สวัสดีค่ะ จะขอเล่าประสบการณ์ที่กำลังจะเจอ กับการทำฟัน ที่ไม่ชอบเอามากๆ
ขอเกริ่นหน่อยนะคะ..
โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ชอบทำฟันเลยตั้งแต่เด็ก ฟันไหนอยากขึ้น ฟันไหนอยากหลุด ก็เรื่องของมันเลยยย (อายุ 28 ขูดหินปูน 3 ครั้ง คิดดู๊!!)
มาวันนี้ ปัญหาที่เกิดจากความไม่เคยสนใจเรื่องช่องปากเลยยยยยย T_T ก็กลับมาทำร้ายตัวเอง คือ
1) ฟันน้ำนมไม่หลุด 1 ซี่ เขี้ยวขึ้นซ้อน 2 ข้าง
2) ฟันไม่เคยถอน ให้หลุดเองตามธรรมชาติ ทำให้ฟันเกทั้งปากกก ฟันไม่สบกัน (พี่สาวทักฟันน่าเกลียดก็ไม่สนใจ กลัวเจ็บ ไม่ชอบถอน ไม่ชอบทำ)
3) เริ่มมีกลิ่นปาก รู้สึกได้ถึงลมหายใจเหม็นเวลามันผ่านช่องฟัน ขาดความมั่นใจมาก เพราะต้องคุยกับลูกค้าบ่อย
4) แปรงฟันเลือดไหลทุกครั้ง บางทีนั่งอยู่ก็รู้สึกเลือดไหลตามไรฟัน (แย่สุดๆ)
5) คราบหินปูนมันเป็นสีดำ O_O" อันนี้ตกใจมาก คิดว่าน่าจะฟันผุ ที่สำคัญมันผุที่เขี้ยว ฟันแท้ด้วยยยย
ด้วยสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้วคิดเองเหล่านี้...ประกอบกับเพื่อนสนิท แนะนำ!!! ไปทำฟันเถอะ ก่อนที่จะรักษาไม่ได้ เลยยอมไปหาหมอค่ะ..
ถึงเวลาหาที่รักษา ^_^
จากที่ไม่เคยสนใจเรื่องฟัน เลยไม่รู้ว่าฟันต้องทำที่ไหน?? รู้แต่ว่าคลีนิค คลีนิค คลีนิค ดังนั้น ครั้งแรกจึงไปคลีนิคค่ะ
ครั้งที่ 1) คลีนิคจัดฟันที่ลพบุรีค่ะ ดูดี สะอาด ทันสมัย ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ อยู่กรุงเทพนะคะ แต่พอดีไปเยี่ยมญาติบ่อย เลยลองเข้าไปปรึกษาและรักษาดู พอเข้าไป คุณหมอก็ขูดหินปูนก่อนเลย แล้วทำการเอ็กซเรย์ฟันเพื่อทำแม่พิมพ์เตรียมจัดฟัน กลับมาบ้าน แม่บอกว่ารักษาแถวบ้านดีกว่าไหมเผื่อมีปัญหา ก็เลยตัดสินใจเชื่อแม่ค่ะ เพราะรู้สึกแปลกๆ... ไม่คิดว่าฟันเราจะจัดง่ายขนาดนั้น
ครั้งที่ 2) ไปคลีนิคจัดฟันแถวเอกชัย ตามที่เถ้าแก่แม่แนะนำ คนเยอะมากกกก สรุปหมอไม่ทำให้ค่ะ บอกว่าเราขากรรไกรไม่เท่ากัน ปากเบี้ยวแน่นอน น่าจะมีปัญหาเรื่องเหงือกด้วย ให้ไปปรึกษาที่โรงพยาบาลจะดีกว่า เพราะดูแล้วต้องใช้เครื่องมือหลายอย่าง (แล้วมานึกถึงที่ลพบุรี..ขอบคุณพระเจ้า ที่แม่บอกให้ทำกรุงเทพฯ ถ้าทำที่ลพบุรี..ไม่อยากจะคิดเลย แล้ววิธีการตรวจรักษามันก็ต่างกันมากกกกกกก)
ครั้งที่ 3) ไปโรงพยาบาลมหิดลเมื่อปี 2562(ต้นปี) จนปัจจุบันยังไม่เรียกคิวเลยค่าาาาา (ระหว่างรอก็ไปถอนฟันคุดตามคลีนิค 4 ซี่รอ เพื่อไม่ให้เสียเวลา)
ครั้งที่ 4) ตัดสินใจหาที่ใหม่ค่ะ แต่เกือบคิดจะเลิกทำแล้ว นาน!! จนมันหนักกว่าเดิม...คือ ฟันน้ำนมโยกค่าาาาาา ยังไงก็ต้องไปปป TT_TT
ครั้งที่ 4 เราก็มานั่งคิดว่าทำยังไงดี มันถึงจะรักษาได้ทีเดียวจบ จะมีคลีนิคไหนที่มีหมอเก่งๆ สามารถทำได้ทุกอย่าง ดูขากรรไกร เหงือก ฟัน ได้ไหม ตอนแรกคิดว่าไปโรงพยาบาลดังๆ น่าจะมีหมอเก่งๆ เช่น ยันฮี จุฬา แต่พอไปเห็นค่ารักษากับ รีวิวแล้วก็กลัว แต่ด้วยความโชคดี(คิดเอง)เจอหัวข้อเว็ปเรื่อง วิธีการเลือกหมอทำฟัน เขาแนะนำให้หาชื่อหมอเชียวชาญที่เว็ป ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย
https://www.royalthaident.org/specialist/ เว็ปนี้สามารถกรองพื้นที่ใกล้บ้าน เลือกสาขา ค้นหารายชื่อหมอได้ด้วย จึงไม่รอช้า หาพื้นที่ใกล้บ้าน และเลือกสาขาที่น่าจะเกี่ยวข้องกันฟันเรา เช่น จัดฟัน, ศัลยศาสตร์ช่องปาก
ปัญหาที่มีข้อสงสัยในข้อมูลราชวิทยาลัยทันตแพทย์ คือ..
1) อนุมัติบัตร กับ วุฒิบัตร คือไร??? ใครว่าโง่ก็เอาค่ะ ก็คนไม่รู้เน้อะ 555555
2) ศัพย์ทางการแพทย์ของหมอฟันในสาขาต่างๆ คือไร??
ทั้งหมดนี้ถามผู้รู้ค่ะ Google ได้คำตอบทุกอย่างจริงๆ อิอิ
พอเรารู้ว่า(คิดเองว่าใช่ค่ะ 555) อนุมัติบัตรคือใบอนุมัติให้เปิดรักษาได้ เราจึงเลือกหมอที่มีลงท้ายด้วย อนุมัติบัตร เพราะคิดว่าวุฒิบัตรก็คงแค่จบเฉยๆมั้ง ก็เลือกหมอมาได้ท่านนึงค่ะ ท่านประจำอยู่ที่ รพ.ตำรวจ และที่ทำงานรองคืนศูนย์ทันตกรรม(...ค่ะ) มาถึงตรงนี้ ก็ยังมีข้อสงสัยอีกค่ะว่า
คลีนิค ศูนย์ทันตกรรม และโรงพยาบาล ต่างกันยังไง??? จึงโทรถามเพื่อน ได้คำตอบว่า..
คลีนิค - เปิดตามความเฉพาะทางของหมอเจ้าของคลีนิค ซึ่งจะมีหมอและเครื่องมือแค่ความชำนาญของหมอท่านนั้น
ศูนย์ทันตกรรม - มีหมอเกือบทุกสาขาและเครื่องมือเกือบครบวงจรในการรักษา แต่ด้วยพื้นที่และเครื่องมือใหญ่ๆ บางชนิดมีจำกัด จึงไม่เป็นโรงพยาบาล
โรงพยาบาล - ก็รู้ๆ กันอยู่เน้อะ
ทั้งหมดนี้ บางคนอาจรู้อยู่แล้ว แต่บอกตามตรงค่ะว่าเราไม่รู้ แล้วคิดว่าน่าจะมีคนแบบเราบ้าง วันนี้เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ก่อนเริ่มรักษา
ต่อค่ะ..
วันที่ 3/1/63 เมื่อได้ข้อมูล ได้สถานที่แล้วก็ไม่รอช้าค่ะ ขับรถจากพระราม3(ที่ทำงาน) ไปหาศูนย์ทันตกรรมแถวพระราม 4 ทันที
เดินทางจากที่ทำงานแค่ 15 นาที เดินทางกลับบ้าน 30 นาทีเอง..ถือว่าประสบความสำเร็จเรื่องระยะทางค่ะ! Happyyyy!
พอถึงคลีนิค ก็กล้าๆ กลัวๆ คิดว่าสถานที่จะอับๆ ร้างๆ เถื่อนๆ หมอมั่วๆไหม นี่คือสิ่งที่กลัวค่ะ ปรากฏว่า++++
คลีนิคดูสะอาด เต็ม 10 ให้ 7 ค่ะ เข้าไปสถานที่ค่อนข้างเล็ก มีพยาบาลให้บริการเป็นระบบ ดูมืออาชีพ คล้ายโรงพยาบาล และที่สำคัญคือคนเยอะค่ะ สบายใจขึ้นมาทันที ที่ดีกว่านั้นคือ มีคนมารักษาฟัน อายุตั้งแต่เด็กจนเกือบชรา นั่นแหล่ะ แสดงว่า!!! ดีค่ะ
ต่อค่ะ หลังจากวิจารย์เสร็จแล้ว
เราเดินไปเคาร์เตอร์แจ้งพยาบาลว่าจะมาจัดฟันค่ะ แต่พยาบาลบอกว่า "วันนี้คิวคุณหมอเต็มหมดนะคะ" O_O ห๊าาา!! ไม่นะ ..
.... เลยบอกพยาบาลว่า งั้นขูดหินปูนเฉยๆ ก็ได้ค่ะ
พอคุณพยาบาลตรวจสอบเสร็จ ปรากฏว่า "่ว่างค่ะ" รอไม่ถึง 10 นาทีได้พบคุณหมอเลย มาถึงตรงนี้ บอกความกลัวของเรานิดนึงค่ะ
***เราพูดกับพยาบาลตามตรงว่า หมอที่รักษาจะขูดหินปูนให้เป็นหมอจริงๆใช่ไหมคะ เคยดูรีวิวบางครั้งเป็นหมอไม่ผ่านใบอนุญาติรักษา เพราะฟันมันโยกด้วยน่ะค่ะ กลัวเขาไม่ดูให้*** คุณพยาบาลก็แจ้งว่า เป็นคุณหมอที่ได้รับใบอนุญาติทุกท่านค่ะ ท่านนี้จะมีความชำนาญเรื่องขูดหินปูนและอุดฟัน สามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ด้วยค่ะ
เย้!! สบายใจ
สักพักก็มีพยาบาลเรียกเข้าพบคุณหมอ... มองตาครั้งแรก .. รู้สึก..เอิ่ม.. ดูเด็กจัง เหมือนรุ่นเดียวกันเลยง่ะ หรือหมอหน้าเด็ก เราหน้าแก่น้าา...
คุณหมอก็ถามเรื่องฟันเราว่ามีปัญหาอะไร เราก็ใส่ๆๆๆ ตามที่เกิ่นตอนแรกอ่าค่ะว่าเราประสบปัญหาอะไร เป็นคนยังไง
ถึงเวลา คุณหมอวินิจฉัย ปรากฏว่า...
ขูดหินปูนยังไม่ได้นะคะ เพราะหินปูนตกลงไปฝังตามร่องเหงือก ต้องให้หมอชำนาญเฉพาะทาง เป็นผู้ดูแลให้ อีกอย่างดูแล้วเหมือนเหงือกจะอักเสบด้วยนะคะ ไม่เคยขูดหินปูนเลยหรอ(หมอแซว หรือด่าาา 5555) แล้วยังมีฟันน้ำนมที่ยังไม่หลุดอีก 2 ซี่นะเนี่ย(เห้ย นึกว่ามีซี่เดียว) ดีนะที่ถอนฟันคุด 4 ซี่ออกหมดแล้ว และไม่มีฟันผุ หมอกล่าว
คำถามที่สงสัยฟันตัวเอง กับ คุณหมอ
1) ทำไมเวลาอ้าปาก ถึงรู้สึกมีกลิ่นตามไรฟัน = เพราะหินปูนมีกลิ่น บวกกับเลือดที่ไหลและเหงือกอักเสบ
2) ทำไมเลือดถึงไหล = เป็นเพราะหินปูนที่ฝั่งแน่น ทำให้เหงือกย่นและมีเลือดไหล
สุดท้าย เราแจ้งคุณหมอว่าต้องการรักษาจบที่นี่ที่เดียวเลย แล้วคุณหมอก็ให้ทำเอ็กซเรย์ช่องฟัน และนัดคิวให้ ซึ่งถึงกำหนดพรุ่งนี้แล้วค่ะ
สรุปแนวทางการรักษาที่คุณหมอแจ้งคือ นัดหมอเหงือก และ หมอจัดฟัน วินิจฉัยสภาพช่องปากเพื่อจัดฟัน โดยต้องเริ่มจาก ขูดหินปูน ถอนฟัน ดูแลเหงือกให้เป็นปกติ และทำการจัดฟัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของหมออีกที
ยังไง ถ้าถึงวันนัดไปหาหมอแล้ว จะมาเล่าสู่กันฟังอีกทีนะคะ เผื่อจะมีคนประสบปัญหาเหมือนเราบ้าง เรารู้สึกว่าถ้ามีคนแนะนำแบบนี้บ้าง เราคงทำอะไรเสร็จไปนานแล้ว ฟันเราคงไม่แย่จนมันแตกแล้วจะหลุดขนาดนี้ ที่สำคัญ ค่ารักษาจะเสียซ้ำซาก ไม่จบซักที ยิ่งกว่านั้น ถ้ารักษาแล้วเจอคลีนิคมักง่าย เห็นแก่เงิน รักษาแบบหมอตลาด เราคงมีแต่ค่ารักษาที่ไม่รู้จะหายเมื่อไหร่
เดี๋ยวรักษาถึงไหนแล้วจะมา update ต่อเรื่อยๆ ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัวมากบอกเลยค่ะ 555
อธิบายไม่ค่อยเก่ง ถ้าใครอยากไปทำบ้างลองอินบ๊อกมาถามดูก็ได้นะคะ
ปล.ถ้าล่วงเกินสถาบัน หรือ บุคคลใดๆ หรือ เป็นข้อมูลไม่ถูกต้อง
ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
***ปากดำกรรมพันธุ์ ปากเบี้ยวเพราะรถล้ม อาจดูน่าเกลียดๆ ซูมเยอะมาก(เรายังว่าน่าเกลียด) แต่อยากให้เพื่อนๆเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงน่ะค่ะ***
ขออภัยอีกครั้ง ถ้าใครกินข้าวอยู่ +5555
ประสบการณ์เตรียมตัวจัดฟัน กับ ปัญหาช่องปาก จากการไม่ชอบรักษาฟันเลยยย
ขอเกริ่นหน่อยนะคะ..
โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ชอบทำฟันเลยตั้งแต่เด็ก ฟันไหนอยากขึ้น ฟันไหนอยากหลุด ก็เรื่องของมันเลยยย (อายุ 28 ขูดหินปูน 3 ครั้ง คิดดู๊!!)
มาวันนี้ ปัญหาที่เกิดจากความไม่เคยสนใจเรื่องช่องปากเลยยยยยย T_T ก็กลับมาทำร้ายตัวเอง คือ
1) ฟันน้ำนมไม่หลุด 1 ซี่ เขี้ยวขึ้นซ้อน 2 ข้าง
2) ฟันไม่เคยถอน ให้หลุดเองตามธรรมชาติ ทำให้ฟันเกทั้งปากกก ฟันไม่สบกัน (พี่สาวทักฟันน่าเกลียดก็ไม่สนใจ กลัวเจ็บ ไม่ชอบถอน ไม่ชอบทำ)
3) เริ่มมีกลิ่นปาก รู้สึกได้ถึงลมหายใจเหม็นเวลามันผ่านช่องฟัน ขาดความมั่นใจมาก เพราะต้องคุยกับลูกค้าบ่อย
4) แปรงฟันเลือดไหลทุกครั้ง บางทีนั่งอยู่ก็รู้สึกเลือดไหลตามไรฟัน (แย่สุดๆ)
5) คราบหินปูนมันเป็นสีดำ O_O" อันนี้ตกใจมาก คิดว่าน่าจะฟันผุ ที่สำคัญมันผุที่เขี้ยว ฟันแท้ด้วยยยย
ด้วยสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้วคิดเองเหล่านี้...ประกอบกับเพื่อนสนิท แนะนำ!!! ไปทำฟันเถอะ ก่อนที่จะรักษาไม่ได้ เลยยอมไปหาหมอค่ะ..
ถึงเวลาหาที่รักษา ^_^
จากที่ไม่เคยสนใจเรื่องฟัน เลยไม่รู้ว่าฟันต้องทำที่ไหน?? รู้แต่ว่าคลีนิค คลีนิค คลีนิค ดังนั้น ครั้งแรกจึงไปคลีนิคค่ะ
ครั้งที่ 1) คลีนิคจัดฟันที่ลพบุรีค่ะ ดูดี สะอาด ทันสมัย ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ อยู่กรุงเทพนะคะ แต่พอดีไปเยี่ยมญาติบ่อย เลยลองเข้าไปปรึกษาและรักษาดู พอเข้าไป คุณหมอก็ขูดหินปูนก่อนเลย แล้วทำการเอ็กซเรย์ฟันเพื่อทำแม่พิมพ์เตรียมจัดฟัน กลับมาบ้าน แม่บอกว่ารักษาแถวบ้านดีกว่าไหมเผื่อมีปัญหา ก็เลยตัดสินใจเชื่อแม่ค่ะ เพราะรู้สึกแปลกๆ... ไม่คิดว่าฟันเราจะจัดง่ายขนาดนั้น
ครั้งที่ 2) ไปคลีนิคจัดฟันแถวเอกชัย ตามที่เถ้าแก่แม่แนะนำ คนเยอะมากกกก สรุปหมอไม่ทำให้ค่ะ บอกว่าเราขากรรไกรไม่เท่ากัน ปากเบี้ยวแน่นอน น่าจะมีปัญหาเรื่องเหงือกด้วย ให้ไปปรึกษาที่โรงพยาบาลจะดีกว่า เพราะดูแล้วต้องใช้เครื่องมือหลายอย่าง (แล้วมานึกถึงที่ลพบุรี..ขอบคุณพระเจ้า ที่แม่บอกให้ทำกรุงเทพฯ ถ้าทำที่ลพบุรี..ไม่อยากจะคิดเลย แล้ววิธีการตรวจรักษามันก็ต่างกันมากกกกกกก)
ครั้งที่ 3) ไปโรงพยาบาลมหิดลเมื่อปี 2562(ต้นปี) จนปัจจุบันยังไม่เรียกคิวเลยค่าาาาา (ระหว่างรอก็ไปถอนฟันคุดตามคลีนิค 4 ซี่รอ เพื่อไม่ให้เสียเวลา)
ครั้งที่ 4) ตัดสินใจหาที่ใหม่ค่ะ แต่เกือบคิดจะเลิกทำแล้ว นาน!! จนมันหนักกว่าเดิม...คือ ฟันน้ำนมโยกค่าาาาาา ยังไงก็ต้องไปปป TT_TT
ครั้งที่ 4 เราก็มานั่งคิดว่าทำยังไงดี มันถึงจะรักษาได้ทีเดียวจบ จะมีคลีนิคไหนที่มีหมอเก่งๆ สามารถทำได้ทุกอย่าง ดูขากรรไกร เหงือก ฟัน ได้ไหม ตอนแรกคิดว่าไปโรงพยาบาลดังๆ น่าจะมีหมอเก่งๆ เช่น ยันฮี จุฬา แต่พอไปเห็นค่ารักษากับ รีวิวแล้วก็กลัว แต่ด้วยความโชคดี(คิดเอง)เจอหัวข้อเว็ปเรื่อง วิธีการเลือกหมอทำฟัน เขาแนะนำให้หาชื่อหมอเชียวชาญที่เว็ป ราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย https://www.royalthaident.org/specialist/ เว็ปนี้สามารถกรองพื้นที่ใกล้บ้าน เลือกสาขา ค้นหารายชื่อหมอได้ด้วย จึงไม่รอช้า หาพื้นที่ใกล้บ้าน และเลือกสาขาที่น่าจะเกี่ยวข้องกันฟันเรา เช่น จัดฟัน, ศัลยศาสตร์ช่องปาก
ปัญหาที่มีข้อสงสัยในข้อมูลราชวิทยาลัยทันตแพทย์ คือ..
1) อนุมัติบัตร กับ วุฒิบัตร คือไร??? ใครว่าโง่ก็เอาค่ะ ก็คนไม่รู้เน้อะ 555555
2) ศัพย์ทางการแพทย์ของหมอฟันในสาขาต่างๆ คือไร??
ทั้งหมดนี้ถามผู้รู้ค่ะ Google ได้คำตอบทุกอย่างจริงๆ อิอิ
พอเรารู้ว่า(คิดเองว่าใช่ค่ะ 555) อนุมัติบัตรคือใบอนุมัติให้เปิดรักษาได้ เราจึงเลือกหมอที่มีลงท้ายด้วย อนุมัติบัตร เพราะคิดว่าวุฒิบัตรก็คงแค่จบเฉยๆมั้ง ก็เลือกหมอมาได้ท่านนึงค่ะ ท่านประจำอยู่ที่ รพ.ตำรวจ และที่ทำงานรองคืนศูนย์ทันตกรรม(...ค่ะ) มาถึงตรงนี้ ก็ยังมีข้อสงสัยอีกค่ะว่า
คลีนิค ศูนย์ทันตกรรม และโรงพยาบาล ต่างกันยังไง??? จึงโทรถามเพื่อน ได้คำตอบว่า..
คลีนิค - เปิดตามความเฉพาะทางของหมอเจ้าของคลีนิค ซึ่งจะมีหมอและเครื่องมือแค่ความชำนาญของหมอท่านนั้น
ศูนย์ทันตกรรม - มีหมอเกือบทุกสาขาและเครื่องมือเกือบครบวงจรในการรักษา แต่ด้วยพื้นที่และเครื่องมือใหญ่ๆ บางชนิดมีจำกัด จึงไม่เป็นโรงพยาบาล
โรงพยาบาล - ก็รู้ๆ กันอยู่เน้อะ
ทั้งหมดนี้ บางคนอาจรู้อยู่แล้ว แต่บอกตามตรงค่ะว่าเราไม่รู้ แล้วคิดว่าน่าจะมีคนแบบเราบ้าง วันนี้เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ก่อนเริ่มรักษา
ต่อค่ะ..
วันที่ 3/1/63 เมื่อได้ข้อมูล ได้สถานที่แล้วก็ไม่รอช้าค่ะ ขับรถจากพระราม3(ที่ทำงาน) ไปหาศูนย์ทันตกรรมแถวพระราม 4 ทันที
เดินทางจากที่ทำงานแค่ 15 นาที เดินทางกลับบ้าน 30 นาทีเอง..ถือว่าประสบความสำเร็จเรื่องระยะทางค่ะ! Happyyyy!
พอถึงคลีนิค ก็กล้าๆ กลัวๆ คิดว่าสถานที่จะอับๆ ร้างๆ เถื่อนๆ หมอมั่วๆไหม นี่คือสิ่งที่กลัวค่ะ ปรากฏว่า++++
คลีนิคดูสะอาด เต็ม 10 ให้ 7 ค่ะ เข้าไปสถานที่ค่อนข้างเล็ก มีพยาบาลให้บริการเป็นระบบ ดูมืออาชีพ คล้ายโรงพยาบาล และที่สำคัญคือคนเยอะค่ะ สบายใจขึ้นมาทันที ที่ดีกว่านั้นคือ มีคนมารักษาฟัน อายุตั้งแต่เด็กจนเกือบชรา นั่นแหล่ะ แสดงว่า!!! ดีค่ะ
ต่อค่ะ หลังจากวิจารย์เสร็จแล้ว
เราเดินไปเคาร์เตอร์แจ้งพยาบาลว่าจะมาจัดฟันค่ะ แต่พยาบาลบอกว่า "วันนี้คิวคุณหมอเต็มหมดนะคะ" O_O ห๊าาา!! ไม่นะ ..
.... เลยบอกพยาบาลว่า งั้นขูดหินปูนเฉยๆ ก็ได้ค่ะ
พอคุณพยาบาลตรวจสอบเสร็จ ปรากฏว่า "่ว่างค่ะ" รอไม่ถึง 10 นาทีได้พบคุณหมอเลย มาถึงตรงนี้ บอกความกลัวของเรานิดนึงค่ะ
***เราพูดกับพยาบาลตามตรงว่า หมอที่รักษาจะขูดหินปูนให้เป็นหมอจริงๆใช่ไหมคะ เคยดูรีวิวบางครั้งเป็นหมอไม่ผ่านใบอนุญาติรักษา เพราะฟันมันโยกด้วยน่ะค่ะ กลัวเขาไม่ดูให้*** คุณพยาบาลก็แจ้งว่า เป็นคุณหมอที่ได้รับใบอนุญาติทุกท่านค่ะ ท่านนี้จะมีความชำนาญเรื่องขูดหินปูนและอุดฟัน สามารถวินิจฉัยเบื้องต้นได้ด้วยค่ะ
เย้!! สบายใจ
สักพักก็มีพยาบาลเรียกเข้าพบคุณหมอ... มองตาครั้งแรก .. รู้สึก..เอิ่ม.. ดูเด็กจัง เหมือนรุ่นเดียวกันเลยง่ะ หรือหมอหน้าเด็ก เราหน้าแก่น้าา...
คุณหมอก็ถามเรื่องฟันเราว่ามีปัญหาอะไร เราก็ใส่ๆๆๆ ตามที่เกิ่นตอนแรกอ่าค่ะว่าเราประสบปัญหาอะไร เป็นคนยังไง
ถึงเวลา คุณหมอวินิจฉัย ปรากฏว่า...
ขูดหินปูนยังไม่ได้นะคะ เพราะหินปูนตกลงไปฝังตามร่องเหงือก ต้องให้หมอชำนาญเฉพาะทาง เป็นผู้ดูแลให้ อีกอย่างดูแล้วเหมือนเหงือกจะอักเสบด้วยนะคะ ไม่เคยขูดหินปูนเลยหรอ(หมอแซว หรือด่าาา 5555) แล้วยังมีฟันน้ำนมที่ยังไม่หลุดอีก 2 ซี่นะเนี่ย(เห้ย นึกว่ามีซี่เดียว) ดีนะที่ถอนฟันคุด 4 ซี่ออกหมดแล้ว และไม่มีฟันผุ หมอกล่าว
คำถามที่สงสัยฟันตัวเอง กับ คุณหมอ
1) ทำไมเวลาอ้าปาก ถึงรู้สึกมีกลิ่นตามไรฟัน = เพราะหินปูนมีกลิ่น บวกกับเลือดที่ไหลและเหงือกอักเสบ
2) ทำไมเลือดถึงไหล = เป็นเพราะหินปูนที่ฝั่งแน่น ทำให้เหงือกย่นและมีเลือดไหล
สุดท้าย เราแจ้งคุณหมอว่าต้องการรักษาจบที่นี่ที่เดียวเลย แล้วคุณหมอก็ให้ทำเอ็กซเรย์ช่องฟัน และนัดคิวให้ ซึ่งถึงกำหนดพรุ่งนี้แล้วค่ะ
สรุปแนวทางการรักษาที่คุณหมอแจ้งคือ นัดหมอเหงือก และ หมอจัดฟัน วินิจฉัยสภาพช่องปากเพื่อจัดฟัน โดยต้องเริ่มจาก ขูดหินปูน ถอนฟัน ดูแลเหงือกให้เป็นปกติ และทำการจัดฟัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของหมออีกที
ยังไง ถ้าถึงวันนัดไปหาหมอแล้ว จะมาเล่าสู่กันฟังอีกทีนะคะ เผื่อจะมีคนประสบปัญหาเหมือนเราบ้าง เรารู้สึกว่าถ้ามีคนแนะนำแบบนี้บ้าง เราคงทำอะไรเสร็จไปนานแล้ว ฟันเราคงไม่แย่จนมันแตกแล้วจะหลุดขนาดนี้ ที่สำคัญ ค่ารักษาจะเสียซ้ำซาก ไม่จบซักที ยิ่งกว่านั้น ถ้ารักษาแล้วเจอคลีนิคมักง่าย เห็นแก่เงิน รักษาแบบหมอตลาด เราคงมีแต่ค่ารักษาที่ไม่รู้จะหายเมื่อไหร่
เดี๋ยวรักษาถึงไหนแล้วจะมา update ต่อเรื่อยๆ ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัวมากบอกเลยค่ะ 555
อธิบายไม่ค่อยเก่ง ถ้าใครอยากไปทำบ้างลองอินบ๊อกมาถามดูก็ได้นะคะ
ปล.ถ้าล่วงเกินสถาบัน หรือ บุคคลใดๆ หรือ เป็นข้อมูลไม่ถูกต้อง
ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
***ปากดำกรรมพันธุ์ ปากเบี้ยวเพราะรถล้ม อาจดูน่าเกลียดๆ ซูมเยอะมาก(เรายังว่าน่าเกลียด) แต่อยากให้เพื่อนๆเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงน่ะค่ะ***
ขออภัยอีกครั้ง ถ้าใครกินข้าวอยู่ +5555