สวัสดีค่ะ ขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะคะ
วันนั้นเราพึ่งสอบเสร็จเลยไปฉลองกันตามประสา โดยที่ปฏิญาณตนไว้ว่าจะไม่ให้เบอร์ให้ไลน์ไม่อะไรต่อผู้ชายทั้งสิ้น
เมื่อเราดื่มแล้วมันก็เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ ด้วยบุคลิก นิสัยเรา ความเฟรนลี่ ทำให้มีผู้ชายเขามาพูดคุยด้วยตลอด แต่เราก็ไม่ได้สนใจอะไร
จนสักช่วงประมาณนึงที่กำลังเต้นอยู่นั้น ดันไปสบตากับผู้ชายคนนึง ตอนแรกก็ไม่อะไร พอมันเริ่มมีหลายๆครั้ง เราก็เริ่มคิดในใจและ
จนกระทั่งเขายกแก้วขึ้นมา แล้วบอกว่าขอชนแก้วหน่อย เราก็เออ ชนตามมารยาท พออยู่ไปเรื่อยๆ เขาเหมือนสนใจเรา เขาขอเบอร์เรา
แต่เราก็ให้นะ5555555555555 พอหลังจากที่ผับเลิก เขาก็โทรหาเรา แต่เราไม่รับ ก็ไม่ได้อะไร คิดว่าเขาก็เป็นเหมือนที่เคยเจอมานั่นแหละ
หลังจากวันนั้น ตอนเช้า เขาก็โทรมา ก็คุยกันมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ คุยกัน โทรหากัน คอลหากันตลอด ถึงแม้ว่าเขาจะทำงาน คุยได้2เดือน
เขาคอยซัพพอร์ตเราเรื่องต่างๆ แทบจะทุกเรื่อง ตามใจ เอาใจทุกอย่าง ในช่วงที่คุยกันอยู่นั้นเราก็มีปัญหาเรื่องครอบครัว
พ่อเราเสียชีวิตด้วยโรคร้าย ในตอนที่เรากำลังดูใจกันอยู่นั้น ทางครอบครัวก็รู้มาตลอด ว่าเรากำลังคุยกับคนนี้ยุนะ แล้วในวันที่พ่อเสีย
เราก็โทรบอกเขา ว่าพ่อเสียแล้วนะ มางานได้มั้ย (ซึ่งงานที่เขาทำมันยากที่จะลาได้เพราะเขาใช้วันหยุดวันลาหมดแล้ว)
แล้วคำตอบที่เราได้นั้น ดูก่อน อาจจะไม่ได้ไปหรือยังไงนี่แหละ เราก็ว่าโอเค ไม่เป็นไร ทำหน้าที่ของตัวเองไป เดี๋ยวดูแลทางนี้เอง
เราจึงเดินไปนั่งจุดธูปบอกพ่อ (เพราะความเป็นพี่คนโต ต่อไปต้องเป็นเสาหลักของบ้าน อย่างน้อยถ้าคนที่เข้ามาพอที่จะช่วยเหลือกันในอนาคตข้างหน้านั้นถ้าเกิดมันใช่คนนี้ ถ้าเกิดมันเป็นคู่เวรคู่กรรมกันจริงๆให้พาเขามานะพ่อ)
คืนวันนั้นเขาไปเที่ยวมากับเพื่อน แล้วก็โทรมาหาเราบอกว่ากำลังจะกลับห้อง จะไปส่งน้อง แล้วจะมาหา บ้านอยู่ไหน ส่งโลเคชั่นมา
ซึ่งเราแบบ เออเมารึป่าว ไม่ต้องมามันอันตราย แล้วบ้านเรามันห่างจากตัวเมืองมากเกือบ50กิโล กว่าจะเข้ามาบ้านได้ ต้องผ่านหมู่บ้านอีก6หมู่บ้าน
ซึ่งก็ถือว่าไกลมาก แต่ด้วยความที่เขาก็ดื้อยุเหมือนกัน แล้วก็จะมาให้ได้ เราจึงยอมให้เขามา คุยกันตั้งแต่ตี2 เปิดกล้อง ขับเขารถ
เราก็พยายามบอกทางมาตลอด ระยะทาง50กิโล กับคนที่ไม่เคยมา เขาขับมาถึงที่บ้านตอน6โมงเช้า เรานี่แบบถอดหายใจเฮือกใหญ่เลย
พอถึงปุ๊บเราเลยขึ้นไปบนรถ แล้วขนลุกหนักมาก เย็นเยือกบอกไม่ถูก หรือแอร์มันเย็นรึป่าวก็ไม่รู้55555555
เราก็เลยบอกว่าไปจุดธูปพ่อก่อน เข้าบ้านไปเป็นการเจอครั้งแรกของแม่ จากที่คอลแล้วหลบๆมาตลอด555 เขาโอเค แม่ น้อง เด็กๆ เข้ากับเขาได้ดีมาก เราก็แอบดีใจ แล้วอุ่นใจ ในวันที่เราไม่เหลือพ่อ เรายังมีเขาที่อยู่ด้วยข้างๆ
พอหลังจากนั้นเรื่องงานพ่อจบไปแล้วทุกอย่างเรียบร้อย จากที่เราเศร้าเขาก็พาเราไปดินเนอร์ตามประสา แล้วเราก็ดื่มกัน (ก่อนอื่นบอกเลยว่าเรานิสัยเหมือนกันมาก ชอบเที่ยว ชอบดื่ม) เราดื่มกันหนักมาก แต่เขาก็ยังไหวที่จะขับรถและพาเราไปต่อ แต่ก็ดันเกมส์ซะก่อน โดนจับเป่า เมาขับสิครับ แล้วตำรวจก็พาแฟนเราขึ้นรถไปโรงพัก ทิ้งเราและรถไว้ จากที่เมาๆยุแล้วตื่นเลย เราก็เลยตัดสินใจขับรถตามไป ถามว่ามีสติมั้ย ตอบเลยว่าน้อยมาก พอขับไปได้สักพักนึง เราก็คุยกับใครนี่แหละ จำไม่ได้ แล้วก็ถามเขาไปทางไหน เลี้ยวมั้ย แล้วก็ได้ยินว่าเลี้ยว เราก็เลยเลี้ยวเขาไปแต่เหมือนกะระยะไม่ถูก ทำให้รถไปชนกับรถที่จอดยุข้างถนน รถแฟนเราตะแคงข้าง แล้วเราก็วิ่งออกมาเหมือนคนบ้า จะไปโรงพักอย่างเดียว จะไปหาแฟน แฟนโดนจับ อยู่โรงพักจะไปประกันตัวแฟน แล้วเขาก็เรียกรถ ตำรวจก็พาเรามาโรงพัก ทุกอย่างโอเค ประกันตัวแฟนออกมา ของแฟนเราก็ข้อหานึง เราก็อีก
แต่ด้วยความที่แบบมันมีกระบวนการต่างๆของทางตำรวจเขา ก็เลยทำให้ทุกอย่างมันง่าย รถกับทางคู่กรณี ทางประกันไม่มีปัญหา แฟนต้องรายงานตัว1ปี เรารอด รถต้องเข้าอู่ เราโทษตัวเองทุกอย่าง แต่เขาจะปลอบเราเสมอ เวลาเราร้องให้เขาก็จะเช็ดน้ำตา จับมือเรา กอดเรา แต่เราก็รับรู้ได้นะว่ามันเป็นความรู้สึกที่ให้อย่างจริงใจ ซึ่งคนอื่นบอกว่าถ้าเป็นตัวเขาเอง เขาทิ้งหนูไปแล้ว แต่นี่ก็ยังคิดเลยว่ารถเสร็จแล้วเขาคงทิ้งเราไปแน่ๆ ความรู้สึกมันแย่มาโดยตลอด ทั้งคิดถึงพ่อ ไม่เหลือใครอยู่ข้างๆ นิสัยเราถ้าไม่สุดจริงๆ เราจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นเด็ดขาด
แต่เขาจะพูดเสมอ ว่ามีพี่ยุข้างๆนะ มีแม่ มีน้อง พี่ไม่ทิ้งหนูไปไหนหรอก พี่ก็อยู่นี่ ถ้าพี่ไม่รักพี่จะทนอยู่แบบนี้ทำไม จะตามใจนู้นนี่หรอ เดี๋ยวรถเสร็จแล้วเรากลับบ้านพี่กัน จากนั้นเราก็เลยเอามอไซต์ไปให้เขาใช้เวลาทำงาน เราเจอกันบ่อยขึ้น เที่ยวเหมือนเดิม55555 แต่ก็เรียกรถเอา เราใช้ตังกระเป๋าใบเดียวกัน แทบจะทุกอย่าง ซับพอร์ตกันมาเรื่อยๆ อยู่ด้วยกันมาตลอด ให้ความรัก เติมเต็มกัน ไม่ว่าทุกข์หรือสุข เราก็ยังมีกัน
จนกระทั่งวันนึงเขาจะกลับบ้านเขาที่ต่างจังหวัด เขาขึ้นรถจากนั้นก็หาย เงียบ แบบน่าสงสัย เราก็ไม่ได้เอะใจ สงสัยเหนื่อย ถึงบ้านให้เขาพักผ่อน พอวันที่2ของการกลับบ้านเขาก็ยังคงเงียบต่อไป เอ๊ะ เราก็เริ่มแปลกๆ ไลน์ไปไม่ตอบ โทรไปไม่รับ เราก็ว่าไม่ใช่และ เลยเข้าไปหาเฟชบุ๊กเขาดู (ซึ่งหนูไม่เคยรู้ ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องเฟชบุ๊คเขาเลย แต่คือในเฟชหนู เขารู้อยู่แล้ว ว่าหนูอัพรูปเขา สตอรี่เขาตลอด) เราก็พอเห็นๆบ้างตอนที่เขาเล่นโทรศัพท์ เลยหาคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยๆจนเจอ แล้วเราก็พบกับความจริง
***เขามีครอบครัวแล้วที่คบกันมาเกือบ10ปีรวมแต่งงานกัน4ปี มีลูก2คน เป็นไงล่ะ จุกอกมาก ยืนแทบไม่ไหว
ในเฟชเขา เขาดูรักเมียรักลูกเขามาก ลงรูปคู่กับเมีย แล้วตัดภาพมาที่เรา ตอนนี้เรารู้เรื่องเขามา2-3วันแล้ว
แต่เราก็ยังทำตัวปกติ เขาก็โทรมาหาถึงแม้ว่าเขาจะอยู่บ้าน อาจเป็นตอนที่เมียไม่อยู่ ตอนนี้เราทางตันมากไม่รู้จะไปต่อยังไง
ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ให้เราอยู่ในสถานะไหน ตอนนี้ไม่กล้าคุยเรื่องนี้กับใคร ขนาดคนใกล้ชิด
กลัวเขาตราหน้าว่าเป็นเมียน้อย ระยะเวลารวม4เกือบ5เดือน ไม่มีพิรุจเลย เหมือนเขาเป็นแฟนเรา
เราคุมเกมส์ได้ แต่ทำไมเกมส์มันพลิก แต่ถามว่ารักมั้ย รักมาก รักจนบอกกับเขาว่าถ้าวันไหนเราเลิกกัน จะไม่มีใครไม่หาใครอีกแล้ว มันก็ยากที่จะทำใจแหละ เราอยู่ด้วยกัน มีอะไรกัน ทางครอบครัวเรารู้หมด เรารู้แหละว่าเราควรหยุด แต่มันก็ยากที่จะถอยเพราะเรารักเขา แพ้ความดีของเขา อยู่ด้วยรักและความผูกพันธ์ เราขอใช้เวลาตรงนี้เพื่อยืดเวลาให้ดีขึ้นก่อนได้มั้ย หรือเราควรหยุดแล้วถอยออกมาทันทีเลย (เรารู้ความจริงหมดทุกอย่างแล้ว แต่เขายังไม่รู้ว่าเรารู้ )
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
ควรทำยังไงดี จะไปต่อ หรือจะหยุดอยู่แค่ตรงนี้
วันนั้นเราพึ่งสอบเสร็จเลยไปฉลองกันตามประสา โดยที่ปฏิญาณตนไว้ว่าจะไม่ให้เบอร์ให้ไลน์ไม่อะไรต่อผู้ชายทั้งสิ้น
เมื่อเราดื่มแล้วมันก็เริ่มสนุกขึ้นเรื่อยๆ ด้วยบุคลิก นิสัยเรา ความเฟรนลี่ ทำให้มีผู้ชายเขามาพูดคุยด้วยตลอด แต่เราก็ไม่ได้สนใจอะไร
จนสักช่วงประมาณนึงที่กำลังเต้นอยู่นั้น ดันไปสบตากับผู้ชายคนนึง ตอนแรกก็ไม่อะไร พอมันเริ่มมีหลายๆครั้ง เราก็เริ่มคิดในใจและ
จนกระทั่งเขายกแก้วขึ้นมา แล้วบอกว่าขอชนแก้วหน่อย เราก็เออ ชนตามมารยาท พออยู่ไปเรื่อยๆ เขาเหมือนสนใจเรา เขาขอเบอร์เรา
แต่เราก็ให้นะ5555555555555 พอหลังจากที่ผับเลิก เขาก็โทรหาเรา แต่เราไม่รับ ก็ไม่ได้อะไร คิดว่าเขาก็เป็นเหมือนที่เคยเจอมานั่นแหละ
หลังจากวันนั้น ตอนเช้า เขาก็โทรมา ก็คุยกันมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ คุยกัน โทรหากัน คอลหากันตลอด ถึงแม้ว่าเขาจะทำงาน คุยได้2เดือน
เขาคอยซัพพอร์ตเราเรื่องต่างๆ แทบจะทุกเรื่อง ตามใจ เอาใจทุกอย่าง ในช่วงที่คุยกันอยู่นั้นเราก็มีปัญหาเรื่องครอบครัว
พ่อเราเสียชีวิตด้วยโรคร้าย ในตอนที่เรากำลังดูใจกันอยู่นั้น ทางครอบครัวก็รู้มาตลอด ว่าเรากำลังคุยกับคนนี้ยุนะ แล้วในวันที่พ่อเสีย
เราก็โทรบอกเขา ว่าพ่อเสียแล้วนะ มางานได้มั้ย (ซึ่งงานที่เขาทำมันยากที่จะลาได้เพราะเขาใช้วันหยุดวันลาหมดแล้ว)
แล้วคำตอบที่เราได้นั้น ดูก่อน อาจจะไม่ได้ไปหรือยังไงนี่แหละ เราก็ว่าโอเค ไม่เป็นไร ทำหน้าที่ของตัวเองไป เดี๋ยวดูแลทางนี้เอง
เราจึงเดินไปนั่งจุดธูปบอกพ่อ (เพราะความเป็นพี่คนโต ต่อไปต้องเป็นเสาหลักของบ้าน อย่างน้อยถ้าคนที่เข้ามาพอที่จะช่วยเหลือกันในอนาคตข้างหน้านั้นถ้าเกิดมันใช่คนนี้ ถ้าเกิดมันเป็นคู่เวรคู่กรรมกันจริงๆให้พาเขามานะพ่อ)
คืนวันนั้นเขาไปเที่ยวมากับเพื่อน แล้วก็โทรมาหาเราบอกว่ากำลังจะกลับห้อง จะไปส่งน้อง แล้วจะมาหา บ้านอยู่ไหน ส่งโลเคชั่นมา
ซึ่งเราแบบ เออเมารึป่าว ไม่ต้องมามันอันตราย แล้วบ้านเรามันห่างจากตัวเมืองมากเกือบ50กิโล กว่าจะเข้ามาบ้านได้ ต้องผ่านหมู่บ้านอีก6หมู่บ้าน
ซึ่งก็ถือว่าไกลมาก แต่ด้วยความที่เขาก็ดื้อยุเหมือนกัน แล้วก็จะมาให้ได้ เราจึงยอมให้เขามา คุยกันตั้งแต่ตี2 เปิดกล้อง ขับเขารถ
เราก็พยายามบอกทางมาตลอด ระยะทาง50กิโล กับคนที่ไม่เคยมา เขาขับมาถึงที่บ้านตอน6โมงเช้า เรานี่แบบถอดหายใจเฮือกใหญ่เลย
พอถึงปุ๊บเราเลยขึ้นไปบนรถ แล้วขนลุกหนักมาก เย็นเยือกบอกไม่ถูก หรือแอร์มันเย็นรึป่าวก็ไม่รู้55555555
เราก็เลยบอกว่าไปจุดธูปพ่อก่อน เข้าบ้านไปเป็นการเจอครั้งแรกของแม่ จากที่คอลแล้วหลบๆมาตลอด555 เขาโอเค แม่ น้อง เด็กๆ เข้ากับเขาได้ดีมาก เราก็แอบดีใจ แล้วอุ่นใจ ในวันที่เราไม่เหลือพ่อ เรายังมีเขาที่อยู่ด้วยข้างๆ
พอหลังจากนั้นเรื่องงานพ่อจบไปแล้วทุกอย่างเรียบร้อย จากที่เราเศร้าเขาก็พาเราไปดินเนอร์ตามประสา แล้วเราก็ดื่มกัน (ก่อนอื่นบอกเลยว่าเรานิสัยเหมือนกันมาก ชอบเที่ยว ชอบดื่ม) เราดื่มกันหนักมาก แต่เขาก็ยังไหวที่จะขับรถและพาเราไปต่อ แต่ก็ดันเกมส์ซะก่อน โดนจับเป่า เมาขับสิครับ แล้วตำรวจก็พาแฟนเราขึ้นรถไปโรงพัก ทิ้งเราและรถไว้ จากที่เมาๆยุแล้วตื่นเลย เราก็เลยตัดสินใจขับรถตามไป ถามว่ามีสติมั้ย ตอบเลยว่าน้อยมาก พอขับไปได้สักพักนึง เราก็คุยกับใครนี่แหละ จำไม่ได้ แล้วก็ถามเขาไปทางไหน เลี้ยวมั้ย แล้วก็ได้ยินว่าเลี้ยว เราก็เลยเลี้ยวเขาไปแต่เหมือนกะระยะไม่ถูก ทำให้รถไปชนกับรถที่จอดยุข้างถนน รถแฟนเราตะแคงข้าง แล้วเราก็วิ่งออกมาเหมือนคนบ้า จะไปโรงพักอย่างเดียว จะไปหาแฟน แฟนโดนจับ อยู่โรงพักจะไปประกันตัวแฟน แล้วเขาก็เรียกรถ ตำรวจก็พาเรามาโรงพัก ทุกอย่างโอเค ประกันตัวแฟนออกมา ของแฟนเราก็ข้อหานึง เราก็อีก
แต่ด้วยความที่แบบมันมีกระบวนการต่างๆของทางตำรวจเขา ก็เลยทำให้ทุกอย่างมันง่าย รถกับทางคู่กรณี ทางประกันไม่มีปัญหา แฟนต้องรายงานตัว1ปี เรารอด รถต้องเข้าอู่ เราโทษตัวเองทุกอย่าง แต่เขาจะปลอบเราเสมอ เวลาเราร้องให้เขาก็จะเช็ดน้ำตา จับมือเรา กอดเรา แต่เราก็รับรู้ได้นะว่ามันเป็นความรู้สึกที่ให้อย่างจริงใจ ซึ่งคนอื่นบอกว่าถ้าเป็นตัวเขาเอง เขาทิ้งหนูไปแล้ว แต่นี่ก็ยังคิดเลยว่ารถเสร็จแล้วเขาคงทิ้งเราไปแน่ๆ ความรู้สึกมันแย่มาโดยตลอด ทั้งคิดถึงพ่อ ไม่เหลือใครอยู่ข้างๆ นิสัยเราถ้าไม่สุดจริงๆ เราจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นเด็ดขาด
แต่เขาจะพูดเสมอ ว่ามีพี่ยุข้างๆนะ มีแม่ มีน้อง พี่ไม่ทิ้งหนูไปไหนหรอก พี่ก็อยู่นี่ ถ้าพี่ไม่รักพี่จะทนอยู่แบบนี้ทำไม จะตามใจนู้นนี่หรอ เดี๋ยวรถเสร็จแล้วเรากลับบ้านพี่กัน จากนั้นเราก็เลยเอามอไซต์ไปให้เขาใช้เวลาทำงาน เราเจอกันบ่อยขึ้น เที่ยวเหมือนเดิม55555 แต่ก็เรียกรถเอา เราใช้ตังกระเป๋าใบเดียวกัน แทบจะทุกอย่าง ซับพอร์ตกันมาเรื่อยๆ อยู่ด้วยกันมาตลอด ให้ความรัก เติมเต็มกัน ไม่ว่าทุกข์หรือสุข เราก็ยังมีกัน
จนกระทั่งวันนึงเขาจะกลับบ้านเขาที่ต่างจังหวัด เขาขึ้นรถจากนั้นก็หาย เงียบ แบบน่าสงสัย เราก็ไม่ได้เอะใจ สงสัยเหนื่อย ถึงบ้านให้เขาพักผ่อน พอวันที่2ของการกลับบ้านเขาก็ยังคงเงียบต่อไป เอ๊ะ เราก็เริ่มแปลกๆ ไลน์ไปไม่ตอบ โทรไปไม่รับ เราก็ว่าไม่ใช่และ เลยเข้าไปหาเฟชบุ๊กเขาดู (ซึ่งหนูไม่เคยรู้ ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องเฟชบุ๊คเขาเลย แต่คือในเฟชหนู เขารู้อยู่แล้ว ว่าหนูอัพรูปเขา สตอรี่เขาตลอด) เราก็พอเห็นๆบ้างตอนที่เขาเล่นโทรศัพท์ เลยหาคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยๆจนเจอ แล้วเราก็พบกับความจริง
***เขามีครอบครัวแล้วที่คบกันมาเกือบ10ปีรวมแต่งงานกัน4ปี มีลูก2คน เป็นไงล่ะ จุกอกมาก ยืนแทบไม่ไหว
ในเฟชเขา เขาดูรักเมียรักลูกเขามาก ลงรูปคู่กับเมีย แล้วตัดภาพมาที่เรา ตอนนี้เรารู้เรื่องเขามา2-3วันแล้ว
แต่เราก็ยังทำตัวปกติ เขาก็โทรมาหาถึงแม้ว่าเขาจะอยู่บ้าน อาจเป็นตอนที่เมียไม่อยู่ ตอนนี้เราทางตันมากไม่รู้จะไปต่อยังไง
ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ให้เราอยู่ในสถานะไหน ตอนนี้ไม่กล้าคุยเรื่องนี้กับใคร ขนาดคนใกล้ชิด
กลัวเขาตราหน้าว่าเป็นเมียน้อย ระยะเวลารวม4เกือบ5เดือน ไม่มีพิรุจเลย เหมือนเขาเป็นแฟนเรา
เราคุมเกมส์ได้ แต่ทำไมเกมส์มันพลิก แต่ถามว่ารักมั้ย รักมาก รักจนบอกกับเขาว่าถ้าวันไหนเราเลิกกัน จะไม่มีใครไม่หาใครอีกแล้ว มันก็ยากที่จะทำใจแหละ เราอยู่ด้วยกัน มีอะไรกัน ทางครอบครัวเรารู้หมด เรารู้แหละว่าเราควรหยุด แต่มันก็ยากที่จะถอยเพราะเรารักเขา แพ้ความดีของเขา อยู่ด้วยรักและความผูกพันธ์ เราขอใช้เวลาตรงนี้เพื่อยืดเวลาให้ดีขึ้นก่อนได้มั้ย หรือเราควรหยุดแล้วถอยออกมาทันทีเลย (เรารู้ความจริงหมดทุกอย่างแล้ว แต่เขายังไม่รู้ว่าเรารู้ )
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ