สวัสดีค่ะ วันนี้มาขอคำปรึกษาทุกท่านในพันทิปเพราะคิดไม่ออกว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี รายละเอียดมีดังนี้ค่ะ
ดิฉันอายุ 26 ปี เจอแฟนต่างชาติคนนี้ในแอพพลิเคชั่นเดทช่วงต้นเดือนเมษายน แฟนอายุ 37 ปี ไม่เคยแต่งงาน อยู่กับแม่ 2 คน ส่วนพ่อแยกไปอยู่อีกที่เพราะครอบครัวหย่าร้างตั้งแต่เด็ก มีพี่สาวที่แต่งงานและย้ายไปอยู่กับสามีที่ฟิลิปปินส์ ส่วนตัวแฟนเคยทำธุรกิจมาก่อน แต่เลิกไปแล้ว ตอนนี้อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร เงินที่ใช้คือเงินเก็บที่มีค่ะ
ช่วงแรก คุยกันได้ประมาณ 3 อาทิตย์ เขาก็บอกว่าหญิงชายหากชอบพอกันก็ควรเจอหน้ากัน เราเห็นด้วย เขาจึงทำการจองตั๋วมาเมืองไทยปลายเดือนเมษายน คิดไว้ว่าจะอยู่ไทย 7 วัน แล้วเขาก็บอกว่าไม่เคยมาเมืองไทยมาก่อน แต่เขาชอบเรามากเลยตัดสินใจมาหา เราคงจะไม่หลอกให้เขามาแล้วพอเจอตัวจริงไม่ชอบ ก็หนี ไม่มาเจอใช่ไหม เราตอบไปว่า เราไม่ใช่คนแบบนั้น การที่คุณลงทุนมาหาฉันถึงที่ไทยแสดงว่าคุณจริงจังและจริงใจต่อกัน ฉันจะดูแลคุณอย่างดีและพาเที่ยวตามแพลนที่วางไว้ ไม่ต้องเป็นห่วง เขาก็ย้ำหลายรอบว่า โอเค ผมจะเชื่อใจคุณนะ
วันที่เขามาถึงไทย เจอกันที่สนามบิน ทุกอย่างก็เรียบร้อยดีค่ะ ต่างคนต่างก็รู้สึกดีกว่าเดิม วันแรกที่ไปเที่ยว เราพาไปเดินวัดพระแก้ว ซึ่งอากาศร้อนมาก แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร เขาชอบ เสร็จจากวัดพระแก้ว ก็หาอะไรทานและกลับที่พัก กลางดึกคืนนั้น เขาปลุกเราตอนตี 3 บอกว่าร่างกายซีกซ้ายชาไปหมด ไม่มีแรงเลย รู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย เหงื่อตก ช่วยพาไปร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดได้ไหม เขาเคยมีโรคประจำตัวแต่ไม่มีอาการมานานหลายปีแล้วเลยไม่ได้พกยา
เราตกใจมากจึงรีบพาไป เภสัชกรบอกว่าอาจจะเป็นเพราะอากาศที่ร้อนจัดและการเดินในอากาศร้อนๆนานเกินไป ทำให้กำเริบขึ้นมาได้ เรารู้สึกผิดที่พาเขาไปเดินท่ามกลางอากาศร้อนๆ หลายชั่วโมง เราไม่ทราบจริงๆ ว่าเขามีโรคประจำตัว เขาซื้อยาและกลับที่พัก
ตี 4 เขานั่งดูตั๋วเครื่องบิน บอกว่าอาการไม่ดีขึ้นเลย อยากกลับประเทศตัวเองก่อน หากเป็นอะไรไป อย่างน้อยไปเป็นที่ประเทศตัวเองก็สบายใจกว่า เราเลยตกลง ในใจรู้สึกผิดและเสียใจ เขาเห็นสีหน้าเราที่เป็นกังวลแล้วบอกว่าไม่ต้องเสียใจนะ เดี๋ยวเขาจะกลับมาหาใหม่ เราก็พยักหน้า
เขาโทรเลื่อนตั๋วเป็นตอน 10 โมงเช้าและกลับประเทศทันที หลังจากกลับไป เขาก็ไปที่โรงพยาบาลและอัพเดทอาการเรื่อยๆ ตรวจร่างกายแบบละเอียดแล้วไม่พบอะไรที่ร้ายแรง เขาบอกว่าขอรักษาตัวสัก 1-2 อาทิตย์แล้วจะกลับมาไทยใหม่ เราโอเคและยังติดต่อกันตลอด แต่ทุกอย่างมันเริ่มแย่ลงตั้งแต่ตอนนี้ค่ะ
ระหว่างที่พักรักษาตัว 2-3 สัปดาห์ที่คุยติดต่อกัน เขาเริ่มใช้คำพูดที่เหน็บแนม ร้ายกาจพูดประชดประชัน พูดว่าตอนนั้นความรู้สึกเหมือนใกล้จะตายเลย เขากลัวตายมากๆ ใกล้ตายแบบนี้ต้องรีบไปเจอผู้หญิงให้ได้หลายๆคนก่อนตาย ต้องนอนกับผู้หญิงเยอะๆ พอเราไม่โอเค เขาก็บอกว่าพูดเล่น แต่เขาพูดทำนองนี้บ่อยมาก แต่เราไม่เคยพูดจาหยาบคายหรือพูดประชดกลับนะคะ จนวันหนึ่งเราโกรธจริง เขาถามว่าโกรธเหรอ พูดเล่นแค่นี้ทำไมถึงต้องโกรธด้วย เราเลยตอบกลับด้วยอารมณ์เป็นครั้งแรกไปว่า ก็ใช้สมองคิดดูสิ แค่นั้นแหละ มาเป็นชุดเลยค่ะ
เขาบอกว่า อ๋อเหรอ ก็ดี อยากจะพูดหลายครั้งแล้วว่าที่ไปเจอเรา มันมีแต่ความผิดหวัง เขาผิดหวังมาก ที่สุดท้ายเราก็เหมือนผู้หญิงคนอื่น ที่เวลาทำอะไรก็รอแต่ให้เขาจ่ายเงิน ค่ากิน ค่าเดินทาง เขาก็จ่าย กลับมาก็ป่วย โรคกำเริบ ไปหาหมอก็เสียเงินอีก ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าจะกลับไปที่ไทยทำไมอีก
มาถึงตรงนี้เราอยากแจกแจงรายละเอียดเพิ่มเติมตอนที่เขามาไทย รวมเวลา 2 วัน 1 คืน ค่ะ
- ค่าโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เขาจ่ายเอง
- ค่าอาหารและค่าเดินทาง สลับกันจ่าย ไม่ได้ให้เขาจ่ายคนเดียว แต่ถ้านับตามสัดส่วนแล้ว เขาจ่ายเยอะกว่าจริง ซึ่งเราผิดเอง เรายอมรับค่ะ
มาต่อค่ะ เราได้ยินแบบนั้นเราก็ไม่ตอบโต้อะไร เพราะเรารู้สึกผิดเป็นทุนเดิมที่ทำให้เขาต้องป่วย เข้าโรงพยาบาล เราบอกไปว่าขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง เขาเงียบ ไม่ตอบอะไรอีกทั้งคืน จนตอนเช้าเราทำใจ คิดว่าเขาคงอยากเลิกกับเราแล้ว จึงส่งข้อความไปว่า ขอโทษที่ทำให้คุณต้องโกรธ เรื่องเงินก็ด้วยเช่นกัน ฉันเพิ่งทำงานได้ไม่นาน เงินก็มีไม่เยอะ มาอยู่กรุงเทพคนเดียว ทำงานหาเงิน ส่งให้ที่บ้านด้วย แค่เลี้ยงตัวเองยังลำบากฉันไม่ได้มีเงินมากมาย ฉันคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าคุณได้เจอผู้หญิงดีๆ ผู้หญิงที่มีพร้อมทุกอย่างแล้ว ขอโทษที่ไม่บอกตรงๆแต่แรกว่าไม่มีเงิน หากคุณจะไปเจอคนใหม่ ฉันก็เข้าใจและจะยินดีกับคุณจากใจจริง
เขาอ่านและตอบกลับมาว่า ถ้าไม่พร้อม ทำไมถึงตอบตกลงให้เขาไปหาที่ไทย ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าจะให้เขาออกเงินเยอะกว่า และอะไรอีกเยอะแยะค่ะ แต่ก็ไม่ได้จบการสนทนาแบบดีๆหรอกนะคะ
สรุปตั้งแต่ตอนนั้นเราก็ไม่ค่อยได้คุยกัน จนเวลาผ่านไปเดือนครึ่ง จากที่เราร้องไห้เสียใจ เราก็เริ่มแข็งแกร่ง แต่อยู่ๆเขาทักมาหา มาถามไถ่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เราก็คุยแบบส่งๆ เขาก็หายไปอีกเดือนกว่าๆ แล้วก็ทักมาอีก
น่าแปลกที่ทุกครั้งที่เขาทักมา เราจะนอนร้องไห้หนักตลอด ทั้งๆที่คิดว่าไม่แคร์เขาแล้ว ความรู้สึกต่อเขามันเหมือนเรายังคงรู้สึกผิด อีกทั้งยังน้อยใจ เสียใจ ไหนบอกว่าผิดหวังในตัวเราแล้วทำไมถึงยังทักมาอีก
พื้นที่ไม่พอ ขออนุญาตต่อในคอมเมนท์นะคะ แท็กผิดขออภัยค่ะ
ควรทำอย่างไรกับแฟนต่างชาติคนนี้ดีคะ?
ดิฉันอายุ 26 ปี เจอแฟนต่างชาติคนนี้ในแอพพลิเคชั่นเดทช่วงต้นเดือนเมษายน แฟนอายุ 37 ปี ไม่เคยแต่งงาน อยู่กับแม่ 2 คน ส่วนพ่อแยกไปอยู่อีกที่เพราะครอบครัวหย่าร้างตั้งแต่เด็ก มีพี่สาวที่แต่งงานและย้ายไปอยู่กับสามีที่ฟิลิปปินส์ ส่วนตัวแฟนเคยทำธุรกิจมาก่อน แต่เลิกไปแล้ว ตอนนี้อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร เงินที่ใช้คือเงินเก็บที่มีค่ะ
ช่วงแรก คุยกันได้ประมาณ 3 อาทิตย์ เขาก็บอกว่าหญิงชายหากชอบพอกันก็ควรเจอหน้ากัน เราเห็นด้วย เขาจึงทำการจองตั๋วมาเมืองไทยปลายเดือนเมษายน คิดไว้ว่าจะอยู่ไทย 7 วัน แล้วเขาก็บอกว่าไม่เคยมาเมืองไทยมาก่อน แต่เขาชอบเรามากเลยตัดสินใจมาหา เราคงจะไม่หลอกให้เขามาแล้วพอเจอตัวจริงไม่ชอบ ก็หนี ไม่มาเจอใช่ไหม เราตอบไปว่า เราไม่ใช่คนแบบนั้น การที่คุณลงทุนมาหาฉันถึงที่ไทยแสดงว่าคุณจริงจังและจริงใจต่อกัน ฉันจะดูแลคุณอย่างดีและพาเที่ยวตามแพลนที่วางไว้ ไม่ต้องเป็นห่วง เขาก็ย้ำหลายรอบว่า โอเค ผมจะเชื่อใจคุณนะ
วันที่เขามาถึงไทย เจอกันที่สนามบิน ทุกอย่างก็เรียบร้อยดีค่ะ ต่างคนต่างก็รู้สึกดีกว่าเดิม วันแรกที่ไปเที่ยว เราพาไปเดินวัดพระแก้ว ซึ่งอากาศร้อนมาก แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร เขาชอบ เสร็จจากวัดพระแก้ว ก็หาอะไรทานและกลับที่พัก กลางดึกคืนนั้น เขาปลุกเราตอนตี 3 บอกว่าร่างกายซีกซ้ายชาไปหมด ไม่มีแรงเลย รู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย เหงื่อตก ช่วยพาไปร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดได้ไหม เขาเคยมีโรคประจำตัวแต่ไม่มีอาการมานานหลายปีแล้วเลยไม่ได้พกยา
เราตกใจมากจึงรีบพาไป เภสัชกรบอกว่าอาจจะเป็นเพราะอากาศที่ร้อนจัดและการเดินในอากาศร้อนๆนานเกินไป ทำให้กำเริบขึ้นมาได้ เรารู้สึกผิดที่พาเขาไปเดินท่ามกลางอากาศร้อนๆ หลายชั่วโมง เราไม่ทราบจริงๆ ว่าเขามีโรคประจำตัว เขาซื้อยาและกลับที่พัก
ตี 4 เขานั่งดูตั๋วเครื่องบิน บอกว่าอาการไม่ดีขึ้นเลย อยากกลับประเทศตัวเองก่อน หากเป็นอะไรไป อย่างน้อยไปเป็นที่ประเทศตัวเองก็สบายใจกว่า เราเลยตกลง ในใจรู้สึกผิดและเสียใจ เขาเห็นสีหน้าเราที่เป็นกังวลแล้วบอกว่าไม่ต้องเสียใจนะ เดี๋ยวเขาจะกลับมาหาใหม่ เราก็พยักหน้า
เขาโทรเลื่อนตั๋วเป็นตอน 10 โมงเช้าและกลับประเทศทันที หลังจากกลับไป เขาก็ไปที่โรงพยาบาลและอัพเดทอาการเรื่อยๆ ตรวจร่างกายแบบละเอียดแล้วไม่พบอะไรที่ร้ายแรง เขาบอกว่าขอรักษาตัวสัก 1-2 อาทิตย์แล้วจะกลับมาไทยใหม่ เราโอเคและยังติดต่อกันตลอด แต่ทุกอย่างมันเริ่มแย่ลงตั้งแต่ตอนนี้ค่ะ
ระหว่างที่พักรักษาตัว 2-3 สัปดาห์ที่คุยติดต่อกัน เขาเริ่มใช้คำพูดที่เหน็บแนม ร้ายกาจพูดประชดประชัน พูดว่าตอนนั้นความรู้สึกเหมือนใกล้จะตายเลย เขากลัวตายมากๆ ใกล้ตายแบบนี้ต้องรีบไปเจอผู้หญิงให้ได้หลายๆคนก่อนตาย ต้องนอนกับผู้หญิงเยอะๆ พอเราไม่โอเค เขาก็บอกว่าพูดเล่น แต่เขาพูดทำนองนี้บ่อยมาก แต่เราไม่เคยพูดจาหยาบคายหรือพูดประชดกลับนะคะ จนวันหนึ่งเราโกรธจริง เขาถามว่าโกรธเหรอ พูดเล่นแค่นี้ทำไมถึงต้องโกรธด้วย เราเลยตอบกลับด้วยอารมณ์เป็นครั้งแรกไปว่า ก็ใช้สมองคิดดูสิ แค่นั้นแหละ มาเป็นชุดเลยค่ะ
เขาบอกว่า อ๋อเหรอ ก็ดี อยากจะพูดหลายครั้งแล้วว่าที่ไปเจอเรา มันมีแต่ความผิดหวัง เขาผิดหวังมาก ที่สุดท้ายเราก็เหมือนผู้หญิงคนอื่น ที่เวลาทำอะไรก็รอแต่ให้เขาจ่ายเงิน ค่ากิน ค่าเดินทาง เขาก็จ่าย กลับมาก็ป่วย โรคกำเริบ ไปหาหมอก็เสียเงินอีก ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าจะกลับไปที่ไทยทำไมอีก
มาถึงตรงนี้เราอยากแจกแจงรายละเอียดเพิ่มเติมตอนที่เขามาไทย รวมเวลา 2 วัน 1 คืน ค่ะ
- ค่าโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เขาจ่ายเอง
- ค่าอาหารและค่าเดินทาง สลับกันจ่าย ไม่ได้ให้เขาจ่ายคนเดียว แต่ถ้านับตามสัดส่วนแล้ว เขาจ่ายเยอะกว่าจริง ซึ่งเราผิดเอง เรายอมรับค่ะ
มาต่อค่ะ เราได้ยินแบบนั้นเราก็ไม่ตอบโต้อะไร เพราะเรารู้สึกผิดเป็นทุนเดิมที่ทำให้เขาต้องป่วย เข้าโรงพยาบาล เราบอกไปว่าขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง เขาเงียบ ไม่ตอบอะไรอีกทั้งคืน จนตอนเช้าเราทำใจ คิดว่าเขาคงอยากเลิกกับเราแล้ว จึงส่งข้อความไปว่า ขอโทษที่ทำให้คุณต้องโกรธ เรื่องเงินก็ด้วยเช่นกัน ฉันเพิ่งทำงานได้ไม่นาน เงินก็มีไม่เยอะ มาอยู่กรุงเทพคนเดียว ทำงานหาเงิน ส่งให้ที่บ้านด้วย แค่เลี้ยงตัวเองยังลำบากฉันไม่ได้มีเงินมากมาย ฉันคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าคุณได้เจอผู้หญิงดีๆ ผู้หญิงที่มีพร้อมทุกอย่างแล้ว ขอโทษที่ไม่บอกตรงๆแต่แรกว่าไม่มีเงิน หากคุณจะไปเจอคนใหม่ ฉันก็เข้าใจและจะยินดีกับคุณจากใจจริง
เขาอ่านและตอบกลับมาว่า ถ้าไม่พร้อม ทำไมถึงตอบตกลงให้เขาไปหาที่ไทย ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าจะให้เขาออกเงินเยอะกว่า และอะไรอีกเยอะแยะค่ะ แต่ก็ไม่ได้จบการสนทนาแบบดีๆหรอกนะคะ
สรุปตั้งแต่ตอนนั้นเราก็ไม่ค่อยได้คุยกัน จนเวลาผ่านไปเดือนครึ่ง จากที่เราร้องไห้เสียใจ เราก็เริ่มแข็งแกร่ง แต่อยู่ๆเขาทักมาหา มาถามไถ่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เราก็คุยแบบส่งๆ เขาก็หายไปอีกเดือนกว่าๆ แล้วก็ทักมาอีก
น่าแปลกที่ทุกครั้งที่เขาทักมา เราจะนอนร้องไห้หนักตลอด ทั้งๆที่คิดว่าไม่แคร์เขาแล้ว ความรู้สึกต่อเขามันเหมือนเรายังคงรู้สึกผิด อีกทั้งยังน้อยใจ เสียใจ ไหนบอกว่าผิดหวังในตัวเราแล้วทำไมถึงยังทักมาอีก
พื้นที่ไม่พอ ขออนุญาตต่อในคอมเมนท์นะคะ แท็กผิดขออภัยค่ะ