สวัสดีครับผมแค่อยากขอพื้นที่ระบาย.....
ก่อนอื่นบอกก่อนว่าผมเป็นเกย์นะครับ เรื่องมันเริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราปีนี้ คือช่วงนั้นผมตกงานครับไม่รู้จะทำไง เป็นช่วงเดียวกันกับที่กลับมาคุยกับคุณวาย(นามสมมุติ) ผมเคยคุยกับคุณวายเมื่อสองปีก่อนมั้ง แต่ก็คุยกันได้ไม่นาน ไม่รู้ใครเบื่อใครหายกันไปทั้งคู่ ตอนที่กลับมาคุยคือเฟสเขามีนขึ้นแนะนำมา ผมเลยกดติดตาม เขาก็แอดมาเลย ก็เริ่มคุยกัน ยอมรับว่าตอนนั้นดีมาก
ต้นเดือนกุมภา มีคนติดต่องานผมมาให้ไปทำสแตนเชียร์ในมหาลัย ผมก็ตอบตกลงไปในราคาที่ไม่แพงเท่าไรเพราะช่วงนั้นได้อะไรก็ทำไว้ก่อน เป็นช่วงที่เราได้เจอกันมากขึ้น เพราะเขาหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผมก้จะหยุดด้วย ก็จะมีเวลาอยู่ด้วยกันสองวัน ช่วงนั้นรู้สึกว่าเขาจะดูแลดีมาก ชวนไปเที่ยว พาไปกินข้าว พาไปดูหนัง ซื้อของให้อีก ดีจริงๆ ตอนนั้นนะ
จนกระทั่งผมทำสแตนเชียร์เสร็จ ผมก็บอกเขาว่าจะไปหางานทำละ แต่ระหว่างนี้เราก็ยังคุยกันอยู่นะ วันนึงเขาก็ถามว่ามมช่วยงานเขาไหม มาทำงานด้วยกันอยู่บ้านดก้วยกันเลย (เขาทำธุระกิจส่วนตัวที่บ้าน) ตอนนั้นเราก็ไม่คิดอะไรก็ตอบตกลงไปก่อนเพราะตั้งใกล้หมดละ ต้องหางานทำ ก็คิดว่าก็คงดีแหละ
วันแรกที่เขาพามาบ้าน คุณพระ!!!!!! นี้บ้านหรืออะไร รกมากกกกกกกกก ก. ไก่ ล้านตัว ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน คือเขาอยู่บ้านคนเดียว ด้วยความที่แบบว่าเราเป็นคนค่อยข้างสะอาด ระเบียบนิดๆ ก็เลยจัดการให้หมดเลย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ขยะทั้งเปียกและแห้งที่กองรวมๆกันอยู่ในบ้านนั้น เก็บลงถุงดำใบใหญ่สุดได้ 5 ใบ ความเป็นอีเย็น ของข้าพเจ้ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ ล้างห้องน้ำเอย ดายหญ้าเอย เก็บขยะเอย กวาดบ้านถูบ้าน แม้กระทั้งเลี้ยงหมาให้เขา และอีกหลายอย่าง งานที่ร้านก็ต้องทำ งานที่บ้านก็ต้องทำ อันนี้ผมไม่เคยบ่นเลยนะครับ
พอช่วงหลังๆความรู้สึกมันเปลี่ยนไปครับ จากที่เคยดูแล พาไปกินข้าว โน่น นี้ นั้น หลังๆมาเริ่มหายไปเรื่อยๆ ไม่เคยถามหิวข้าวไหม ออกไทำงานพร้อมกันไหม กลับด้วยไหม เดี๋ยวไปนี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปนั้นก่อนนะ คำพูดเหล่านี้เริ่มหายไปเรื่อยๆจนทุกวันนี้ไม่ได้ยินละ แบบนี้เขาเรียกหมดโปรปะ 5555 ขำตัวเองเนาะบางที ทุกวันนี้ก็เฉยๆกันละ นอนคนละห้อง ตื่นมาแทบไม่ได้พูดอะไรกันเลยก็ไปทำงาน ทั้งวันพูดกันนับคำได้เลย บางอย่างก็ทำให้ผมไม่พอใจมากนะ แต่ผมก็เงียบๆแล้วก็ทำเป็นเฉยๆ และก็ระหว่างที่คุยกันเขาก็คุยกับคนอื่นอยู่ผมแอบเห็นในมือถือและก็ได้ยินเขาคุยกัน จนตอนที่มาอยู่กับเขทแล้วผมก็ไม่รู้ว่าเขายังคุยกันอยู่รึเปล่า เพราะไม่ได้ใส่ใจแล้ว ช่วงประมานเดือนสิงหา มีวันนึงเขานั่งหันหลังให้ผมแล้วพูดกับผมว่า " ระหว่างที่มาทำงานที่นี้ได้หางานที่อื่นไว้ไหม" นาทีนั้นผมนิ่งไปสามวิ แล้วเขาก็พูดต่อว่า "ช่วงนี้การเงินไม่ค่อยดีเท่าไร เข้าใจนะ" ผมเลยตอบกลับไปว่า " โอเค เข้าใจ" และก็คิดไว้แล้วว่าจะเก็บของกลับบ้านไปตั้งหลักก่อนแล้วกันค่อยว่ากันใหม่ เพราะคำพูดที่เขาพูดมามันหมายความว่า ควรไปหางานอื่นทำได้แล้ว ผมก็ไม่ได้หางานอื่นไว้รอเพราะคิดว่ามีงานทำอยู่แล้ว พอตื่นเช้ามาไปทำงานปกติ ผมเลยถามเขาว่า"จะให้อยู่ถึงวันไหนจะได้เก็บของกลับ" เรื่องแปลกก็เกิดขึ้นครับท่าน เขาดันถามกลับว่า "จะไปไหน" ผมก็บอกว่า " เอ้าก็กลับบ้านสิ ไปหางานอื่นทำ จะให้ทำถึงวันไหนหละ " เขาเลยบอกว่า " ไม่ใช่ เรื่องมะวานที่พูดด้วยนะ ไม่ได้หมายความแบบนั้น ก็ทำงานที่นี้ต่อแหละ" แปลกไหมหละไหมครับท่านมะวานยังไล่อยู่เลย วันนี้มาบอกให้ทำงานต่อ ด้วยความมึนงง และงง ใน งง ผมเลยถามไปว่า"สรุปให้ทำยังไง มะวานไล่ วันนี้ให้อยู่" เขาก็ตอบแบบเฉยๆกลับมา ว่า " ก็ทำงานที่นี้ต่อนั้นแหละ" อ่าวเอะแบบนี้มันยังไง จนเรื่องก็ผ่านมาจนทุกวันนี้แหละครับ แต่กว่าจะผ่านมาถึงวันนี้เรื่องมันก็มีหลายเรื่องที่ทำให้เราไม่พอใจ แต่ผมก็ทำเป็นเฉยๆไปเรื่องจะได้จบ ละก็ล่าสุดจะเปิดร้านอาหารจะให้ผมไปทำงานในครัว หึๆคิดไว้แบ้วแหละตำแหน่งล้างจานคงมิพ้อนอิเย็นเป็นแน่แท้เจ้าค่ะ
มีครั้งนึงอันนี้จำไม่ลืมเลยเราเดินจะถึงรถเขาอยู่แล้วอ่ะ เอาจริงๆคนเราเวลาจะออกรถมันต้องมองกระจกข้าง กระจกหลังอยู่แล้วไหมครับว่ามีรถมารึเปล่า ผมเดินกำลังจะถึงรถห่างรถประมาน 10 เมตรได้ เขาก็เหยียบคันเร่งออกไปเลย ทำนังไงหละ อิเย็นก็ต้องเดินกลับเข้าบ้านมาคว้าเอามอไซต์คันโก้ โซ่หย่อน จับตามไป อันนี้วันไปทำงานนะ หลังจากวันนั้นผมก็ขี่แต่มอไซต์ตลอดเลยเวลาไปทำงานไม่ไปพร้อมกันอีกเลย เสียความรู้สึก ถ้าพิมพ์หมดทุกเรื่องคงยาวเหยียดเลย ระบายแค่นี้ก็พอเนาะ
แล้วที่ทนอยู่ ยอมรับเลยว่าเพราะเงินนี้แหละบ้านผมไม่ได้รวยนะครับ อีกอย่างช่วงแบบนี้หางานก็อยาก เลยต้องทนอยู่ไปก่อนอย่างน้อยก็ไม่ต้องเช่าบ้าน มีตังค์ส่งกลับบ้านทุกเดือนก็ถือว่าโอเคละ ถ้าวันไหนมีช่องทางอื่นผมคงไม่อยู่เป็นขี้ข้าเขาไปตลอดหรอครับ
.... แค่หาพื้นที่ระบายอ่ะอย่าว่ากันนะ.....





สวัสดีครับผมแค่อยากขอพื้นที่ระบาย.....
ก่อนอื่นบอกก่อนว่าผมเป็นเกย์นะครับ เรื่องมันเริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราปีนี้ คือช่วงนั้นผมตกงานครับไม่รู้จะทำไง เป็นช่วงเดียวกันกับที่กลับมาคุยกับคุณวาย(นามสมมุติ) ผมเคยคุยกับคุณวายเมื่อสองปีก่อนมั้ง แต่ก็คุยกันได้ไม่นาน ไม่รู้ใครเบื่อใครหายกันไปทั้งคู่ ตอนที่กลับมาคุยคือเฟสเขามีนขึ้นแนะนำมา ผมเลยกดติดตาม เขาก็แอดมาเลย ก็เริ่มคุยกัน ยอมรับว่าตอนนั้นดีมาก
ต้นเดือนกุมภา มีคนติดต่องานผมมาให้ไปทำสแตนเชียร์ในมหาลัย ผมก็ตอบตกลงไปในราคาที่ไม่แพงเท่าไรเพราะช่วงนั้นได้อะไรก็ทำไว้ก่อน เป็นช่วงที่เราได้เจอกันมากขึ้น เพราะเขาหยุดเสาร์-อาทิตย์ ผมก้จะหยุดด้วย ก็จะมีเวลาอยู่ด้วยกันสองวัน ช่วงนั้นรู้สึกว่าเขาจะดูแลดีมาก ชวนไปเที่ยว พาไปกินข้าว พาไปดูหนัง ซื้อของให้อีก ดีจริงๆ ตอนนั้นนะ
จนกระทั่งผมทำสแตนเชียร์เสร็จ ผมก็บอกเขาว่าจะไปหางานทำละ แต่ระหว่างนี้เราก็ยังคุยกันอยู่นะ วันนึงเขาก็ถามว่ามมช่วยงานเขาไหม มาทำงานด้วยกันอยู่บ้านดก้วยกันเลย (เขาทำธุระกิจส่วนตัวที่บ้าน) ตอนนั้นเราก็ไม่คิดอะไรก็ตอบตกลงไปก่อนเพราะตั้งใกล้หมดละ ต้องหางานทำ ก็คิดว่าก็คงดีแหละ
วันแรกที่เขาพามาบ้าน คุณพระ!!!!!! นี้บ้านหรืออะไร รกมากกกกกกกกก ก. ไก่ ล้านตัว ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน คือเขาอยู่บ้านคนเดียว ด้วยความที่แบบว่าเราเป็นคนค่อยข้างสะอาด ระเบียบนิดๆ ก็เลยจัดการให้หมดเลย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ขยะทั้งเปียกและแห้งที่กองรวมๆกันอยู่ในบ้านนั้น เก็บลงถุงดำใบใหญ่สุดได้ 5 ใบ ความเป็นอีเย็น ของข้าพเจ้ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ ล้างห้องน้ำเอย ดายหญ้าเอย เก็บขยะเอย กวาดบ้านถูบ้าน แม้กระทั้งเลี้ยงหมาให้เขา และอีกหลายอย่าง งานที่ร้านก็ต้องทำ งานที่บ้านก็ต้องทำ อันนี้ผมไม่เคยบ่นเลยนะครับ
พอช่วงหลังๆความรู้สึกมันเปลี่ยนไปครับ จากที่เคยดูแล พาไปกินข้าว โน่น นี้ นั้น หลังๆมาเริ่มหายไปเรื่อยๆ ไม่เคยถามหิวข้าวไหม ออกไทำงานพร้อมกันไหม กลับด้วยไหม เดี๋ยวไปนี้ก่อนนะ เดี๋ยวไปนั้นก่อนนะ คำพูดเหล่านี้เริ่มหายไปเรื่อยๆจนทุกวันนี้ไม่ได้ยินละ แบบนี้เขาเรียกหมดโปรปะ 5555 ขำตัวเองเนาะบางที ทุกวันนี้ก็เฉยๆกันละ นอนคนละห้อง ตื่นมาแทบไม่ได้พูดอะไรกันเลยก็ไปทำงาน ทั้งวันพูดกันนับคำได้เลย บางอย่างก็ทำให้ผมไม่พอใจมากนะ แต่ผมก็เงียบๆแล้วก็ทำเป็นเฉยๆ และก็ระหว่างที่คุยกันเขาก็คุยกับคนอื่นอยู่ผมแอบเห็นในมือถือและก็ได้ยินเขาคุยกัน จนตอนที่มาอยู่กับเขทแล้วผมก็ไม่รู้ว่าเขายังคุยกันอยู่รึเปล่า เพราะไม่ได้ใส่ใจแล้ว ช่วงประมานเดือนสิงหา มีวันนึงเขานั่งหันหลังให้ผมแล้วพูดกับผมว่า " ระหว่างที่มาทำงานที่นี้ได้หางานที่อื่นไว้ไหม" นาทีนั้นผมนิ่งไปสามวิ แล้วเขาก็พูดต่อว่า "ช่วงนี้การเงินไม่ค่อยดีเท่าไร เข้าใจนะ" ผมเลยตอบกลับไปว่า " โอเค เข้าใจ" และก็คิดไว้แล้วว่าจะเก็บของกลับบ้านไปตั้งหลักก่อนแล้วกันค่อยว่ากันใหม่ เพราะคำพูดที่เขาพูดมามันหมายความว่า ควรไปหางานอื่นทำได้แล้ว ผมก็ไม่ได้หางานอื่นไว้รอเพราะคิดว่ามีงานทำอยู่แล้ว พอตื่นเช้ามาไปทำงานปกติ ผมเลยถามเขาว่า"จะให้อยู่ถึงวันไหนจะได้เก็บของกลับ" เรื่องแปลกก็เกิดขึ้นครับท่าน เขาดันถามกลับว่า "จะไปไหน" ผมก็บอกว่า " เอ้าก็กลับบ้านสิ ไปหางานอื่นทำ จะให้ทำถึงวันไหนหละ " เขาเลยบอกว่า " ไม่ใช่ เรื่องมะวานที่พูดด้วยนะ ไม่ได้หมายความแบบนั้น ก็ทำงานที่นี้ต่อแหละ" แปลกไหมหละไหมครับท่านมะวานยังไล่อยู่เลย วันนี้มาบอกให้ทำงานต่อ ด้วยความมึนงง และงง ใน งง ผมเลยถามไปว่า"สรุปให้ทำยังไง มะวานไล่ วันนี้ให้อยู่" เขาก็ตอบแบบเฉยๆกลับมา ว่า " ก็ทำงานที่นี้ต่อนั้นแหละ" อ่าวเอะแบบนี้มันยังไง จนเรื่องก็ผ่านมาจนทุกวันนี้แหละครับ แต่กว่าจะผ่านมาถึงวันนี้เรื่องมันก็มีหลายเรื่องที่ทำให้เราไม่พอใจ แต่ผมก็ทำเป็นเฉยๆไปเรื่องจะได้จบ ละก็ล่าสุดจะเปิดร้านอาหารจะให้ผมไปทำงานในครัว หึๆคิดไว้แบ้วแหละตำแหน่งล้างจานคงมิพ้อนอิเย็นเป็นแน่แท้เจ้าค่ะ
มีครั้งนึงอันนี้จำไม่ลืมเลยเราเดินจะถึงรถเขาอยู่แล้วอ่ะ เอาจริงๆคนเราเวลาจะออกรถมันต้องมองกระจกข้าง กระจกหลังอยู่แล้วไหมครับว่ามีรถมารึเปล่า ผมเดินกำลังจะถึงรถห่างรถประมาน 10 เมตรได้ เขาก็เหยียบคันเร่งออกไปเลย ทำนังไงหละ อิเย็นก็ต้องเดินกลับเข้าบ้านมาคว้าเอามอไซต์คันโก้ โซ่หย่อน จับตามไป อันนี้วันไปทำงานนะ หลังจากวันนั้นผมก็ขี่แต่มอไซต์ตลอดเลยเวลาไปทำงานไม่ไปพร้อมกันอีกเลย เสียความรู้สึก ถ้าพิมพ์หมดทุกเรื่องคงยาวเหยียดเลย ระบายแค่นี้ก็พอเนาะ
แล้วที่ทนอยู่ ยอมรับเลยว่าเพราะเงินนี้แหละบ้านผมไม่ได้รวยนะครับ อีกอย่างช่วงแบบนี้หางานก็อยาก เลยต้องทนอยู่ไปก่อนอย่างน้อยก็ไม่ต้องเช่าบ้าน มีตังค์ส่งกลับบ้านทุกเดือนก็ถือว่าโอเคละ ถ้าวันไหนมีช่องทางอื่นผมคงไม่อยู่เป็นขี้ข้าเขาไปตลอดหรอครับ
.... แค่หาพื้นที่ระบายอ่ะอย่าว่ากันนะ.....