊นท์ของเรา ในคืนที่ 1 คะ
เราเข้านอนกันตั้งแต่ 2 ทุ่ม และตัวเราเองไม่ได้อาบน้ำ เพราะทั้งเหนื่อย ทั้งหนาว ทั้งง่วง และอีกอย่างเรามีกิจกรรมในวันรุ่งขึ้นรออยู่คะ.....
วันที่ 30 มกราคม 2562
เราตื่นกันตั้งแต่ตี 4 เพราะเราจะขึ้นเขาดอยผาแดงเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น #ดอยผาแดงดินแดนสองตะวัน แต่บอกก่อนเลยว่าถ้าจะขึ้นไปแนะนำให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพราะจะมีเจ้าหน้าที่นำทางขึ้นไป ถ้าไม่ใช่เจ้าถิ่นบอกเลยน่าจะหลงทาง ค่าเจ้าหน้าที่นำทางขึ้นไป 150 บาทคะ
ตี4 ตรงเป๊งเรามารอเจ้าหน้าที่ตรงจุดนัด ทริปนี้มีเจ้าหน้าที่ 1 คนและผู้ร่วมชะตากรรม 4 คน จุดขึ้นเขาอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 200 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีรถมารับคะ
เรามาถึงทางขึ้นประมาณ ตี4.15นาที ทุกอย่างมืดดดดดดดด ไม่มีแสงไฟอะไรใดๆทั้งสิ้น......
เราคิดว่ามันน่าจะเหมือนการขึ้นภูชี้ฟ้า แต่...... เนินคือชันมาก ทางมีแต่ใบไม้แห้งๆ และใช่คะ เราเดินไม่เท่าไหร่เราเริ่มหมดแรงงงง
ไอ้ตัวเราก็กลัวจะเป็นตัวถ่วงของกลุ่ม เพราะเรามีคนอื่นมาด้วย เราเลยบอกให้เจ้าหน้าที่ไปก่อนเลยเพราะเราพักบ่อย จะได้ดูแลคนอื่นด้วยด้วย
และนี่คือสภาพเราในช่วงแรกคะ......
โกรธแฟนมากกกกกกก!!! ทั้งโกรธ ทั้งเหนื่อย ทั้งง่วง ทางก็มืด ขาก็ก้าวแทบไม่ไหว อยากจะร้องไห้ใากๆ ณ จุดๆนั้น แต่แฟนเราก็แบบช่วยดึงมือ พาเดินขึ้นเขา เค้าก็รู้ว่าเราโกรธแหละ ฟิวส์แบบ... ฉันมาทำอะไรที่นี่!!!!!!!! 5555++++
ตามจุดเดินขึ้นเขาจะมีป้ายบอกเป็นระยะอย่างเช่น...
จบเนินนี้คือเรานั่งเลย คือไม่ไหวแล้ว บอกให้แฟนไปก่อนเลย เดี๋ยวไปกะกลุ่มข้างหลังเอง ซึ่งตัวเราเห็นมีไฟฉายอยู่ลิบๆโน่น แต่แฟนเราไม่ยอมเลยต่อรองว่าค่อยๆเดิน 55+++ เราพยายามเดินให้ทันคนอื่นซึ่งก็ทันจนได้ กว่าจะทันนี้คือสับตีนแตกไปเลยจ้า
***จุดไคลแม็กซ์ของเรามันคือตรงนี้ แฟนเราถามเจ้าหน้าที่ว่ามีคนเดินขึ้นเขาอีกกลุ่มนึงหรอ ทำไมไม่มาพร้อมกันแต่ทีแรก??
คำตอบเจ้าหน้าทำให้เราแทบวิ่ง ไม่มีกลุ่มอื่นนะคับ วันนี้มีแค่กลุ่มเราแค่ 4 คน ถ้าใครจะขึ้นเจ้าหน้าที่จะพาขึ้นมาและนัดพร้อมกันตอนตี4!!!
แฟนเราหันกลับมาถาม "แล้วหนูเห็นอะไร" แอ๊ะแอ๊..แม่จ๋าาาาา ผีหลอก!!!!!! ใช่คะ ไฟฉายนั้นเราเห็นอยู่คนเดียวซึ่งแฟนเราไม่เห็น****
และตอนนี้ก็ได้เวลาเดินต่อ และบอกเลยว่า ถ้าทางไม่ชันนะ เราวิ่งไปแล้ว 555+++ ไม่ทิ้งห่างกลุ่มเลยคะ ณ จุดๆนั้น กลุ่มพักถึงจะพัก แต่บอกเลย
เนินเยอะมากแม่!!!
บอกเลยว่า ระยะทางแค่นี้ แต่การขึ้นไม่แค่นี้นะจ้ะ สุดมากเด้อออออ
สังเกตหน้ามันๆไม๊คะ เหงื่อทั้งนั้นเลยคะ หนาวแค่ไหนเหงื่อก็ออก หมดแรง เหนื่อยล้าาาาาาาาาา นี่แหละหนาคนจนนนนนน เอ้า!! ผิดเพลง 555+++
ต่อคะ..เนินสุดท้าย ท้ายสุด เฮือกสุดท้ายละ เราจะได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นสมกับที่รอคอยและลอยคอมาเกือบตายคะ
ทางทั้งชันและลำบาก เกาะไม้ผิดชีวิตเปลี่ยน อาจกลิ้งตกเขาได้เลย ต้องหามุม หาเหลี่ยมเกาะดีๆ และที่สำคัญคือไฟฉายจัดแบบสว่างๆไปเลยจ้า ทางมืดแปดด้านจริงๆ
และพวกเราก็มาถึงแล้วววววววว...
เราขึ้นมาถึงตอน ตี5.40 นาที เจ้าหน้าก็พากันก่อไฟและเราก็นอนข้างกองไฟ เพราะหลังจากเหงื่อแห้ง คือหนาวววววว!!!
เรานอนหลับรอพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งเห็นพระอาทิตย์จริงๆก็ปาไป 6 โมงเกือบ 7 โมง ซึ่งเราถามตัวเองตลอด เสียงดังในหัวตลอด
ฉันมาทำอะไรที่นี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 55+++++
เธอเห็นท้องฟ้านั่นไม๊ เห็นเงาของเมฆหรือป่าวววว?? ใช่คะ เราเพื่อสิ่งนี้ ดังนั้นเก็บภาพมันไว้คะ 55++
ชื่นชมจนพอใจ ได้เวลาลงค่ะ และทางเจ้าหน้าที่บอกว่า มีโฟวิลให้ขึ้น ไปอีกทางนึง ลงเขาไปประมาณ 800 เมตรแต่ทางลงไปคือชัน ชันแบบก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน สไลด์จนปลายเขาแน่นอน ทางนี้ถ้าเดินคือไกล แต่เราขึ้นรถไง ไปสิคะ รออะไร 55+++
และนี่คือโฟวิลของเจ้าหน้าที่คะคุณ สภาพไม่น่าขี่ได้ใช่มั้ยคะ ใช่คะ..มันสตาทไม่ติด เคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่แท้ทรู เข็นจนหมดแรง พี่แกก็ไม่ติดจ้า 55++
กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง!!! ทางที่เราลงมาหวังพึ่งโฟวิลนั้น ถ้าเดินใช้เวลาเป็นวัน แต่เดินกลับไปก็ไม่ไหวอ่ะเนอะ ก็เดินไปข้างหน้าสิคะรออะไร 55++ เราเดินกันไปเรื่อยๆจนห่างออกจากกลุ่ม ห่างมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จน... เหลือกัน 2 คน ตอนนั้นก็ไม่รู้นะว่ามีทางลัด เพราะเจ้าหน้าที่บอกให้เดินตามทางเดินไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่เดินทันกลุ่มหลังและพาไปทางลัด ใช่คะ..เราเดินกับแฟนเราสองคนโดยทางลงเขาปกติ 55++ แต่เจ้าหน้าที่ คือดีอีกแล้ว ขับมอเตอร์ไซค์วิบากตามเรามา 555++ และทยอยเอาเรากับแฟนเราไปทีละคน และที่เราไม่พูดถึงไม่ได้เลย พี่ที่ปั่นจักรยานเสือภูเขาเค้าคอยช่วยเหลือเรากับแฟนเราตลอดทาง คือ พี่เค้าไม่ปล่อยให้เราสองคนเดินอ้างว้างในป่าเลย ในขณะที่อีกคนนั่งวิบากไป พี่อีกคนจะปั่นไปพร้อมกับคนที่เดิน บอกเลยว่า กราบในน้ำใจพี่ผู้ชายสองคนนี้มากๆเลย
แต่บอกเลยทางขึ้นว่าโหดแล้ว ทางลงโหดกว่า 55+++ พี่เจ้าหน้าที่ขี่วิบากไม่พอ ไหนจะสัมภาระ และเราอีก สุดมากจ้า
และแล้วเราก็ถึงที่พักอย่างปลอดภัย ใช้เวลาตอนลงมาเท่าไหร่ไม่รู้ ที่รู้ๆคือจะเที่ยงแล้วจ้ะแม่จ๋าาา 55++ ตั้งเป้าว่าจะออกเดินทางจากแม่วะสัก 9 หรือ 10 โมง ปาไปเที่ยงเลยจ้าาาาา
รีบอาบน้ำเก็บสัมภาระ สมบัติทั้งหมดทั้งมวล แวะแชะภาพสักนิด เดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึง...
จบทริปขึ้นเขาดูพระอาทิตย์ขึ้น #ดอยผาแดงดินแดนสองตะวัน แบบทุลักทุเล แต่ก็จบได้สวย ตอนนี้ทุกอย่างคือผิดแผนไปหมด เราเลยคิดว่าจะนอนใกล้ๆ ทางผ่านที่จะไปปางอุ๋ง จนไปเจออยู่ที่นึงนั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติออบหลวง และใช่คะ สถานีต่อไป อุทยานแห่งชาติออบหลวง รอติดตามในกระทู้ต่อไปนะคะ
และขอบพระคุณทุกๆคนที่อ่านจนจบ เราตั้งใจมารีวิวที่นี่มากๆ เพราะเราหาข้อมูลในพันทิพ จะมีเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติแม่วะ และดอยผาแดงน้อยมากๆ เราตั้งใจอยากให้ทุกคนได้ไปเห็นมากๆ เจ้าหน้าที่บอกว่าถ้ามาหน้าฝนจะสวยกว่านี้ อยากให้ทุกคนไปดูด้วยตาตัวเอง แนะนำให้นอนเก็บแรงเยอะๆ
สายเดินเขาต้องอย่าพลาด ที่สำคัญคือ เจ้าหน้าที่ดีดี๊มากๆและทุกๆคนเลยคะ เจอกันใหม่กระทู้หน้านะคะ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้