สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 15
คนไทย "ชนชั้นกลาง" เกิดน้อยลง
นี่ต่างหากคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่สื่อกระแสหลักไม่กล้าเล่นเรื่องนี้ มีแต่พูดอ้อมไปอ้อมมา เพราะประเด็นมันละเอียดอ่อน และดราม่าได้ง่ายมาก คนไทยปัจจุบันนี้เกิดลงน้อยก็จริง แต่ที่ลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด คือ ชนชั้นกลางมีลูกน้อยลง เพราะคนพวกนี้ ...
- มีการศึกษา ความรับผิดชอบ และสามัญสำนึกประมาณหนึ่ง
- จะมีลูกทีเลยคิดมาก และต้องคิดให้รอบคอบ หลายครอบครัวก็เลยเลือกที่จะไม่มีไปเลยดีกว่า
- เงินทองไม่ได้มีเหลือกินเหลือเก็บ มีได้เลยไม่ต้องคิดมาก เหมือนชนชั้นสูง
คนชนชั้นรวย ไม่ต้องไปห่วงเขา เขายังมีทายาทตามปกติ มีมาก มีกี่คน ก็ได้ เพราะเด็กคาบช้อนเงินช้อนทองฝังเพชรมาเกิดอยู่แล้ว เขาไม่เดือดร้อนลำบากอะไร โตมาก็ส่งออกนอก ไปเรียนหนังสือในประเทศโลกที่เขาพัฒนาแล้ว
แต่ ... คนอีกชนชั้นหนึ่งต่างหากที่มีลูกไม่คิด แล้วมีเยอะด้วย
- ยาย 35 แม่ 19 ลูกสองคน ในท้อง 1 กับอีก 3 ขวบเดินจูงมือ ทำไมจะไม่เคยเจอ
- คนพวกนี้มีเพราะพลาด มีแบบไม่ได้ตั้งใจ เย*ได้ก็เลี้ยงได้ มีเกลื่อนเต็มโซเชียลไปหมด
- มีลูกเยอะ เพราะเซ็กส์คือความบันเทิงราคาถูกแบบไม่ต้องลงทุน
- มีกันแต่เล็กแต่น้อยยิ่งตามหัวเมืองห่างไกลยิ่งดาษดื่น
...พลาดท้องเหรอ? ไม่ต้องห่วง ไม่สนใจเด็กจะเกิดมาในสภาพแบบไหน ช่างหัวมัน สุดท้ายประเทศชาติได้ประชากรแบบไหน?
- เต้นเด้าดินตามรถแห่นั่นไง ประชากรคุณตะพาบ อนาคตซาติ
- แว๊นซ์สก๊อยเต็มบ้านเมือง
...แล้วก็วนลูปไป ยาย 35 แม่ 19 ลูกสาม...เป็นวงจร
มันน่ากลัว เพราะคนพวกนี้จะไปอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่เศรษฐกิจ แรงงานไร้ฝีมือราคาถูก ก็โดนต่างด้าวยึดหมดแล้ว พวกนี้คนไทยไม่ทำงานชั้นต่ำแบบนั้นหรอก ครั้นจะไปทำงานที่ใช้สมอง คนพวกนี้ น้อยมากที่จะมีฐานะสูงพอจะส่งลูกถึงระดับปริญญา เพิ่งจะดูสถิติ นักศึกษาที่จบ ม.6 เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ที่ต่อปริญญาตรี อีกครึ่งหนึ่งหายไปไหน ไปอยู่ส่วนไหนของสังคมไทย
เราจะได้ประชากรคุณภาพแบบไหนไปขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
นี่ต่างหากคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่สื่อกระแสหลักไม่กล้าเล่นเรื่องนี้ มีแต่พูดอ้อมไปอ้อมมา เพราะประเด็นมันละเอียดอ่อน และดราม่าได้ง่ายมาก คนไทยปัจจุบันนี้เกิดลงน้อยก็จริง แต่ที่ลดลงมากอย่างเห็นได้ชัด คือ ชนชั้นกลางมีลูกน้อยลง เพราะคนพวกนี้ ...
- มีการศึกษา ความรับผิดชอบ และสามัญสำนึกประมาณหนึ่ง
- จะมีลูกทีเลยคิดมาก และต้องคิดให้รอบคอบ หลายครอบครัวก็เลยเลือกที่จะไม่มีไปเลยดีกว่า
- เงินทองไม่ได้มีเหลือกินเหลือเก็บ มีได้เลยไม่ต้องคิดมาก เหมือนชนชั้นสูง
คนชนชั้นรวย ไม่ต้องไปห่วงเขา เขายังมีทายาทตามปกติ มีมาก มีกี่คน ก็ได้ เพราะเด็กคาบช้อนเงินช้อนทองฝังเพชรมาเกิดอยู่แล้ว เขาไม่เดือดร้อนลำบากอะไร โตมาก็ส่งออกนอก ไปเรียนหนังสือในประเทศโลกที่เขาพัฒนาแล้ว
แต่ ... คนอีกชนชั้นหนึ่งต่างหากที่มีลูกไม่คิด แล้วมีเยอะด้วย
- ยาย 35 แม่ 19 ลูกสองคน ในท้อง 1 กับอีก 3 ขวบเดินจูงมือ ทำไมจะไม่เคยเจอ
- คนพวกนี้มีเพราะพลาด มีแบบไม่ได้ตั้งใจ เย*ได้ก็เลี้ยงได้ มีเกลื่อนเต็มโซเชียลไปหมด
- มีลูกเยอะ เพราะเซ็กส์คือความบันเทิงราคาถูกแบบไม่ต้องลงทุน
- มีกันแต่เล็กแต่น้อยยิ่งตามหัวเมืองห่างไกลยิ่งดาษดื่น
...พลาดท้องเหรอ? ไม่ต้องห่วง ไม่สนใจเด็กจะเกิดมาในสภาพแบบไหน ช่างหัวมัน สุดท้ายประเทศชาติได้ประชากรแบบไหน?
- เต้นเด้าดินตามรถแห่นั่นไง ประชากรคุณตะพาบ อนาคตซาติ
- แว๊นซ์สก๊อยเต็มบ้านเมือง
...แล้วก็วนลูปไป ยาย 35 แม่ 19 ลูกสาม...เป็นวงจร
มันน่ากลัว เพราะคนพวกนี้จะไปอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่เศรษฐกิจ แรงงานไร้ฝีมือราคาถูก ก็โดนต่างด้าวยึดหมดแล้ว พวกนี้คนไทยไม่ทำงานชั้นต่ำแบบนั้นหรอก ครั้นจะไปทำงานที่ใช้สมอง คนพวกนี้ น้อยมากที่จะมีฐานะสูงพอจะส่งลูกถึงระดับปริญญา เพิ่งจะดูสถิติ นักศึกษาที่จบ ม.6 เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ที่ต่อปริญญาตรี อีกครึ่งหนึ่งหายไปไหน ไปอยู่ส่วนไหนของสังคมไทย
เราจะได้ประชากรคุณภาพแบบไหนไปขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
ความคิดเห็นที่ 2
ประเด็นน่าสนใจครับ
ผมคิดว่าถ้าเกิดน้อยลงแต่มีคุณภาพมากขึ้น แบบนี้ถือว่าไม่แย่ซะทีเดียวครับ แต่ปัญหาคือแม้ว่าเด็กจะเกิดน้อยลง แต่เด็กที่เกิดมักจะเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้มีความพร้อมในการเลี้ยงดูครับ แปลว่าคุณภาพจะมีปัญหา
สำหรับเรื่อง wealth ผมมองอีกมุมนะครับ
เด็กเกิดน้อยลงอาจจะยิ่งทำให้ wealth gap ยิ่งห่างครับ เพราะแทนที่พ่อแม่จะแบ่งมรดกให้ลูกหลายๆคน กลายเป็นเงินทั้งหมดให้ลูกแค่คนเดียว แต่คนที่พ่อแม่ไม่มีมรดกให้เลย ก็จะยิ่งลำบาก ,,, wealth gap เลยยิ่งห่าง
สำหรับปัญหาประชากรลดลง สิ่งที่ผมมองว่าไม่ดีแน่ๆคือ อสังหาริมทรัพย์ ,,, ผมไม่เชื่อว่าราคาที่ดิน(ใจกลางเมือง)จะขึ้นได้เยอะๆเหมือนในอดีต ยิ่งถ้ามองว่าต่อไปมีเปิดรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ บริเวณรอบตัวเมืองจะยิ่งเจริญขึ้น ,,,,, การเจริญเติบโตของเมืองมันจะกระจายออกไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ แต่ความต้องการที่ดิน บ้านหรือคอนโดเริ่มน้อยลง เพราะจำนวนคนน้อยลง ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์จะไม่ดีเหมือนในอดีต
ผมคิดว่าถ้าเกิดน้อยลงแต่มีคุณภาพมากขึ้น แบบนี้ถือว่าไม่แย่ซะทีเดียวครับ แต่ปัญหาคือแม้ว่าเด็กจะเกิดน้อยลง แต่เด็กที่เกิดมักจะเกิดในครอบครัวที่ไม่ได้มีความพร้อมในการเลี้ยงดูครับ แปลว่าคุณภาพจะมีปัญหา
สำหรับเรื่อง wealth ผมมองอีกมุมนะครับ
เด็กเกิดน้อยลงอาจจะยิ่งทำให้ wealth gap ยิ่งห่างครับ เพราะแทนที่พ่อแม่จะแบ่งมรดกให้ลูกหลายๆคน กลายเป็นเงินทั้งหมดให้ลูกแค่คนเดียว แต่คนที่พ่อแม่ไม่มีมรดกให้เลย ก็จะยิ่งลำบาก ,,, wealth gap เลยยิ่งห่าง
สำหรับปัญหาประชากรลดลง สิ่งที่ผมมองว่าไม่ดีแน่ๆคือ อสังหาริมทรัพย์ ,,, ผมไม่เชื่อว่าราคาที่ดิน(ใจกลางเมือง)จะขึ้นได้เยอะๆเหมือนในอดีต ยิ่งถ้ามองว่าต่อไปมีเปิดรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ บริเวณรอบตัวเมืองจะยิ่งเจริญขึ้น ,,,,, การเจริญเติบโตของเมืองมันจะกระจายออกไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ แต่ความต้องการที่ดิน บ้านหรือคอนโดเริ่มน้อยลง เพราะจำนวนคนน้อยลง ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์จะไม่ดีเหมือนในอดีต
ความคิดเห็นที่ 16
คนไทยเกิดน้อยลง แต่คนที่ลักลอบเข้าประเทศไทยไม่ได้น้อยลงเลย
อเมริกา เดิมทีมีแค่ชนพื้นเมืองเล็กน้อย มีอินเดียนแดงไม่มาก แต่ผู้คนหลั่งไหลเข้าประเทศมากจนอเมริกามีประชากรมากขึ้น
ที่ใดมีงานเยอะ แต่มีแรงงานน้อย ก็จะเกิดการหลั่งไหล หรือ ลักลอบเข้าประเทศมากขึ้น
เนื่องจากแรงงานเป็นที่ต้องการมาก คนไทยสมัยนี้ไม่นิยมทำงานระดับล่างในประเทศ ด้วยเหตุผลค่าแรงต่ำ
แต่ยินดีไปใช้แรงงานในต่างประเทศ เมื่อก่อนไหลไปซาอุค่อนข้างมาก ตอนนี้เป็นผีน้อยในเกาหลีก็เยอะมาก
จึงเปิดโอกาสให้คนพม่า ลาว เขมร เข้ามาทำงานในประเทศแทน
ถ้าอีกหน่อย สตรีไทยมีมาก (ปัจจุบันก็ขึ้นคานกันมาก) หาคู่ครองในประเทศไม่ได้ เนื่องจากชายไทย สวยที่สุดในโลกส่วนหนึ่งไปแล้ว
ก็จะเกิดการแต่งงานกับชาวต่างชาติมากขึ้น ถ้าผู้หญิงไทยไม่ไหลออกไปต่างแดนเยอะ เนื่องจากถูกกรีดกัน หนุ่มต่างชาติก็จะไหลมาไทยเยอะ
ลูกครึ่ง ที่เราเห็นว่าน้อยในปัจจุบัน อนาคตอาจจะมากเป็นเรื่องปรกติ หรือกลายเป็นกระแสนิยม แต่งงานกับต่างชาติมากขึ้น กว่าปัจจุบัน
จีนเคยเกิดปัญหา บางหมู่บ้านมีแต่ลูกชาย เพราะคนจีนนิยมลูกชายมากกว่าลูกสาว จึงทำให้หนุ่มจีน หาสาวแต่งงานยากมากขึ้น
ก็จะมีพวกบริษัทจัดหาคู่ ช่วยคนจีนให้ได้แต่งงานกับสาวต่างชาติ สาวเวียนนาม นิยมไปจีนมาก อยากแต่งงานกับคนจีน
ในเวปไซด์หาคู่จะมีภาพสาวงาม จากหลายประเทศให้หนุ่มจีนได้เลือกมากมาย
ส่วนเรื่องที่ดิน ปรกติต่างชาติที่แต่งงานกับสาวไทย หรือหนุ่มไทย ก็จะสามารถซื้อในชื่อของคู่ครองได้อยู่แล้ว
แต่กรณีคนที่ไม่ได้แต่งงาน อาจจะมีการจ้างนอมินี จ้างแต่งงานเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของทรัพย์ พวกธุรกิจสีเทาพวกนี้ก็ยังมีอยู่
ดังนั้น เรื่องบ้าน คอนโด ที่อนาคตจะล้น เพราะคนไทยน้อยลง ถ้าราคาตก จนต่างชาติสนใจ มากกว่าคนไทย
เราก็อาจจะได้เห็นต่างชาติถือครอง ทรัพย์สินคนไทยมากขึ้น มาซื้อบ้าน ซื้อที่มากขึ้น
ไม่รู้วันหนึ่ง เราจะต้องเช่าบ้านในเมืองไทย ที่เจ้าของเป็นคนต่างชาติถือครองหรือเปล่านะ
คำพูดที่เขาลือกัน คนจีนจะเป็นเจ้าของที่นา จ้างคนไทยทำนาในผืนดินไทย อนาคตอาจจะกลายเป็นเรื่องปรกติก็ได้
ถ้าคนไทยไม่ทำนา เจ้าของคนจีนก็จ้างพม่า ลาว ทำนาในประเทศไทย ได้ข้าวก็ส่งกลับไปขายที่จีน
ถึงแม้เทรนประชากรโลกจะลดลง แต่โดยรวมแล้ว ก็ยังถือว่ามากอยู่ดี ตลาดถ้าในประเทศเล็กไป ก็ต้องเปลี่ยนเป็นตลาดโลกแทน
ถ้าโรงงานผลิตขายในประเทศแล้วเหลือ ก็ส่งออกไปต่างประเทศ ตลาดไม่ได้อยู่แค่แห่งเดียว ก็ต้องขยายตลาดไปไกลขึ้น
ถ้าไม่มีสาวโรงงานเป็นคนไทย ทุกวันนี้ก็แทบไม่มีอยู่แล้ว อีกหน่อยโรงงานในไทย เจ้าของเป็นจีน แรงงานเป็นพม่า ส่งขายทั่วโลก
ดังนั้นทรัพยากรที่เหลือ เนื่องจากประชากรลดลง จะมีชาวต่างชาติมาช่วยใช้มากขึ้น คนไทยชอบรับใต้โต๊ะอยู่แล้ว
ถ้านายทุนมีเงินยัดใต้โต๊ะ เรื่องกฎหมายห้ามโน้นนี่ มันก็เป็นเพียงแต่กฎ ที่สามารถลดหย่อนได้ อนุโลมได้ อนุมัติได้อยู่แล้ว
คนไทยเกิดน้อยลง แต่ประชากรในประเทศอาจจะไม่ได้น้อยลง เพราะต่างชาติเข้ามามากขึ้น เนื่องจากมีงานแต่ไม่มีแรงงานในประเทศ
ปัญหาสิ่งแวดล้อม มีมากขึ้นแน่นอน เพราะเมื่อต่างชาติเข้ามา เขาเข้ามากอบโกย มาทำมาหากิน ไม่ได้มาอนุรักษษ์สิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงแย่ลง
ทรัพย์สินที่เดิมทีคนไทยถือครอง พ่อแม่มีที่ดิน 100 ไร่ แบ่งให้ลูก คนละ 20ไร่ จนตอนหลัง เหลือหลานคนเดียว ถือครองทั้งหมด 100ไร่
หลานเอาไปขายต่างชาติดีกว่า รับเงินมา เพราะขี้เกียจทำไร่เอง ปล่อยให้ต่างชาติทำไป เนื่องจากเจ้าของคนเดียวดูแลไม่หมด จึงขายไปดีกว่า
อนาคตเราก็จะไม่เหลือทรัพย์สินที่ถือครองโดยคนไทย
อนาคตประเทศไทย จะเหมือน กรุงเทพ ที่มีประชากรแฝง มากกว่า ประชากรในทะเบียนราษฎร์
มีคนในชื่อทะเบียนบ้านในกทม. มีประมาณ 5 ล้านคน แต่มีคนอยู่ในกทม. 10 ล้าน คน
ถ้าอนาคตคนไทยจะลดลง เหลือ 60 ล้าน คนในประเทศ อาจจะไม่ได้ลดลงตาม หรืออาจจะเพิ่มขึ้น ก็ได้ เพราะมันจะมีคนต่างชาติเข้ามาแทน
อเมริกา เดิมทีมีแค่ชนพื้นเมืองเล็กน้อย มีอินเดียนแดงไม่มาก แต่ผู้คนหลั่งไหลเข้าประเทศมากจนอเมริกามีประชากรมากขึ้น
ที่ใดมีงานเยอะ แต่มีแรงงานน้อย ก็จะเกิดการหลั่งไหล หรือ ลักลอบเข้าประเทศมากขึ้น
เนื่องจากแรงงานเป็นที่ต้องการมาก คนไทยสมัยนี้ไม่นิยมทำงานระดับล่างในประเทศ ด้วยเหตุผลค่าแรงต่ำ
แต่ยินดีไปใช้แรงงานในต่างประเทศ เมื่อก่อนไหลไปซาอุค่อนข้างมาก ตอนนี้เป็นผีน้อยในเกาหลีก็เยอะมาก
จึงเปิดโอกาสให้คนพม่า ลาว เขมร เข้ามาทำงานในประเทศแทน
ถ้าอีกหน่อย สตรีไทยมีมาก (ปัจจุบันก็ขึ้นคานกันมาก) หาคู่ครองในประเทศไม่ได้ เนื่องจากชายไทย สวยที่สุดในโลกส่วนหนึ่งไปแล้ว
ก็จะเกิดการแต่งงานกับชาวต่างชาติมากขึ้น ถ้าผู้หญิงไทยไม่ไหลออกไปต่างแดนเยอะ เนื่องจากถูกกรีดกัน หนุ่มต่างชาติก็จะไหลมาไทยเยอะ
ลูกครึ่ง ที่เราเห็นว่าน้อยในปัจจุบัน อนาคตอาจจะมากเป็นเรื่องปรกติ หรือกลายเป็นกระแสนิยม แต่งงานกับต่างชาติมากขึ้น กว่าปัจจุบัน
จีนเคยเกิดปัญหา บางหมู่บ้านมีแต่ลูกชาย เพราะคนจีนนิยมลูกชายมากกว่าลูกสาว จึงทำให้หนุ่มจีน หาสาวแต่งงานยากมากขึ้น
ก็จะมีพวกบริษัทจัดหาคู่ ช่วยคนจีนให้ได้แต่งงานกับสาวต่างชาติ สาวเวียนนาม นิยมไปจีนมาก อยากแต่งงานกับคนจีน
ในเวปไซด์หาคู่จะมีภาพสาวงาม จากหลายประเทศให้หนุ่มจีนได้เลือกมากมาย
ส่วนเรื่องที่ดิน ปรกติต่างชาติที่แต่งงานกับสาวไทย หรือหนุ่มไทย ก็จะสามารถซื้อในชื่อของคู่ครองได้อยู่แล้ว
แต่กรณีคนที่ไม่ได้แต่งงาน อาจจะมีการจ้างนอมินี จ้างแต่งงานเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของทรัพย์ พวกธุรกิจสีเทาพวกนี้ก็ยังมีอยู่
ดังนั้น เรื่องบ้าน คอนโด ที่อนาคตจะล้น เพราะคนไทยน้อยลง ถ้าราคาตก จนต่างชาติสนใจ มากกว่าคนไทย
เราก็อาจจะได้เห็นต่างชาติถือครอง ทรัพย์สินคนไทยมากขึ้น มาซื้อบ้าน ซื้อที่มากขึ้น
ไม่รู้วันหนึ่ง เราจะต้องเช่าบ้านในเมืองไทย ที่เจ้าของเป็นคนต่างชาติถือครองหรือเปล่านะ
คำพูดที่เขาลือกัน คนจีนจะเป็นเจ้าของที่นา จ้างคนไทยทำนาในผืนดินไทย อนาคตอาจจะกลายเป็นเรื่องปรกติก็ได้
ถ้าคนไทยไม่ทำนา เจ้าของคนจีนก็จ้างพม่า ลาว ทำนาในประเทศไทย ได้ข้าวก็ส่งกลับไปขายที่จีน
ถึงแม้เทรนประชากรโลกจะลดลง แต่โดยรวมแล้ว ก็ยังถือว่ามากอยู่ดี ตลาดถ้าในประเทศเล็กไป ก็ต้องเปลี่ยนเป็นตลาดโลกแทน
ถ้าโรงงานผลิตขายในประเทศแล้วเหลือ ก็ส่งออกไปต่างประเทศ ตลาดไม่ได้อยู่แค่แห่งเดียว ก็ต้องขยายตลาดไปไกลขึ้น
ถ้าไม่มีสาวโรงงานเป็นคนไทย ทุกวันนี้ก็แทบไม่มีอยู่แล้ว อีกหน่อยโรงงานในไทย เจ้าของเป็นจีน แรงงานเป็นพม่า ส่งขายทั่วโลก
ดังนั้นทรัพยากรที่เหลือ เนื่องจากประชากรลดลง จะมีชาวต่างชาติมาช่วยใช้มากขึ้น คนไทยชอบรับใต้โต๊ะอยู่แล้ว
ถ้านายทุนมีเงินยัดใต้โต๊ะ เรื่องกฎหมายห้ามโน้นนี่ มันก็เป็นเพียงแต่กฎ ที่สามารถลดหย่อนได้ อนุโลมได้ อนุมัติได้อยู่แล้ว
คนไทยเกิดน้อยลง แต่ประชากรในประเทศอาจจะไม่ได้น้อยลง เพราะต่างชาติเข้ามามากขึ้น เนื่องจากมีงานแต่ไม่มีแรงงานในประเทศ
ปัญหาสิ่งแวดล้อม มีมากขึ้นแน่นอน เพราะเมื่อต่างชาติเข้ามา เขาเข้ามากอบโกย มาทำมาหากิน ไม่ได้มาอนุรักษษ์สิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงแย่ลง
ทรัพย์สินที่เดิมทีคนไทยถือครอง พ่อแม่มีที่ดิน 100 ไร่ แบ่งให้ลูก คนละ 20ไร่ จนตอนหลัง เหลือหลานคนเดียว ถือครองทั้งหมด 100ไร่
หลานเอาไปขายต่างชาติดีกว่า รับเงินมา เพราะขี้เกียจทำไร่เอง ปล่อยให้ต่างชาติทำไป เนื่องจากเจ้าของคนเดียวดูแลไม่หมด จึงขายไปดีกว่า
อนาคตเราก็จะไม่เหลือทรัพย์สินที่ถือครองโดยคนไทย
อนาคตประเทศไทย จะเหมือน กรุงเทพ ที่มีประชากรแฝง มากกว่า ประชากรในทะเบียนราษฎร์
มีคนในชื่อทะเบียนบ้านในกทม. มีประมาณ 5 ล้านคน แต่มีคนอยู่ในกทม. 10 ล้าน คน
ถ้าอนาคตคนไทยจะลดลง เหลือ 60 ล้าน คนในประเทศ อาจจะไม่ได้ลดลงตาม หรืออาจจะเพิ่มขึ้น ก็ได้ เพราะมันจะมีคนต่างชาติเข้ามาแทน
แสดงความคิดเห็น
คนเกิดน้อยลงนี่เป็น ปัญหา หรือ เป็นการลดปัญหา ครับ
อันนี้ที่ลอง List ๆ มีความเห็นยังไงบอกไว้ได้นะครับ อยากฟังความเห็นต่างๆ เผื่อจะขยายมุมมองด้านต่างๆของทางนี้ด้วย
เป็นปัญหา
- ตัวเลข GDP น้อยลง ที่ Consumption น่าจะลดลง
- โรงงานการผลิต ของ ต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้ต้องเน้นผลิตของให้มากที่สุด เพื่อต้นทุนต่ำที่สุด
- อาหารแพงขึ้น ??? ( เพราะ โรงงานที่ผลิตน้อยลง )
- ปัญหาผู้สูงอายุ ที่ ต้องวางแผนเรื่อง ชีวิตตอนปลายของชีวิต กับการหาคนดูแล
- เบี้ยประกันสังคม เข้าน้อยลง
- ผู้ผลิตสินค้าบางอย่างที่ต้องใช้ ขายได้ยากขึ้น เนื่องจาก มีคน Consume น้อยลง
ลดปัญหา
- การก่อหนี้ ครัวเรือนมาใช้เป็น ค่าเลี้ยงดู ค่าเรียน ( ซึ่งกว่าจะจบก็ประมาณ 20 ปี )
- ความเหลื่อมล้ำทาง ฐานะการเงิน ( มองว่า ถ้าอย่าง พ่อ แม่ Wealth 2 คน มารวมที่ลูกคนเดียว ลูกคนนั้นน่าจะรวยขึ้น ถ้าลูกเก่งเท่าพ่อแม่ นะครับ)
- การจราจร เนื่องจาก ปริมาณคนที่ต้องเดินทางน้อยลง
- อสังหาริมทรัพย์ แพง ????? ( เนื่องจากคนเกิด น้อยลง แต่ที่อยู่อาจจะมีเท่าเดิม หรือ มากขึ้น )
- ปัญหา สิ่งแวดล้อม เนื่องจาก Consumption ด้านต่างๆ น้อยลง
- ปริมาณ อาชญากรรม น้อยลง ?? ( เนื่องจากปัญหาค่าใช้จ่าย หนี้สิน น้อยลง )