เคยเจอปัญหาทีบางครั้งมันก็ไม่ได้เป็นปัญหาสักเท่าไหร่ไหมผมว่าผมเจอมันนะเรื่องความรักบางที่ครั้งผมก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันมากมายอะไรไม่รู้สึกว่าขาดแล้วจะเป็นปัญหาอะไรแต่บางครั้งก็หนาววูบไปทั้งตัวเมื่อรู้สึกตัวว่าเหงาได้ขนาดนี้มันก็รู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่เห็นว่าคนอื่นเขามีความสุขกับการมีคนเคียงข้างขนาดนี้จนบางทีก็ลืมไปว่ามันก็มีคนที่มีปัญหากับความรักเหมือนกันแต่จะอย่างไรก็ตามผมก็ไม่สามารถเข้าใจมันได้ขนาดนั้นก็ผมไม่มีความรู้สึกที่ว่านั้นจริงๆกับใครเลยน่ะสิอาจเพราะส่วนหนึ่งเป็นคนที่เชื่อมั่นว่าความรักมันย่อมเกิดจากความเข้าใจกันต้องมาจากการค่อยๆรู้จักกันไปแต่ความรู้สึกชอบผมมันไม่ตรงกับเพศสภาพมันเป็นปัญหาเล็กๆที่บางครั้งก็เสียใจกับตัวเองที่ไม่ได้ปกติเหมือนใครเขาตอนเด็กๆก็มีความชอบเหมือนเพื่อนคนอื่นๆแท้ๆไม่รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนความชอบไปได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคำว่าสับสนมันก็เป็นคำอธิบายที่ดีนะเพราะลึกๆก็ยอมรับตัวเองไม่ค่อยได้ว่าเปลี่ยนไปแล้วและการเข้าหาคนที่ชอบก็เป็นอีกปัญหาเล็กๆที่ทำให้ไม่เคยเจอความรักเพราะผมไม่ค่อยคุยกับคนที่ไม่รู้จักจะเรียกตื่นสังคมก็ไม่ผิดนักความรู้สึดชอบส่วนใหญ่ที่ผ่านมาก็เกิดโดยที่ตัวผมเองอยู่เฉยๆแต่มีคนเข้ามาคุยด้วยเสียเป็นส่วนมากรูปลักษณ์บางครั้งอาจไม่ได้ชอบทันทีที่เห็นแต่ผมว่ามันจะค่อยๆดูดีขึ้นทุกๆครั้งที่ความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นการเข้ามาเล่นหยอกล้อการอยู่ข้างๆทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกเหงาหรือแค่การพูดคุยในยามที่รู้สึกไม่สบายใจมันก็ทำให้รู้สึกดีได้ง่ายๆเลยล่ะอย่างคนแรกที่ผมรู้สึกพิเศษด้วยเรารู้จักกันในงานกีฬาสีของโรงเรียนช่วง ม.1 ปีนั้นเราได้นั่งข้างกันช่วงซ้อมเชียร์เราได้รู้จักกันและเขาก็ดูจะชอบคุยกับผมนะเราก็คุยหยอกล้อกันตลอดแต่หลังจากงานนั้นเราก็ไม่ค่อยได้เจอกันเพราะอยู่คนละห้องอาจจะเจอกันบ้างแต่ก็แค่ทักทายกันเท่านั้นจน ม.ปลายเราก็ได้เรียนห้องเดียวกันเขาก็คุยกับผมตามปกติแต่เขาเป็นคนอัถยาศัยดีก็คุยกับทุกคนจนผมก็ไม่คิดว่ามันพิเศษอะไรนอกเสียจากเขาชอบมานั่งเล่นข้างๆที่นั่งผมถึงโต๊ะเราจะอยู่ห่างกันมากเลยละ(มีผลแค่ตอนครูเข้าห้อง)นั่งซบไหล่บางครั้งก็นอนบนขาผมและเขาชอบหยอกเล่นแบบถึงเนื้อถึงตัวแบบกระโดดกอดตบไหล่ตบหัวและเราได้นอนเต้นท์เดียวกันแทบทุกครั้งที่ไปออกค่ายถึงเขาจะชอบหนีไปนอนเต้นท์อื่นก็เถอะเรามักจะบังเอิญได้อยู่กลุ่มเดียวกันที่ค่าย รด. ได้ทำงานร่วมกันที่โรงเรียนบางครั้ง และเขาก็ทักมาใช้ผมทำงานประจำ(ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ดีไหม) มันดำเนินเเบบนี้ไปทุกวันจนวันที่ใกล้จะจบ ม.6 ก่อนวันปัจฉิมนิเทศผมว่ามันไม่มีอะไรจะเสียแล้วเพราะถ้าเราจบไปทั้งๆที่ก็ไม่รู้ความรู้สึกที่มีต่อกันมันก็คงน่าเศร้าผมจึงพิมพ์ข้อความพูดความรู้สึกของผมส่งไปแบบยาวๆเพราะผมคงไม่ใจแข็งพอที่จะค่อยๆเล่าแต่เขาก็ตอบมาว่าเขารู้อยู่ตลอดว่าผมรู้สึกยังไงกับเขาแม้เขาจะรู้แต่เขาก็ไม่ได้ตอบรับความรู้สึกนี้เขาไม่อยากเสียเพื่อนแบบผมไป(ถึงมันจะเสียทันทีที่เขาตอบ)ผมก็ได้แค่ยอมรับมันก็เสียใจนะแต่ผมว่ามันโล่งมากกว่าที่ได้พูดออกไปในวันจบเราก็ยังได้นั่งข้างกันและเขาก็ไม่พูดอะไรและซบหัวลงบนไหล่ของผมเงียบๆ....
ผมว่าตอนมัธยมเป็นอะไรที่มีค่านะเพราะผมก็ได้มีประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกถึงคำว่ารักแม้จะไม่เริ่มแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอาจมากกว่า1เหตุการณ์หรือ1คน
จนมาตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มความรู้สึกรักครั้งต่อไปอย่างไรผมไม่ได้ติดค้างอะไรหรอกนะแค่ผมเข้าหาคนอื่นไม่เก่ง
ก็ไม่อยากให้เป็นคำถามนะแต่ช่วยคิดหน่อยว่าผมควรแก้ปัญหาอย่างไร?
ปัญหาคำว่ารักy
ผมว่าตอนมัธยมเป็นอะไรที่มีค่านะเพราะผมก็ได้มีประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกถึงคำว่ารักแม้จะไม่เริ่มแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีอาจมากกว่า1เหตุการณ์หรือ1คน
จนมาตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มความรู้สึกรักครั้งต่อไปอย่างไรผมไม่ได้ติดค้างอะไรหรอกนะแค่ผมเข้าหาคนอื่นไม่เก่ง
ก็ไม่อยากให้เป็นคำถามนะแต่ช่วยคิดหน่อยว่าผมควรแก้ปัญหาอย่างไร?