“จะไปต่อ...หรือ...พอแค่นี้ดี?”

กระทู้สนทนา
ปัจจุบันผมอายุย่างเข้า 44 โดนพิษเศรษฐกิจ เมื่อ 2 ปีก่อน บริษัทฯ มีการลดคน เลิกจ้าง 
และ ผมก็เป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่โชคดีได้สิทธิ์ “ไม่ได้ไปต่อ” ในกิจการนั้น 

เนื่องจากอายุค่อนข้างมาก การไปสมัครงานที่ใหนก็ไม่ค่อยมีใครรับ ติดเรื่องอายุเกินบ้าง 
รวมถึงสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ บังเอิญเพื่อนของเพื่อนเขาต้องการคนช่วยขายของตลาดนัด 
โดยให้รายวันๆ ละ 400 กินอยู่ฟรี 3 มื้อ พร้อมห้องพักเล็กๆ ห้องหนึ่ง 
ทำงาน 6 วัน หยุดวันเสาร์ บางที ก็หยุด เสาร์-อาทิตย์ บ้าง ในวันที่เจ้าของร้านเหนื่อย

ในสถานะการที่คิดว่าจะต้องเอาตัวรอด พอมีเงินทองใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และ ส่งเสียแม่ที่ ตจว.
ผมก็คิดว่า ณ ตอนนี้เราไม่ได้มีสิทธิ์เลือกอะไรแล้ว อะไรทำงาน ได้เงิน เราก็ต้องทำไปก่อน
เพื่อว่าจะได้ไม่ต้องเป็นภาระกับใครๆ ถึงแม้จะมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่คิดว่าเอาไว้ใช้ตอนแก่เฒ่า น่าจะดีที่สุด

เราเจอกันผ่านระบบหาคู่ใน facebook โดยผมเป็นคนทักน้องเขาไปก่อนเมื่อ 5 เดือนก่อนหน้า
และเลื่อนสร้างความสัมพันธ์ กันทางพูดคุยทาง line ในช่วงวันที่ไม่ได้ทำงาน แรกๆ ไม่ได้มีอะไรมากมาย
ก็แค่ส่งสวัสดีตามวัน ถามไถ่ กินข้าว กินน้ำหรือยัง ส่งข้อความราตรีสวัสดิ์ ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา
ซึ่งเราสองคนก็เริ่มสร้างความสัมพันธ์อันดีมาเรื่อยๆ

น้องเขาอายุ 31 เรียนจบโท ทางด้านเภสัช ปัจจุบันเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษา 
มหาวิทยาลัยของรัฐย่านชานเมืองแห่งหนึ่ง และ ปีหน้ากำลังจะต่อปริญญาเอก 
น้องเขาเป็นคนเรียนเก่งระดับเกียรตินิยม ฐานะทางบ้านถือว่าดีในระดับหนึ่ง 
ซึ่งก่อนหน้านี้ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ผมไม่เคยถามอะไรเรื่องส่วนตัวเขามากนัก 
เพราะน้องเขาเป็นคนโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ไม่เป็นคนช่างพูด และ เล่นเกมส์ในมือถือ

เรื่องที่คุยกันก็เป็นเรื่องข่าวสารบ้านเมือง หนังเรื่องใหนน่าดู ร้านอาหารอะไรอร่อย 
และ ปรึกษาเรื่องการกินยาบ้าง ต่างกับผมผมก็เปิดตัวเองว่าเป็นพ่อค้า หาเช้ากินค่ำ 
ตั้งแต่วันแรกที่คุยกัน รวมถึงอดีตต่างๆ ที่ผมได้ทำอะไรมาบ้าง เจออะไรมาบ้าง กับ ช่วงชีวิตทีผ่านมา

การพูดคุยสื่อสารทางตัวอักษร เปลี่ยนเป็นการโทรหากันทุกวัน วีดีโอคอล คุยกัน ในช่วงกลางคืน
ความรู้สึกว่าเหมือนเราจะไปกันได้เลยพยายามที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ 
“จากแค่คนคุยกันเป็นคนรักกันบ้าง” มันจะมีทางเป็นไปได้ไป

เรานัดเจอกันเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา เจอตัวเป็นๆ ไม่ใช่แค่ได้ยินเสียง 
หรือ แค่เห็นภาพจากแอพลิเคชั่นต่างๆ 

เหมือนเราจะคุยกันถูกคอ และ ถูกชะตากันตั้งแต่วันแรกที่เราเจอ หลังจากนั้น เราก็เจอกันอาทิตย์ละครั้ง
กินข้าวกัน ดูหนังกัน เดินห้าง เหมือนคนอื่นๆ ที่เขาทำ ถือว่าเป็นช่วงที่มีความสุขของผมเลยก็ว่าได้
เหมือนคนๆ นี้ที่เราตามหามานาน คนๆ ที่เหมือนจะมาเติมเต็มส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่มีใครมาหลายปี

โดยก่อนหน้านี้ผมเลิกกับคนที่คบกันเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยเขามีคนของเขาอยู่แล้วๆ 
แอบมาหลอกคบซ้อนโดยบอกว่าโสด โดยที่ผมไม่รู้ สุดท้าย “ความลับไม่มีในโลก” 
ก็เลยบอกเขากลับไปหาคนเก่าเถอะ ผมยอมเดินออกมาเอง ไม่อยากทำร้ายใคร

เมื่อกลางเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา น้องที่ผมคบเขาเปิดเผยตัวเอง 
ว่าจะคบกับผมอย่างเป็นจริงเป็นจังกับทางบ้าน ซึ่งก็ทำให้น้องเขาเปลี่ยนไป 
จากที่เคยคุยกันทุกวัน กลับกลายเป็นข้อความที่ส่งไปอ่านแต่ไม่ตอบ 
สองสามวัน ผมโทรไปครั้ง เขาก็ไม่รับ และ ไม่โทรกลับ หรือ บางวันก็บอกว่าติดงาน ทำวิจัยอยู่ 
โดยส่วนตัวผมก็ไม่ได้มีนิสัยที่จะเร้าหรือ อะไรก็ได้ ตามใจทุกอย่าง ก็ไม่ได้อะไร

ความรู้สึกมันบอกว่าความผิดปกติมันเกิดขึ้นแล้ว เมื่อหลังปีใหม่ผมนัดขอกินข้าวด้วยสักวัน
ว่ามีอะไรหรือเปล่า หรือว่า “อยากเลิกกับเรา” ก็บอกกันตรงๆ ได้จะได้ไม่ต้องทำให้ลำบากใจ
เขาก็ไม่พูดอะไร เอาแต่นั่งเล่นโทรศัพท์ของเขาไป

จนสุดท้าย ผมส่งข้อความไปทาง line ว่าถ้าไม่กล้าพูดตรงๆ ต่อหน้า
จะพิมพ์มาอธิบายก็ได้นะ เราจะได้เข้าใจ และ ได้รู้สึกว่า “เรา” สองคน ยังสามารถที่จะสร้าง
ความสัมพันธ์อันดี ต่อกัน ได้หรือไม่

และ นี้ คือข้อความทาง line ที่เขาตอบมา….
ทำให้ผมได้ตั้งคำถามกับหัวใจตัวเองว่า 
“จะไปต่อ...หรือ...พอแค่นี้ดี?”

คุณผู้อ่านมีคำแนะนำอะไรให้กับผมบ้างไหมครับ ว่าควรทำอย่างไร
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่