อยากเล่าชีวิตที่ผ่านมาและปรึกษาเรื่องการผ่าตัด และอยากหารายได้เสริมนอกจากรายได้หลักค่ะ

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นเลยอยากจะขอสอบถามความคิดเห็นจากพี่ๆเพื่อนๆทาง Pantip ค่ะ
ว่า คือ ฝ้ายปัจจุบัน อายุ 24 ปี ก่อนอื่นขอเริ่มว่าเล่าเรื่องชีวิตฝ้ายให้พี่ๆฟังนะคะ
คือ ตอนเด็กหนูไม่เคยเข้าใจมาก่อนเลยว่าทำไม พ่อแม่พี่ ถึงล็อกกุญแจให้หนูอยู่บ้านคนเดียวแล้ว เวลาตอนจะไปบ้านยายที่อยู่อีกหมู่บ้านใกล้เคียง พอดตมาถึงได้เข้าใจว่า.. รถเครื่องพ่ออ่ะพาเราไปด้วยไม่ได้หรอกนะ และ จุดที่ทำให้ฝ้ายร้องไห้ตอนนั้นและคิดอยากฆ่าตัวตัว ตอนอยู่ ป.4 ไปร้านตัดผ้ากับแม่ แม่ก็เล่าให้คนตัดผ้าฟังว่า แม่อ่ะต้องการจะมีลูกคนเดียวคือพี่สาว และตอนนั้นพอรู้ว่ามีเราแม่ร้องไห้กินยาแท้ง เพราะด้วยเศรษฐกิจตอนนั้น เงิน 5 บาท 10 บาทก็ว่าแพงแล้วการมีลูกเพิ่มแม่ก็กลัวจะเลี้ยงเราไม่ไหว พอกลับมาถึงบ้านเท่านั้นแหล่ะ กะจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำ ร้องไห้ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ จนพ่อต้องปีนเข้ามาช่วย หลังจากนั้นฝ้ายก็ ไปวัด เข้าวัดบ่อยๆสวดมนต์บ่อยๆ จนเข้าใจแล้วค่ะว่า ในเมื่อเกิดมาแล้วเราก็ต้องมีชีวิตเพื่ออยู่ต่อไป เรายังดีที่ได้เกิดบางคน อยู่ในท้องยังไม่ได้เจอโลกภายนอกก็เสียชีวิต บางคนพิการ เรามีครบ 32 ประการก็ต้องอยู่ต่อไปคนลำบากกว่าเราก็มีเยอะ 
เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีคิดจากลบกลายเป็นบวกและหันหน้าเข้าวัดบ่อยๆค่ะ หลังจากนั้นแทบจะไม่คิดอีกแล้วที่จะฆ่าตัวตายค่ะ และเราข้ามไปตรงช่วง
ตอนเรียน ปวช - ปวส เลยนะคะ ฝ้ายใช้เงิน กู้กยศ เดือนละ 2,200 บาท + เงินที่ทางบ้านให้ 500-1,000ต่อเดือน 
+รายได้เสริม รับจ้างทำรายงานให้เพื่อน รับทำบัญชี เอาของมาขายที่สหกรณ์วิทยาลัย และหยุดเสาร์- อาทิตย์
ก็ไปขายของที่ตลาด กับรุ่นพี่ ทั้งนั่งรถซาเล้งของพ่อรุ่นพี่ ทั้งรุ่นพี่ไป ส่ง และ รุ่นพี่ไปขายอีกตลาดอีกที่หนึ่งเย็นมารับ 
รวมทั้งปิดเทอม ก็ไปรับจ๊อบขายสลัดที่ตลาดค่ะ ยืนขาย ตะโกนขาย ไม่มีเก้าอี้นั่งเพราะ ฝ้ายน้ำหนัก 160++
(เกิดมาอ้วนตั้งแต่เกิดค่ะ เลือกเกิดไม่ได้ค่ะ) รายจ่ายในการพักหอ ที่วิทยาลัยก็จะมี ค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าเดินทาง 
ค่าไฟฟ้า ค่าข้าว ที่ฝ้ายจะต้องรับผิดชอบเอง ด้วยตอนนั้น อายุ 16 - 21 ปี เค้าจ้างไปไหนก็ไปแม้แต่นั่งปลูกหอมฝ้ายเองก้ชวนเพื่อนๆที่
พักหอมาทำด้วยกันใกล้ๆกับหอพัก มันเป็นความเหน็ดเหนื่อย + ความสุข ที่ได้ทำ นึกถึงพ่อกับแม่ ท่านเหนื่อยกว่าเรามากๆ 
ย้อนไปตอนแรกๆที่จะเรียนปวช. ฝ้ายเกือบจะไม่ได้เรียนเพราะแม่ก็ปรึกษาพ่อว่ากลัวจะส่งฝ้ายไม่ไหว 
ทางอาจารย์เห็นฝ้ายร้องไห้เลยโทรคุยพ่อกับแม่ว่า จะให้ฝ้าย กู้เรียนกยศ. โดนคำสบประมาทจากญาติๆทั้งคนในหมู่บ้านว่า รุ่นพี่ที่เค้ารู้จักอ่ะ ไปเรียนวิทยาลัยยังเรียนไม่จบเลย แล้วฝ้ายจะรอดเหรอ สุดท้าย ฝ้ายก็ได้ใบประกาศณียบัตรวิชาชีพชั้นสูงมาให้พ่อกับแม่ 
หนูดีใจนะที่เกิดมาแล้วเป็นลูกของพ่อแม่ และยังได้ต่อสู้อุปสรรคต่างๆมาด้วยตัวเอง...
มาถึงตอนนี้คือ ปัจจุบันนี้ฝ้ายทำอาชีพ เป็นลูกจ้าง จ้างเหมาบริการ เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ธุรการ ขององค์กรรัฐแห่งหนึ่งแถวบ้าน
ซึ่งปัจจุบันนี้ ฝ้ายน้ำหนัก 200 Kg. อาหารการกินของหนูก็กินเหมือนคนผอมทั่วไป ค่ะ บางทีกินน้อยกว่าคนผอมด้วยซ้ำ แต่หนูไม่เข้าใจพอหนูอดอาหารหนูก็เป็นกระเพาะ พอกินหนูก็กินพอประมาณนะคะ ตัก1ทับพี กินหมดก็เอาไปล้างจาน กินหมดก่อนคนอื่นๆ เพราะ แม่บอกว่าถ้าแม่ให้แค่ไหน เราก็กินแค่นั้นก็ลุกเอาจากชามไปล้าง ทำตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเป็นอย่างคนอื่นที่ชอบดูถูกว่าเรากินอ่ะน่าจะเยอะนะ 10ชามละมั้งเนี้ย บางทีคนอ้วนก็มีหัวใจเหมือนคนทั่วไป คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกเกิดเป็นคนดีได้นะคะ และตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมาฝ้ายได้ไปรักษากับหมอ เป็นขั้นตอน จาก หมออายุรกรรม ตรวจแล้วปรากฏว่าผลเลือดออกมาเบาหวาน หัวใจไม่เป็น น้ำตาลก็ไม่สูง ตอนนี้อยู่อยู่ในขั้นตอนที่ว่า หมอส่งให้รับรักษาผ่าตัดกับหมอศัลยกรรม คือสิ่งที่ฝ้ายเครียดนั้นก็คือ 1.ค่าแม็กเย็บกระเพาะของนู๋บอกว่าอาจจะใช้ในการเย็บ 9-10ตัว ตัวหนึ่งราคาประมาณ 5,700 บาท หมอบอกเตรียมมาเลย 60,000 บาทแล้วหมอก็ส่งไปหาหมอที่คลินิคคอหูปากจมูก หมอก็ได้ตรวจแล้วว่าถ้าจะผ่าตัดจริงๆต้องใส่ที่ควบในการใช้หายใจดมยาสลบในการผ่าตัดเครื่องนี้ประมาณ 30,000 บาท แต่หมอศัยลกรรมบอกนะคะว่าถ้าผ่า ทางรพ.ผ่าฟรี แต่จะมีก็แต่ค่าอุปกรณ์การแพทย์  ฝ้ายรวมๆแล้วๆ คือถ้านอนพักฟื้น 15วัน หนูก็ขาดงาน แล้วก็ต้องไปกู้กับธนาคารเป็นแสนๆ 2.รายได้ของครอบครัว นู๋เงินเดือน 8,000 + พี่สาวครูประถมวัย 14,000 พ่อฝ้ายก็ถ้ามีคนมาจ้างไปทำงานจ้างเหมาก่อสร้างก็ไป ถ้าไม่มีพ่อก็จะเข้าสวน รายได้ พ่อ 2-3000ต่อเดือน แม่ฝ้ายไม่ได้ทำงานแล้ว เป็นแม่บ้านอยู่บ้าน หลังจากปีก่อนที่ป่วยเป็นไทรอยค่ะ สุขภาพไม่แข็งแรง 3. หมอบอกถ้าไม่ผ่าตัดอนาคตชีวิตฝ้ายจะสั้นลง ป่วยหลายโรครุมเร้า ไม่ผ่าตัดตอนนี้ก็จะเสี่ยงผ่าตัดในอนาคตก็อาจจะยาก 4.การผ่าตัดเสี่ยงต่อกระเพาะรั่ว หรือติดเชื้อในกระแสเลือด แต่หมอบอกมีวิธีรักษาคือช่วงผ่าตัดช่วงนั้นงดอาหารไปก่อน 4.วันที่ 15เดือน มกราคม 2563 หมอศัยกรรมนัด แล้วหนูควรที่จะผ่าตัด ทำเรื่องกู้เงินไหมคะพี่ๆ หรือหนูควรปล่อยให้เป็นแบบนี้ นู๋เครียดค่ะ  ตอนนี้มี2 สิ่งสุดท้ายที่หนูอยากปรึกษาพี่ๆคือหนูจะผ่าตัดดีไหม แล้วพี่ๆพอจะรู้จักหรือมีงานเสริมรับพิมพ์งานหรืออะไรที่พอจะทำเสาร์-อาทิตย์ไหมคะ หนูหลักๆอยากหาช่องทางหาเงินเพิ่ม และปรึกษาเรื่องผ่าตัดค่ะ หนูหวังว่า Pantip พี่ๆเพื่อนๆจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ให้ฝ้ายได้ใช้ช่องทางช่องว่างในการปรึกษานะคะ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณพี่ๆที่เข้ามาอ่านและให้คำปรึกษานะคะ ขอบคุณค่ะ ^^
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่