ตามหัวข้อครับ ผมอายุ 30 กว่าครับ โตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างอบอุ่น ผมมีคุณพ่อเป็นแบบอย่างครับ พ่อทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว และงานของแกอย่างจริงจัง แกไม่เคยทำให้แม่เสียใจ รวมถึงผมกับน้องจนสุดท้ายของชีวิตแก ผมเป็นคนธรรมดา หน้าตาธรรมดา ฐานะพอมีพอกิน ถ้าจะสร้างครอบครัวก็ต้องพยายามเองด้วย เคยมีแฟนมาแล้ว 3 คน มีทั้งเขาไปเอง และผมต้องบอกเลิกครับ ผมคบกับแฟนหรือภรรยาคนนี้มาได้เกือบ 10 ปี ตอนนี้แต่งงานกันมาได้ 7 ปี กำลังจะมีลูกกัน 1 คน ไม่ธรรมชาติ
ตอนคบกันแรก ๆ ผมยังเรียนอยู่ เคยไปบ้านแฟน แม่ยาย เคยพูดประโยคที่ว่า จะคบใครก็ต้องเลือกคนที่มีอนาคต ผมจำคำนี้ แล้วเอามาใช้ท้าทายตัวเองตลอดเวลา
แฟนผมเป็นคนขี้น้อยใจมาก ผมต้องเปลี่ยนตัวเองจากวัยรุ่นใจร้อน มาใจเย็นมาก ๆ เพื่อให้ไปต่อกันให้ได้ คอยง้อ คอยทำงาน หาเวลาเรียนต่อ
ตอนคบกันก่อนแต่งก็มีน้อยใจผมเป็นระยะ ทั้งเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ ไม่ไปรับบ้าง ไม่ซักผ้า ไม่หาไรให้เขากิน ผมก็ง้อครับ บางครั้งเขาผิด เขางอล ผมก็ง้อ
แฟนผมเป็นคนพวกจับเข้าคุยไม่ได้นะครับ เพราะ เมื่อไหร่จับเข้าคุย เขาจะคิดทันทีว่าเขาผิดสินะ เขาไม่ดี ก็เลิก ๆ ไปสิ น้ำตามา ออกจากห้อง แล้วเก็บมาประชดทีหลัง ผมเลยเลือกเปลี่ยนการใช้ชีวิตผมเอง เปลี่ยนวิธีการจากตัวผมเอง เนียน ๆ บ้าง ตามสถานะการณ์
เขาเคยขอว่าถ้าแต่งงาน ขอเขาเป็นคนเก็บเงินเดือนผมได้ไหมตอนแรกผมตอบว่าได้ แต่มีเหตุการณ์ว่า มีอยู่วันนึงเขาน้อยใจผม โกดผม แล้วออกจากห้องไปทำงานเลย ผมก็ไม่มีเงินเลยสักบาท แต่ต้องไปทำงานแล้วเราก็ลืมด้วยอารมณ์เสียใจ ลงทางด่วนไม่มีเงินจ่ายค่าทางด่วน จนท เลยจดทะเบียนผมไว้ ตั้งแต่นั้นผมเลยตัดสินใจแยกกระเป๋าดีกว่า
ผมทำงานรัฐวิสาหกิจ โบนัสก้อนแรกของชีวิตผมออก แฟนผมขอไปใช้หนี้ให้พ่อเขา ผมก็ยกให้หมดเลย
น้องสาวเขาลาออกจากงานไปลงทุนอะไรสักอย่างเขาให้เงินไปช่วย ผมเห็นแฟนผมจะอดเลยให้แฟนผมไปกิน ผมเลยแอบมาอด แต่ดีครับที่ทำงานพี่ ๆ น่ารักชวนผมไปร่วมวง ผมเลยไม่ต้องอดข้าวเช้า
แม่ยายมีปัญหาหนี้สิน แฟนผมไปกู้มา คับผมก็ช่วยด้วย
พอมาอยู่ด้วยกัน ก็งอลครับ เหมือนเดิม ก็ง้อครับ เหมือนเดิม
จากเช่าห้อง มาซื้อคอนโด ผมรับผิดชอบเองทุกอย่าง แม้ตอนซื้อเขาบอกว่าจะช่วย แต่ก็ไม่ได้ช่วยนะครับ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรตอนนั้น
ช่วงแต่งงานที่บ้านผมไปกู้มา ผมสัญญาว่าจะใช้ให้ ผมก็หาใช้อยู่คนเดียว แต่ผมทำงานรัฐ พอให้ได้สักพัก แม่ผมเห็นว่าไม่น่าไหว แกเลยบอกไม่ต้องก็ได้
รถเขาที่เขาซื้อพอผมเริ่มไปได้ ก็ช่วยผ่อนแทนเขา จนหมด แต่ขายไปแล้วเพื่อซื้อคันใหม่ตอนนี้ครับ แน่นอนผมรับผิดชอบ
แต่งงานเดือนแรก แฟนผม ขอหย่ากับผมทุกวัน ครับ ใช้คำว่า ทุกวัน ไม่ผิด ผมจำได้เพราะ มันทุกวันจริงๆ จนผมจอดรถนั่งร้องให้คนเดียว ก็มีมาแล้ว
มีอยู่ช่วงหนึ่งทางบ้านผมมีปัญหา เล่าให้แฟนฟัง แฟนบอกเขารับไม่ได้นะถ้าจะขายทรัพย์สิน แล้วกลับไปลำบาก คืนนั้นเขาออกไปนอนที่ทำงาน ผมอยู่ต้องอยู่คอนโด แก้ปัญหาคนเดียว (มันยังฝังใจผมอยู่ลึก ๆ จนทุกวันนี้)
ปัจจบันซื้อบ้านครับ มีแม่ยายมาอยู่ด้วย ความอดทนผมเริ่มจากตรงนี้ แหละครับ
ผมเหมือนอยู่คนเดียวในบ้าน บางครั้งเหมือนโดนจับผิดตลอดเวลา
แม่ยายชอบมีความคิดของตัวเองแบบแปลก ๆ เช่น ติดเบรคเกอร์เพิ่มเพื่อใช้ปิด/เปิดปั้มน้ำอัตโนมัติ, ลดน้ำต้นไม้หน้าฝน และอาชีพหลักคือ เอาใจลูกสาว กับผู้สือข่าวประจำบ้าน และคอยรายงานเรื่องผม หลายเรื่องที่แฟนน้อยใจผม ก็มาจากสิ่งที่ได้ยินจากแม่เขา บ้านผมไม่ได้ใหญ่มากครับ บางครั้งผมเองก็เผลอไปได้ยินเอง เห็นจากไลน์ บ้างก็มี เช่น
ผมได้ของฟรีมาจากลูกค้าที่เขาจะย้ายบ้าน ก็โดนแม่ยายเอาไปฟ้องแฟนผมว่าผมซื้อของเข้าบ้านโดยไม่บอกแฟน ทั้ง ๆ ที่ค่าบ้าน รถ 2 คัน คอนโด นำ้ ไฟ internet โทรศัพท์ ผม และเขา ทุกอย่างผมรับผิดชอบเองหมด
ผมกลับบ้านดึก เพราะ งานที่ทำงานใหม่มันเป็นเอกชน และเราเป็นเสาหลักของทีม และออก ตจว บ่อย ก็มีนักข่าวรายงานว่าผมไปเที่ยวมา (ดูรายจ่ายครับจะเอาเงินไหนไป) โดนอีก แบบอธิบายไปก็น้ำตามาหาว่าเขาผิดใช่ไหม
และยังเอาไปเล่าให้ข้างบ้านฟังผมไม่ยอมคุยกับเขา จนข้างบ้านบางคนมาพูดกับผมจะโกรธอะไรนักหนา
ยังมีอีกหลายเรื่องครับ เรื่องไม่ล๊อคประตู ลืมปลดล๊อคประตู แม่เขาลำบาก
มีวันนึงแม่เขาจะออกไปข้างนอก ผมก็ไม่ไหวแล้วไม่ไหวจริง ๆ เหนือยแบบก้าวเท้ายังไม่ไหวเลย เลยเรียก taxi ให้ผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง คุยกับแม่ยายแล้วแกบอกได้ แม่ยายรายงานลูกสาวผมก็ตามระเบียบครับ อธิบายอะไรไปก็เท่านั้น
และยังมีเรื่องจากการน้อยใจ ด้วยสาเหตจากแม่ยายที่ทำให้ต้องเสียเงินโดยใช่เหตุอีกหลายบาท
ยังมีเรื่องออกจากบ้านเร็ว กลับเร็ว กลับช้า ไม่กินข้าวบ้าน มาหมด ทุกเรื่องน้อยใจได้หมดโดนวันเว้นวัน แต่แน่ ๆ โดนทุกสัปดาห์
อย่างที่บอกครับ ผมลาออกจากงานรัฐมาทำเอกชน เพราะ อยากได้เงินเดือนแยอะมาดูแลครอบครัว ซึ่งก็ได้ตกลงกับแฟนแล้วว่ามันจะเจออะไร งานผมออก ตจว เยอะครับบ่อยมาก แรก ๆ ผมก็ไปได้ดีครับ ได้เงินมาซ่อมบ้านต่อสวน แต่พอทำไป แฟนผมเริ่ม อาการแปลก ๆ เช่น ไม่นอนกับใครมา ตอนนี้ทำอะไร แน่นอนครับตามด้วยการน้อยใจ เช่นเคย และผมต้องง้อ เช่นเคย เวลาผมออก ตจว. ผมไลน์หาทุกวัน บางวันก็ vdo เลย ถ้าสะดวก
เคยไหมครับ เวลาใครงอลเราบ่อย ๆ และเราง้อเขาทุกครั้ง จะมีความรู้สึกว่า เหมือนเราทำดีแค่ไหน เขาก็มองเห็นจุดที่ไม่ดีของเราแล้วไปน้อยใจอีกได้ และผมอายุมากขึ้น อ้วน และไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน งานก็หนักกลับบ้านมาก็อยากนอนพัก แฟนผมร้องให้ หาว่าผมเปลี่ยนไป ไปมีเมียน้อย ไปเที่ยว ต่าง ๆ นาน ๆ ไม่มี sex กับเขา
ผมก็พยายามครับ ดูหนัง X ออกกำลังกาย (แต่แฟนผมเป็นพวกเขาต้องเสร็จ ผมก็ต้องเสร็จ ไม่งั้น งอล) ครับแต่ก็ยังโดนประชด โดนร้องให้ใส่บ่อย ๆ ผมเหมือนผมไร้ค่า ทำไมผมพยายามสร้างแต่ไม่มีใครมองอะไรที่ดี ๆ ของผมเลย มองเห็นแต่จุดบกพร่องผม จนผมไม่ได้อยากมีอะไรจริง ๆ
ผมก็ความคิดว่าแฟนผมอาจจะยังนิสัยเด็ก การมีลูกอาจจะทำให้เขาโตขึ้น ก็เลยลองครับทำทุกทาง มาจบที่การปรึกษาแพทย์
พอรู้ว่าผมจะมีลูกผมก็หันมาคุยกับแม่ยายครับ กลัวลูกจะคิดมาก แต่ก็เช่นเคย มันก็มีเหตให้ต้องมีเรื่องอีกจากคน ๆ เดิม เรื่องเดิม ๆ (วันนึงผมกินข้าวจากนอกบ้าน เลยไม่ได้กินข้าวในบ้าน แฟนผมโกรธร้องให้หาว่าผมไม่เห็นใจเขาที่ท้องอยู่ วันต่อมาผมเลยกลับไปกินข้าวที่บ้าน กลับไปถึงเห็นแม่ยายเอากับข้าวใส่ถุงขยะทิ้งหมด แน่นอนครับ แฟนผมรู้แค่ครึ่งแรก) ล่าสุดใช้คำว่า ไม่มีเขาใครจะเลี้ยงลูกผม ผมเลยเฉย อาจจะชิน และชาไปแล้วมั้งครับ แฟนผมก็เชื่อ ครับเขาแม่ลูกกัน ผมเข้าใจ แต่ 10 ปีของผมหละครับ มันพิสูจน์อะไรไม่ได้เลยหรอ ผมเปลี่ยนไป คือสิ่งที่ผมโดนประจำ แต่ที่ผมเปลี่ยนก็เพราะงาน เพราะหน้าที่ที่ผมต้องทำเพื่อครอบครัว ไม่ใช่หรอครับ ถ้าวันไหนผมหยุด ผมว่าง ผมให้เขาเต็มที่ งานไม่แตะ จะเรียกว่าทิ้งเลยก็ได้ครับ ไป ตจว พาแม่เขาไปด้วย ผมต้องทำอะไรอีกหรอครับ ถึงจะดีพอ
ทุกวันนี้ บางวันไม่อยากเข้าบ้าน นั่งโง่ ๆ อยู่ข้างทาง 2-3 ชั่วโมง หรือทำงานบนรถนี้แหละ ก็ทำมาแล้ว เหมือนกลับไปเราก็อยู่ตัวคนเดียว และยังจะโดนอะไรอีก จะผิดอะไรอีก จะต้องทำอะไรอีก
เคยปรึกษาเพื่อนสนิทว่าผมยังทำหน้าที่ไม่ดีพอหรอ มันบอกมากกว่านี้ก็ไม่ใช่คนแล้ว ตอนนี้ ผมกังวลแต่เรื่องลูก ผมจะอดทนได้อีกนานไหม อนาคต และมากมาย
หรือผมต้องทำยังไงครับ...
ทั้งนี้ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความคิดเห็นครับ
ผมยังทำไม่ดีพอสำหรับครอบครัวใช่ไหมครับ
ตอนคบกันแรก ๆ ผมยังเรียนอยู่ เคยไปบ้านแฟน แม่ยาย เคยพูดประโยคที่ว่า จะคบใครก็ต้องเลือกคนที่มีอนาคต ผมจำคำนี้ แล้วเอามาใช้ท้าทายตัวเองตลอดเวลา
แฟนผมเป็นคนขี้น้อยใจมาก ผมต้องเปลี่ยนตัวเองจากวัยรุ่นใจร้อน มาใจเย็นมาก ๆ เพื่อให้ไปต่อกันให้ได้ คอยง้อ คอยทำงาน หาเวลาเรียนต่อ
ตอนคบกันก่อนแต่งก็มีน้อยใจผมเป็นระยะ ทั้งเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ ไม่ไปรับบ้าง ไม่ซักผ้า ไม่หาไรให้เขากิน ผมก็ง้อครับ บางครั้งเขาผิด เขางอล ผมก็ง้อ
แฟนผมเป็นคนพวกจับเข้าคุยไม่ได้นะครับ เพราะ เมื่อไหร่จับเข้าคุย เขาจะคิดทันทีว่าเขาผิดสินะ เขาไม่ดี ก็เลิก ๆ ไปสิ น้ำตามา ออกจากห้อง แล้วเก็บมาประชดทีหลัง ผมเลยเลือกเปลี่ยนการใช้ชีวิตผมเอง เปลี่ยนวิธีการจากตัวผมเอง เนียน ๆ บ้าง ตามสถานะการณ์
เขาเคยขอว่าถ้าแต่งงาน ขอเขาเป็นคนเก็บเงินเดือนผมได้ไหมตอนแรกผมตอบว่าได้ แต่มีเหตุการณ์ว่า มีอยู่วันนึงเขาน้อยใจผม โกดผม แล้วออกจากห้องไปทำงานเลย ผมก็ไม่มีเงินเลยสักบาท แต่ต้องไปทำงานแล้วเราก็ลืมด้วยอารมณ์เสียใจ ลงทางด่วนไม่มีเงินจ่ายค่าทางด่วน จนท เลยจดทะเบียนผมไว้ ตั้งแต่นั้นผมเลยตัดสินใจแยกกระเป๋าดีกว่า
ผมทำงานรัฐวิสาหกิจ โบนัสก้อนแรกของชีวิตผมออก แฟนผมขอไปใช้หนี้ให้พ่อเขา ผมก็ยกให้หมดเลย
น้องสาวเขาลาออกจากงานไปลงทุนอะไรสักอย่างเขาให้เงินไปช่วย ผมเห็นแฟนผมจะอดเลยให้แฟนผมไปกิน ผมเลยแอบมาอด แต่ดีครับที่ทำงานพี่ ๆ น่ารักชวนผมไปร่วมวง ผมเลยไม่ต้องอดข้าวเช้า
แม่ยายมีปัญหาหนี้สิน แฟนผมไปกู้มา คับผมก็ช่วยด้วย
พอมาอยู่ด้วยกัน ก็งอลครับ เหมือนเดิม ก็ง้อครับ เหมือนเดิม
จากเช่าห้อง มาซื้อคอนโด ผมรับผิดชอบเองทุกอย่าง แม้ตอนซื้อเขาบอกว่าจะช่วย แต่ก็ไม่ได้ช่วยนะครับ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรตอนนั้น
ช่วงแต่งงานที่บ้านผมไปกู้มา ผมสัญญาว่าจะใช้ให้ ผมก็หาใช้อยู่คนเดียว แต่ผมทำงานรัฐ พอให้ได้สักพัก แม่ผมเห็นว่าไม่น่าไหว แกเลยบอกไม่ต้องก็ได้
รถเขาที่เขาซื้อพอผมเริ่มไปได้ ก็ช่วยผ่อนแทนเขา จนหมด แต่ขายไปแล้วเพื่อซื้อคันใหม่ตอนนี้ครับ แน่นอนผมรับผิดชอบ
แต่งงานเดือนแรก แฟนผม ขอหย่ากับผมทุกวัน ครับ ใช้คำว่า ทุกวัน ไม่ผิด ผมจำได้เพราะ มันทุกวันจริงๆ จนผมจอดรถนั่งร้องให้คนเดียว ก็มีมาแล้ว
มีอยู่ช่วงหนึ่งทางบ้านผมมีปัญหา เล่าให้แฟนฟัง แฟนบอกเขารับไม่ได้นะถ้าจะขายทรัพย์สิน แล้วกลับไปลำบาก คืนนั้นเขาออกไปนอนที่ทำงาน ผมอยู่ต้องอยู่คอนโด แก้ปัญหาคนเดียว (มันยังฝังใจผมอยู่ลึก ๆ จนทุกวันนี้)
ปัจจบันซื้อบ้านครับ มีแม่ยายมาอยู่ด้วย ความอดทนผมเริ่มจากตรงนี้ แหละครับ
ผมเหมือนอยู่คนเดียวในบ้าน บางครั้งเหมือนโดนจับผิดตลอดเวลา
แม่ยายชอบมีความคิดของตัวเองแบบแปลก ๆ เช่น ติดเบรคเกอร์เพิ่มเพื่อใช้ปิด/เปิดปั้มน้ำอัตโนมัติ, ลดน้ำต้นไม้หน้าฝน และอาชีพหลักคือ เอาใจลูกสาว กับผู้สือข่าวประจำบ้าน และคอยรายงานเรื่องผม หลายเรื่องที่แฟนน้อยใจผม ก็มาจากสิ่งที่ได้ยินจากแม่เขา บ้านผมไม่ได้ใหญ่มากครับ บางครั้งผมเองก็เผลอไปได้ยินเอง เห็นจากไลน์ บ้างก็มี เช่น
ผมได้ของฟรีมาจากลูกค้าที่เขาจะย้ายบ้าน ก็โดนแม่ยายเอาไปฟ้องแฟนผมว่าผมซื้อของเข้าบ้านโดยไม่บอกแฟน ทั้ง ๆ ที่ค่าบ้าน รถ 2 คัน คอนโด นำ้ ไฟ internet โทรศัพท์ ผม และเขา ทุกอย่างผมรับผิดชอบเองหมด
ผมกลับบ้านดึก เพราะ งานที่ทำงานใหม่มันเป็นเอกชน และเราเป็นเสาหลักของทีม และออก ตจว บ่อย ก็มีนักข่าวรายงานว่าผมไปเที่ยวมา (ดูรายจ่ายครับจะเอาเงินไหนไป) โดนอีก แบบอธิบายไปก็น้ำตามาหาว่าเขาผิดใช่ไหม
และยังเอาไปเล่าให้ข้างบ้านฟังผมไม่ยอมคุยกับเขา จนข้างบ้านบางคนมาพูดกับผมจะโกรธอะไรนักหนา
ยังมีอีกหลายเรื่องครับ เรื่องไม่ล๊อคประตู ลืมปลดล๊อคประตู แม่เขาลำบาก
มีวันนึงแม่เขาจะออกไปข้างนอก ผมก็ไม่ไหวแล้วไม่ไหวจริง ๆ เหนือยแบบก้าวเท้ายังไม่ไหวเลย เลยเรียก taxi ให้ผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง คุยกับแม่ยายแล้วแกบอกได้ แม่ยายรายงานลูกสาวผมก็ตามระเบียบครับ อธิบายอะไรไปก็เท่านั้น
และยังมีเรื่องจากการน้อยใจ ด้วยสาเหตจากแม่ยายที่ทำให้ต้องเสียเงินโดยใช่เหตุอีกหลายบาท
ยังมีเรื่องออกจากบ้านเร็ว กลับเร็ว กลับช้า ไม่กินข้าวบ้าน มาหมด ทุกเรื่องน้อยใจได้หมดโดนวันเว้นวัน แต่แน่ ๆ โดนทุกสัปดาห์
อย่างที่บอกครับ ผมลาออกจากงานรัฐมาทำเอกชน เพราะ อยากได้เงินเดือนแยอะมาดูแลครอบครัว ซึ่งก็ได้ตกลงกับแฟนแล้วว่ามันจะเจออะไร งานผมออก ตจว เยอะครับบ่อยมาก แรก ๆ ผมก็ไปได้ดีครับ ได้เงินมาซ่อมบ้านต่อสวน แต่พอทำไป แฟนผมเริ่ม อาการแปลก ๆ เช่น ไม่นอนกับใครมา ตอนนี้ทำอะไร แน่นอนครับตามด้วยการน้อยใจ เช่นเคย และผมต้องง้อ เช่นเคย เวลาผมออก ตจว. ผมไลน์หาทุกวัน บางวันก็ vdo เลย ถ้าสะดวก
เคยไหมครับ เวลาใครงอลเราบ่อย ๆ และเราง้อเขาทุกครั้ง จะมีความรู้สึกว่า เหมือนเราทำดีแค่ไหน เขาก็มองเห็นจุดที่ไม่ดีของเราแล้วไปน้อยใจอีกได้ และผมอายุมากขึ้น อ้วน และไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน งานก็หนักกลับบ้านมาก็อยากนอนพัก แฟนผมร้องให้ หาว่าผมเปลี่ยนไป ไปมีเมียน้อย ไปเที่ยว ต่าง ๆ นาน ๆ ไม่มี sex กับเขา
ผมก็พยายามครับ ดูหนัง X ออกกำลังกาย (แต่แฟนผมเป็นพวกเขาต้องเสร็จ ผมก็ต้องเสร็จ ไม่งั้น งอล) ครับแต่ก็ยังโดนประชด โดนร้องให้ใส่บ่อย ๆ ผมเหมือนผมไร้ค่า ทำไมผมพยายามสร้างแต่ไม่มีใครมองอะไรที่ดี ๆ ของผมเลย มองเห็นแต่จุดบกพร่องผม จนผมไม่ได้อยากมีอะไรจริง ๆ
ผมก็ความคิดว่าแฟนผมอาจจะยังนิสัยเด็ก การมีลูกอาจจะทำให้เขาโตขึ้น ก็เลยลองครับทำทุกทาง มาจบที่การปรึกษาแพทย์
พอรู้ว่าผมจะมีลูกผมก็หันมาคุยกับแม่ยายครับ กลัวลูกจะคิดมาก แต่ก็เช่นเคย มันก็มีเหตให้ต้องมีเรื่องอีกจากคน ๆ เดิม เรื่องเดิม ๆ (วันนึงผมกินข้าวจากนอกบ้าน เลยไม่ได้กินข้าวในบ้าน แฟนผมโกรธร้องให้หาว่าผมไม่เห็นใจเขาที่ท้องอยู่ วันต่อมาผมเลยกลับไปกินข้าวที่บ้าน กลับไปถึงเห็นแม่ยายเอากับข้าวใส่ถุงขยะทิ้งหมด แน่นอนครับ แฟนผมรู้แค่ครึ่งแรก) ล่าสุดใช้คำว่า ไม่มีเขาใครจะเลี้ยงลูกผม ผมเลยเฉย อาจจะชิน และชาไปแล้วมั้งครับ แฟนผมก็เชื่อ ครับเขาแม่ลูกกัน ผมเข้าใจ แต่ 10 ปีของผมหละครับ มันพิสูจน์อะไรไม่ได้เลยหรอ ผมเปลี่ยนไป คือสิ่งที่ผมโดนประจำ แต่ที่ผมเปลี่ยนก็เพราะงาน เพราะหน้าที่ที่ผมต้องทำเพื่อครอบครัว ไม่ใช่หรอครับ ถ้าวันไหนผมหยุด ผมว่าง ผมให้เขาเต็มที่ งานไม่แตะ จะเรียกว่าทิ้งเลยก็ได้ครับ ไป ตจว พาแม่เขาไปด้วย ผมต้องทำอะไรอีกหรอครับ ถึงจะดีพอ
ทุกวันนี้ บางวันไม่อยากเข้าบ้าน นั่งโง่ ๆ อยู่ข้างทาง 2-3 ชั่วโมง หรือทำงานบนรถนี้แหละ ก็ทำมาแล้ว เหมือนกลับไปเราก็อยู่ตัวคนเดียว และยังจะโดนอะไรอีก จะผิดอะไรอีก จะต้องทำอะไรอีก
เคยปรึกษาเพื่อนสนิทว่าผมยังทำหน้าที่ไม่ดีพอหรอ มันบอกมากกว่านี้ก็ไม่ใช่คนแล้ว ตอนนี้ ผมกังวลแต่เรื่องลูก ผมจะอดทนได้อีกนานไหม อนาคต และมากมาย
หรือผมต้องทำยังไงครับ...
ทั้งนี้ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความคิดเห็นครับ