จะขอแยกตัวออกไปตอนที่บ้านกำลังลำบาก จะดูเห็นแก่ตัวไหมคะ ??

เราอยู่บ้านแฟนค่ะ ทำงานกับธุรกิจของที่บ้านแฟน
ทำร้านอาหารร้านแรกเงินเดือนที่ 13,000 บาท ทำได้เกือบสองปี ไปไม่รอดเลยปิดตัวลง
  ระหว่างรอทำร้านใหม่ เราอยากจะขอแยกตัวออกไปทำงานข้างนอก เพราะเรามีรายจ่ายส่วนตัวและยังต้องส่งให้ที่บ้านเรา แต่พ่อของแฟนเอ่ยปากกว่า หากไม่ช่วยกันตั้งเเต่เริ่ม ก็ไม่ต้องยุ่งกัน เราเลยไม่ได้ไปหางานทำข้างนอก ระหว่างนั้นเอาเงินเก็บมาใช้จนเกือบหมด เพราะว่างงาน 2 เดือน

  พอได้ฤกษ์เปิดร้านใหม่ เงินเดือนลดลงเหลือ 10,000 บาท บอกตรงๆว่าก็ไม่ค่อยพอใจ เเต่เห็นว่าช่วยๆกันไปก่อนดีขึ้นค่อยขอเพิ่ม เเต่พอถึงรอบต้องทำบัญชีจ่ายเงินเดือนพนักงาน พนักงานกลับได้ 12,000 แต่ไม่อยากพูดไปให้เเฟนเราลำบากใจ ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร

  จนตอนนี้ทางบ้านมีปัญหาเรื่องเงินอย่างมาก ค้างจ่ายเงินเดือนเรามา2เดือนแล้ว เราขอเบิกก็บอกแต่ว่าไม่มี แล้วมากดดันเราทุกวันว่าเราไม่ตั้งใจทำงาน บ้านก็อาจจะต้องขาย หากทุกคนยังไม่ช่วยกันก็คงต้องขายบ้านทิ้ง แต่เราทำให้เกือบทุกอย่างเลยนะคะ

  เราไปร้านตั้งเเต่แปดโมงเช้า เตรียมของเกือบทุกอย่าง ร้านปิดสองทุ่ม กว่าจะเก็บของเสร็จสามสี่ทุ่ม กลับมาต้องทำบัญชีร้าน บางวันต้องไปตลาดซื้อของ และเราก็ต้องทั้งรับออเดอร์ เสิร์ฟ ทอนเงิน กลับมาบ้านก็ต้องล้างจาน ทิ้งขยะที่ทุกคนทำไว้ แล้วยิ่งมากดดันเราทุกวัน บอกตรงๆว่าเหนื่อยค่ะ อยากแยกตัวออกไป เราเคยสงสัยกับตัวเองว่าทำไมเราถึงยังไม่ตั้งใจกว่านี้ ทั้งที่ก่อนนี้เราช่วยเต็มที่มาก พึ่งได้คำตอบวันนี้เองค่ะว่า หมดแรง ทำงานไปแล้วไม่ได้เงินยิ่งหมดแรง ซึ่งตอนนี้เงินเก็บก็จะหมดแล้ว แล้วต้องมาฟังทุกวันว่าเราไม่ตั้งใจ บ้านจะต้องขายทิ้ง จนเราปลง อยากขายก็ขายไป เราก็แค่กลับไปอยู่บ้านเรา เราคิดว่าปีใหม่นี้คงจะคุยกับเค้าว่าเราจะไม่ทำแล้ว

  อยากสอบถามความเห็นทุกคนว่า หากเราหมดความอดทนในตอนที่เค้ากำลังลำบาก มันดูเห็นแก่ตัวไปไหมคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่