[BR] รีวิวเครื่องฟอกอากาศ Samsung รุ่น BLUE SKY AX3300 ฟอกอากาศบริสุทธิ์...ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

กระทู้ผู้สนับสนุน
ส่วนตัวแล้วผมใช้เครื่องฟอกอากาศมาพักใหญ่ เพราะรู้สึกหายใจสะดวกขึ้นและป่วยน้อยลง โดยเฉพาะช่วงที่ PM 2.5 ครองเมืองก็ยิ่งทำให้หลายคนหันมาสนใจเครื่องฟอกอากาศมากขึ้น ล่าสุดผมได้ลองใช้เครื่องฟอกอากาศ Samsung BLUE SKY AX3300 แล้วประทับใจมาก อยากเอามาบอกต่อครับ

ปัจจัยในการเลือกเครื่องฟอกอากาศสำหรับผมแล้ว มีอยู่ 3 อย่างหลักๆ คือ
- ความสวยงาม
- ประสิทธิภาพในการฟอกอากาศ
- ควบคุมและใช้งาน
ซึ่ง Samsung BLUE SKY AX3300 ตอบโจทย์ผมได้ทั้งหมด


เริ่มจากดีไซน์ที่ดูมีสไตล์ ดีไซน์สวย ช่วยเพิ่มกิมมิคให้กับบ้าน แถมยังได้รับรางวัล IF Design Award ประจำปี 2017 ด้วย เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ได้เป็นอย่างดี ตัวเครื่องมีความสูง 64 ซม. ส่วนฐานมีความกว้างยาวสุดที่ 35 ซม. น้ำหนัก 9.2 กก. มีหูหิ้วทำให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก โดยสามารถยกไปไว้ในห้องนอนตอนกลางคืน ส่วนกลางวันก็สามารถนำออกมาวางในห้องรับแขกได้    


ด้านบนเป็นแผงควบคุมแบบสัมผัส สามารถปรับระดับแรงลมได้ 3 ระดับและมีโหมด Auto ซึ่งความแรงระดับ 3 นี่แรงแบบใช้เป็นตัวหมุนเวียนอากาศในห้องได้เลย แต่ผมแนะนำให้ตั้งไว้ที่ Auto ดีกว่า เพราะตัวเครื่องฉลาดมาก จะปรับความแรงให้ตามสภาพแวดล้อมครับ


ในการใช้งานปรกติ เราสามารถเปิดแสงไฟ Air Sensing Light เพื่อบอกสภาพอากาศในห้องได้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ แต่ในช่วงที่เราต้องการนอนหลับก็มี Sleep mode ที่จะปิดแสงไฟทุกอย่างและทำงานเงียบกว่าเดิม ซึ่งอันที่จริงในปรกติก็เงียบอยู่แล้ว เสียงเบากว่าพัดลมที่เปิดคลายร้อนซะอีก ตามสเปคระบุไว้ว่ามีเสียงดังสุดที่ 48 dBA เห็นตัวเลขแล้วอาจนึกไม่ออกว่ามันดังประมาณไหน แต่เอาเป็นว่ามันทำงานเงียบเลยครับ จะมีพ่นลมแรงๆ เฉพาะเวลาที่สภาพอากาศแย่มาก เพื่อเร่งฟอกอากาศให้เร็วที่สุด

สามารถควบคุมการเปิด-ปิดแสงไฟ Air Sensing Light รวมถึงสามารถล็อกแผงควบคุมป้องกันเด็กได้ด้วย สามารถตั้งเวลาปิดเครื่องได้ตั้งแต่ 1-12 ชั่วโมง


ด้านข้างมีเซ็นเซอร์ตรวจจับ PM 10 และก๊าซ โดยกระบวนการทำงานใช้วิธีดูดลมให้วิ่งผ่านแผงกรองด้านหน้า แล้วพ่นอากาศบริสุทธิ์ขึ้นด้านบน มีระยะครอบคลุม 40 ตรม. ซึ่งคอนโด ห้องพัก หรือห้องส่วนใหญ่ก็มีขนาดไม่เกินนี้ และ Samsung BLUE SKY AX3300 สามารถจัดการฝุ่นละอองขนาดได้ถึงระดับ PM 0.3 หรืออธิบายง่ายๆ ได้ว่ากรองได้ละเอียดกว่า PM 2.5 ที่หลายคนกังวลนั่นเอง


แผ่นกรองแบบ HEPA ช่วยกรองฝุ่นอนุภาคเล็กทั้ง PM10, PM2.5, PM1.0 และ PM0.3 ได้มากถึง 99.9% การเปลี่ยนแผ่นกรองทำได้ง่าย เพียงแค่ถอดฝาครอบด้านหน้าออก และจะพบ Pre filter ที่เป็นแผ่นกรองชั้นแรกแบบบางๆ ซึ่งเราสามารถทำความสะอาดแผ่นนี้ได้ด้วยการเป่าฝุ่นและล้าง


เมื่อถอด Pre filter ออกก็จะเจอแผ่นกรองตัวจริงที่เป็นแบบ 2-in-1 คือขจัดกลิ่นและกักเก็บฝุ่น อายุของแผ่นกรองตามสเปคระบุว่าใช้ได้ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนแผ่นกรองก็หาซื้อได้ง่าย สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้จาก https://www.samsung.com/th/air-purifier/air-purifier-filter-cfx-g100/

นอกจากจะถอดทำความสะอาดแผงด้านหน้าได้แล้ว ยังทำความสะอาดส่วนแผงลมด้านบนได้ด้วย และตรงส่วนนี้นี่เองที่ผมมองว่าออกแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย เพราะบางรุ่นจะมีส่วนนี้ที่ค่อนข้างตื้น ถ้าเด็กแหย่นิ้วหรือเอาสิ่งของมาจิ้มก็จะโดนใบพัดได้ง่าย แต่สำหรับ Samsung BLUE SKY AX3300 มีตะแกรงชั้นบนที่ถอดทำความสะอาดได้ และมีตะแกรงอีกชั้นที่ครอบทับใบพัดอีกที


ผมทดสอบใช้งานในห้องพักขนาดประมาณ 43 ตรม. และเปิดประตูหน้าต่างในช่วงกลางวัน ก็ทำงานได้ปรกติแต่ที่น่าประทับใจกว่านั้น คือผมทำอาหารในห้องพัก กลิ่นและควันก็เยอะตามประสาซึ่งมันสร้างปัญหามาก ต้องระวังกลิ่นติดผ้าม่านและใช้เวลานานกว่ากลิ่นจะหมดจากห้อง

แต่ชีวิตผมดีขึ้นทันทีเมื่อมี Samsung BLUE SKY AX3300 เมื่อผมทำอาหารและเริ่มมีกลิ่นควันต่างๆ  ไฟสถานะ Air Sensing Light ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงที่หมายถึงอากาศแย่มาก แล้วก็เริ่มเดินเครื่องเร่งพัดลมแรงสุด หลังจากนั้นไม่นานกลิ่นและควันก็หายไป ทำเอาผมประทับใจมาก


นอกจากการควบคุมที่ใช้งานง่ายแล้ว ผมยังชอบไฟ Air Sensing Light เพราะเป็นการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เห็นได้ชัด สวยงาม และช่วยส่องสว่างได้ในยามค่ำคืน โดยสีจะเป็นการบ่งบอกคุณภาพอากาศ ได้แก่
- น้ำเงิน สภาพอากาศดีมาก
- เขียว สภาพอากาศดี
- เหลือง สภาพอากาศค่อนข้างแย่
- แดง สภาพอากาศแย่

จากการใช้งานมาระยะหนึ่ง ต้องบอกว่าประทับใจ Samsung BLUE SKY AX3300 มาก ผมไม่ต้องเลือกระหว่างความสวยงามและประสิทธิภาพ เพราะผมสามารถมีทุกอย่างได้ในชิ้นเดียว ไม่ต้องกังวลเรื่องการทำอาหารแล้วกลิ่นจะตกค้างในห้อง ไม่ต้องเอาเครื่องฟอกหลบมุมเพราะมันสวยจนอยากจะเอามาตั้งโชว์ แสงไฟบอกสถานะนอกจากจะช่วยให้ผมรับรู้สภาพอากาศได้แล้ว ยังช่วยให้ผมมองเห็นทางในยามค่ำคืนได้โดยไม่ต้องไปเปิดไฟ และแสงก็นุ่มนวลไม่บาดตา


ผมเลือกที่จะวาง Samsung BLUE SKY AX3300 ไว้กลางห้อง เพราะแรงลมที่ได้ก็ช่วยให้อากาศไหลเวียนในห้องดีขึ้น จากเดิมที่ผมต้องเปิดพัดลม Tower ช่วย ตอนนี้ก็ไม่จำเป็นเปิดอีกต่อไป เมื่อเทียบสิ่งที่ได้รับกับราคา 8,990 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากครับ

เนื่องจากอีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว ใครที่ยังกลุ้มใจในการเลือกซื้อของขวัญ ผมว่าเครื่องฟอกอากาศตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับซื้อเป็นของขวัญให้กับครอบครัว ซึ่งมั่นใจ 100% เลยว่าได้ใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน เพราะเป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก รับรองความคุ้มค่าครับ

แต่ใครที่รู้สึกว่าเครื่องฟอกอากาศอาจจะเป็นของขวัญที่เกินกำลังทรัพย์ไปนิดนึง ทางแบรนด์มีโปรโมชัน Samsung ครบรอบ 50 ปี ผ่อน 0% นาน 10 เดือน เป็นอีกทางเลือกด้วยนะครับ ซึ่งจ่ายต่อเดือนก็จะน่าจะเบาภาระค่าใช้จ่ายได้กว่าจ่ายทีเดียว ใครที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ : https://bit.ly/2s3n1di
ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 มกราคม 2563 ซื้อเครื่องฟอกอากาศจะแถมไส้กรองเพิ่มให้อีกชุด มูลค่า 2,090 บาท
ชื่อสินค้า:   Samsung BLUE SKY AX3300
คะแนน:     

BR - Business Review : กระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิวจากผู้สนับสนุน

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่