วันนี้พึ่งรู้เรื่องน้องตัวเองมาก็เลยอยากเล่าอะไรนิดหน่อยค่ะ อยากหาแนวทางจัดการชีวิตครอบครัวช่วงนี้เหมือนกัน
เราเป็นลูกคนโตค่ะมีน้องชายอยู่คนนึงห่างกัน4ปี ตั้งแต่เด็กจนโตต้องพูดจากใจเลยว่าพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้พวกเรามากนัก
ท่านค่อนข้างยุ่งกับงานซะส่วนใหญ่ พ่อจะกลับบ้านก็นานมาก4-6เดือนค่อยกลับ ส่วนแม่จะเจอกันอีกทีก็แทบจะเข้านอนแล้ว
บางวันโชคดีหน่อยก็ทันอาหารค่ำ เพราะแบบนี้เวลาไปไหนก็มักจะทิ้งลูกไว้กับคอม โทรศัพท์ นี่เป็ส่วนนึงที่ทำให็ตอนโตมาน้องเราติดเกมติดมือ
ค่อนข้างหนัก ส่วนเราตอนแรกก็ติดอยู่แต่หลังๆมาโฟกัสเรื่องเรียนเป็นส่วนใหญ่กับการเรียนต่อ
เรื่องมันเริ่มมาแย่ลงตอนเรากำลังจะขึ้นม.ปลาย ตอนนั้นเป็นช่วงที่เราเครียดและรับกับสภาพปัญหาที่บ้านไม่ค่อยได้ที่เหมือนกับสงครามเย็นของพ่อแม่
เราเลยไปเรียนต่อมปลายที่อีกจังหวัดใกล้ๆ หลังจากนั้นก็ได้ข่าวว่าพ่อออกไปอยู่กับย่า ที่บ้านก็เหลือแค่น้อง แม่ น้า (แยกกันอยู่เพื่อความสบายใจ
แต่ไม่ได้หย่านะ ) น้องก็ดูโอเคกับชีวิตดีอยู่ด้วยความเด็กเลยไปกับใครก็ได้ไม่คิดมาก ไม่นานแม่ก็สอบเลื่อนตำแหน่งได้และก็ต้องย้ายไปรับตำแหน่ง
ที่ภาคใต้ คำถามในหัวตอนนั้นคือ"แล้วใครจะดูน้องล่ะ?" ผชช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมันอันตรายมากเลยนะแถมยังเป็นคนติดมือถืออีก แม่ก็ดีลไว้กับน้าชายให้ช่วยดูแล(แต่บอกตามตรงไม่ไว้ใจน้าเท่าไหร่เลย-"- เพราะน้าก็มีครอบครัวของตัวเองที่ต้องดูแลเหมือนกัน)
ช่วงแรกก็ผ่านไปได้ดีจนมาม1เทอม2 น้องติด0ตัวนึงตอนนั้นแม่ก็เครียดเลยแหละ เพราะน้องเป็นลูกคนแรกที่ผลการเรียนเป็นแบบนี้
น้องก็บอกจะไปแก้ตามปกติ จนมาม2เทอม1มาอีกแล้วจ้า น้องติด 0 มผ 4ตัวรวด (ตอนแม่มาเล่าให้ฟังเราก็ตกใจมากทำไมดิ่งขนาดนั้น)
เราก็บอกแม่ใจเย็นๆมันแก้ได้นะถึงเกรดจะไม่สวยหรูอะไร นึกว่าเรื่องคงจบกลายเป็นว่าแม่มักบอกให้น้องไปแก้เร็วๆโทรไปแบบถี่ๆแทบทุกวัน
จนทำให็น้องชายเครียด คิดมาก ตอนเย็นเมื่อกี้น้าชายก็พึ่งโทรมาเล่าว่า"น้องไม่ได้ไปเรียนนะ แอบอยู่บนห้องน้าขึ้นไปเจอมาแถมเกือบคิดสั้นอีก"
ประโยคนั้นทำเราช็อคมากจริงๆ น้าบอกเย็นนี้จะส่งน้องมาหาเรา2-3วัน น้องจะได้ไม่เหงาแฮปปี้ขึ้นมาบ้าง
คิดว่าเราควรทำยังไงดีคะ ควรปลอบน้องยังไงดี? เพิ่งเคยมีคนใกล้ตัวเป็แบบนี้ตั้งตัวไม่ทันค่ะ
จะให้คำแนะนำน้องชายยังไงดี น้องเครียดที่ติด0!!
เราเป็นลูกคนโตค่ะมีน้องชายอยู่คนนึงห่างกัน4ปี ตั้งแต่เด็กจนโตต้องพูดจากใจเลยว่าพ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้พวกเรามากนัก
ท่านค่อนข้างยุ่งกับงานซะส่วนใหญ่ พ่อจะกลับบ้านก็นานมาก4-6เดือนค่อยกลับ ส่วนแม่จะเจอกันอีกทีก็แทบจะเข้านอนแล้ว
บางวันโชคดีหน่อยก็ทันอาหารค่ำ เพราะแบบนี้เวลาไปไหนก็มักจะทิ้งลูกไว้กับคอม โทรศัพท์ นี่เป็ส่วนนึงที่ทำให็ตอนโตมาน้องเราติดเกมติดมือ
ค่อนข้างหนัก ส่วนเราตอนแรกก็ติดอยู่แต่หลังๆมาโฟกัสเรื่องเรียนเป็นส่วนใหญ่กับการเรียนต่อ
เรื่องมันเริ่มมาแย่ลงตอนเรากำลังจะขึ้นม.ปลาย ตอนนั้นเป็นช่วงที่เราเครียดและรับกับสภาพปัญหาที่บ้านไม่ค่อยได้ที่เหมือนกับสงครามเย็นของพ่อแม่
เราเลยไปเรียนต่อมปลายที่อีกจังหวัดใกล้ๆ หลังจากนั้นก็ได้ข่าวว่าพ่อออกไปอยู่กับย่า ที่บ้านก็เหลือแค่น้อง แม่ น้า (แยกกันอยู่เพื่อความสบายใจ
แต่ไม่ได้หย่านะ ) น้องก็ดูโอเคกับชีวิตดีอยู่ด้วยความเด็กเลยไปกับใครก็ได้ไม่คิดมาก ไม่นานแม่ก็สอบเลื่อนตำแหน่งได้และก็ต้องย้ายไปรับตำแหน่ง
ที่ภาคใต้ คำถามในหัวตอนนั้นคือ"แล้วใครจะดูน้องล่ะ?" ผชช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมันอันตรายมากเลยนะแถมยังเป็นคนติดมือถืออีก แม่ก็ดีลไว้กับน้าชายให้ช่วยดูแล(แต่บอกตามตรงไม่ไว้ใจน้าเท่าไหร่เลย-"- เพราะน้าก็มีครอบครัวของตัวเองที่ต้องดูแลเหมือนกัน)
ช่วงแรกก็ผ่านไปได้ดีจนมาม1เทอม2 น้องติด0ตัวนึงตอนนั้นแม่ก็เครียดเลยแหละ เพราะน้องเป็นลูกคนแรกที่ผลการเรียนเป็นแบบนี้
น้องก็บอกจะไปแก้ตามปกติ จนมาม2เทอม1มาอีกแล้วจ้า น้องติด 0 มผ 4ตัวรวด (ตอนแม่มาเล่าให้ฟังเราก็ตกใจมากทำไมดิ่งขนาดนั้น)
เราก็บอกแม่ใจเย็นๆมันแก้ได้นะถึงเกรดจะไม่สวยหรูอะไร นึกว่าเรื่องคงจบกลายเป็นว่าแม่มักบอกให้น้องไปแก้เร็วๆโทรไปแบบถี่ๆแทบทุกวัน
จนทำให็น้องชายเครียด คิดมาก ตอนเย็นเมื่อกี้น้าชายก็พึ่งโทรมาเล่าว่า"น้องไม่ได้ไปเรียนนะ แอบอยู่บนห้องน้าขึ้นไปเจอมาแถมเกือบคิดสั้นอีก"
ประโยคนั้นทำเราช็อคมากจริงๆ น้าบอกเย็นนี้จะส่งน้องมาหาเรา2-3วัน น้องจะได้ไม่เหงาแฮปปี้ขึ้นมาบ้าง
คิดว่าเราควรทำยังไงดีคะ ควรปลอบน้องยังไงดี? เพิ่งเคยมีคนใกล้ตัวเป็แบบนี้ตั้งตัวไม่ทันค่ะ