คือเหตุการณ์มันนานมากแล้วนะครับ (เกิน 10 ปี up) ไม่รู้สมัยนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า คิดว่าอ่านเล่นๆ หล่ะกันนะครับ
แต่เป็นเหตุการณ์จริงนะครับ ผมก็จำชื่อบริษัทที่รับสมัครไม่ได้ชัดเจน (ไม่อยากระบุด้วย กลัวเขียนได้ไม่เต็มที่) บริษัทตอนนั้นตั้งอยู่บนตึก เอสซีบี พาร์ค สำนักงานใหญ่ ผมได้รับคัดเลือก เซนต์สัญญาเรียบร้อย (ชื่อผม Th นามสกุล Pa ลองไปตรวจกับ HR บริษัทนั้นได้ แต่ข้อมูลเค้าคงทิ้งไปแล้ว) ยังไงก็ตาม สุดท้ายผม ไม่ได้ไปทำนะครับ เดี่ยวค่อยเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น
สมัยนั้น งานทุกอย่างส่วนใหญ่ คุณต้องมองหาในหนังสือพิมพ์นะครับ พวก bangkok post the nation หรือ กรุงเทพธุรกิจ ถ้าเป็นจากหนังสือพิมพ์อื่น จะไม่ค่อยมีงานน่าสนใจ เสียเวลาไม่ต้องดู พวกเวปไซต์หางานยังอยู่ในขึ้นเริ่มต้น และลักษณะงานที่ลงในเวปก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เหมือนกัน
งานนี้ ผมก็เจอในหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับนี้แหละ ไม่แน่ใจว่าอันไหน คุณสมบัติก็ไม่ยากหิน แค่ จบปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ โทเฟล 500 หรือ โทอิค 600 ขึ้นไป อายุไม่เกิน 30 ปี ก็สมัครได้แล้ว เราก็ส่งรูปถ่าย เรซูเม่ ผลโทอิค เราไป ถ้าผ่านก็นัดสอบข้อเขียนที่บริษัท
ปล.ไม่ได้จบสายวิทย์มาก็สมัครได้ ผมจบศิลป์คำนวน ส่วนคะแนนโทอิค 810 ถ้าจำไม่ผิด (ตอนสุดท้ายมานั่งคุยกับคนที่ผ่านมาถึงรอบสุดท้าย ทุกคน 700 ปลายๆ หรือ 800 นิดๆกันหมด) ผู้หญิงก็สมัครได้ด้วยครับ รอบผม ที่ได้ มี ผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 1 คน เป็นนักบินหญิงคนแรกของบริษัทด้วย
จะมีการสอบอยู่ประมาณ 3-4 ด่าน (ผมจำไม่ได้แน่นอน นะครับ) รอบแรกถ้าคุณสมบัติผ่าน จากการส่ง เรซูเม่ไป เค้าก็จะเรียก ไปสอบข้อเขียน แต่ละคนจะได้เวลานัดต่างกัน จำได้ว่าวันที่ไป มีคนไปอยู่ประมาณ หลายรอบ รอบละประมาณ 10 คนมั้ง ทำเสร็จ ก็นั่งรอสักพัก ถ้าข้อเขียนผ่าน จะได้สัมภาษณ์คร่าวๆ ต่อ แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็กลับบ้านเลย
ข้อเขียน จะเป็นการวัด ภาษาอังกฤษทั่วๆ ไป เป็น writing คำถามกว้างๆ เช่นทำไมคุณถึงสนใจงานนี้ งานปัจจุบันทำอะไรอยู่ คิดว่าทำไมคุณถึงเหมาะกับงานนี้ แนวๆ นี้ เป็นข้อเขียนประมาณ 1-2 กระดาษ A4 มีช่องว่างให้เขียนลงไป คำถามพวกนี้ ถ้าเตรียมตัวมาแล้ว ไม่ยาก ดัดแปลงนิดหน่อยไม่ให้ดูเป็น copy & paste มาจากหนังสือสมัครงาน พยายามเขียนอะไรที่สร้างสรรค์เพิ่มเติมลงไปด้วยให้แตกต่างจากคำตอบธรรมดา พวกที่ไม่ผ่าน เดาว่า เขียนแค่ 1-2 บรรทัด คุณต้องคิดว่า บริษัทต้องการคนที่เขียนภาษาอังกฤษได้ดีและมีอะไรที่น่าสนใจ และต้องแข่งกับคนเป็นจำนวนหลายร้อยคน เขียน 1-2 บรรทัดมันไม่มีทางเตะตา คนตรวจแน่นอน ถ้าผ่านก็รอสัมภาษณ์รอบต่อไปทันที
สัมภาษณ์รอบแรก จะเป็นคำถามสืบเนื่องจากที่เราเชียนในกระดาษคำตอบ จำได้ว่ามีคน สัมภาษณ์ประมาณ 3-4 คน เป็นคนจาก HR และ นักบิน หรือหัวหน้าฝ่าย จำได้ว่ามีแนะนำในส่วนของผู้สัมภาษณ์ มีฝรั่งด้วย 1 คน รอบนี้ ผมเดาว่าดูบุคลิค การใช้ภาษา ทัศนคติ สัมภาษณ์ประมาณ 15-20 นาทีไม่นาน เสร็จก็กลับบ้าน ผลจะแจ้งให้ทราบทางโทรศัพท์ คำถามสุดท้ายสุดท้าย เค้าจะถามเราว่ามีอะไรอยากถามเค้าอีกไหม ตามคู่มือ เราก็อย่าลืมขอบคุณเค้า และผมถามไปว่า จะทราบผลประมาณเมื่อไหร่ อันนี้ผมบอกเค้าไปว่า ถ้าไม่ผ่าน ก็รบกวนแจ้งด้วยจะเป็นพระคุณมาก และอยากให้แจ้งว่าทำไม่ถึงไม่ผ่าน เพื่อที่ผมจะได้นำไปพัฒนาตนเองในการสมัครงานครั้งต่อๆ ไป (พยายามคิดว่าจะพูดอะไรให้มันดูดี) ตอนนั้นไม่รู้คิดไปได้ไงที่พูดแบบนี้ ในใจคือไม่อยากให้มันแค่ บอกลาแล้วกลับบ้าน ให้มี บทสนทนาง่ายๆ ปิดท้าย แน่นอน สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ไม่ต้องกลัว คนไทยพูดภาษาอังกฤษ ยังไงเราก็ฟังออก ฝรั่งที่นั่งอยู่ด้วยถามแค่คำถามเดียว
รอผลสัมภาษณ์ จำได้ว่ารอประมาณ 1-2 อาทิตย์ มีเรียกไปสัภาษณ์อีกทีหรือเปล่า หรือ กระโดดไปนัดตรวจสุขภาพจิตเลย ผมไม่แน่ใจ เดาว่าไปตรวจสุขภาพจิตเลย อันนี้จำไม่ได้ว่าไปที่ไหน แต่ไม่ใช่รพ(เดาว่าเวชศาสตร์การบิน) มีคนผ่านรอบนี้เท่าไหร่ไม่รู้ เพราะทางบริษัท ไม่ได้บอก และอาจจะไม่ได้นัดกันมาในวันเดียวกัน แต่วันที่ผมไป มีคนมารอบนั้น 10-20 คน
ถ้าเราผ่าน ก็จะเป็นสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายกับ CEO ส่วนที่เวชศาสตร์การบิน คำถามไม่ยาก เหมือนคำถามทดสอบ IQ EQ ผสมๆ ไป คำถามแนวๆ A ไป B ไป C ต่อไปจะเป็น อะไร เป็นรูปภาพ ผสมเลขชุด เดาว่าไม่มีใครทำได้ 100% เคยมีคนบอกว่า นักบินคือคนธรรมดา ไม่ใช่พวก genious ทำข้อสอบสบายๆ ไม่ต้องเครียด ทำข้อเขียนเสร็จ สุดท้ายมีคนจากสถาบันมาพูดคุยกับเราให้ทำ ลากเส้น หรือเขียนวงกลม พร้อมกับถามคำถามแนวคำนวนไปด้วย test การทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน อะไรประมาณนั้น (ถ้าจำไม่ผิด คือในขณะที่มือลากเส้น สมองต้องคำนวนไปด้วย ถ้าหยุดลากคือไม่ผ่าน จะลากเบี้ยวก็ไม่เป็นไร ปากก็ตอบคำถามไป) พยายามเป็นตัวของตัวเอง ไม่มั่นใจเกินไป ไม่ตื่นเต้นเกินไป ถ้าผ่าน HR จะโทรมาบอก ผลตรวจ นัดสัมภาษณ์รอบถัดไป
ปล. ผลตรวจจะถูกส่งไปให้บริษัท เราไม่รู้ว่าได้กี่คะแนนหรือประเมินว่าอย่างไร
นัดสัมภาษณ์ สุดท้าย รอบนี้ จำได้ว่า มีคนสัมภาษณ์เราประมาณ 3-4 คนอีก แต่มีสำคํญมี CEO มาสัมภาษณ์ด้วย เนื่องจากเป็นบริษัทขนาดไม่ใหญ่ เดาล้วนๆ ว่า CEO เป็นเจ้าของบริษัทด้วย (อันนี้ พี่HR บอกมั้ง ตอนแนะนำผู้สัมภาษณ์) รอบนี้ คุยผสมทั้งไทย ทั้งอังกฤษ (มีฝรั่งด้วย) ตอนแรกๆ ผมตอบผสม ใครถามไทย ก็ตอบไทย ฝรั่งถามก็ตอบ อังกฤษ ตอนหลังตอบภาษาอังกฤษหมด เหมือนเคย ตอนจบสัมภาษณ์ เราก็ขอบคุณที่ให้เราผ่านมาจนถึงรอบนี้ ถ้าผ่านจะเป็นรอบบินจริง HR คนเดิมจะโทรมา
รอบทดลองบิน ใข้เวลาเกือบทั้งวัน รวมไปกลับจาก สำนักงาน ถึงสนามบิน ใครผ่านมาถึงรอบนี้ จะนัดเจอที่บริษัท (SCB ปารค์) แล้วนั่งรถตู้ของบริษัท ไปที่สนานบินอู่ตะเภา รอบนี้มีคนไปทดสอบรวมผมด้วย ประมาณ 6-7 คนมั้ง มีฝรั่งนักบินนั่งไปด้วย รอบนี้จะทำการขึ้นบินจริง นั่งด้านหน้าด้วยนะ ได้นั่งทุกคน กับนักบิน (ฝรั่งคนนี้จะเป็นคนคัดเลือกเราเป็นคนสุดท้าย)ก่อนทำ ฝรั่งจะอธิบายข้อมูลคร่าวๆก่อนบิน อธิบายเครื่องยนต์คร่าว วิธีใช้ คันบังคับ กับ พวกมาลัยเท้า แน่นอน ไม่มีใครฟังรู้เรื่อง แต่อันไหนสำคํญ เค้าจะเน้นย้ำ 2-3 รอบ
รอบนี้จะเรียงคิวนั่งด้านหน้าทีละคน คนที่เหลือนั่งเบาะหลัง คอยฟัง แล้วขึ้นบิน สลับไปสลับมาจนครบ พอบินเสร็จ 1 คน ก็ลงจอดแล้วสลับให้คนต่อไปมานั่งข้างหลัง คนหลังสลับมานั่งหน้า แล้วก็บินขึ้น ฝึกให้ทำตามคำสั่งจนครบทุกคน รอบนี้ ผมรู้คร่าวๆเลยว่าใครจะได้ หรือไม่ได้ คนที่ไม่ได้มีอยู่ประมาณ 2-3 คนชัวร์ๆ คือ ตอนเปลี่ยนสลับที่นัง คือคนต้องวิ่งอ้อมด้านหน้า ห้ามวิ่งอ้อมด้านหลังเด้ดขาด เพราะอาจถูกใบพัดหลังได้ รอบนี้มีคนทำผิด ทั้งๆที่นักบินก็พูดชัดเจน และย้ำ นักบินต้องตะโกนให้หยุดวิ่ง ดูท่าทางอารมเสียนิดๆ ด้วย
ตอนบิน พอเสร็จแต่ละคน ผมค่อนข้างมั่นใจเลยว่าน่าจะได้รับเลือก คือเค้าถามย้ำว่า ชื่ออะไรนะ ตอนหลังบินทดสอบ (เท่าที่เห็นจะถามย้ำแค่บางคนที่ดูน่าจะผ่าน) ความจริงคนที่ทำการบิน จะทำผิดทุกคน คือเครื่องมือเต็มไปหมด วิธีขับก็แปลกๆไม่คุ้น นักบินจะพาเราขึ้นไปกลางทะเล รอบข้างไม่มีอะไรมาชนได้ อยู่ที่ความสูงระดับหนึง เค้าก็จะให้เราดู มิเตอร์ด้านหน้า แล้วบอกว่า จะไปที่จุดไหน เราก็บังคับคันโยกช้าๆ และพวงมาลัยเท้า แน่นอนทุกคนทำผิดจากซ้ายไปขวา ก็หัวเราะเฮฮากันไป เครื่องมีส่ายนิดหน่อย ความจริง คือแค่กะทดสอบ ความเข้าใจเบื้องต้น และไม่กลัวความสูงเท่านั้น รอบนี้ผมขึ้นบินประมาณคนกลางๆ ไม่ได้โดนเด่นอะไร แต่ที่มั่นใจว่าได้แน่ เพราะตอนที่ฝรั่งสั่งให้ไปที่ จุด 150 ซ้าย หรือ ตำแหน่ง 85 องศา (ยกตัวอย่างนะ) คือหลังฝรั่งพูดเสร็จ ผมเป็นคนเดียวในการทดสอบที่พูดทวนซ้ำว่า เค้าส่ั่งให้เราไปที่จุดไหน (สัญชาติญาณ) ท่าทางเค้าประหลาดใจและอมยิ้มนิดหน่อย แต่สุดท้ายเราก็บังคับไปผิดๆ เค้าก็จะคอนโทรลต่อเอง แล้วเอาเครื่องลง ถามชื่อเราซ้ำ แล้วเป็นคิวคนอื่นต่อ เราก็สลับมานั้งด้านหลัง ทำแบบนี้ไปจนจบ ครบทุกคนแล้วนั่งรถบัสบริษัทกลับสำนักงานใหญ่
คือตอนนั่งรถกลับ ฝรั่งก็นั่งรถกลับมาด้วยกัน ก็พูดคุยกับคนสมัครอื่นๆ ด้วยนิดหน่อย ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ถามแบ็คการ์วแต่ละคน บางคนทำงานอยู่ บางคนว่างงาน แต่มีผู้สมัครบางคนชวนฝรั่งคุย แต่ผมฟังบทสนทนาแล้ว ไม่ร่วมดีกว่า เช่นมีบางคนบอกว่า ถ้าเค้าได้รับเลือก เค้าจะขับฮอไปส่งฝรั่งที่บ้าน ผมฟังแล้ว มันเลี่ยนๆไงไม่รู้ สุดท้ายคนนั่นไม่ได้รับเลือกนะครับ
รอบนี้ผมไม่ได้การติดต่อกลับ รอจนครบ 3 สัปดาห์ เลยโทรไปสอบถาม HR เอง ทาง HR แจ้งว่าถ้าผ่าน จะติดต่อกลับเอง ซึ่งตอนนั้นก็คิดว่าคงไม่ได้แล้ว ผมก็รอจนประมาณ 1 ปีครึ่งๆ ก็มีโทรศัพท์มาแจ้งว่าคุณผ่านการคัดเลือก ให้เข้าไปเซ้นต์สัญญา
ผมเลยสอบถามว่า ทำไมมันนานขนาดนี้ เค้าเลยแจ้งว่า รอบที่สมัครไป ต้องการนักบิน เพื่อส่งไปเรียนที่ แคนนาดา ทั้งหมด 4 คน โดยส่งไปทีละรุ่น รุ่นละ 2 คน รุ่นแรกไปแล้ว ผมคือรุ่นที่สอง ซึ่งเพิ่งเรียก แต่ใช้วีธีสัมภาษณ์ทีเดียว วันทีไปเซนต์สัญญา มี CEO คนเดิมมาด้วย มีใครสักคนทักว่าผมอายุเกิน 30 ปี (เกินเดือน) แต่ CEO พูดว่าอายุ ไม่เกิน 30 ปี ตอนวันสมัคร ก็ถือว่าไม่ผิดกฎ ก็เซนต์สัญญากันไป อันนี้นึกถึงแล้วก็ขอขอบคุณอีกครั้งด้วยนะครับ ถึงแม้สุดท้ายผมจะะไม่ได้เป็น นักบิน หลังจากเซนต์สัญญาไปแล้ว
เรื่องเงินเดือน ผมได้ยินแบบ ไม่ formal นะครับ ว่าเท่าไหร่หลังจบ แต่เหมือนว่าตอนเรียนจะได้ ประมาณเดือนละ 3-4 หมื่นบาท (ดูจากสัญญา) เป็นทุนของบริษัท เรียนประมาณ 1 ปี จำไม่ได้แล้วว่า ที่ แคนนาดา ครึ่งปี แล้วไทย อีกครึ่งปี หรือ ที่แคนดานา 1 ปีเลย เรียนเสร็จก็บินใช้ทุน 10 ปี เงินเดือน 6 หลัก แต่ไม่รู้เท่าไหร่ งานต้องไปประจำที่ภาคใต้ บินขนคนไปแท่นขุดเจาะ
มีคำถามก็ถามได้ครับ ถ้ายังจำได้นะ
### แชร์ประสพการณ์ สมัครสอบนักบิน เฮลิคอปเตอร์
แต่เป็นเหตุการณ์จริงนะครับ ผมก็จำชื่อบริษัทที่รับสมัครไม่ได้ชัดเจน (ไม่อยากระบุด้วย กลัวเขียนได้ไม่เต็มที่) บริษัทตอนนั้นตั้งอยู่บนตึก เอสซีบี พาร์ค สำนักงานใหญ่ ผมได้รับคัดเลือก เซนต์สัญญาเรียบร้อย (ชื่อผม Th นามสกุล Pa ลองไปตรวจกับ HR บริษัทนั้นได้ แต่ข้อมูลเค้าคงทิ้งไปแล้ว) ยังไงก็ตาม สุดท้ายผม ไม่ได้ไปทำนะครับ เดี่ยวค่อยเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น
สมัยนั้น งานทุกอย่างส่วนใหญ่ คุณต้องมองหาในหนังสือพิมพ์นะครับ พวก bangkok post the nation หรือ กรุงเทพธุรกิจ ถ้าเป็นจากหนังสือพิมพ์อื่น จะไม่ค่อยมีงานน่าสนใจ เสียเวลาไม่ต้องดู พวกเวปไซต์หางานยังอยู่ในขึ้นเริ่มต้น และลักษณะงานที่ลงในเวปก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เหมือนกัน
งานนี้ ผมก็เจอในหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับนี้แหละ ไม่แน่ใจว่าอันไหน คุณสมบัติก็ไม่ยากหิน แค่ จบปริญญาตรี ภาษาอังกฤษ โทเฟล 500 หรือ โทอิค 600 ขึ้นไป อายุไม่เกิน 30 ปี ก็สมัครได้แล้ว เราก็ส่งรูปถ่าย เรซูเม่ ผลโทอิค เราไป ถ้าผ่านก็นัดสอบข้อเขียนที่บริษัท
ปล.ไม่ได้จบสายวิทย์มาก็สมัครได้ ผมจบศิลป์คำนวน ส่วนคะแนนโทอิค 810 ถ้าจำไม่ผิด (ตอนสุดท้ายมานั่งคุยกับคนที่ผ่านมาถึงรอบสุดท้าย ทุกคน 700 ปลายๆ หรือ 800 นิดๆกันหมด) ผู้หญิงก็สมัครได้ด้วยครับ รอบผม ที่ได้ มี ผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 1 คน เป็นนักบินหญิงคนแรกของบริษัทด้วย
จะมีการสอบอยู่ประมาณ 3-4 ด่าน (ผมจำไม่ได้แน่นอน นะครับ) รอบแรกถ้าคุณสมบัติผ่าน จากการส่ง เรซูเม่ไป เค้าก็จะเรียก ไปสอบข้อเขียน แต่ละคนจะได้เวลานัดต่างกัน จำได้ว่าวันที่ไป มีคนไปอยู่ประมาณ หลายรอบ รอบละประมาณ 10 คนมั้ง ทำเสร็จ ก็นั่งรอสักพัก ถ้าข้อเขียนผ่าน จะได้สัมภาษณ์คร่าวๆ ต่อ แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็กลับบ้านเลย
ข้อเขียน จะเป็นการวัด ภาษาอังกฤษทั่วๆ ไป เป็น writing คำถามกว้างๆ เช่นทำไมคุณถึงสนใจงานนี้ งานปัจจุบันทำอะไรอยู่ คิดว่าทำไมคุณถึงเหมาะกับงานนี้ แนวๆ นี้ เป็นข้อเขียนประมาณ 1-2 กระดาษ A4 มีช่องว่างให้เขียนลงไป คำถามพวกนี้ ถ้าเตรียมตัวมาแล้ว ไม่ยาก ดัดแปลงนิดหน่อยไม่ให้ดูเป็น copy & paste มาจากหนังสือสมัครงาน พยายามเขียนอะไรที่สร้างสรรค์เพิ่มเติมลงไปด้วยให้แตกต่างจากคำตอบธรรมดา พวกที่ไม่ผ่าน เดาว่า เขียนแค่ 1-2 บรรทัด คุณต้องคิดว่า บริษัทต้องการคนที่เขียนภาษาอังกฤษได้ดีและมีอะไรที่น่าสนใจ และต้องแข่งกับคนเป็นจำนวนหลายร้อยคน เขียน 1-2 บรรทัดมันไม่มีทางเตะตา คนตรวจแน่นอน ถ้าผ่านก็รอสัมภาษณ์รอบต่อไปทันที
สัมภาษณ์รอบแรก จะเป็นคำถามสืบเนื่องจากที่เราเชียนในกระดาษคำตอบ จำได้ว่ามีคน สัมภาษณ์ประมาณ 3-4 คน เป็นคนจาก HR และ นักบิน หรือหัวหน้าฝ่าย จำได้ว่ามีแนะนำในส่วนของผู้สัมภาษณ์ มีฝรั่งด้วย 1 คน รอบนี้ ผมเดาว่าดูบุคลิค การใช้ภาษา ทัศนคติ สัมภาษณ์ประมาณ 15-20 นาทีไม่นาน เสร็จก็กลับบ้าน ผลจะแจ้งให้ทราบทางโทรศัพท์ คำถามสุดท้ายสุดท้าย เค้าจะถามเราว่ามีอะไรอยากถามเค้าอีกไหม ตามคู่มือ เราก็อย่าลืมขอบคุณเค้า และผมถามไปว่า จะทราบผลประมาณเมื่อไหร่ อันนี้ผมบอกเค้าไปว่า ถ้าไม่ผ่าน ก็รบกวนแจ้งด้วยจะเป็นพระคุณมาก และอยากให้แจ้งว่าทำไม่ถึงไม่ผ่าน เพื่อที่ผมจะได้นำไปพัฒนาตนเองในการสมัครงานครั้งต่อๆ ไป (พยายามคิดว่าจะพูดอะไรให้มันดูดี) ตอนนั้นไม่รู้คิดไปได้ไงที่พูดแบบนี้ ในใจคือไม่อยากให้มันแค่ บอกลาแล้วกลับบ้าน ให้มี บทสนทนาง่ายๆ ปิดท้าย แน่นอน สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ แต่ไม่ต้องกลัว คนไทยพูดภาษาอังกฤษ ยังไงเราก็ฟังออก ฝรั่งที่นั่งอยู่ด้วยถามแค่คำถามเดียว
รอผลสัมภาษณ์ จำได้ว่ารอประมาณ 1-2 อาทิตย์ มีเรียกไปสัภาษณ์อีกทีหรือเปล่า หรือ กระโดดไปนัดตรวจสุขภาพจิตเลย ผมไม่แน่ใจ เดาว่าไปตรวจสุขภาพจิตเลย อันนี้จำไม่ได้ว่าไปที่ไหน แต่ไม่ใช่รพ(เดาว่าเวชศาสตร์การบิน) มีคนผ่านรอบนี้เท่าไหร่ไม่รู้ เพราะทางบริษัท ไม่ได้บอก และอาจจะไม่ได้นัดกันมาในวันเดียวกัน แต่วันที่ผมไป มีคนมารอบนั้น 10-20 คน
ถ้าเราผ่าน ก็จะเป็นสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายกับ CEO ส่วนที่เวชศาสตร์การบิน คำถามไม่ยาก เหมือนคำถามทดสอบ IQ EQ ผสมๆ ไป คำถามแนวๆ A ไป B ไป C ต่อไปจะเป็น อะไร เป็นรูปภาพ ผสมเลขชุด เดาว่าไม่มีใครทำได้ 100% เคยมีคนบอกว่า นักบินคือคนธรรมดา ไม่ใช่พวก genious ทำข้อสอบสบายๆ ไม่ต้องเครียด ทำข้อเขียนเสร็จ สุดท้ายมีคนจากสถาบันมาพูดคุยกับเราให้ทำ ลากเส้น หรือเขียนวงกลม พร้อมกับถามคำถามแนวคำนวนไปด้วย test การทำสองอย่างในเวลาเดียวกัน อะไรประมาณนั้น (ถ้าจำไม่ผิด คือในขณะที่มือลากเส้น สมองต้องคำนวนไปด้วย ถ้าหยุดลากคือไม่ผ่าน จะลากเบี้ยวก็ไม่เป็นไร ปากก็ตอบคำถามไป) พยายามเป็นตัวของตัวเอง ไม่มั่นใจเกินไป ไม่ตื่นเต้นเกินไป ถ้าผ่าน HR จะโทรมาบอก ผลตรวจ นัดสัมภาษณ์รอบถัดไป
ปล. ผลตรวจจะถูกส่งไปให้บริษัท เราไม่รู้ว่าได้กี่คะแนนหรือประเมินว่าอย่างไร
นัดสัมภาษณ์ สุดท้าย รอบนี้ จำได้ว่า มีคนสัมภาษณ์เราประมาณ 3-4 คนอีก แต่มีสำคํญมี CEO มาสัมภาษณ์ด้วย เนื่องจากเป็นบริษัทขนาดไม่ใหญ่ เดาล้วนๆ ว่า CEO เป็นเจ้าของบริษัทด้วย (อันนี้ พี่HR บอกมั้ง ตอนแนะนำผู้สัมภาษณ์) รอบนี้ คุยผสมทั้งไทย ทั้งอังกฤษ (มีฝรั่งด้วย) ตอนแรกๆ ผมตอบผสม ใครถามไทย ก็ตอบไทย ฝรั่งถามก็ตอบ อังกฤษ ตอนหลังตอบภาษาอังกฤษหมด เหมือนเคย ตอนจบสัมภาษณ์ เราก็ขอบคุณที่ให้เราผ่านมาจนถึงรอบนี้ ถ้าผ่านจะเป็นรอบบินจริง HR คนเดิมจะโทรมา
รอบทดลองบิน ใข้เวลาเกือบทั้งวัน รวมไปกลับจาก สำนักงาน ถึงสนามบิน ใครผ่านมาถึงรอบนี้ จะนัดเจอที่บริษัท (SCB ปารค์) แล้วนั่งรถตู้ของบริษัท ไปที่สนานบินอู่ตะเภา รอบนี้มีคนไปทดสอบรวมผมด้วย ประมาณ 6-7 คนมั้ง มีฝรั่งนักบินนั่งไปด้วย รอบนี้จะทำการขึ้นบินจริง นั่งด้านหน้าด้วยนะ ได้นั่งทุกคน กับนักบิน (ฝรั่งคนนี้จะเป็นคนคัดเลือกเราเป็นคนสุดท้าย)ก่อนทำ ฝรั่งจะอธิบายข้อมูลคร่าวๆก่อนบิน อธิบายเครื่องยนต์คร่าว วิธีใช้ คันบังคับ กับ พวกมาลัยเท้า แน่นอน ไม่มีใครฟังรู้เรื่อง แต่อันไหนสำคํญ เค้าจะเน้นย้ำ 2-3 รอบ
รอบนี้จะเรียงคิวนั่งด้านหน้าทีละคน คนที่เหลือนั่งเบาะหลัง คอยฟัง แล้วขึ้นบิน สลับไปสลับมาจนครบ พอบินเสร็จ 1 คน ก็ลงจอดแล้วสลับให้คนต่อไปมานั่งข้างหลัง คนหลังสลับมานั่งหน้า แล้วก็บินขึ้น ฝึกให้ทำตามคำสั่งจนครบทุกคน รอบนี้ ผมรู้คร่าวๆเลยว่าใครจะได้ หรือไม่ได้ คนที่ไม่ได้มีอยู่ประมาณ 2-3 คนชัวร์ๆ คือ ตอนเปลี่ยนสลับที่นัง คือคนต้องวิ่งอ้อมด้านหน้า ห้ามวิ่งอ้อมด้านหลังเด้ดขาด เพราะอาจถูกใบพัดหลังได้ รอบนี้มีคนทำผิด ทั้งๆที่นักบินก็พูดชัดเจน และย้ำ นักบินต้องตะโกนให้หยุดวิ่ง ดูท่าทางอารมเสียนิดๆ ด้วย
ตอนบิน พอเสร็จแต่ละคน ผมค่อนข้างมั่นใจเลยว่าน่าจะได้รับเลือก คือเค้าถามย้ำว่า ชื่ออะไรนะ ตอนหลังบินทดสอบ (เท่าที่เห็นจะถามย้ำแค่บางคนที่ดูน่าจะผ่าน) ความจริงคนที่ทำการบิน จะทำผิดทุกคน คือเครื่องมือเต็มไปหมด วิธีขับก็แปลกๆไม่คุ้น นักบินจะพาเราขึ้นไปกลางทะเล รอบข้างไม่มีอะไรมาชนได้ อยู่ที่ความสูงระดับหนึง เค้าก็จะให้เราดู มิเตอร์ด้านหน้า แล้วบอกว่า จะไปที่จุดไหน เราก็บังคับคันโยกช้าๆ และพวงมาลัยเท้า แน่นอนทุกคนทำผิดจากซ้ายไปขวา ก็หัวเราะเฮฮากันไป เครื่องมีส่ายนิดหน่อย ความจริง คือแค่กะทดสอบ ความเข้าใจเบื้องต้น และไม่กลัวความสูงเท่านั้น รอบนี้ผมขึ้นบินประมาณคนกลางๆ ไม่ได้โดนเด่นอะไร แต่ที่มั่นใจว่าได้แน่ เพราะตอนที่ฝรั่งสั่งให้ไปที่ จุด 150 ซ้าย หรือ ตำแหน่ง 85 องศา (ยกตัวอย่างนะ) คือหลังฝรั่งพูดเสร็จ ผมเป็นคนเดียวในการทดสอบที่พูดทวนซ้ำว่า เค้าส่ั่งให้เราไปที่จุดไหน (สัญชาติญาณ) ท่าทางเค้าประหลาดใจและอมยิ้มนิดหน่อย แต่สุดท้ายเราก็บังคับไปผิดๆ เค้าก็จะคอนโทรลต่อเอง แล้วเอาเครื่องลง ถามชื่อเราซ้ำ แล้วเป็นคิวคนอื่นต่อ เราก็สลับมานั้งด้านหลัง ทำแบบนี้ไปจนจบ ครบทุกคนแล้วนั่งรถบัสบริษัทกลับสำนักงานใหญ่
คือตอนนั่งรถกลับ ฝรั่งก็นั่งรถกลับมาด้วยกัน ก็พูดคุยกับคนสมัครอื่นๆ ด้วยนิดหน่อย ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ถามแบ็คการ์วแต่ละคน บางคนทำงานอยู่ บางคนว่างงาน แต่มีผู้สมัครบางคนชวนฝรั่งคุย แต่ผมฟังบทสนทนาแล้ว ไม่ร่วมดีกว่า เช่นมีบางคนบอกว่า ถ้าเค้าได้รับเลือก เค้าจะขับฮอไปส่งฝรั่งที่บ้าน ผมฟังแล้ว มันเลี่ยนๆไงไม่รู้ สุดท้ายคนนั่นไม่ได้รับเลือกนะครับ
รอบนี้ผมไม่ได้การติดต่อกลับ รอจนครบ 3 สัปดาห์ เลยโทรไปสอบถาม HR เอง ทาง HR แจ้งว่าถ้าผ่าน จะติดต่อกลับเอง ซึ่งตอนนั้นก็คิดว่าคงไม่ได้แล้ว ผมก็รอจนประมาณ 1 ปีครึ่งๆ ก็มีโทรศัพท์มาแจ้งว่าคุณผ่านการคัดเลือก ให้เข้าไปเซ้นต์สัญญา
ผมเลยสอบถามว่า ทำไมมันนานขนาดนี้ เค้าเลยแจ้งว่า รอบที่สมัครไป ต้องการนักบิน เพื่อส่งไปเรียนที่ แคนนาดา ทั้งหมด 4 คน โดยส่งไปทีละรุ่น รุ่นละ 2 คน รุ่นแรกไปแล้ว ผมคือรุ่นที่สอง ซึ่งเพิ่งเรียก แต่ใช้วีธีสัมภาษณ์ทีเดียว วันทีไปเซนต์สัญญา มี CEO คนเดิมมาด้วย มีใครสักคนทักว่าผมอายุเกิน 30 ปี (เกินเดือน) แต่ CEO พูดว่าอายุ ไม่เกิน 30 ปี ตอนวันสมัคร ก็ถือว่าไม่ผิดกฎ ก็เซนต์สัญญากันไป อันนี้นึกถึงแล้วก็ขอขอบคุณอีกครั้งด้วยนะครับ ถึงแม้สุดท้ายผมจะะไม่ได้เป็น นักบิน หลังจากเซนต์สัญญาไปแล้ว
เรื่องเงินเดือน ผมได้ยินแบบ ไม่ formal นะครับ ว่าเท่าไหร่หลังจบ แต่เหมือนว่าตอนเรียนจะได้ ประมาณเดือนละ 3-4 หมื่นบาท (ดูจากสัญญา) เป็นทุนของบริษัท เรียนประมาณ 1 ปี จำไม่ได้แล้วว่า ที่ แคนนาดา ครึ่งปี แล้วไทย อีกครึ่งปี หรือ ที่แคนดานา 1 ปีเลย เรียนเสร็จก็บินใช้ทุน 10 ปี เงินเดือน 6 หลัก แต่ไม่รู้เท่าไหร่ งานต้องไปประจำที่ภาคใต้ บินขนคนไปแท่นขุดเจาะ
มีคำถามก็ถามได้ครับ ถ้ายังจำได้นะ