เรื่องราวประวัติความเป็นมาของนักแสดงสาวผู้สร้างตำนานคนเริงเมือง "วิยะดา อุมารินทร์"

กระทู้คำถาม
"วิยะดา อุมารินทร์"  ตำนานคนเริงเมืองในดวงใจ 

เพจดาราย้อนยุค


วิยะดา อุมารินทร์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2498 มีชื่อจริงว่า  "วิยะดา ตรียะกุล"  ชื่อเล่น  "อูม"  ชื่อ  "วิยะดา อุมารินทร์"  ซึ่งเป็นชื่อในวงการบันเทิงของเธอเกิดจากการตั้งโดย นักแต่งเพลง  "คุณสุรพล โทณะวณิก"  โดยนามสกุลอุมารินทร์ได้ผันมาจากชื่อเล่นของเธอ ครอบครัวมีบุตร 5 คน เป็นบุตรคนที่ 4 จากจำนวนพี่น้องทั้งหมด พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ 

คุณอูมเกิดในครอบครัวฐานะดี บิดาของเธอประกอบอาชีพเป็นเซอร์เวย์ตรวจมาตรฐานสินค้าในบริษัทของชาวต่างชาติ ส่วนมารดาประกอบอาชีพเปิดร้านเสริมสวย เนื่องด้วยการที่บิดาทำงานในบริษัทต่างชาติ ส่งผลให้ท่านจึงส่งเสียให้คุณอูมเรียนในโรงเรียนคอนแวนต์เพื่อศึกษาทางด้านภาษาอังกฤษ ด้วยความที่เธอเป็นสาวสวย เมื่อเติบโตขึ้นจึงทำให้มีชายหนุ่มเข้าหาหรือส่งจดหมายรักหาอยู่เสมอ แต่คุณอูมกลับไม่ได้สนใจนัก เนื่องด้วยอุปนิสัยเรียบร้อยของเธอ นอกจากนี้การที่คุณอูมได้รับการศึกษาจากโรงเรียนคริสต์ทำให้ในวัยเด็กเธอมีความฝันที่จะเป็นซิสเตอร์ของพระผู้เป็นเจ้า

เมื่อจบการศึกษาชั้นมัธยมจนได้เข้าศึกษาต่อในชั้นอาชีวะ แถวราชดำเนิน ทางด้านเกี่ยวกับธุรกิจการบิน คุณอูมได้เบนเข็มหันไปมุ่งมั่นกับการเป็นแอร์โฮสเตส กระทั่งวันหนึ่ง เมื่อ  "คุณวิภาวดี ตรียะกุล"  พี่สาวแท้ ๆ ของคุณอูมซึ่งเป็นนักแสดงดาวยั่ว ณ ขณะนั้นได้ชักชวนเธอไปดูการฉายภาพยนตร์เขาชื่อกานต์ โดยมี  "หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล"  ผู้สร้างและผู้กำกับหนังมากฝีมือ ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องเขาชื่อกานต์นั่งอยู่ด้วย นั่งอยู่บริเวณหน้าโรงหนัง แท้ที่จริงแล้ว ท่านมุ้ยไม่ได้รู้จักหรือได้ทำการเรียกคุณอูมมาด้วยซ้ำ ความสะสวยอันโดดเด่นของเธอได้ถูกตาต้องใจท่านมุ้ยเข้า จึงทำให้เธอกวักมือเรียกคุณวิภาวดี เพื่อพูดคุยชักชวนคุณอูมเข้าสู่วงการบันเทิง เมื่อรู้ว่าตนเองจะได้เข้าวงการบันเทิงทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นดีใจเป็นที่สุด จากนั้นจึงได้มีแมวมองเข้าไปพูดคุยกับทางครอบครัวของคุณอูมเพื่อติดต่อชักชวนให้เธอเป็นดารานักแสดง แม้จะอยู่ในยุคสมัยที่ผู้คนมองอาชีพในวงการบันเทิงเป็นงานเต้นกินรำกิน แต่ด้วยการที่มีคนในครอบครัวทำงานอยู่ในวงการบันเทิงอยู่แล้ว ทำให้การพูดคุยในครั้งนั้นเป็นไปได้ด้วยดี 


เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ


จากนั้นคุณอูมจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าไปศึกษาทางด้านการแสดงในวังละโว้ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของเธอ การเข้าไปวังละโว้ในครั้งนั้น คุณอูมได้รับการฝึกฝนขัดเกลาอะไรมากมาย ตั้งแต่การลดน้ำหนัก โดยมีคุณอมรา อัศวนนท์เป็นผู้ช่วย ซึ่งวิธีการลดน้ำหนักคือการครอบร่างกายด้วยถุงพลาสติกเพื่อให้เหงื่อออกพร้อมออกกำลังกายไปด้วย อีกทั้งคุณอูมยังต้องควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้มีหลายครั้งที่เธอแอบซ่อนขนมเพราะความอยากและความหิวโหย นอกจากนี้เธอยังต้องฝึกฝนการพูดภาษาเหนือเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับบทสาวเหนืออีกด้วย


เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ


ในที่สุดคุณอูมก็ได้มีโอกาสสำแดงฝีมือจากการเก็บตัวฝึกฝนมาเป็นระยะเวลานาน พ.ศ. 2517 เธอได้แสดงภาพยนตร์ในบทนางเอกสุดอื้อฉาว ในผลงานภาพยนตร์เรื่อง  "เทพธิดาโรงแรม"  กับบทบาทของ  "มาลี"  สาวชาวเหนือที่ถูกหลอกมาขายตัวที่กรุงเทพฯ บทบาทของเธอในเรื่องนี้ถือได้ว่ามีความแปลกใหม่และแตกต่งกับบทบาทนางเอกของคนอื่น ๆ ในยุคนั้น เนื่องด้วยเป็นบทนางเอกในยุคนั้นที่มักนำเสนอในรูปแบบของหญิงสาวท่บริสุทธิ์ ผุดผ่อง เป็นกุลสตรี แต่บทบาทมาลีในเรื่องนี้กลับแตกต่าง มาลีเป็นหญิงสาวไม่บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยความมัวหมอง ความรักทำให้เธอหนีตามผู้ชายมา แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นการหลอกลวงเพียงพื่อให้เธอมาเป็นโสเภณี ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เวลาในการถ่ายทำเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี อีกทั้งยังใช้การถ่ายทำในระบบซาวด์ออนฟิล์มซึ่งยังไม่แพร่หลายนักในยุคนั้นทำให้คุณอูมมีความตรึงเครียดกับการแสดงครั้งนี้เป็นอย่างมาก (มีคนให้ข้อมูลเพิ่มมาว่ามีการใช้ระบบซาวด์ออนฟิล์มเพียงไม่กี่ฉากเท่านั้น) นอกจากนี้ในขณะถ่ายทำด้วยวัยสาวสะพรั่งทำให้คุณอูมมีความรักสวยรักงาม มีบางครั้งที่เธอแอบทาลิปมันหรือแม้แต่การติดขนตา แต่เมื่อท่านมุ้ยมาพบเข้า ท่านก็จะแกะขนตาปลอมของเธอออก ทั้งนี้ก็เพื่อความสมจริงและเหมาะสมกับบทบาทการแสดง ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกแจ้งเกิดสร้างชื่อให้เธอได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันดูเหมือนว่าจะมีความรู้สึกบางอย่างระหว่างชายหญิงสองคนที่กำลังก่อกำเนิดขึ้น


เพจ Thai Movie Posters


เพราะเป็นการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องแรกทำให้ท่านมุ้ยจึงให้การดูแลเอ็นดูเธอเป็นพิเศษ โดยคุณอูมให้สัมภาษณ์ว่าระหว่างถ่ายทำหากต้องเข้าฉากเลิฟซีน อาจด้วยความเมตตาและความไม่ประสาของเธอในวัยใกล้ย่างเข้า 20 ทำให้ท่านมุ้ยมักมาแสดงแทนอยู่เสมอ อีกทั้งหลังจากถ่ายทำเสร็จ ท่านมุ้ยได้พาเธอเข้าไปดูและคอยสั่งสอนการทำงานในระหว่างการตัดต่อ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองแน่นแฟ้นมากขึ้นจนก่อกำเนิดเป็นความรัก ความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กันได้ก่อกำเนิดอีกหนึ่งชีวิตน้อย ๆ ขึ้นมา อีกหนึ่งชีวิต "หม่อมราชวงศ์มงคลชาย ยุคล"  หรือ  "คุณชายเอี่ยว"  ท่านคือชีวิตที่เป็นเครื่องหมายแทนใจของคนทั้งสอง


เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ


ทว่าในยุคสมัยที่คุณอูมเข้าวงการนั้น การที่ดารานักแสดงระดับบทนำมีลูกนับว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ค่อยยอมรับนัก หากเปิดเผยออกไปอาจทำให้เสื่อมความนิยมหรือโดนลดบทบาทลง ในเริ่มแรกคุณอูมไม่ได้มีความคิดที่จะเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวของเธอในจุดนี้ ทำให้เมื่อการถ่ายทำภาพยนตร์เสร็จสิ้น คุณอูมจำเป็นต้องปิดตัวจากสังคม ไม่ออกโปรโมทภาพยนตร์ เพราะเธอกำลังตั้งท้องท่านชายเอี่ยว แต่เมื่อนักข่าวรู้เรื่องดังกล่าว คุณอูมให้สัมภาษณ์ว่ามีการลงข่าวลูกชายของเธอเป็นเวลาถึง 7 วัน และดูเหมือนว่าชีวิตส่วนตัวของดาราจะมีผลกับบทบาทการแสดงของเธอ หลังจากที่เธอได้รับบทนางเอกเพียงไม่กี่เรื่องแต่กลับไม่โด่งดังนัก คุณอูมก็เริ่มได้รับบทบาทสมทบและบทร้าย หรืออาจเป็นบทนางเอกที่มีความกร้านโลก 


เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ


กระนั้นก็ยังคงมีผลงานแสดงที่สร้างชื่อให้กับเธอบ้าง ในปี พ.ศ. 2520 คุณอูมได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์ของท่านมุ้ยในผลงานภาพยนตร์สะท้อนเสียดสีสังคมเรื่อง  "ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น"  กับบทบาทของ  "แรมจันทร์"  หมอนวดที่อาศัยกลับรถแท็กซี่ของทองพูนเป็นประจำจนก่อเกิดเป็นความสัมพันธ์อันบริสุทธิ์จริงใจ โดยเธอได้แสดงคู่กับพระเอก  "คุณจตุพล ภูอภิรมย์"  พระเอกดาวรุ่งหน้าใหม่ผู้ล่วงลับ ผลงานการแสดงของเธอในเรื่องนี้ได้ส่งให้เธอคว้ารางวัลการแสดงจากเวทีมหกรรมหนังเอเชียแปซิฟิกไปครอบครองสำเร็จ รางวัลการแสดงที่เธอได้รับในครั้งนี้นับว่าเป็นผลงานการแสดงที่ถือเป็นเกียรติยศในชีวิตการเป็นนักแสดงของเธอ


เพจ Thai Movie Posters


รางวัลมหกรรมหนังเอเชียแปซิฟิก
เพจย้อนเวลา ในความทรงจำ


หลังจากนั้นคุณอูมยังคงรับงานแสดงภาพยนตร์ในบทบาทสมทบและบทร้ายอยู่เรื่อย ๆ กระทั่งเมื่อประมาณช่วงปี พ.ศ. 2522 ถึงช่วงประมาณปี พ.ศ. 2523 คุณอูมได้กระทำสิ่งที่ดารานักแสดงสายภาพยนตร์ไม่นิยมทำด้วยการมารับงานแสดงละครจอแก้ว เป็นที่ทราบกันดีของคนที่ทันยุคสมัยนั้นว่า ในยุคสมัยที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยรุ่งเรือง ดาราจอเงินและดาราจอแก้วจะถูกแบ่งระดับกันอย่างชัดเจน ดาราสายภาพยนตร์ถือว่ามีอิทธิพลมากกว่าดาราสายละครเป็นอย่างมาก ดาราทางสายภาพยนตร์จะไม่ลงมารับงานละครเด็ดขาด เพราะนักแสดงจอเงินคนนั้นเริ่มผันมารับงานทางจอแก้ว มักถือว่านักแสดงคนนั้นเริ่มถึงจุดลงแล้ว แม้ดาราที่เน้นแสดงทางจอแก้วเป็นหลักจะได้รับบทนำก็ตาม หากแต่เมื่อรับงานแสดงภาพยนตร์ ดาราเหล่านั้นก็มักจะถูกยื่นบทสมทบอยู่เสมอ มีนักแสดงจอแก้วเพียงน้อยรายเท่านั้นที่สามารถรักษาสถานะนักแสดงนำไว้ได้แม้จะอยู่ในจอเงินก็ตาม 


เพจแต้ว บอกอ MODEL


แม้จะมีบรรทัดฐานของสังคมวงการบันเทิงกีดกั้นไว้ แต่เธอยังคงหันมารับงานแสดงทางจอแก้วควบคู่ไปกับงานแสดงทางจอเงิน หลังจากเริ่มรับงานแสดงทางจอแก้วได้ไม่นานนัก พ.ศ. 2523  "คุณมยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช"  ผู้จัด ได้มอบบทบาทการแสดงชิ้นสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ ในผลงานละครโทรทัศน์เรื่อง  "คนเริงเมือง"  เขียนบทและกำกับการแสดงโดยยอดตำนานคนบันเทิง  "คุณเริงศิริ ลิมอักษร"  ผลงานละครเรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากเริ่มแรกที่วางละครไว้เพียงแค่ 40 ตอน แต่เพราะกระแสตอบรับอย่างสูงทำให้ทางผู้สร้างได้ขยายเนื้อเรื่องของละครไปมากกว่าที่กำหนดไว้ จนทำให้คนเริงเมืองมีจำนวนตอนสูงถึง 66 ตอน ทำให้ช่วงระหว่างที่ละครฉายคุณอูมจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่ที่สตูดิโอแทบทุกวัน นอกจากนี้เพราะกระแสการตอบรับอย่างสูงของคนเริงเมืองทำให้ในปีเดียวกันทางสหมคงฟิล์มได้นำคนเริงเมืองมาสร้างอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์ โดยมีคุณอูมและคุณนพพลซึ่งเป็นผู้แสดงในเวอร์ชันละครโทรทัศน์มาแสดงในเวอร์ชันภาพยนตร์ มีละครโทรทัศน์เพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่เมื่อประสบความสำเร็จแล้วได้มีนายทุนนำมาสร้างอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์ในเวลาไม่นาน ละครโทรทัศน์ที่ฉายในปีเดียวกันอย่าง  "ดาวพระศุกร์"  ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้มหลามเป็นประวัติการณ์ ก็ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในเวลาไม่นานเช่นเดียวกับคนเริงเมือง

เฟซบุ๊กวันนี้ วันวานบันเทิงไทย
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่