เริ่มแล้ว!ถกงบปี63 เข้าสู่วันที่ 4 ด้าน “ชวน” ขอพูดแทนส.ส.งดไปงาน “วันเด็ก” เหตุประชุมสภาฯ ต่อ
https://www.matichon.co.th/politics/news_1880749
เริ่มแล้ว!ถกงบปี63 เข้าสู่วันที่ 4 ด้าน “ชวน” ขอพูดแทนส.ส.งดไปงาน “วันเด็ก” เหตุประชุมสภาฯ ต่อ
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท วาระ 2 จำนวน 55 มาตรา ข้ามวันเข้าสู่วันที่ 11 มกราคม ซึ่งได้พิจารณามาถึงมาตรา 39 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการจัดการมลพิษ และสิ่งแวดล้อมให้ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานงบประมาณ วงเงิน 400 ล้านบาท ทางส.ส.ซีกฝ่ายค้าน อาทิ นาย
สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นาย
คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้ขอหารือให้พักการประชุม เนื่องจากสภาพร่างกายทุกคนไม่ไหวลุกขึ้น หากจะฝืนให้ถึงเช้าจนเสร็จ อีกทั้งส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็อยู่แค่ 240 กว่าคนเท่านั้น และฝ่ายค้านพร้อมให้ความร่วมมือและที่นี่ไม่ใช่สภาทหารเกณฑ์ เพื่อให้การพิจารณางบผ่านไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่นาย
วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นขอให้ประชุมต่อไปจนจบ โดยได้มีส.ส.ซีกรัฐบาล ลุกขึ้นสนับสนุนให้การประชุมเดินต่อไป จนทำเกิดความวุ่นวาย
จนกระทั่งนาย
สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ตัดบทได้ใช้อำนาจสั่งพักการประชุมทันที ในเวลา 01.20 น.เพื่อพิจารณาในมาตรา 40 ต่อ ในเวลา 09.30น.
ต่อมาเวลา10.45 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ วาระ2 ซึ่งเข้าสู่วันที่ 4 ได้เริ่มขึ้น โดยมีนาย
ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้กล่าวก่อนเข้าระเบียบวาระว่า วันนี้คือวันเด็ก ซึ่งส.ส.หลายคนมาปรารถว่าได้จองตั๋วเครื่องบิน และรับปากไปร่วมงานแล้ว ซึ่งตนขอพูดแทนทุกคน ถึงเจ้าของงานว่า ส.ส.ไม่สามารถไปร่วมงานวันเด็กได้เพราะต้องปฏิบัติหน้าที่
จากนั้นได้เริ่มพิจารณาต่อใน หมวด 4 งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ มาตรา 40 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ วงเงิน 957 ล้านบาท
โดยขณะนี้เข้าสู่มาตรา 41 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย วงเงิน 863 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น
ส.ป.ก. ขอเวลาสำรวจทรัพย์-รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างฟาร์มไก่ปารีณา ก่อนจัดสรรเกษตรกร
https://voicetv.co.th/read/XSRi0TNAY
ส.ป.ก.เข้าสำรวจทรัพย์ฟาร์มไก่ 'ปารีณา' ก่อนนำที่ดินดังกล่าวไปจัดสรรให้เกษตรกรที่ลงทะเบียนเข้าใช้ประโยชน์ ชี้สิ่งก่อสร้างในพื้นที่มีหลายหลัง ต้องใช้เวลาศึกษาข้อกฎหมาย เลขาธิการ ส.ป.ก.ย้ำ ส.ส.ปารีณาต้องเป็นผู้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด หากไม่ทำ พร้อมฟ้องแพ่ง
นาย
วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า จะส่งเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.เข้าสำรวจสืบทรัพย์ฟาร์มไก่ของ น.ส.
ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งครอบครองที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน 682 ไร่ แม้ว่า น.ส.
ปารีณา จะส่งหนังสือคืนที่ดิน ส.ป.ก.แล้ว แต่ภายในมีสิ่งปลูกสร้างทั้งโรงเลี้ยงไก่ บ้านพักคนงาน เป็นต้น ซึ่งจะต้องถ่ายภาพจดบันทึกรายละเอียดว่ามีสิ่งปลูกสร้างใดและกี่หลัง ทำพิกัดลงบนแผนที่ เพื่อเป็นหลักฐานในการสั่งรื้อถอนต่อไป
ล่าสุด ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อหารือข้อกฎหมายอย่างละเอียด รวมถึงขั้นตอนการเข้าสำรวจสืบทรัพย์ ซึ่งต้องการให้ น.ส.ปารีณา อยู่ด้วย เนื่องจากเป็นผู้ครอบครอง หากไม่สะดวกต้องแต่งตั้งผู้แทน รวมทั้งจะต้องพิจารณาว่าสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่เป็นอุปสรรคต่อการจัดแปลงหรือไม่ เพราะหากรอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด
อีกทั้งสิ่งปลูกสร้างมีหลายหลังต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง และเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะจัดแปลงบริเวณที่ไม่มีอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อมอบหนังสือเข้าทำประโยชน์ ส.ป.ก. 4-01 แก่เกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ต่อสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไปก่อน จึงค่อยดำเนินการในส่วนที่มีสิ่งปลูกสร้างภายหลัง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไม่ช้า จากนั้นจะเข้าไปที่ฟาร์มไก่สัปดาห์หน้า
เลขาธิการ ส.ป.ก. ยืนยันว่า น.ส.
ปารีณาต้องเป็นผู้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด หากไม่รื้อถอน ส.ป.ก.ต้องฟ้องร้องทางแพ่ง จากนั้นจะเข้าดำเนินการรื้อถอนแล้วใช้คำสั่งศาลเรียกเก็บค่ารื้อถอนจาก น.ส.ปารีณา
ผู้ครอบครองส่งหนังสือคืนที่ดินแล้วแสดงถึงเจตนารมณ์ที่จะไม่ขัดขวางกระบวนการทางกฎหมายปฏิรูปที่ดิน คาดว่าไม่จำเป็นถึงขั้นฟ้องร้อง น่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังเร่งรัดสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดทั่วประเทศรายงานการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบว่ามีการครอบครองโดยมิชอบหรือไม่ เพื่อจะแก้ไขให้ถูกต้องตามนโยบายของ ร.อ.
ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้ที่ดิน ส.ป.ก.เป็นประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรที่มีคุณสมบัติตรงตามกฎหมาย
JJNY : ถกงบปี63 วันที่ 4/ส.ป.ก.ขอเวลาสำรวจทรัพย์-รื้อถอน ก่อนจัดสรร/สุดยอดการบริหาร!!! 12ด.ล่าสุดหนี้รบ.เพิ่ม 1.7แสนล.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1880749
เริ่มแล้ว!ถกงบปี63 เข้าสู่วันที่ 4 ด้าน “ชวน” ขอพูดแทนส.ส.งดไปงาน “วันเด็ก” เหตุประชุมสภาฯ ต่อ
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท วาระ 2 จำนวน 55 มาตรา ข้ามวันเข้าสู่วันที่ 11 มกราคม ซึ่งได้พิจารณามาถึงมาตรา 39 ว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการจัดการมลพิษ และสิ่งแวดล้อมให้ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานงบประมาณ วงเงิน 400 ล้านบาท ทางส.ส.ซีกฝ่ายค้าน อาทิ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้ขอหารือให้พักการประชุม เนื่องจากสภาพร่างกายทุกคนไม่ไหวลุกขึ้น หากจะฝืนให้ถึงเช้าจนเสร็จ อีกทั้งส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็อยู่แค่ 240 กว่าคนเท่านั้น และฝ่ายค้านพร้อมให้ความร่วมมือและที่นี่ไม่ใช่สภาทหารเกณฑ์ เพื่อให้การพิจารณางบผ่านไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นขอให้ประชุมต่อไปจนจบ โดยได้มีส.ส.ซีกรัฐบาล ลุกขึ้นสนับสนุนให้การประชุมเดินต่อไป จนทำเกิดความวุ่นวาย
จนกระทั่งนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ตัดบทได้ใช้อำนาจสั่งพักการประชุมทันที ในเวลา 01.20 น.เพื่อพิจารณาในมาตรา 40 ต่อ ในเวลา 09.30น.
ต่อมาเวลา10.45 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ วาระ2 ซึ่งเข้าสู่วันที่ 4 ได้เริ่มขึ้น โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้กล่าวก่อนเข้าระเบียบวาระว่า วันนี้คือวันเด็ก ซึ่งส.ส.หลายคนมาปรารถว่าได้จองตั๋วเครื่องบิน และรับปากไปร่วมงานแล้ว ซึ่งตนขอพูดแทนทุกคน ถึงเจ้าของงานว่า ส.ส.ไม่สามารถไปร่วมงานวันเด็กได้เพราะต้องปฏิบัติหน้าที่
จากนั้นได้เริ่มพิจารณาต่อใน หมวด 4 งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ มาตรา 40 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ วงเงิน 957 ล้านบาท
โดยขณะนี้เข้าสู่มาตรา 41 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย วงเงิน 863 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น
ส.ป.ก. ขอเวลาสำรวจทรัพย์-รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างฟาร์มไก่ปารีณา ก่อนจัดสรรเกษตรกร
https://voicetv.co.th/read/XSRi0TNAY
ส.ป.ก.เข้าสำรวจทรัพย์ฟาร์มไก่ 'ปารีณา' ก่อนนำที่ดินดังกล่าวไปจัดสรรให้เกษตรกรที่ลงทะเบียนเข้าใช้ประโยชน์ ชี้สิ่งก่อสร้างในพื้นที่มีหลายหลัง ต้องใช้เวลาศึกษาข้อกฎหมาย เลขาธิการ ส.ป.ก.ย้ำ ส.ส.ปารีณาต้องเป็นผู้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด หากไม่ทำ พร้อมฟ้องแพ่ง
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า จะส่งเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.เข้าสำรวจสืบทรัพย์ฟาร์มไก่ของ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งครอบครองที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน 682 ไร่ แม้ว่า น.ส.ปารีณา จะส่งหนังสือคืนที่ดิน ส.ป.ก.แล้ว แต่ภายในมีสิ่งปลูกสร้างทั้งโรงเลี้ยงไก่ บ้านพักคนงาน เป็นต้น ซึ่งจะต้องถ่ายภาพจดบันทึกรายละเอียดว่ามีสิ่งปลูกสร้างใดและกี่หลัง ทำพิกัดลงบนแผนที่ เพื่อเป็นหลักฐานในการสั่งรื้อถอนต่อไป
ล่าสุด ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อหารือข้อกฎหมายอย่างละเอียด รวมถึงขั้นตอนการเข้าสำรวจสืบทรัพย์ ซึ่งต้องการให้ น.ส.ปารีณา อยู่ด้วย เนื่องจากเป็นผู้ครอบครอง หากไม่สะดวกต้องแต่งตั้งผู้แทน รวมทั้งจะต้องพิจารณาว่าสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่เป็นอุปสรรคต่อการจัดแปลงหรือไม่ เพราะหากรอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด
อีกทั้งสิ่งปลูกสร้างมีหลายหลังต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง และเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะจัดแปลงบริเวณที่ไม่มีอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อมอบหนังสือเข้าทำประโยชน์ ส.ป.ก. 4-01 แก่เกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ต่อสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไปก่อน จึงค่อยดำเนินการในส่วนที่มีสิ่งปลูกสร้างภายหลัง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไม่ช้า จากนั้นจะเข้าไปที่ฟาร์มไก่สัปดาห์หน้า
เลขาธิการ ส.ป.ก. ยืนยันว่า น.ส.ปารีณาต้องเป็นผู้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด หากไม่รื้อถอน ส.ป.ก.ต้องฟ้องร้องทางแพ่ง จากนั้นจะเข้าดำเนินการรื้อถอนแล้วใช้คำสั่งศาลเรียกเก็บค่ารื้อถอนจาก น.ส.ปารีณา
ผู้ครอบครองส่งหนังสือคืนที่ดินแล้วแสดงถึงเจตนารมณ์ที่จะไม่ขัดขวางกระบวนการทางกฎหมายปฏิรูปที่ดิน คาดว่าไม่จำเป็นถึงขั้นฟ้องร้อง น่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังเร่งรัดสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดทั่วประเทศรายงานการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบว่ามีการครอบครองโดยมิชอบหรือไม่ เพื่อจะแก้ไขให้ถูกต้องตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้ที่ดิน ส.ป.ก.เป็นประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรที่มีคุณสมบัติตรงตามกฎหมาย