เรื่องมันมีอยู่ว่า มีเพื่อนของพี่สาวเราคนหนึ่งพื้นฐานนิสัยของพี่เขาเป็นคนค่อนข้างประหยัดมาก เมื่อก่อนเวลาที่อยู่โรงเรียนสมัยมัธยมเรากับพี่สาวชอบขอเงินกันเป็นประจำอยู่มาวันหนึ่งเพื่อนพี่สาวเราเริ่มมาขอเงินเราบ้างเราคิดแค่ว่าไม่กี่บาทเองเราไม่ได้อะไร จากนั้นก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆจนพวกพี่เขาก็จบม.6ไปจนเรียนจบมหาลัยจนมีงานทำ ทุกครั้งถ้าเจอกันกับพี่สาวเราถ้ามีเรื่องเงินเขามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องกินเรื่องเที่ยวพี่สาวเรามักจะเป็นคนจ่ายหรือไม่ก็เป็นคนที่จ่ายเยอะกว่าเสมอ เราเคยถามว่าต่างคนก็ต่างงานทำมีเงินเดินทำไมพี่สาวเรายังต้องเป็นคนที่แชร์ทุกอย่างมากกว่าเสมอ พี่สาวก็ได้แต่บอกว่า"ก็รู้เพื่อนกูเป็นคนยังไงแค่นี้กูให้เพื่อนได้ กูสงสารมัน" ด้วยความที่พี่เขาเป็นลูกคนเล็กแล้วพ่อแม่อายุเยอะเลยต้องทำงานเองด้วยเลยต้องประหยัด อันนี้เขาใจได้ แต่ในเมื่อมีงานทำที่ดีขึ้นเงินเดื่อนที่มากขึ้นทำไมถึงยังต้องประหยัดขนาดนี้ เรื่องประหยัดของเพื่อนพี่สาวคนนี้เราเคยได้ยินว่าพี่เขาตัดเพื่อนกับเพื่อนสมัยมหาลัยเพราะความประหยัดมากจนกลายความเป็นความเอาเปรียบ ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นใจจนปล่อยผ่านไปได้เหมือนที่พี่สาวเราทำมาตลอด จนมาถึงวันสำคัญอีกวันของพี่เขาคือวันรับปริญญา พี่สาวเรามาขอร้องให้ช่วยแต่งหน้าให้เพื่อนคนนี้หน่อย จะบอกก่อนว่าเรามีเครื่องสำอางแบบช่างมืออาชีพเลยเพราะน้าเราเป็นช่างแต่หน้าอยากให้เราตามรอยถึงเราจะแต่งได้ไม่ดีเท่าช่างมืออาชีพแต่ถ้าเปรียบเทียบกับที่ไปแต่งตามร้านเราว่าฝีมือเราก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร เราก็คิดว่าเออดีเหมือนกันจะได้เก็บเป็นผลงานแต่งหน้าของตัวเองด้วย พี่สาวเราบอก"มันมีค่าเหนื่อยให้แต่ว่าอย่าแพงมากนะ" ก็รู้ว่ามันเป็นคนแบบไหน เราก็เลยไปปรึกษาน้าว่าจะคิดราคาแบบไหนดี น้าบอกว่าเรายังไม่เก่งมากหน้า+ผมเอา1500 เรากลับมาคิดเราไม่กล้าคิดแพงขนาดนี้เราเลยบอกพี่สาวไปว่าหน้า+ผม 1000บาท พี่สาวบอก"เพื่อนกูถามลดอีกได้ไหมรับปริญญาค่าใช้จ่ายเยอะไหนจะวันรับจริงอีก" เราก็เออหว่ะถ้าเป็นเราคงใช้เงินเยอะเหมือนกันเราเลยลดให้เหลือ500บาท เราได้แต่คิดคนเรารู้ว่าจะรับปริญญาจะไม่เก็บเงินสำรองไว้เลยเหรอ?? พอใกล้วันซ้อมรับเราก็ออกไปซื้อของที่ไม่มีมาเตรียมพร้อมจะแต่งวันถัดไป พี่สาวบอกเพื่อนจะขอมานอนด้วยนะเพราะไม่ได้เช่าโรงแรม เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเราก็ว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่ลำบากขนของไปมา พอตกเย็นพี่เขามาที่ห้องเราเขามาบอกว่าเดี๋ยวพี่กลับไปนอนบ้านดีกว่าเดี๋ยวตื่นมาแต่งหน้า เราบอกว่าแต่งหน้ามันใ้ช้เวลานานไหนจะทำผมอีกนอนนี่ก็ได้จะได้นอนให้เต็มอิ่มวันซ้อมใหญ่น่าจะเหนื่อยมากๆแต่พี่เขายื่นยันว่าจะกลับไปนอนบ้านซึ่งจากบ้านพี่เขาห้องเรามันระยะทางเกือบ40กิโล ซึ่งพี่เขาเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์เราเลยนัดตี3ครึ่ง ก่อนจะไปพี่เขาทิ้งระเบิดไว้ว่าเดี๋ยวเพื่อนพี่จะมาแต่งด้วยอีกคนนะ กูงงแล้วนี่มันอะไรอีก กูช่างมือสมัครเลยให้แต่งหน้า+ผม คนสองคนพร้อมกันเหรอ? นี่เลยบอกพี่เขาไปว่างั้นมาเร็วขึ้นได้ไหมเพราะว่าสองคน พี่เขาบอกโอเคเดี๋ยวพี่บอกเพื่อนพี่ให้มาพร้อมพี่ แล้วเรื่องที่ผีก็เกิดขึ้นเมื่อเพื่อนพี่กูมาตอนเกือบตี4กูเข้าใจได้พี่เขาเดินทางไกลกูก็แหกตาตื่นมาตั้งแต่ตี2ครึ่งเพื่อมาเตรียมตัว นี่ก็แต่งไปเรื่อยๆแล้วก็เกิดความเรื่องมากขึ้นจนได้เมื่อเพื่อนพี่สาวกูอยากได้ผมทรงอื่น ซึ่งเพื่อนพี่กูผมสั้นละเข้าใจกูไหมผมสั่นอะ? จะเอาผมทรงไหน พี่เขาบอกอยากเปียแล้วรวบเก็บทำได้ไหม? กูบอกเดี๋ยวลองทำดูนะเพราะผมสั้น กูทั้งใช้กิ๊บดำฉีดสเปรย์จนผมแข็งกว่าหินหน้าห้องกูแล้วอะ มันไม่อยู่เข้าใจผมสั่นแล้วฝืนทำทรงผมคนผมยาวไหม ความผีก็ตามมาอีกเมื่อพี่เขาอยากได้คิ้วทรงอื่นกับปากและแก้มสีส้มแปร๊ดดด!!! เข้าใจกูไหมถ้าอยากได้แบบไหนทำไมไม่แต่งเองมาให้กูแต่งให้ทำไม แล้วกุคนที่เป็นช่างกูคิดมาแล้วว่าหน้า+ผมต้องเป็นไปในทำนองไหนถึงจะเหมาะสม แต่ไม่เป็นไรกูเป็นคนสวยใจดีๆกูจัดให้ได้ แล้วเรื่องผีๆก็เกิดขึ้นอีกเมื่อเพื่อนของเพื่อนพี่กูมาตอนเกือบจะตี5 กูได้แต่คิดแล้วก็สงสัยคนสองคนหน้าสองหน้าหัวอีกสองหัวกับกูคนเดียวกับมือสองข้างของกูผญ.ตัวเล็กน่ารัก เรื่อง

ยังมีมาอีกเมื่อเพื่อนของเพื่อนพี่กูอยากได้ผมทรงใหม่อีกซึ่งกูเปลี่ยนใหม่อีกสองทรงแล้วสุดท้ายก็กลับมาทรงที่กูทำให้ครั้งแรกเหมือนเดิม แมนหยังละสู!!! กูคนเดียวกับคนสองคนที่เรียกร้องจะเอานั่นนี่ จน6โมงครึ่งพี่สองคนนั้นถามกูว่าใกล้เสร็จรึยังมันใกล้จะถึงเวลาที่มหาลัยนัดแล้ว กูคิดในใจอย่ามาเร่งกูพวกนั่นแหละ

มาช้ากันเองแล้วยังมาเรื่องมากอีก กูสูนแฮง!! และก็เสร็จจนได้!!! มาถึงเวลากูรับทรัพย์ ซึ่งกูบอกไปแล้วว่าถ้าเป็นเพื่อนพี่ขอคิด1000ละกัน แต่พี่หนูลดให้500 พอพี่คนนั้นจ่ายเงินมาแบง1000มากูก็เก็บใส่กระเป๋า แล้วพี่เขาถามกูเงินถอนพี่หละ เพล้งเสียงหน้ากู สรุปเพื่อนพี่กูไม่ได้บอกเพื่อนว่ากูคิด1000แต่บอกแค่ว่ากูคิดเพื่อนพี่กูแค่500พี่เขาเลยจ่ายกูแค่500เหมือนกัน โอเคกูก็ไม่ได้อะไร... จบงานค่าจ้าง1000กับความปวดหัวแล้วไม่มีเวลาแต่งหน้าตัวเองเพราะรีบไปมหาลัยเหมือนกันกูโมโหกูหน้าสดไปมหาลัย กูคิดว่าจะจบแค่นี้ไม่จ้ามีต่อจ้า ไปแต่งวันรับจริงที่ต่างจังหวัดพร้อมกับเพื่อนคนใหม่อีก1คนกับความทรมานของกู
เดี๋ยวมาต่อ..กูไปอ่านหนังสือสอบก่อน
คนเราจะประหยัดกับทุกอย่างในชีวิตแม้กระทั่งวันสำคัญต่างๆจริงเหรอ??