พท.เชื่อสส.ไม่ขายตัวโหวตปมกมธ.ม.44
https://www.innnews.co.th/politics/news_547918/
"สมคิด เชื้อคง" มั่นใจ เพื่อนส.ส.ฝ่ายค้านไม่ทิ้งอุดมการณ์ ขายตัวเป็นงูเห่าให้ฝ่ายรัฐบาล
นาย
สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกระแสข่าวฝ่ายรัฐบาลมีการพยายามซื้อตัว ส.ส.ฝ่ายค้าน เพื่อให้เป็นองค์ประชุมและเพื่อช่วยโหวตในญัตติสำคัญ ด้วยค่าตัว 8 หลัก ว่า ไม่มีความเป็นไปได้ และเชื่อว่า ไม่เป็นความจริงเป็นเพียงข่าวลือเพื่อสร้างความสับสนดิสเครดิตฝ่ายค้านเท่านั้น
ทั้งนี้ นาย
สมคิด ยังกล่าวด้วยว่ามีความเชื่อมั่นในตัวเพื่อน ส.ส.ฝ่ายค้าน ว่าจะไม่ขายตัว หรือยอมเป็นงูเห่าไปสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลทิ้งอุดมการณ์ และจุดยืนประชาธิปไตยอย่างแน่นอน
“ปิยบุตร”เดินหน้าเช็กบิลม.44ดันเรื่องเข้ากมธ.กม.แทน
https://www.innnews.co.th/politics/news_547933/
"ปิยบุตร" เดินหน้าเช็กบิล ม.44 ดันเรื่องเข้า กมธ. กฎหมายฯ แทน หวั่นรัฐบาลเล่นแง่เลื่อนญัตติ รธน. สัปดาห์หน้า
นาย
ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวภายหลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ว่า จากนี้ไปในสัปดาห์หน้าจะนำเรื่องเข้าสู่คณะ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุยชนที่ตนเป็นประธาน เพื่อพิจารณาคำสั่งตามมาตรา 44 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการตั้งคณะอนุ กมธ. ศึกษาเอาไว้แล้ว โดยจะครอบคลุมไปถึง พ.ร.บ.บางฉบับที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วย
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบจะไม่ได้เน้นไปที่ตัวบุคคล แต่จะดูผลกระทบของมาตรา 44 ที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ซึ่งคิดว่าคงไม่ถึงขั้นที่จะต้องใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ. เพื่อเรียกบุคคลมาชี้แจงแต่อย่างใด
นาย
ปิยบุตร กล่าวอีกว่า จากมติสภาที่เกิดขึ้นทำให้ตนมีความเป็นห่วงว่าอาจจะมีผลกระทบต่อญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สภาจะพิจารณาในสัปดาห์หน้า เนื่องจากในการประชุมสภาวันนี้ ตนและฝ่ายค้านบางส่วนได้มีการเตรียมข้อมูลที่จะอภิปรายในญัตติดังกล่าวต่อจากเรื่องมาตรา 44 แต่ปรากฏว่าวิปรัฐบาล และรองประธานสภาได้มีการปิดประชุมอย่างกะทันหัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาสิ้นสุดการประชุมในเวลา 21.00 น. แต่กลับมีการปิดประชุมในเวลา 19.00 น. แทน จากตรงนี้ทำให้มีข้อสงสัยและน่าคิดว่าเมื่อถึงการพิจารณาญัตติดังกล่าวในสัปดาห์หน้าจะมีเรื่องใดมาแทรกจนทำให้ต้องเลื่อนญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นสังคมก็ควรจะต้องตั้งคำถามต่อฝ่ายรัฐบาล
JJNY : พท.เชื่อสส.ไม่ขายตัวโหวตปมกมธ.ฯ/ปิยบุตรเดินหน้าเช็กบิลม.44ดันเรื่องเข้ากมธ.ฯ/ปธ.หอการค้าห่วงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ
https://www.innnews.co.th/politics/news_547918/
"สมคิด เชื้อคง" มั่นใจ เพื่อนส.ส.ฝ่ายค้านไม่ทิ้งอุดมการณ์ ขายตัวเป็นงูเห่าให้ฝ่ายรัฐบาล
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกระแสข่าวฝ่ายรัฐบาลมีการพยายามซื้อตัว ส.ส.ฝ่ายค้าน เพื่อให้เป็นองค์ประชุมและเพื่อช่วยโหวตในญัตติสำคัญ ด้วยค่าตัว 8 หลัก ว่า ไม่มีความเป็นไปได้ และเชื่อว่า ไม่เป็นความจริงเป็นเพียงข่าวลือเพื่อสร้างความสับสนดิสเครดิตฝ่ายค้านเท่านั้น
ทั้งนี้ นายสมคิด ยังกล่าวด้วยว่ามีความเชื่อมั่นในตัวเพื่อน ส.ส.ฝ่ายค้าน ว่าจะไม่ขายตัว หรือยอมเป็นงูเห่าไปสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลทิ้งอุดมการณ์ และจุดยืนประชาธิปไตยอย่างแน่นอน
“ปิยบุตร”เดินหน้าเช็กบิลม.44ดันเรื่องเข้ากมธ.กม.แทน
https://www.innnews.co.th/politics/news_547933/
"ปิยบุตร" เดินหน้าเช็กบิล ม.44 ดันเรื่องเข้า กมธ. กฎหมายฯ แทน หวั่นรัฐบาลเล่นแง่เลื่อนญัตติ รธน. สัปดาห์หน้า
นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวภายหลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาประกาศคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ว่า จากนี้ไปในสัปดาห์หน้าจะนำเรื่องเข้าสู่คณะ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุยชนที่ตนเป็นประธาน เพื่อพิจารณาคำสั่งตามมาตรา 44 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการตั้งคณะอนุ กมธ. ศึกษาเอาไว้แล้ว โดยจะครอบคลุมไปถึง พ.ร.บ.บางฉบับที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ด้วย
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบจะไม่ได้เน้นไปที่ตัวบุคคล แต่จะดูผลกระทบของมาตรา 44 ที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ซึ่งคิดว่าคงไม่ถึงขั้นที่จะต้องใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ. เพื่อเรียกบุคคลมาชี้แจงแต่อย่างใด
นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า จากมติสภาที่เกิดขึ้นทำให้ตนมีความเป็นห่วงว่าอาจจะมีผลกระทบต่อญัตติการตั้ง กมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สภาจะพิจารณาในสัปดาห์หน้า เนื่องจากในการประชุมสภาวันนี้ ตนและฝ่ายค้านบางส่วนได้มีการเตรียมข้อมูลที่จะอภิปรายในญัตติดังกล่าวต่อจากเรื่องมาตรา 44 แต่ปรากฏว่าวิปรัฐบาล และรองประธานสภาได้มีการปิดประชุมอย่างกะทันหัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาสิ้นสุดการประชุมในเวลา 21.00 น. แต่กลับมีการปิดประชุมในเวลา 19.00 น. แทน จากตรงนี้ทำให้มีข้อสงสัยและน่าคิดว่าเมื่อถึงการพิจารณาญัตติดังกล่าวในสัปดาห์หน้าจะมีเรื่องใดมาแทรกจนทำให้ต้องเลื่อนญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นสังคมก็ควรจะต้องตั้งคำถามต่อฝ่ายรัฐบาล