"เมื่อครอบครัวใจร้ายกับผม"

สวัสดีครับ ขอชี้แจงก่อนนะครับว่า ขอยืมดระทู้พันทิปของเพื่อนที่รู้จัก วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องทุกๆอย่างเกี่ยวครอบครัวของผม. ตั้งแต่ผมเกิดมาจำความได้ว่า ผมโดนส่งตัวไปให้คุณตาและคุณยายเลี้ยงดูผม  ตอนนั้นผมไม่ได้คิดและซีเรียสอะไร คุณตากับคุณยายก็เลี้ยงดูผมเหมือนลูกคนๆนึง เค้าส่งผมเรียนเข้าในเมืองอำเภอเล็กๆอำเภอนึง แต่เป็นโรงเรียนรัฐบาลที่พอมีชื่อเสียงพอสมควร ผมเองก็ตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อไม่ได้เกรดต่ำกว่า 3 ทุกวิชาของผม จนผมจบประถมคือ ป.6 นั่นเอง แล้วผมก็ได้ยื่นเข้าสอบโรงเรียนมัธยมที่มีนักเรียนเยอะมาก มีชั้นมัธยมตอนนั้นชั้นละ 7-10 ห้องต่อชั้นเลยด้วย ช่วงที่ผมยื่นสมัครสอบเข้ามีนักเรียนยื่นสมัครเข้าสอบ หลายพันคนตอนนั้นผมตั้งเป้าหวังสูบมากจะเรียนที่นี่ให้และจะตั้งใจเรียนสอบเข้ามหาลัยดังๆเช่น ธรรมศาสตร์ จุฬา เกษตรศาสตร์ อะไรทำนองนี้ ผมได้พยายามอ่านหนังสือ ทบทวนชีส เปิดวีดีโอเกี่ยวกับเนื้อหาการเรียนสอบเข้ามัธยมต้น ตอนนั้นมีนักเรียนสอบเข้าประมาณเกือบ 2,000 คน และผมพยายามจนได้ลำดับที่ 12 ตอนนั้นเองรู้สึกดีใจมากว่าตนเองทำได้. แต่ชีวิตผมเข้ามาถึงจุดพีคสุดๆเลยแหละ ที่พ่อและแม่ เค้าไม่ให้ผมเรียนที่นั่นเค้าบอกมันแพง ทั้งๆที่มันไม่ได้แพงเลย ทุกอย่างจ่ายเท่ากันหมด ค่าเทอมก็ไม่ต้องจ่าย แถมโอกาศโรงเรียนมีความก้าวหน้าสูงมากสำหรับผม แต่ผมเองก็ไม่ได้เรียน ผมต้องมาเรียนโรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ ม.1-ม.6 มีไม่ถึง 2,000 คน แถม โรงเรียนนี้เด็กส่วนมากเสียคนเยอะพอสมควร การจะขอทุน ขอกิจกรรมการแข่งขันนี้ยากลำบาก ผมเองรู้สึกเฟลและเสียใจมาก ความตั้งใจในการเรียนผมหายทันที รวมทั้งเป้าหมายของผม จนตอนนั้นผมคิดเองเลยว่า ต่อให้ตั้งใจไปแค่ไหนมันก็จะมีค่า = 0  (ความคิดช่วงเด็กๆ)   เมื่อเปิดเทอมวันแรก ผมก็ไปเรียนตามปกติ เวลาคุณครูถามหน้ากระดานตอบโจทย์ ผมก็ยกมือขึ้น เป็นคนตอบปกติ จากที่ว่าผมเป็นคนตั้งใจเรียน ผมรู้ได้รู้สึกผมเอื่อยเฉยชาไม่อยากจะตั้งใจทำอะไร เพราะเป้าหมายความฝันผมหายไปหมดตอนนั้น จากที่เคยเข้าห้องสมุดไปอ่านหนังสือ ยืมกนังสือห้องสมุดกลับบ้านแทบทุกวันมาอ่าน ก็ไม่เข้าแม้แต่ก้าวเดียว จากที่ตอนเย็นเลิกเรียนมาจะทำการบ้าน ทบทวนเนื้อหา ก็แทบไม่คิดจะทำมัน ผมรู้สึกเฟลสูงมาก จากเป็นคนร่าเริง ปรากฏว่าเป็นเครียด และ สุดท้ายผมก็ไม่จบ ม.3 ผมจึงออกเรียนมา ตอนนั้นผมบอกเลยสมองโล่งนิดนึง แต่ก็เกิดเหตุขึ้น ครอบครัวไม่พอใจกับการกระทำของผม ทุกอย่างผมโดนลงโทษสารพัด นั่นนี่ ผมเองก็เลยคิดต้องหางานทำแล้วแหละจะต้องทำยังไง ผมจึงไปหางานพาร์ทไทม์ทำ ตอนนั้นทำงานร้านอาหารเสริ์ฟนี่แหละ ได้ค่าแรงวันละ 120 บาท ไม่รวม ทิป ผมก็พยายามเก็บทีละน้อย เงินออกผมก็ให้แม่ 70% ของเงินและทิปที่ได้รับมา ตอนนั้นผมก็คิดได้ว่า ผมอยากเรียนหนังสือ ผมอยากมีวุฒิปริญญาตรี ผมอยากทำงานการขายที่ดีเพื่อออกไปพบปะผู้คน ตอนนั้นผมจึงหยุดการให้เงินแม่เป็นระยะเวลาหลายปี ตั้งแต่ผมกลับไปเรียน กศน ม.ต้น - จนถึงปริญญาตรี(ผมเรียนใหม่อีกครั้งตอนอายุ 19) ตอนนั้นครอบครัวก็เริ่มไม่พอใจว่าเราไม่ให้เงินเค้า ซึ่งผมเองก็ยอมโดนด่าไปเรื่อยๆ โดนแม่ด่าบ้าง โดนตีบ้าง โดนไล่ออกจากบ้านบ้าง ผมเองก็ทน. เมื่อผมเรียนจบปริญญาตรี ผมก็ได้ไปสมัครงานกับบริษัทแห่งนึง เกี่ยวกับงานขาย ผมได้ระบุตำแหน่งที่ผมสนใจไปว่า  ผมต้องการเป็นพนักงานขายเพื่อให้ข้อมูลและประโยชน์ลูกค้าและการบริการกับลูกค้า เพราะปัจจุบันมีพนักงานขายส่วนมากดูถูกลูกค้า ผมจึงต้องเป็นพนักงานขายและไม่เหมือนคนอื่นๆ ตอนนั้นแหละบริษัทผมก็รับเข้าทำงาน ตอนนั้นผมได้ ฐานเงินเดือนอยู่ที่ 12,000 บาท + ค่าคอมมิดชั่น. ผมเองก็เริ่มให้พ่อกับแม่เหมือนเดิมตามที่เงินเดือนผมได้รับ  โดยล่าสุดเงินเดือนผมออก 31,900 บาท ผมให้แม่ไป 28,500 บาท เพราะว่า คุณพ่อผมทำงานเปลี่ยนงานบ่อยมาก ล่าสุดทำงานมา 3 เดือน เงินเดือนไม่ออกแม้แต่สตางค์เดียว ตอนนั้นผมงงมาก ผมเองก็พยายามคุยกับแม่ ว่าเป็นไปได้หรอแม่ที่เงินจะไม่ออกเลย ยิ่งช่วงนั้น พ่อกับแม่พึ่งดาวน์รถกระบะมาอีก เป็นการสาหัสเข้าไป จนทุกวันนี้ผมเองปวดหัวมาก แม่ก็มาด่าแต่ผมว่า ผมเงินให้เค้าน้อยเงินไม่พอใช้ ไหนจะเรื่องงานบ้าน จนทุกวันนี้ผมรู้สึกกดดันและเครียดจนขึ้นสมองเป็นไข้บ่อยมาก เครียดมานานพอสมควร ผมเองจนไม่รู้จะทำยังไงจนตอนนี้สมองผมตันผมรู้สึกว่า "ถ้าผมตายไป ครอบครัวผมคงจะมีความสุข" ผมโตมาในแบบที่ครอบครัวตนเองมีปัญหา (เหมือนคนขาดความอบอุ่น) ผมโตมาที่ไม่เคยมีไตร่ตรองหรือถามถึงผมแม้แต่น้อย เมื่อผมพยายามอธิบายมากแค่ไหนกับแม่ตนเอง ยิ่งแย่ลงไปอีก จนเมื่อคืน แม่ผมตบหน้าผมและไล่ผมออกจากบ้านล็อกประตูใส่ ไม่ให้ผมเข้าบ้านจนถึงตอนนี้ ผมเลยคิดอยู่การเป็นลูกที่ดี ของแต่คนละคนเป็นแบบไหน ทุกวันนี้ครอบครัวผมมีแต่หนี้สินที่พ่อผมก่อขึ้นมาไว้ ซึ่งแม่ผมก็มองว่าพ่อผมนั้นดีอยู่ตลอด ต่อให้มีเมียน้อยก็เถอะ บอกเลยผมเครียดมาก ผมไม่เคยเป็นที่เครียดหนักตั้งแต่เด็กจนโต ผมควรทำยังไงดี
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่