เรากำลังต่อสู้อยู่กับใคร ในตลาดหุ้น ? ... อ่านเล่น ๆ วันหยุดสบาย ๆ ครับ

เฟ้นหาหุ้นเติบโตลงทุนระยะยาว ... “เลือกระบบการลงทุนของตัวของเองที่มัน ใช่ !”
.
ถ้ามองแบบนักคณิตศาสตร์ ทุกอย่างในโลกนี้มีระบบของมันเอง และสามารถใช้สมการคณิตศาสตร์มาอธิบายได้แทบทุกเรื่อง ... แต่หากเรามองแบบคนทั่วไป เราอาจจะมองไม่เห็นระบบนั้น ๆ และไม่เข้าใจเหตุและผล ความเป็นไปที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของเราเอง
.
ทุกอย่างมีระบบของมันเอง ... ประโยคนี้ทำให้ผมฉุกคิด และนั่นเป็นประโยคของนักคณิตศาสตร์หลาย ๆ ท่านที่เชื่อมั่นในโมเดลคณิตศาสตร์ ... “การลงทุนหุ้นมีระบบของมันหรือไม่ ?” คำตอบก็คือ “มี” ลองติดตามกันดูว่ามันมีระบบอะไรบ้าง
.
ระบบแรก ... “ระบบการซื้อ ๆ ขาย ๆ หุ้นตามกระแสโมเมนตัม”
.
ระบบนี้คือ การที่เมื่อราคาหุ้นขึ้นถึง “จุดซื้อ” นักเล่นหุ้นก็ต้องซื้อตามระบบ และเมื่อทรวดทรงของราคาหุ้น “เสีย” หรือกลับกลายเป็น “จุดขาย” เราก็ต้องรีบขายหุ้นทิ้งซะ
.
จากย่อหน้าข้างต้น อ่านแล้วดูเหมือนจะทำได้ง่าย ๆ แต่เรื่องจริงของชีวิตมันไม่ง่ายเลยครับ ... เพราะเมื่อเราคิดว่ามันคือ จุดซื้อ มันกลับกลายเป็นยอดดอย และเมื่อเราคิดว่ามันคือ จุดขาย เรากลับขายหมู หรืออาจต้องตัดขาดทุนไปซะอย่างนั้น
.
ผมเชื่อว่าระบบนี้ทำได้จริง ๆ แต่ความยากของยุคสมัยนี้ก็คือ สิ่งที่ใช้ระบบแบบนี้ทำกำไรหุ้นจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป ไม่ว่าเราจะเรียกว่ามันเป็นโรบอท หรือ AI อะไรก็แล้วแต่ แต่มีหลักทรัพย์หลายแห่งลงทุนซื้อระบบอัลกอรึทึ่มทำนองนี้หลักร้อยล้าน เพื่อทำกำไรวันละแค่ 1% (หนึ่งปีเท่ากับ 300 กว่า %) แล้วแบบนี้เราจะสู้สิ่งเหล่านี้ได้หรือ ? นั่นคือคำถามที่หลายคนต้องการคำตอบ
.
ระบบที่สอง ... “ระบบเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐาน”
.
ผมเองก็เคยใช้ระบบนี้มาก่อนในช่วงหนึ่งของการลงทุน ... วิธีการก็คือ มองหาหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานจะเปลี่ยนในระยะสั้น ๆ แต่ราคาหุ้นยังไม่ตอบรับ และซื้อลงทุนก่อนคนอื่นให้ทัน
.
ยกตัวอย่างเช่น หุ้น TRUE ในช่วงก่อนที่จะนำสินทรัพย์เข้าสู่กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน DIF เมื่อนำเข้าไปได้สำเร็จจะเกิดกำไรพิเศษขึ้นมา ในช่วงแรกสิ่งนี้สามารถดันราคาหุ้นสูงเกิน 10 บาทต่อหุ้น แต่ในรอบที่สองทำได้แค่สูงสุดที่ราว 8 บาทต่อหุ้น เมื่อทุกคนรู้ช่องทาง ช่องทางนั้นมักจะปิดลงเสมอ
.
แต่ปัจจุบันต้องยอมรับครับว่า การทำแบบนี้ทำได้ยากขึ้นมาก เพราะระบบการเทรดหุ้นในยุคนี้มันรวนเรเซซวนขึ้น จากพวก โรบอท และ AI ... เท่าที่ผมสังเกตด้วยตัวเอง ระบบเหล่านี้มีเป้าหมายในการทำกำไร “รายวัน” เสียด้วยซ้ำ และนั่นทำให้ราคาหุ้นผันผวนมาก ๆ 
.
ระบบสุดท้าย ... “ระบบการลงทุนระยะยาวแบบลืม ๆ ไปเลย”
.
พักหลังสุดผมหันมาใช้วิธีนี้แทน เพราะการทำแบบเรกยากมาก ๆ และการทำแบบที่สองยากขึ้นเรื่อย ๆ จนยอมรับว่ารู้สึกท้อบ้าง ทำให้ผมเริ่มกลับมาทบทวนตัวเองใหม่อีกครั้ง
.
ระบบแรก นั้นยากขึ้นเพราะมีหุ่นยนต์ช่วยเทรดหุ้น ซึ่งไร้จิตใจ หลายครั้งมันลากหุ้นขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับตบกลับลงมาปิดที่เดิม หรืออาจจะต่ำกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ไร้จิตไร้ใจ แต่คนบาดเจ็บล้มตายมีอยู่จริง
.
ระบบแบบที่สอง เริ่มทำยากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนไม่อยากจะรอแล้ว ใช้ระบบทำกำไรระยะสั้น ๆ กินวันละไม่กี่ % พอ แต่ได้กินทุกวัน และที่สำคัญ เริ่มมีคนเก่งขึ้น มีความรู้มากขึ้น การเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐานจึงต้องแข่งขันกับคนเก่ง ๆ มากขึ้นเป็นเงาตามตัว
.
การถือหุ้นระยะยาวแบบ 5-10 ปีขึ้นไป สิ่งที่ไม่มีใครอยากจะทำก็คือ การรอคอยนาน ๆ Time Frame ยาว ๆ เป็นอะไรที่ยังมีคนส่วนน้อยย่างก้าวเข้าไปในดินแดนแห่งนี้ ระบบที่ลงทุนระยะยาวจึงยังน่าจะ work ในความคิดของผม
.
ทว่า การลงทุนแบบนี้สุ่มเสี่ยงต่อการที่ธุรกิจอาจถูก DISRUPTION เพราะในยุคสมัยนี้ธุรกิจที่ไม่ปรับตัวจะอยู่ยาก และนั่นคือความยากของการใช้ระบบการลงทุนระยะยาวในหุ้นที่ดี ซึ่งเป็นการบ้านใหญ่ของนักลงทุนระยะยาวทุกคน
.
ข้อสรุป และข้อคิดก็คือ ... ทุกอย่างมีระบบของมันเอง ระบบทั้งสามแบบที่ผมแบ่งมาเป็นแค่ส่วนหนึ่งของวิธีการเล่นหุ้น การลงทุนหุ้น ... จงเลือกระบบที่คุณคิดว่าใช่สำหรับตัวคุณเอง หากคุณอดทนลงทุนระยะยาวไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนวิธีที่เหมาะกับตัวเองครับ ลองปรับไปใช้กันดูนะครับ #นายแว่นลงทุน
.
คิดเห็นกันอย่างไร ชี้แนะกันด้วยนะครับ
.
www.topofliving.com
https://www.facebook.com/NaiwaenTammada/
.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่