ธอส. หนุนมาตรการรัฐกู้ซื้อบ้าน-คอนโด ของขวัญปีใหม่จากใจ ธอส. ทำให้คนไทยมี “บ้าน” ได้จริง

กระทู้ผู้สนับสนุน

ไฟเขียว! มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายใต้กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาทคุ้มค่า 4 ต่อ สำหรับผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง ให้ยื่นกู้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทดอกเบี้ย 2.5% คงที่ 3 ปี เริ่มปล่อยกู้แล้วถึง 24 ธ.ค.63

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่ต้องการมีบ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่างตั้งตาคอยเงื่อนไขรายละเอียดโครงการประชารัฐ“สินเชื่อจากนโยบายรัฐ” ที่จะทำให้คนไทยมีบ้านได้จริง กับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นระดับราคาที่ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มวัยทำงาน กลุ่มวัยสร้างครอบครัว กลุ่มผู้สูงอายุเกษียณ สามารถเข้าถึงได้

ล่าสุดมาตรการของรัฐบาลได้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังซื้อทั่วไปเริ่มชะลอตัวมาปลายปี โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติมาตรการเห็นชอบกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในระดับราคาที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระผ่านการสนับสนุนของ ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ซึ่งขณะนี้ทางคณะกรรมการธอส.ก็ได้อนุมัติเงื่อนไขการปล่อยกู้ของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยภายใต้กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดให้ผู้สนใจยื่นกู้-ทำนิติกรรม โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา


เรียกได้ว่าเดินหน้าสนับสนุนให้คนไทยทุกคนมีบ้านและเป็นสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยถูกสุดในตลาด กู้ง่ายสำหรับคนที่อยากซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุดจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศที่มีราคาซื้อขายไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ปีที่ 1-3 คงที่ 2.50% ต่อปี ปีที่ 4-5 คงที่ 4.625% ต่อปี ส่วนปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้เงิน กรณีสวัสดิการ MRR-1.00% ต่อปี กรณีรายย่อย MRR-0.75% (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.625% ต่อปี)


อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 2.50% นับเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในตลาด และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยในช่วง 3 ปีแรก เช่น กรณีกู้ 1 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปีแรก จะผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 3,300 บาทต่องวดเท่านั้นหากเทียบกับเงินงวดผ่อนชำระของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปกติในช่วง 3 ปีแรก วงเงินกู้ 1 ล้านบาท ผู้กู้จะสามารถประหยัดเงินงวดได้จำนวน 80,400 บาท หรือหากเทียบกับการผ่อนชำระอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อปกติในช่วง 5 ปีแรก ผู้กู้สามารถประหยัดเงินงวดได้ถึง 123,600 บาท

นอกจากนี้ ยังลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์จาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% อีกด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรม ได้ที่ ธอส. ทุกสาขา จนถึง 24 ธันวาคม 2563 (ทางธนาคารสงวนสิทธิ์ในการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด หากให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการแล้ว กำหนดเงื่อนไขการให้วงเงินลูกค้าที่ทำนิติกรรมก่อนได้สิทธิก่อน)


อีกทั้งยังสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระผ่อนดาวน์ (Cash Back) ให้คนละ 50,000 บาทและได้เริ่มโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์  ตามบัญชีที่ผูกกับหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้กู้หลักแล้วซึ่งรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณรวมจำนวน 5,000 ล้านบาท ให้ ธอส.ทำหน้าที่โอนเงินดังกล่าวให้แก่ประชาชน 100,000 รายแรกเพื่อลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชน


สินทรัพย์ที่มีราคาสูง พอมีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเข้ามาเป็นตัวช่วย ก็ไร้ปัญหาทำให้คนเงินเดือนน้อยมีบ้านในฝันได้สร้างบ้านได้และผ่อนได้ไม่ลำบากถ้ารู้จักเลือก!เลือกสินเชื่อที่เอื้อต่อความสามารถในการชำระหนี้ของเราซึ่งทาง ธอส. เองก็มีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยหลากหลายโครงการ ที่ออกแบบมาสำหรับคนทุกกลุ่มอาชีพทั้งที่มีรายได้ประจำและไม่ประจำ สามารถกู้สินเชื่อได้


“ธอส. ให้ของขวัญปีใหม่จากใจ คนไทยมีบ้านได้จริง”ถึงวันนี้จะมีรายได้น้อยแต่อยากได้บ้านหลักล้านธอส. จัดให้ได้ รีบเลย! เพราะมาตราการนี้มีผลถึง 24 ธันวาคม 2563 เท่านั้นสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร.0-2645-9000 หรือทาง www.ghbank.co.th และ Facebook Fanpage“ธนาคารอาคารสงเคราะห์”
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารอาคารสงเคราะห์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่