ประสบการณ์ปวดคอไหล่ เหมือนแบกของอยู่ตลอดเวลา (คล้ายๆหนังชัตเตอร์) จิตอ่อนในวันที่แม่เสีย

ก่อนอื่นเราจะบอกว่าเราอายุ 24 ปี ย่าง25 อีกไม่กี่วัน
.....

เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ เราทราบข่าวว่าแม่ป่วยหนักหัวใจหยุดเต้นเข้าโรงพยาบาลด่วน ประมาน11.00น.ของวันที่ 4 ม.ค.

เรามาถึง รพ. ประมาณ เที่ยงๆ หมอบอกให้ทำใจ อาการแย่มาก ด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย

ตอนนั้นเราอื้อ ไปหมด มองไปเห็นแม่อยู่ในห้องฉุกเฉิน ใช้เครื่องช่วยหายใจทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนร้องไห้ แล้วเรียกแม่ แต่ไม่มีการตอบกลับ เรายังคิดว่าแม่แค่หลับแหละ เดี๋ยวคงตื่น

หมอบอกให้เรารอดูอาการแม่ก่อน อยู่ที่กำลังใจ อาจจะอยู่ได้1วัน หรือ 2 วัน หรืออาจเป็นเดือน

เรานั่งรอหมอเพื่อแจ้งอาการแม่เป็นระยะๆ ระหว่างรอเรานอนหนุนตักแฟนที่ตรงที่นั่ง แต่ไม่ถึงชม.เพราะปวดคอ

ประมาน 5 โมงเย็น หมอเรียกเราเข้าไปดูแม่ครั้งสุดท้าย เพราะชีพจรหยุดเต้นแล้ว ตอนนั้นทุกอย่างหยุด เรารู้สึกจะเป็นลม ตาจะปิด พยายามทรงตัวและทำตามที่พยาบาลบอก ตอนนี้เริ่มปวดท้ายทอยข้างขวา

จากนั้นเราก็จัดการเรื่องเตรียมงานศพ

ช่วงเวลาทุ่มกว่าๆ เรามีอาการปวดคอ ฝั่งขวา ทั้งคอคิดว่าน่าจะปวดเพราะนอนหนุนตักแฟน เราพยายามเอามือนวดๆ ก็ยิ่งปวด หันซ้ายปวดมากๆ ก็คิดว่าเดี๋ยวคงหาย ปกติ

เช้าวันที่ 5 วันนี้เราต้องไปรับศพแม่จาก รพ. เราก็ยังร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นหน้าแม่ วันนี้เราปวดคอหนัก2ฝั่งทั้งซ้ายขวา หันไปทางไหนก็ปวด มาถึงบ่านิดหน่อย วันนี้เราต้องย้ายศพไปวัด ซึ่งเรานั่งไปคันเดียวกับแม่ เราทำพิธีตามคนขับบอก ในรถ มีพระ1รูป มีพ่อเรา แฟนแม่เรา คนขับ และศพแม่เราที่อยู่ในโรง ข้างหลัง คนขับบอกให้เราโปรยเหรียญซื้อทาง(ใส่ขัน) และเรียกชื่อผู้ตาย โปรยเหรียญซื้อทางพาแม่ไปวัด ทุกโค้ง ใต้สะพาน ทางเลี้ยว ทางแยก เราก็โปรยและเรียก แม่ (ไม่ได้เรียกชื่อ) มาตลอดทาง จนมาถึงโค้งช่วงประชาสงค์เคราะห์ ดินแดง โค้งนึง เราได้ยินเสียง เหมือนเหล็กตีโรง ข้างหลัง 1 ครั้ง เราตกใจมาก เราไม่กล้าหันไป ก็เริ่มเรียกแม่เบาลง แต่ยังคงทำเหมือนเดิม

ผ่านอีกโค้ง ได้ยินเหมือนเดิม ขับรถไปแปบนึงได้ยินอีก อีกแปบ ก็ได้ยินอีก เป็นทั้งหมด 4 ครั้ง เราคิดว่าทุกคนน่าจะได้ยิน แต่ไม่พูด

พอถึงวัด ลงจากรถเราถามพ่อ ถามแฟนแม่ ไม่มีใครได้ยิน ตอนนั้นเราตกใจมาก แต่คิดว่าไม่มีอะไร

ซึ่งระหว่างงานศพ จนจบสิ้น อาการปวดคอเราหนักขึ้น จนปวดไหล่ แม่แฟนเอายาคล้ายเส้น ยาแก้ปวดให้ทาน ให้นอนหมอนไม่สูง ก็ไม่ดีขึ้น จนเราหงุดหงิด เพลีย ปวดมาก

พอลอยอังคาร แม่ เสร็จแล้วเราก็ยังปวดอยู่ และไม่มีท่าทีดีขึ้น

หลังจากนั้นวันต่อมาเรานั่งรถไปทำธุระกับแฟน ปกติจะไม่นอน แต่ครั้งนี้เรานอนอยากนอน ปวดจนนั่งไม่ได้ ยกไหล่ไม่ขึ้น เหมือนแบกอะไรตลอด สีหน้าหมอง ปรับเบาะเอนตัวนอนตลอดทาง จนเราตื่นเราคิดถึงเรื่อง ชัตเตอร์กดติดวิญญาน (ก่อนอื่นบอกก่อนว่าเมื่อก่อนเราไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ไม่เคยลบหลู่ ไม่ชอบเข้าวัดทำบุญ สวดมนต์ หรือใส่พระ ตรงกันข้ามกับแฟนเรา แฟนเราจะใส่สร้อยพระ สวดมนต์ก่อนนอนตลอด) เราคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาและคิดว่าจะไปหาหมอ แต่คิดไปมาหมอเอาไว้ทีหลัง เพราะสุดท้ายก็ได้แค่ยาแก้ปวดกับยาคลายเส้นมากิน เอาไว้สุดๆค่อยไป

เราเลยลองถามแฟนว่า ที่รักเธอเชื่อเรื่องหนัง ชัตเตอร์ ไหม แฟนเรามองหน้าเราแล้วถอดสร้อยพระออกมา แล้วบอกว่าลองดู สวดมนต์ตามพี่ แล้วใส่ไว้

เราก็เลยบอกแฟนว่า ลองดูไม่เสียหาย ถ้าอาการหนูดีขึ้นหรือหาย แสดงว่าสิ่งที่คิดคือจริง แล้วหนูจะขอบูชาต่อ

เราใส่พระของแฟนไปซัก1ชม. เดินเล่นปกติ เริ่มเบา เรายกไหล่ได้ แต่ยังหน่วงๆปวดอยู่ เริ่มหันคอซ้ายขวาได้ ดีขึ้น ตอนนั้นเราดีใจมาก ที่มันดีขึ้น เพราะตอนปวด มันทรมานจนไม่อยากเดิน ไม่อยากนั่ง

เราบอกอาการแฟนเป็นระยะๆ จนผ่านไป3-4ชม. ดีขึ้นอย่างเห็นชัด ไหล่เราเบาขึ้น เราใส่พระตลอด ใส่นอน สวดมนต์ ก่อนนอน

ตื่นเช้ามาหายปวดไหล่ และอาการปวดคอ เริ่มดีขึ้น และค่อยๆเบาไป

เราไม่รู้ว่าสิ่งที่คิดจะใช่ไหมนะ แต่ตอนนี้เราเริ่มเข้าวัดทำบุญ ใส่พระ สวดมนต์

ของแบบนี้ไม่เจอกับตัวไม่เชื่อจริงๆ .... แต่แล้วแต่คนจะเชื่อนะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่