"สมชัย"จี้กกต.แจงให้ชัดแนวทาง 4 ส.ส.งูเห่าย้ายสังกัดพรรคใหม่
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1822855
“สมชัย”จี้กกต.แจงให้ชัดแนวทาง 4 ส.ส.งูเห่าย้ายสังกัดพรรคใหม่ ย้ำทุกผ่ายควรแก้ปัญหาข้อครหาซื้อขาย ส.ส.
วันที่ 18 ธ.ค. นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยว่า หาก 4 อดีต ส.ส.เขตจากพรรคอนาคตใหม่ จะไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ไม่จำเป็นต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีหรือคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองอื่นที่ 4 ส.ส.ไปสังกัด เนื่องที่ผ่านมามี
ไพบูลย์โมเดล จากการย้ายพรรคของนาย
ไพบูลย์ นิติตะวัน ยุบพรรคตัวเองไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ปรากฏการณ์ต่อมามีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 ที่ จ.นครปฐม เมื่อพรรคชาติไทยพัฒนาได้ ส.ส.เขต ก็มีข้อเรียกร้องว่าจะต้องคืน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคอนาคตใหม่ แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ แสดงว่าคะแนนดังกล่าวไม่ถูกนำไปคำนวณ ขณะที่ กกต.ควรออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าแนวทางที่ 4 ส.ส.ไปสังกัดพรรคใหม่ควรมีหลักเกณฑ์อย่างไร
นาย
สมชัย กล่าวว่า ปัญหาล่าสุดมีคำถามว่าพรรคที่ 4 ส.ส.จะไปสังกัด จำเป็นต้องมี ส.ส.ในสภาหรือไม่ เป็นพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 หรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่มีใครชี้แจงให้ชัดเจน แต่ส่วนตัวเห็นว่า 4 ส.ส.จะไปสังกัดพรรคใดก็ได้ที่ได้จดทะเบียนพรรคการเมืองกับ กกต.ไว้แล้ว ไม่ว่าพรรคดังกล่าวจะเคยส่ง ส.ส.ลงสมัครหรือจะมี ส.ส.ในสภาหรือไม่ แต่ กกต.ควรบอกความชัดเจนว่าพรรคที่จะไปสังกัดได้คือพรรคประเภทใด ซึ่งเป็นสิทธิของ ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่จะต้องรับทราบ เพระหากทำผิดพลาด แล้วย้ายพรรคไม่ทันภายในระยะเวลา 30 วัน ก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้
“ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เมื่อขับออก 4 คนก็จะเหลือ 76 คน ยืนยันว่าไม่ต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีใหม่ตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตจากคะแนนเสียง ส.ส.เขตที่หายไป 1.6 แสนคะนน เพราะถ้าคำนวณสัดส่วนใหม่ พรรคการเมืองอื่นที่รับ ส.ส.เหล่านี้เข้าไปสังกัดก็ไม่มีประโยชน์จะได้ ส.ส.เพิ่ม ส่วนการยื่นวินิจฉัยก็ต้องดูว่ายื่นแล้วศาลจะสั่งให้ยุติเรื่องไว้หรือไม่ เพราะการสังกัดพรรคใหม่ ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ ส.ส.ซึ่งทำต้องทำตามปกติ เชื่อว่าในอนาคต 4 ส.ส.มีพรรคการเมืองอื่นรับไว้แน่นอน แต่เรื่องนี้จะเป็นปัญหาในการปฏิรูปการเมือง เพราะกติกาแบบนี้ทำให้พรรคการเมืองขาดความเข้มแข็ง พรรคไม่สามารถควบคุมการลงมติของ ส.ส.ในพรรคได้ แต่ให้เป็นเอกสิทธิ์และการลงโทษโดยขับออกจะเป็นเรื่องที่นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการซื้อขาย ส.ส.เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวน ส.ส.ในพรรคนั้น แนวทางนี้ควรทบทวนและแก้ไข เพราะสาระสำคัญต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550″ นาย
สมชัย กล่าว
นิพิฏฐ์ ชี้ อนาคตใหม่ไม่ได้มีโทษถึงยุบพรรค เตือนกกต.ระวังหนาว
https://www.matichon.co.th/politics/news_1822893
นาย
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นข้อกฎหมาย เรื่องการชงยุบพรรคอนาคตใหม่ของกกต. จากกรณีการกู้เงิน โดยระบุว่า
ยุบพรรคอนาคตใหม่ให้นักศึกษาเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดู
ใครว่าผมมีความเห็นตรงข้ามกับพรรคอนาคตใหม่อย่างเดียวล่ะ มิใช่เลย ผมมีความเห็นเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายเท่านั้น ดังนั้น บางครั้งความเห็นทางกฎหมายก็ตรงข้ามกัน บางครั้งก็ตรงกัน อันความเห็นกกต.ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่นี่ ผมก็มีความเห็นตรงกับพรรคอนาคตใหม่ ว่าทางกฎหมายแล้วผมเห็นว่า ยุบไม่ได้ ด้วยเหตุผลคร่าวๆคือ (คร่าวๆนะครับ ถ้าเป็นการตอบข้อสอบผมอาจไม่ได้คะแนน) คือ
1. ความผิดของพรรคอนาคตใหม่ เป็นความผิดตาม ม.66 มิใช่ความผิดตามม.72 คือเป็นกรณีที่รับบริจาคเกิน 10 ล้านบาท ซึ่งมีเพียงโทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกก.บห.เท่านั้น ไม่มีโทษยุบพรรค หากข้อเท็จจริงเป็นตามม.66 ก็เอาโทษตามม.72 มาลงไม่ได้ เจตนาของม.72 เป็นคนละเจตนากับม.66 แต่จะเป็นการบริจาค หรือการกู้ยืมก็เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยใหม่เหมือนกันนะครับ เพราะคุณธนาธรบอกว่า ให้พรรคกู้ แต่กกต.วินิจฉัยว่า เป็นการบริจาค เพราะเป็นนิติกรรมอำพรางไปโน่น การบริจาค กับการให้ยืม(กู้) ผลทางกฎหมายก็ต่างกันนะครับ
2. วิธีการแจ้งข้อกล่าวหา กับ วิธีการไต่สวนของกกต. ในความเห็นของผม(เท่าที่อ่านจากข่าวของทั้ง 2 ฝ่าย) น่าจะมีปัญหาในการแจ้งข้อกล่าวหาและกระบวนการไต่สวนอยู่เหมือนกัน เรื่องนี้ หากกกต.พลาด ก็มีสิทธิหนาวได้เหมือนกัน ผมทำคดียุบพรรคมาหลายคดี เรื่องนี้ ฟังดูแปร่งๆอยู่เหมือนกัน
3. เอาอย่างนี้ ลองทำวิจัยไหมครับ เอาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายนี้ ให้นักศึกษาในขั้นเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดู ดูซิว่าเขาจะตอบอย่างไร ผมว่าน่าสนใจนะ เป็นงานวิจัยที่น่าจะโด่งดังที่สุดในแวดวงกฎหมายทีเดียว ที่ผมเสนอให้นักศึกษาเนฯลองตอบ เพราะเห็นว่า เด็กเหล่านี้ยังมีความคิดทางกฎหมายบริสุทธิ์อยู่ ยังไม่มีอวิชชาเข้ามาปิดบัง ถ้าผมเป็นพรรคอนาคตใหม่ ผมจะลงทุนเลือกเด็กหัวกะทิ สัก 3 รุ่น รุ่นละ 30 คน ให้ลองตอบดู และนำมาเผยแพร่เป็นข้อมูลทางวิชาการ ที่ไม่ให้เด็กป.ตรีตอบ เพราะมันยากและซับซ้อนมากไป ถ้านักศึกษาเนฯ ตอบตรงข้ามกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แสดงว่า วิธีคิดของนักกฎหมายเมืองไทยมีปัญหาแล้วล่ะ อาจต้องรื้อการเรียน-การสอน กฎหมายในประเทศนี้กันใหม่
4. มีนักกฎหมายที่เขียนเรื่องนี้ และแสดงความเห็นไว้ดีมาก ขอย้ำ ดีมาก อยู่ 2 คน ใครที่สนใจค่อยๆจิบกาแฟ อ่านไป น่าสนใจมาก กาแฟหมดแก้วที่ 3 ก็อาจบรรลุธรรม คือ
1. อาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.
2. ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด อาจารย์ผู้บรรยายวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความและพยานหลักฐาน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า และแม่ฟ้าหลวง ท่านอัยการท่านนี้ เขียนได้ดีจนไม่อ่านไม่ได้แล้ว
ผมก็แอบอ่านข้อเขียนของทั้ง 2 ท่านมา เห็นว่า มีเหตุมีผลครบถ้วนกระบวนความ ก็ต้องรอว่า กกต.จะมีข้อเท็จจริงอย่างไร แต่กกต.ก็ไม่น่าออกมาเปิดเผยและสู้กันข้างนอกอีกแล้ว ตอนนี้ ได้แต่นั่งมองว่า มือกระบี่ทางกฎหมายระหว่าง กกต.กับพรรคอนาคตใหม่ ฝ่ายไหนจะแหลมคม ฟาดกระบี่เข้าเป้ากว่ากัน แต่เรื่องนี้พลาดไม่ได้ เดิมพันสูงมาก มีเสียวทั้ง 2 ฝ่าย อันวิชากฎหมายนั้นเปรียบเหมือนอาวุธ ใช้ทำร้ายคนอื่นก็ได้ ใช้ป้องกันตัวเองก็ได้ อยากรู้จริงๆว่า อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล สามารถใช้ความรู้ทางกฎหมายป้องกันตัวเองได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ ลูกศิษย์ลูกหา หายไปเยอะนะอาจารย์
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2533676743334876&set=a.357948834241022&type=3
JJNY : สมชัยจี้กกต.แจงให้ชัด/นิพิฏฐ์ชี้อนค.ไม่ได้มีโทษถึงยุบพรรค เตือนกกต./เทพไทดักคอพีระพันธุ์/ครวญโดนขโมยต้นยาง
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1822855
“สมชัย”จี้กกต.แจงให้ชัดแนวทาง 4 ส.ส.งูเห่าย้ายสังกัดพรรคใหม่ ย้ำทุกผ่ายควรแก้ปัญหาข้อครหาซื้อขาย ส.ส.
วันที่ 18 ธ.ค. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดเผยว่า หาก 4 อดีต ส.ส.เขตจากพรรคอนาคตใหม่ จะไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ไม่จำเป็นต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีหรือคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองอื่นที่ 4 ส.ส.ไปสังกัด เนื่องที่ผ่านมามีไพบูลย์โมเดล จากการย้ายพรรคของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ยุบพรรคตัวเองไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ปรากฏการณ์ต่อมามีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 ที่ จ.นครปฐม เมื่อพรรคชาติไทยพัฒนาได้ ส.ส.เขต ก็มีข้อเรียกร้องว่าจะต้องคืน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคอนาคตใหม่ แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ แสดงว่าคะแนนดังกล่าวไม่ถูกนำไปคำนวณ ขณะที่ กกต.ควรออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าแนวทางที่ 4 ส.ส.ไปสังกัดพรรคใหม่ควรมีหลักเกณฑ์อย่างไร
นายสมชัย กล่าวว่า ปัญหาล่าสุดมีคำถามว่าพรรคที่ 4 ส.ส.จะไปสังกัด จำเป็นต้องมี ส.ส.ในสภาหรือไม่ เป็นพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 หรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่มีใครชี้แจงให้ชัดเจน แต่ส่วนตัวเห็นว่า 4 ส.ส.จะไปสังกัดพรรคใดก็ได้ที่ได้จดทะเบียนพรรคการเมืองกับ กกต.ไว้แล้ว ไม่ว่าพรรคดังกล่าวจะเคยส่ง ส.ส.ลงสมัครหรือจะมี ส.ส.ในสภาหรือไม่ แต่ กกต.ควรบอกความชัดเจนว่าพรรคที่จะไปสังกัดได้คือพรรคประเภทใด ซึ่งเป็นสิทธิของ ส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่จะต้องรับทราบ เพระหากทำผิดพลาด แล้วย้ายพรรคไม่ทันภายในระยะเวลา 30 วัน ก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้
“ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เมื่อขับออก 4 คนก็จะเหลือ 76 คน ยืนยันว่าไม่ต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีใหม่ตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตจากคะแนนเสียง ส.ส.เขตที่หายไป 1.6 แสนคะนน เพราะถ้าคำนวณสัดส่วนใหม่ พรรคการเมืองอื่นที่รับ ส.ส.เหล่านี้เข้าไปสังกัดก็ไม่มีประโยชน์จะได้ ส.ส.เพิ่ม ส่วนการยื่นวินิจฉัยก็ต้องดูว่ายื่นแล้วศาลจะสั่งให้ยุติเรื่องไว้หรือไม่ เพราะการสังกัดพรรคใหม่ ไม่เกี่ยวกับการทำหน้าที่ ส.ส.ซึ่งทำต้องทำตามปกติ เชื่อว่าในอนาคต 4 ส.ส.มีพรรคการเมืองอื่นรับไว้แน่นอน แต่เรื่องนี้จะเป็นปัญหาในการปฏิรูปการเมือง เพราะกติกาแบบนี้ทำให้พรรคการเมืองขาดความเข้มแข็ง พรรคไม่สามารถควบคุมการลงมติของ ส.ส.ในพรรคได้ แต่ให้เป็นเอกสิทธิ์และการลงโทษโดยขับออกจะเป็นเรื่องที่นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการซื้อขาย ส.ส.เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวน ส.ส.ในพรรคนั้น แนวทางนี้ควรทบทวนและแก้ไข เพราะสาระสำคัญต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550″ นายสมชัย กล่าว
นิพิฏฐ์ ชี้ อนาคตใหม่ไม่ได้มีโทษถึงยุบพรรค เตือนกกต.ระวังหนาว
https://www.matichon.co.th/politics/news_1822893
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นข้อกฎหมาย เรื่องการชงยุบพรรคอนาคตใหม่ของกกต. จากกรณีการกู้เงิน โดยระบุว่า
ยุบพรรคอนาคตใหม่ให้นักศึกษาเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดู
ใครว่าผมมีความเห็นตรงข้ามกับพรรคอนาคตใหม่อย่างเดียวล่ะ มิใช่เลย ผมมีความเห็นเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายเท่านั้น ดังนั้น บางครั้งความเห็นทางกฎหมายก็ตรงข้ามกัน บางครั้งก็ตรงกัน อันความเห็นกกต.ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่นี่ ผมก็มีความเห็นตรงกับพรรคอนาคตใหม่ ว่าทางกฎหมายแล้วผมเห็นว่า ยุบไม่ได้ ด้วยเหตุผลคร่าวๆคือ (คร่าวๆนะครับ ถ้าเป็นการตอบข้อสอบผมอาจไม่ได้คะแนน) คือ
1. ความผิดของพรรคอนาคตใหม่ เป็นความผิดตาม ม.66 มิใช่ความผิดตามม.72 คือเป็นกรณีที่รับบริจาคเกิน 10 ล้านบาท ซึ่งมีเพียงโทษปรับและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกก.บห.เท่านั้น ไม่มีโทษยุบพรรค หากข้อเท็จจริงเป็นตามม.66 ก็เอาโทษตามม.72 มาลงไม่ได้ เจตนาของม.72 เป็นคนละเจตนากับม.66 แต่จะเป็นการบริจาค หรือการกู้ยืมก็เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยใหม่เหมือนกันนะครับ เพราะคุณธนาธรบอกว่า ให้พรรคกู้ แต่กกต.วินิจฉัยว่า เป็นการบริจาค เพราะเป็นนิติกรรมอำพรางไปโน่น การบริจาค กับการให้ยืม(กู้) ผลทางกฎหมายก็ต่างกันนะครับ
2. วิธีการแจ้งข้อกล่าวหา กับ วิธีการไต่สวนของกกต. ในความเห็นของผม(เท่าที่อ่านจากข่าวของทั้ง 2 ฝ่าย) น่าจะมีปัญหาในการแจ้งข้อกล่าวหาและกระบวนการไต่สวนอยู่เหมือนกัน เรื่องนี้ หากกกต.พลาด ก็มีสิทธิหนาวได้เหมือนกัน ผมทำคดียุบพรรคมาหลายคดี เรื่องนี้ ฟังดูแปร่งๆอยู่เหมือนกัน
3. เอาอย่างนี้ ลองทำวิจัยไหมครับ เอาข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายนี้ ให้นักศึกษาในขั้นเนติบัณฑิตยสภาลองตอบดู ดูซิว่าเขาจะตอบอย่างไร ผมว่าน่าสนใจนะ เป็นงานวิจัยที่น่าจะโด่งดังที่สุดในแวดวงกฎหมายทีเดียว ที่ผมเสนอให้นักศึกษาเนฯลองตอบ เพราะเห็นว่า เด็กเหล่านี้ยังมีความคิดทางกฎหมายบริสุทธิ์อยู่ ยังไม่มีอวิชชาเข้ามาปิดบัง ถ้าผมเป็นพรรคอนาคตใหม่ ผมจะลงทุนเลือกเด็กหัวกะทิ สัก 3 รุ่น รุ่นละ 30 คน ให้ลองตอบดู และนำมาเผยแพร่เป็นข้อมูลทางวิชาการ ที่ไม่ให้เด็กป.ตรีตอบ เพราะมันยากและซับซ้อนมากไป ถ้านักศึกษาเนฯ ตอบตรงข้ามกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แสดงว่า วิธีคิดของนักกฎหมายเมืองไทยมีปัญหาแล้วล่ะ อาจต้องรื้อการเรียน-การสอน กฎหมายในประเทศนี้กันใหม่
4. มีนักกฎหมายที่เขียนเรื่องนี้ และแสดงความเห็นไว้ดีมาก ขอย้ำ ดีมาก อยู่ 2 คน ใครที่สนใจค่อยๆจิบกาแฟ อ่านไป น่าสนใจมาก กาแฟหมดแก้วที่ 3 ก็อาจบรรลุธรรม คือ
1. อาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.
2. ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด อาจารย์ผู้บรรยายวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความและพยานหลักฐาน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า และแม่ฟ้าหลวง ท่านอัยการท่านนี้ เขียนได้ดีจนไม่อ่านไม่ได้แล้ว
ผมก็แอบอ่านข้อเขียนของทั้ง 2 ท่านมา เห็นว่า มีเหตุมีผลครบถ้วนกระบวนความ ก็ต้องรอว่า กกต.จะมีข้อเท็จจริงอย่างไร แต่กกต.ก็ไม่น่าออกมาเปิดเผยและสู้กันข้างนอกอีกแล้ว ตอนนี้ ได้แต่นั่งมองว่า มือกระบี่ทางกฎหมายระหว่าง กกต.กับพรรคอนาคตใหม่ ฝ่ายไหนจะแหลมคม ฟาดกระบี่เข้าเป้ากว่ากัน แต่เรื่องนี้พลาดไม่ได้ เดิมพันสูงมาก มีเสียวทั้ง 2 ฝ่าย อันวิชากฎหมายนั้นเปรียบเหมือนอาวุธ ใช้ทำร้ายคนอื่นก็ได้ ใช้ป้องกันตัวเองก็ได้ อยากรู้จริงๆว่า อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล สามารถใช้ความรู้ทางกฎหมายป้องกันตัวเองได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ ลูกศิษย์ลูกหา หายไปเยอะนะอาจารย์
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2533676743334876&set=a.357948834241022&type=3