คิดหนีปัญหาโดยการฆ่าตัวตาย แต่กลัวตายแล้วเป็นแบบในความฝัน

ลองอ่านดูนะครับ....
อาจจะยาวหน่อยแต่มันคือความรู้สึกจริงๆ

ก่อนอื่นเลย ผมอยากจะอธิบายว่าการคิดฆ่าตัวตายของผมนั้น มันมาจากปัญหาครอบครัวทะเลาะกันตั้งแต่เด็กยันโต ชอบทะเลาะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ซึ่งตอนนี้ผมอายุ29แล้ว พวกคุณคิดดูว่า พ่อแม่ผมเริ่มไม่เข้าใจกันตั้งแต่ผมอายุ9ขวบ ซึ่งผมอยู่ป.3 ต้องมาเห็นพ่อแม่ขว้างข้าวขว้างของใส่กัน พอเข้าไม่คุยกันผมต้องเป็นคนที่เดินร้องไห้ไปหาพ่อที ไปหาแม่ที คอยถามว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกันทำไม เพราะตัวผมกลัว กลัวที่พ่อกับแม่จะแยกทางกัน บางครั้งผมต้องหนีไปแอบนั่งร้องไห้ในพงหญ้าหลังบ้าน และไม่อยากเจอเพื่อน ไม่อยากเจอใครทั้งนั่น นั่งครุ่นคิดว่าทำไมเราต้องเกิดมาเป็นเรา ทำไมเราไม่เกิดมาเป็นใอ้คนนั้น ใอ้คนนี้ พ่อแม่เขาดูรักกันดี ไม่เหมือนกับตัวเรา ตอนเด็กๆแทบจะไม่มีความสุขเลยสักนิด สาเหตุที่ทะเลาะกันไม่ใช่เพราะฐานะครอบครัว เพราะตอนนั้นที่บ้านผมมีฐานะค่อนข้างดี แต่ที่ทะเลาะก็เพราะว่าทั้งพ่อและแม่ต่างเป็นคนที่ชอบเอาความคิดตัวเองเป็นหลัก ทำตามใจตัวเอง ส่วนตัวผมแทบจะไม่มีกิจกรรมอะไรที่ไปด้วยกันกับพ่อและแม่เลย ไปเที่ยวทีไม่ไปกับพ่อคนเดียว ก็ไปกับแม่คนเดียว

...เข้าเรื่องเลยและกัน
ทุกวันนี้ ผมพร้อมที่จะฆ่าตัวตายตลอดเวลา เพื่อนฝูงผมไม่อยากจะไปเจอใครทั้งนั้น เพราะผมอายตัวเอง ที่ต้องมานั่งคิดแต่เรื่องที่บ้าน เพื่อนๆคุยกันสนุกสนานเฮฮา ส่วนผมนั่งเหม่อลอยจนเพื่อนมักจะถามว่าเป็นอะไร(ปกติผมเป็นคนที่เรียกเสียงหัวเราะให้เพื่อนๆตลอด) จนมาถึงช่วงนี้ ตั้งแต่เดือน พ.ค 2562 พ่อแม่เริ่มทะเลาะกันหนัก ซึ่งมาจากฐานะครอบครัวที่เริ่มแย่ในปัจจุบันมันทำให้เขาทะเลาะกันหนักกว่าเมื่อก่อน ในตอนนี้เพื่อนๆชวนไปไหนผมไม่คิดอยากจะไปด้วยเลย กลัวพ่อกับแม่ทะเลาะแล้วแยกทางกัน และที่แน่นอน พี่ผมทั้งสองคนไม่ค่อยรับรู้เรื่องพวกนี้(ผมเป็นน้องคนสุดท้องมีพี่สาวกับพี่ชาย) เพราะเขาทำงานกันที่ต่างจังหวัด นานๆจะกลับมาที ซึ่งเมื่อเดือน พ.ย ผมเริ่มเก็บไว้คนเดียวไม่ไหว ผมก็เลยตังสินใจโทรไปบอกพี่คนกลาง ว่าพ่อแม่เริ่มทะเลาะกันเหมือนเมื่อก่อน พี่ผมก็ได้แต่พูดว่าดูๆแกให้ที และนี่แหละที่ทำให้ผมคิดฆ่าตัวตาย ผมนั่งมองดูปืนของตัวเองแทบทุกวัน คิดลั่นไกใส่หัวตัวเองแทบทุกครั้งที่เขาทะเลาะกัน อยากจะตายๆหนีปัญหาไปซะจะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องแบบนี้อีก เป็นแบบนี้ตลอดจนผมสงสัยว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า

   ..แต่แล้ว ผมดันนึกออกว่าเคยฝันว่าตัวผมเองนั้นตาย แล้วในฝันก็มีคนมาดึงแขนผม ไม่ให้กลับเข้าร่าง ให้ผมลอยอยู่กับเขา ในตอนนั้นเอง ผมก้มมองลงไปดูร่างไรวิญญานของตัวเอง เห็นพ่อกับแม่กำลังร้องไห้แล้วกอดผม เพื่อนๆพี่น้องของผมต่างยืนมองด้วยความอาลัย ได้ยินเสียงพ่อกับแม่ตะโกนบอกว่ากลับมาเถอะลูก อย่าไปเลยแล้วพ่อกับแม่จะอยู่กันอย่างไง ลุกขึ้นมากอดแม่กับพ่อหน่อย ลุกมาคุยกันเหมือนแต่ก่อน พ่อกับแม่รักลูกนะ บลาๆๆ สักพักมีคนยกร่างไร้วิญญานของผมไปที่เมรุ เริ่มจุดไฟเผา แล้วในตอนนั้นเอง ผมเห็นทุกคนร้องไห้กันดังมากยิ่งขึ้น เสียงร้องไห้โหยหวนเหมือนใจจะขาด มีแต่คำเดิมๆ รักลูกนะ ทำไมต้องทิ้งพ่อกับแม่ไป ซึ่งขณะนั้นเองตัวของผมเริ่มลอยสูงขึ้น ผมพยายามกระยิ้มกระสนดิ้นสะบัดและร้องไห้แล้วพูดกับคนที่ดึงแขนผมว่า ปล่อยกู ให้กูกลับไปเถอะกูจะไปหาพ่อกับแม่กู ความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนใจจะขาด ทั้งๆที่ตายไปแล้ว ดันมีความรู้สึกเหมือนกำลังจะตายอีกรอบ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

   .มันทำให้ผมคิดว่า หากเราตายไปแล้ว เรายังต้องรับรู้ทุกอย่างแบบในความฝัน มันจะทำให้เราทรมานยิ่งกว่าเดิมหรือเปล่า ถ้าเราหนีปัญหาโดยการฆ่าตัวตายลงไป ถ้าเกิดพ่อแม่ทะเลาะกัน ใครจะเป็นคนห้าม ใครจะเป็นคนที่คอยเดินไปคุยเดินไปปลอบ เข้าไปทำให้เขาอารมณ์ดี ทำให้เขามีรอยยิ้มเหมือนแต่ก่อน และถ้าเขามีปัญหาทุกข์ร้อน ร้องไห้ท้อแท้เสียใจใครจะเป็นคนช่วย ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าโลกหลังความตายเป็นอย่างไง แต่สิ่งที่ผมกลัวนั่นก็คือ ถ้าตายไปแล้วเป็นแบบในฝัน ผมขอมีชีวิตอยู่ต่อไปดีกว่า......

ฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับคนที่ต้องการจะตายเพื่อหนีปัญหานะครับ ให้คุณคิดดีๆว่าการตายเป็นการหนีปัญหาหรือสร้างปัญหาให้มันยากกว่าเดิมกันแน่
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ


.....(รักครอบครัวและรักตัวเองให้มากๆนะครับ).....
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่