หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[BR] เที่ยวรัวรัว : พาลูกเที่ยว ดูบัวคาเฟ่ อุ่นใจมี B-Care จาก Bridgestone ดูแลทุกการเดินทางให้ปลอดภัย
กระทู้รีวิว
บันทึกนักเดินทาง
คาเฟ่ (Cafe)
ยางรถยนต์
ดูแลรักษารถยนต์
สวัสดีค่ะ
“พี่หยอดวัดยาง”
กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ “พี่หยอด” ได้ห่างหายจากการท่องเที่ยวไปซักพัก เพราะมีเบบี๋ตัวน้อยให้ต้องดูแล... ตอนนี้เบบี๋เริ่มโตพอที่จะพาออกไปเปิดหูเปิดตานอกบ้านได้แล้ว เลยจะขอจัดทริปสั้นๆ เป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวเราซะหน่อยค่ะ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ “พี่หยอด” แพลนจะขับรถไปหาคาเฟ่แถวชานเมืองนั่งเล่นแบบชิวๆ พาเบบี๋ตัวน้อยไปชมนกชมไม้แนวใกล้ชิดธรรมชาติค่ะ
และเพื่อความสบายใจก่อนออกเดินทาง “พี่หยอด” และปะป๊าก็เลยตัดสินใจว่าจะต้องเอารถของเราไปเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนยางซะหน่อย
เพราะตั้งแต่ท้องจนคลอดลูกมาก็แทบไม่มีเวลาจะดูแลรถเลย โดยเฉพาะยางรถยนต์ที่ใกล้ถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนแล้วด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง คงต้องจัดใหม่ทั้ง 4 เส้นไปเลยค่ะ
เคยมั้ยคะ เวลาเรากำลังคิดว่าอยากได้หรืออยากซื้ออะไรอยู่ มักจะมีโฆษณาของสิ่งนั้นๆ โผล่มาในโซเชี่ยลมีเดียให้เราได้เห็นประจำ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน “พี่หยอด” กำลังคิดจะเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ ก็มีโปรโมชั่นหรือโปรแกรมบริการหลังการขายยางรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ เด้งมาให้เห็นเพียบบบบ ซึ่งก็ดีเหมือนกันนะจะได้ช่วยประกอบการตัดสินใจเราได้ เพราะการเปลี่ยนยางรถยนต์ทีนึงก็หลายตังค์อยู่นาาาา เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ดีและคุ้มค่าที่สุดค่ะ
“พี่หยอด” คิดว่าเราไม่ได้เลือกเพียงแค่ว่าจะใช้ยางรถยนต์ยี่ห้อไหน หรือรุ่นอะไร แต่ต้องมองไปถึงการบริการหลังการขายด้วย
“พี่หยอด” ไปเจอโฆษณาตัวนี้ของ Bridgestone มาค่ะ แอบสนใจเพราะเห็นบอกว่า
“คุ้มครอง 2 ปี ยางเสีย 1 เส้น เปลี่ยนใหม่ฟรี 4 เส้น”
โอ้โห...จะเคลมยางให้ทั้งคันจริงหรอ !?!? เราในฐานะแม่ลูกอ่อน รายจ่ายเยอะ เลยตาลุกวาวค่ะ เห็นอะไรที่ประหยัดและคุ้มค่าหน่อยเป็นไม่ได้ ก็เลยต้องคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดซะหน่อย
โปรแกรมที่ว่านี้คือ
โปรแกรม B-CARE
ค่ะ
“ครั้งแรกกับโปรแกรมดูแลสุดพิเศษ เปลี่ยนยางฟรี 4 เส้น” เป็นโปรแกรมหลังการขายที่คุ้มครองดูแลยางรถยนต์แบบยกชุดทั้ง 4 เส้นแม้ว่าจะเสียหายเพียง 1 เส้นก็ตาม ด้วยโปรแกรมพิเศษ B-Care จะเปลี่ยนยางให้ฟรีเลย 4 เส้น ภายในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจุดนี้เองที่ “พี่หยอด” คิดว่าเวิร์คสุด เพราะเราจะได้ใช้ยางที่มีอายุการใช้งานเริ่มต้นพร้อมกันทั้ง 4 เส้น ไม่ต้องมาเปลี่ยนทีละเส้น หรือทีละคู่อีกต่อไป แถมยังต้องมากังวลเรื่องความปลอดภัยอีก…
จากประสบการณ์ที่พี่หยอดเคยเจอมากับตัวเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งถึงวงรอบเปลี่ยนยางรถยนต์ก็เข้าศูนย์รถไปเปลี่ยนยาง แล้วก็ใช้งานไปตามปกติ หลักๆคือขับไปทำงาน และก็อาจจะมีขับไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว
หลังจากผ่านไปประมาณ 7-8 เดือนหลังเปลี่ยนยางครั้งนั้น เกิดเหตุการณ์ที่จำไม่ลืมเลยค่ะ !! ยางล้อหลังแตกระหว่างที่ขับรถไปทำงานตอนเช้า จำได้เลยว่าขับรถไปคนเดียวและกำลังอยู่บนทางด่วน รถทุกคันวิ่งเร็วมากกกก อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าบังคับพวงมาลัยลำบาก รถเราจะเบี่ยงข้างลูกเดียวเลย พยายามดึงสติไว้และประคองรถเข้าซ้ายให้ได้ เปลี่ยนยางอะไหล่ก็ไม่เป็น ดีที่มีพี่ๆ เจ้าหน้าที่บริการของทางด่วนมาช่วยเหลือค่ะ ตอนนั้นรู้สึกกลัวมาก และรู้สึกโชคดีที่ตัวเองไม่เป็นอะไร
ผ่านช่วงวิกฤตมาได้ ลงทางด่วนมาก็เข้าอู่รถเลยค่ะ และด้วยความเสียดายเงินเกือบสองหมื่นที่เพิ่งเปลี่ยนยางแบบยกชุดมา 4 ล้อ ตอนนั้นเลยตัดสินใจเปลี่ยนเฉพาะยางที่แตกเพียงเส้นเดียว (อีกสามเส้นใช้ยางเดิม) หลังจากนั้นเป็นต้นมา เวลาขับรถไปก็จะรู้สึกไม่ค่อยอุ่นใจซักเท่าไหร่ แอบกังวล ระแวงเรื่องความปลอดภัยตลอดเวลา สุดท้ายเลยตัดสินใจเข้าศูนย์ไปเปลี่ยนยางใหม่ยกแพงเลย 4 เส้นค่ะเพื่อความสบายใจ เฮ้อ...
นี่คืออาการเสียน้อยเสียยาก...เสียมากเสียง่ายที่แท้ทรู !! ถ้ามีโปรแกรม B-CARE ตั้งแต่ตอนนั้นก็คงจะดี จะตัดสินใจซื้อโปรแกรมนี้แบบไม่ลังเลเลยค่ะ อุ่นใจ ปลอดภัย และคุ้มค่า เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา นอกจากจะต้องมีวินัยในการขับขี่แล้ว รถที่เราขับก็ต้องดูให้อยู่ในสภาพดีเสมอ ยิ่งตอนนี้มีเบบี๋มีร่วมเดินทางด้วยแล้ว... ความปลอดภัยต้องมาก่อนค่ะ
เปลี่ยนยางครั้งล่าสุดนี้ พี่หยอดเลยจัดเต็ม 4 เส้นไปเลยค่ะ และความโชคดีรับปีใหม่นี้ก็คือ ทาง Bridgestone มีโปรโมชั่นพิเศษ ทุกๆการซื้อยาง 4 เส้นที่ COCKPIT และ A.C.T ทั่วประเทศ รับโปรแกรม B-Care ไปเลยฟรีๆ คุ้มครองกันไปยาวๆ 2 ปีเลย ซึ่งได้ข่าวมาว่าโปรโมชั่นดีๆ แบบนี้ ขยายเวลาไปถึง 30 เมษายน 2563 ด้วยนะคะ ใครมีแพลนจะเปลี่ยนยางช่วงนี้ จัดไปรัวรัวค่ะ
เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจในการเดินทาง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ลองคลิกเข้าไปอ่านได้ที่
http://bit.ly/2m0VeqM
ครั้งนี้ “พี่หยอด” ก็ได้ไปใช้บริการที่ ศูนย์ COCKPIT สาขา วิภาวดีค่ะ (อยู่ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ฝั่งขาเข้า ช่วงก่อนถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว) ที่นี่เปิดบริการตั้งแต่ 08.00-20.00 น. พี่หยอดเลยมาตั้งแต่ศูนย์เปิดเลยค่ะ ใช้เวลาในการตรวจเช็คสภาพรถและเปลี่ยนยางไม่นาน เพราะที่นี่ช่างแต่ละคนคือมืออาชีพและอุปกรณ์ต่างๆ ก็ครบถ้วนค่ะ
ยิ่งถ้าเป็นเรื่องยางรถยนต์ด้วยแล้วละก็ ที่นี่มีความชำนาญเป็นอย่างมาก พนักงานสามารถแนะนำยางรุ่นต่างๆ ที่เหมาะสมกับรถของลูกค้าได้เป็นอย่างดีค่ะ ได้ความรู้เรื่องยางเพิ่มขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องกลัวว่าจะได้ยางเก่าเก็บหรือคุณภาพไม่ดี
เอาละค่ะ และเมื่อยานพาหนะเราพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาพาเบบี๋ของเราออกเดินทางไปเที่ยวกันแล้วววว เย้…
สำหรับทริปนี้ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า “พี่หยอด” และครอบครัวจะไปหาร้านคาเฟ่นั่งชิวๆ กันแถบชานเมืองจากที่นั่งหาข้อมูลมาซักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าเราจะไปแถวๆ นครชัยศรี จังหวัดนครปฐมกันค่ะ ไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป ได้ข้อมูลมาว่ามีคาเฟ่สไตล์ธรรมชาติเปิดใหม่เยอะเลย
เราใช้เวลาเดินทางกันประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ขับไปสบายๆ รถไม่ติดมาก เมื่อใกล้ถึงที่หมาย ถนนเริ่มลดเหลือ 2 เลนวิ่งสวนกัน วิวตลอดสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นทุ่งนากว้างสีเขียวขจี มองเพลินสบายตา... ถึงแล้วค่ะ
ร้าน DuBua Cafe (ดูบัว คาเฟ่)
เป็นที่หมายของเราในวันนี้
แค่ชื่อร้านก็เก๋แล้วค่ะ คาเฟ่บรรยากาศดี๊ดี ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกบัว concept ของร้านเค้าคือ
“ดูบัวไม่ใช่แค่มาดูบัว”
ที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่ธรรมดาๆ นะคะ แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สไตล์ smart farm แบ่งออกเป็นหลากหลายโซนที่น่าสนใจ เช่น
✔ โซนร้าน DuBua Cafe คาเฟ่บรรยากาศดี๊ดี ตั้งอยู่กลางทุ่งดอกบัว ที่นี่มีบริการทั้งเครื่องดื่มและขนมค่ะ (เค้กน่าทานมาก) และไฮไลท์ของโซนนี้ คือบริเวณด้านหลังของคาเฟ่ จะมีทางเดินสะพานไม้ที่พาดผ่านทุ่งดอกบัวเลยค่ะ เป็น landmark ของที่นี่ที่ทุกคนจะต้องมาถ่ายภาพให้ได้ สวยจริงอะไรจริงค่ะ
✔ โซนตลาด
“กาดบ้านควาย”
ตลาดนัดย่อมๆ ที่เน้นขายอาหารและของที่ระลึกสไตล์ local โซนนี้ “พี่หยอด”เสียตังค์ไปหลายอยู่ค่ะ เพราะมีแต่ของน่าทานทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็น...
- ส้มโอขาวปั่นน้ำผึ้ง ท๊อปด้วยเนื้อส้มโอและโรยพริกกะเกลือ รสชาติอร่อยสดชื่นมากๆ
- เมี่ยงดูบัว เมนูนี้ถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยค่ะ ใช้กลีบดอกบัวห่อแทนใบเมี่ยง ใครอยากลองทานเลยเค้าก็มีแบบห่อเสียบไม้ให้ หรือจะซื้อกลับบ้านไปห่อเองก็ได้เช่นกัน
- ติมกะทิดูบัว ไอติมสูตรพิเศษเครื่องแน่นๆ ถ้วยละ 60 บาท ใส่ข้าวเหนียวอันชัญ มะพร้าวคั่ว รากบัวชิ้นโต มันเชื่อม และฟักทอง
นี่แค่บางส่วนของความอร่อยระหว่างทางที่เดินเล่นนะคะ 555
✔ โซนฟาร์มสัตว์ต่างๆ ที่นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่ง attraction ที่เด็กๆ น่าจะชอบค่ะ เพราะมีฟาร์มสัตว์เล็กใหญ่ให้ชมและให้อาหารได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฟาร์มน้องกระต่ายขนปุยๆ วิ่งเล่นกันบนสนามหญ้าอย่างอิสระ พี่ควายเผือก และผองเพื่อน น้องไก่ซิลกี้ตัวฟูสีขาวที่ส่งเสียงขันดังทั้งวัน ซึ่งแต่ละฟาร์มก็จะมีอาหารไว้สำหรับป้อนขายให้ในราคาชุดละ 20 บาทค่ะ
✔ โซนร้านอาหาร หากใครหิวอยากจัดมื้อหนัก ที่นี่ก็มีร้านอาหารให้บริการเช่นกันค่ะ ร้านหมีมีหมี่ คนเยอะเลยรอคิวนานนิดนึง
ส่วนตัวแล้ว ”พี่หยอด” ชอบบรรยากาศที่นี่มากๆ เลยค่ะ ขับรถออกมาจากกรุงเทพฯ แค่แป๊ปเดียว เราก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบนี้แล้ว
บึงดอกบัวที่นี่ มีหลากหลายสายพันธุ์ มีสะพานไม้ทอดยาวให้เราได้เดินชม อาหารก็มีให้เลือกทั้งคาวหวาน กิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่ก็มี กิจกรรมสำหรับเด็กก็มี เรียกได้ว่าครบจบในที่เดียวจริงๆ ค่ะ
ปล. ที่นี่มีทางลาดสำหรับรถเข็นเด็กหรือรถวิลแชร์ด้วยนะคะ ทางเดินกว้างเข็นสะดวกค่ะ
ชื่อสินค้า:
Bridgestone
คะแนน:
BR - Business Review : กระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิวจากผู้สนับสนุน
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
อ่านความคิดเห็นทั้งหมด
หน้า:
หน้า
จาก
บนสุด
ล่างสุด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[BR] เที่ยวรัวรัว : พาลูกเที่ยว ดูบัวคาเฟ่ อุ่นใจมี B-Care จาก Bridgestone ดูแลทุกการเดินทางให้ปลอดภัย
และเพื่อความสบายใจก่อนออกเดินทาง “พี่หยอด” และปะป๊าก็เลยตัดสินใจว่าจะต้องเอารถของเราไปเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนยางซะหน่อย
เพราะตั้งแต่ท้องจนคลอดลูกมาก็แทบไม่มีเวลาจะดูแลรถเลย โดยเฉพาะยางรถยนต์ที่ใกล้ถึงเวลาจะต้องเปลี่ยนแล้วด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง คงต้องจัดใหม่ทั้ง 4 เส้นไปเลยค่ะ
เคยมั้ยคะ เวลาเรากำลังคิดว่าอยากได้หรืออยากซื้ออะไรอยู่ มักจะมีโฆษณาของสิ่งนั้นๆ โผล่มาในโซเชี่ยลมีเดียให้เราได้เห็นประจำ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน “พี่หยอด” กำลังคิดจะเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ ก็มีโปรโมชั่นหรือโปรแกรมบริการหลังการขายยางรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ เด้งมาให้เห็นเพียบบบบ ซึ่งก็ดีเหมือนกันนะจะได้ช่วยประกอบการตัดสินใจเราได้ เพราะการเปลี่ยนยางรถยนต์ทีนึงก็หลายตังค์อยู่นาาาา เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ดีและคุ้มค่าที่สุดค่ะ
“พี่หยอด” คิดว่าเราไม่ได้เลือกเพียงแค่ว่าจะใช้ยางรถยนต์ยี่ห้อไหน หรือรุ่นอะไร แต่ต้องมองไปถึงการบริการหลังการขายด้วย
“พี่หยอด” ไปเจอโฆษณาตัวนี้ของ Bridgestone มาค่ะ แอบสนใจเพราะเห็นบอกว่า “คุ้มครอง 2 ปี ยางเสีย 1 เส้น เปลี่ยนใหม่ฟรี 4 เส้น”
โอ้โห...จะเคลมยางให้ทั้งคันจริงหรอ !?!? เราในฐานะแม่ลูกอ่อน รายจ่ายเยอะ เลยตาลุกวาวค่ะ เห็นอะไรที่ประหยัดและคุ้มค่าหน่อยเป็นไม่ได้ ก็เลยต้องคลิ๊กเข้าไปดูรายละเอียดซะหน่อย
โปรแกรมที่ว่านี้คือ โปรแกรม B-CARE ค่ะ “ครั้งแรกกับโปรแกรมดูแลสุดพิเศษ เปลี่ยนยางฟรี 4 เส้น” เป็นโปรแกรมหลังการขายที่คุ้มครองดูแลยางรถยนต์แบบยกชุดทั้ง 4 เส้นแม้ว่าจะเสียหายเพียง 1 เส้นก็ตาม ด้วยโปรแกรมพิเศษ B-Care จะเปลี่ยนยางให้ฟรีเลย 4 เส้น ภายในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจุดนี้เองที่ “พี่หยอด” คิดว่าเวิร์คสุด เพราะเราจะได้ใช้ยางที่มีอายุการใช้งานเริ่มต้นพร้อมกันทั้ง 4 เส้น ไม่ต้องมาเปลี่ยนทีละเส้น หรือทีละคู่อีกต่อไป แถมยังต้องมากังวลเรื่องความปลอดภัยอีก…
จากประสบการณ์ที่พี่หยอดเคยเจอมากับตัวเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งถึงวงรอบเปลี่ยนยางรถยนต์ก็เข้าศูนย์รถไปเปลี่ยนยาง แล้วก็ใช้งานไปตามปกติ หลักๆคือขับไปทำงาน และก็อาจจะมีขับไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว
หลังจากผ่านไปประมาณ 7-8 เดือนหลังเปลี่ยนยางครั้งนั้น เกิดเหตุการณ์ที่จำไม่ลืมเลยค่ะ !! ยางล้อหลังแตกระหว่างที่ขับรถไปทำงานตอนเช้า จำได้เลยว่าขับรถไปคนเดียวและกำลังอยู่บนทางด่วน รถทุกคันวิ่งเร็วมากกกก อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าบังคับพวงมาลัยลำบาก รถเราจะเบี่ยงข้างลูกเดียวเลย พยายามดึงสติไว้และประคองรถเข้าซ้ายให้ได้ เปลี่ยนยางอะไหล่ก็ไม่เป็น ดีที่มีพี่ๆ เจ้าหน้าที่บริการของทางด่วนมาช่วยเหลือค่ะ ตอนนั้นรู้สึกกลัวมาก และรู้สึกโชคดีที่ตัวเองไม่เป็นอะไร
ผ่านช่วงวิกฤตมาได้ ลงทางด่วนมาก็เข้าอู่รถเลยค่ะ และด้วยความเสียดายเงินเกือบสองหมื่นที่เพิ่งเปลี่ยนยางแบบยกชุดมา 4 ล้อ ตอนนั้นเลยตัดสินใจเปลี่ยนเฉพาะยางที่แตกเพียงเส้นเดียว (อีกสามเส้นใช้ยางเดิม) หลังจากนั้นเป็นต้นมา เวลาขับรถไปก็จะรู้สึกไม่ค่อยอุ่นใจซักเท่าไหร่ แอบกังวล ระแวงเรื่องความปลอดภัยตลอดเวลา สุดท้ายเลยตัดสินใจเข้าศูนย์ไปเปลี่ยนยางใหม่ยกแพงเลย 4 เส้นค่ะเพื่อความสบายใจ เฮ้อ...
นี่คืออาการเสียน้อยเสียยาก...เสียมากเสียง่ายที่แท้ทรู !! ถ้ามีโปรแกรม B-CARE ตั้งแต่ตอนนั้นก็คงจะดี จะตัดสินใจซื้อโปรแกรมนี้แบบไม่ลังเลเลยค่ะ อุ่นใจ ปลอดภัย และคุ้มค่า เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา นอกจากจะต้องมีวินัยในการขับขี่แล้ว รถที่เราขับก็ต้องดูให้อยู่ในสภาพดีเสมอ ยิ่งตอนนี้มีเบบี๋มีร่วมเดินทางด้วยแล้ว... ความปลอดภัยต้องมาก่อนค่ะ
เปลี่ยนยางครั้งล่าสุดนี้ พี่หยอดเลยจัดเต็ม 4 เส้นไปเลยค่ะ และความโชคดีรับปีใหม่นี้ก็คือ ทาง Bridgestone มีโปรโมชั่นพิเศษ ทุกๆการซื้อยาง 4 เส้นที่ COCKPIT และ A.C.T ทั่วประเทศ รับโปรแกรม B-Care ไปเลยฟรีๆ คุ้มครองกันไปยาวๆ 2 ปีเลย ซึ่งได้ข่าวมาว่าโปรโมชั่นดีๆ แบบนี้ ขยายเวลาไปถึง 30 เมษายน 2563 ด้วยนะคะ ใครมีแพลนจะเปลี่ยนยางช่วงนี้ จัดไปรัวรัวค่ะ
เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจในการเดินทาง อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ลองคลิกเข้าไปอ่านได้ที่ http://bit.ly/2m0VeqM
ครั้งนี้ “พี่หยอด” ก็ได้ไปใช้บริการที่ ศูนย์ COCKPIT สาขา วิภาวดีค่ะ (อยู่ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ฝั่งขาเข้า ช่วงก่อนถึงเซ็นทรัลลาดพร้าว) ที่นี่เปิดบริการตั้งแต่ 08.00-20.00 น. พี่หยอดเลยมาตั้งแต่ศูนย์เปิดเลยค่ะ ใช้เวลาในการตรวจเช็คสภาพรถและเปลี่ยนยางไม่นาน เพราะที่นี่ช่างแต่ละคนคือมืออาชีพและอุปกรณ์ต่างๆ ก็ครบถ้วนค่ะ
ยิ่งถ้าเป็นเรื่องยางรถยนต์ด้วยแล้วละก็ ที่นี่มีความชำนาญเป็นอย่างมาก พนักงานสามารถแนะนำยางรุ่นต่างๆ ที่เหมาะสมกับรถของลูกค้าได้เป็นอย่างดีค่ะ ได้ความรู้เรื่องยางเพิ่มขึ้นเยอะเลย ไม่ต้องกลัวว่าจะได้ยางเก่าเก็บหรือคุณภาพไม่ดี
เอาละค่ะ และเมื่อยานพาหนะเราพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาพาเบบี๋ของเราออกเดินทางไปเที่ยวกันแล้วววว เย้…
สำหรับทริปนี้ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า “พี่หยอด” และครอบครัวจะไปหาร้านคาเฟ่นั่งชิวๆ กันแถบชานเมืองจากที่นั่งหาข้อมูลมาซักพัก ก็ได้ข้อสรุปว่าเราจะไปแถวๆ นครชัยศรี จังหวัดนครปฐมกันค่ะ ไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป ได้ข้อมูลมาว่ามีคาเฟ่สไตล์ธรรมชาติเปิดใหม่เยอะเลย
เราใช้เวลาเดินทางกันประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ขับไปสบายๆ รถไม่ติดมาก เมื่อใกล้ถึงที่หมาย ถนนเริ่มลดเหลือ 2 เลนวิ่งสวนกัน วิวตลอดสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นทุ่งนากว้างสีเขียวขจี มองเพลินสบายตา... ถึงแล้วค่ะ
ร้าน DuBua Cafe (ดูบัว คาเฟ่) เป็นที่หมายของเราในวันนี้
แค่ชื่อร้านก็เก๋แล้วค่ะ คาเฟ่บรรยากาศดี๊ดี ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกบัว concept ของร้านเค้าคือ “ดูบัวไม่ใช่แค่มาดูบัว”
ที่นี่ไม่ใช่คาเฟ่ธรรมดาๆ นะคะ แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สไตล์ smart farm แบ่งออกเป็นหลากหลายโซนที่น่าสนใจ เช่น
✔ โซนร้าน DuBua Cafe คาเฟ่บรรยากาศดี๊ดี ตั้งอยู่กลางทุ่งดอกบัว ที่นี่มีบริการทั้งเครื่องดื่มและขนมค่ะ (เค้กน่าทานมาก) และไฮไลท์ของโซนนี้ คือบริเวณด้านหลังของคาเฟ่ จะมีทางเดินสะพานไม้ที่พาดผ่านทุ่งดอกบัวเลยค่ะ เป็น landmark ของที่นี่ที่ทุกคนจะต้องมาถ่ายภาพให้ได้ สวยจริงอะไรจริงค่ะ
✔ โซนตลาด “กาดบ้านควาย” ตลาดนัดย่อมๆ ที่เน้นขายอาหารและของที่ระลึกสไตล์ local โซนนี้ “พี่หยอด”เสียตังค์ไปหลายอยู่ค่ะ เพราะมีแต่ของน่าทานทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็น...
- ส้มโอขาวปั่นน้ำผึ้ง ท๊อปด้วยเนื้อส้มโอและโรยพริกกะเกลือ รสชาติอร่อยสดชื่นมากๆ
- เมี่ยงดูบัว เมนูนี้ถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยค่ะ ใช้กลีบดอกบัวห่อแทนใบเมี่ยง ใครอยากลองทานเลยเค้าก็มีแบบห่อเสียบไม้ให้ หรือจะซื้อกลับบ้านไปห่อเองก็ได้เช่นกัน
- ติมกะทิดูบัว ไอติมสูตรพิเศษเครื่องแน่นๆ ถ้วยละ 60 บาท ใส่ข้าวเหนียวอันชัญ มะพร้าวคั่ว รากบัวชิ้นโต มันเชื่อม และฟักทอง
นี่แค่บางส่วนของความอร่อยระหว่างทางที่เดินเล่นนะคะ 555
✔ โซนฟาร์มสัตว์ต่างๆ ที่นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่ง attraction ที่เด็กๆ น่าจะชอบค่ะ เพราะมีฟาร์มสัตว์เล็กใหญ่ให้ชมและให้อาหารได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฟาร์มน้องกระต่ายขนปุยๆ วิ่งเล่นกันบนสนามหญ้าอย่างอิสระ พี่ควายเผือก และผองเพื่อน น้องไก่ซิลกี้ตัวฟูสีขาวที่ส่งเสียงขันดังทั้งวัน ซึ่งแต่ละฟาร์มก็จะมีอาหารไว้สำหรับป้อนขายให้ในราคาชุดละ 20 บาทค่ะ
✔ โซนร้านอาหาร หากใครหิวอยากจัดมื้อหนัก ที่นี่ก็มีร้านอาหารให้บริการเช่นกันค่ะ ร้านหมีมีหมี่ คนเยอะเลยรอคิวนานนิดนึง
ส่วนตัวแล้ว ”พี่หยอด” ชอบบรรยากาศที่นี่มากๆ เลยค่ะ ขับรถออกมาจากกรุงเทพฯ แค่แป๊ปเดียว เราก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบนี้แล้ว
บึงดอกบัวที่นี่ มีหลากหลายสายพันธุ์ มีสะพานไม้ทอดยาวให้เราได้เดินชม อาหารก็มีให้เลือกทั้งคาวหวาน กิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่ก็มี กิจกรรมสำหรับเด็กก็มี เรียกได้ว่าครบจบในที่เดียวจริงๆ ค่ะ
ปล. ที่นี่มีทางลาดสำหรับรถเข็นเด็กหรือรถวิลแชร์ด้วยนะคะ ทางเดินกว้างเข็นสะดวกค่ะ
BR - Business Review : กระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิวจากผู้สนับสนุน