เรื่องที่ทำให้เราสนุกสนาน ทำให้คนดูคนอ่านเกิดความนิยมชื่นชอบขึ้นมานั่นก็คืองานประพันธ์เรื่อง "สามก๊ก" ถูกมั้ยครับ ? เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมา โดยเอาข้อมูลในประวัติศาสตร์มาดัดแปลงเสริมแต่งให้เป็นเรื่องเป็นราว
การใส่สีสันสร้างเนื้อหาขึ้นมา มันก็ต้องมีดราม่า ใส่อารมณ์ความรู้สึก แต่ถ้าเป็นตำราประวัติศาสตร์มันก็คนละอย่างกัน เป็นข้อมูลเพียวๆไม่มีดราม่า
ซึ่งหล่อกวั้นจงผู้ประพันธ์วรรณกรรม ก็สร้างเรื่องราวใส่สีเข้าไป บางบุคคลก็หยิบมาสร้างให้เป็นตัวละครมีคุณธรรม บางบุคคลก็นำมาสร้างเป็นตัวละครที่คดโกง แต่ส่วนมากตัวละครในสามก๊กจะเป็นสีเทาๆมากกว่า เรียกว่าตัวหลักๆของสามฝ่ายเนี่ยมีความแสบกันทุกคน แล้วก็เป็นการสะท้อนความเป็นจริงของมนุษย์
คือผู้แต่งจงใจสร้างให้เป็นเรื่องราวการชิงเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบ เอาตัวรอดและแย่งอำนาจกัน ไม่ใช่ละครสอนคุณธรรม แต่เรียกว่าเป็นตำราสอนใจระดับคลาสสิคอมตะเลยทีเดียว มีการสอนเรื่องการใช้ปัญญา
ถ้าไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ครับ วรรณกรรมใหม่ๆมีมากมาย ของฝรั่งก็เยอะ แต่ยังไม่เป็นที่นิยมไปทั่วโลกเท่าสามก๊ก และพวกนักปกครองหลายๆประเทศก็ใช้สามก๊กเป็นหนึ่งในตำราพิชัยสงครามเพื่อศึกษากลยุทธด้วย
นี่คือผลงานอัจฉริยะที่หล่อกวั้นจงทิ้งเอาไว้ แต่ก็มีแฟนสามก๊กบางพวกที่เกิดไปคลั่งไคล้ตำราประวัติศาสตร์ขึ้นมา แล้วก็มาด่าโจมตีหล่อกวั้นจงว่าบิดเบือนข้อมูล ..อันนี้ก็งงว่าเพี้ยนหรือสับสนอะไรรึเปล่า คุณกำลังเสพวรรณกรรม เสพบทประพันธ์ คุณจะมาถามหาอะไรเรื่องข้อมูลถูกผิด ? สามก๊กมันเป็นความบันเทิง ที่สอนแง่คิดด้านกลยุทธ, การบริหาร, การเข้าใจปรัชญาชีวิต, การมองโลก แต่จะบีบคอเค้นเอาประวัติศาสตร์จากหล่อกวั้นจง คือไม่ใช่เรื่อง แต่มันแค่ใช้ประกอบในการศึกษาประวัติศาสตร์ได้
จริงๆถ้าพูดถึงแง่มุมของประวัติศาสตร์แล้ว เราไม่สามารถหยิบเอาตำราเล่มเดียวมาเป็นหลักฐานได้นะ ไม่ใช่ว่ายึดเอา "จดหมายเหตุ" ของเฉินโซ่ว มาบอกว่า นี่เล่มนี้ข้อมูลถูกต้อง ไม่ใช่แล้วล่ะครับ
จดหมายเหตุก็คือตำราครับ คือน้ำมือมนุษย์เขียนขึ้น มันก็ย่อมผิดพลาดได้ เฉินโซ่วไม่ได้อยู่เห็นเองกับตาทุกเหตุการณ์ทุกเรื่องราวของบุคคลตั้งแต่สมัยกบฏผ้าเหลือง มาถึงยุคฮั่นล่มสลายแตกเป็นสามก๊ก เรื่อยมาถึงยุครวมแผ่นดินตั้งราชวงศ์จิ้น ต่อให้ปราชญ์ยุคนั้นเองก็ไม่รู้เห็นเรื่องราวของทุกบุคคล
ฉะนั้นในการศึกษาประวัติศาสตร์ทุกชนชาติ สิ่งที่ใช้เป็นหลักฐานคือบันทึก, จารึก, จดหมายเหตุ, ตำรา, คัมภีร์ปราชญ์, คัมภีร์ศาสนา, ศิลปะ, วัตถุโบราณ, โบราณสถาน และอื่นๆ วรรณกรรมโบราณก็ใช้เป็นหลักฐานในการศึกษาได้ เพื่อจะรู้วัฒนธรรมความคิดและจารีตในสมัยนั้น
บางทีดีไม่ดี งานมโนของหล่อกวั้นจงอาจถูกต้องกว่าบันทึกของเฉินโซ่วก็เป็นไปได้ เราไม่สามารถฟันธง ที่พูดตรงนี้คือจะเสนอแนะว่าอย่าไปยึดติด อย่าไปฝังหัวกับบันทึกประวัติศาสตร์แค่เล่มเดียว
สามก๊กนี่ถ้ามาทำเป็นงิ้ว มันก็คือการแสดง คือความบันเทิงอีกรูปแบบนึง ส่วนยุคใหม่ยุคเรานี่ก็คือมีการสร้างหนังสร้างซีรีส์ มันก็เป็นความบันเทิงอีกรูปแบบ ให้อารมณ์และเนื้อหาแตกต่างไปจากวรรณกรรมอีก ..เอาไว้จุดนี้จะนำเสนอโอกาสต่อไป มันมีหลายเวอร์ชั่นมาก ค่อยมาชำแหละกัน
...
ตกลงเป็นแฟน "สามก๊ก" หรือประวัติศาสตร์ยุค "สามก๊ก" กันแน่ ?
การใส่สีสันสร้างเนื้อหาขึ้นมา มันก็ต้องมีดราม่า ใส่อารมณ์ความรู้สึก แต่ถ้าเป็นตำราประวัติศาสตร์มันก็คนละอย่างกัน เป็นข้อมูลเพียวๆไม่มีดราม่า
ซึ่งหล่อกวั้นจงผู้ประพันธ์วรรณกรรม ก็สร้างเรื่องราวใส่สีเข้าไป บางบุคคลก็หยิบมาสร้างให้เป็นตัวละครมีคุณธรรม บางบุคคลก็นำมาสร้างเป็นตัวละครที่คดโกง แต่ส่วนมากตัวละครในสามก๊กจะเป็นสีเทาๆมากกว่า เรียกว่าตัวหลักๆของสามฝ่ายเนี่ยมีความแสบกันทุกคน แล้วก็เป็นการสะท้อนความเป็นจริงของมนุษย์
คือผู้แต่งจงใจสร้างให้เป็นเรื่องราวการชิงเหลี่ยม ชิงไหวชิงพริบ เอาตัวรอดและแย่งอำนาจกัน ไม่ใช่ละครสอนคุณธรรม แต่เรียกว่าเป็นตำราสอนใจระดับคลาสสิคอมตะเลยทีเดียว มีการสอนเรื่องการใช้ปัญญา
ถ้าไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้มาถึงทุกวันนี้ครับ วรรณกรรมใหม่ๆมีมากมาย ของฝรั่งก็เยอะ แต่ยังไม่เป็นที่นิยมไปทั่วโลกเท่าสามก๊ก และพวกนักปกครองหลายๆประเทศก็ใช้สามก๊กเป็นหนึ่งในตำราพิชัยสงครามเพื่อศึกษากลยุทธด้วย
นี่คือผลงานอัจฉริยะที่หล่อกวั้นจงทิ้งเอาไว้ แต่ก็มีแฟนสามก๊กบางพวกที่เกิดไปคลั่งไคล้ตำราประวัติศาสตร์ขึ้นมา แล้วก็มาด่าโจมตีหล่อกวั้นจงว่าบิดเบือนข้อมูล ..อันนี้ก็งงว่าเพี้ยนหรือสับสนอะไรรึเปล่า คุณกำลังเสพวรรณกรรม เสพบทประพันธ์ คุณจะมาถามหาอะไรเรื่องข้อมูลถูกผิด ? สามก๊กมันเป็นความบันเทิง ที่สอนแง่คิดด้านกลยุทธ, การบริหาร, การเข้าใจปรัชญาชีวิต, การมองโลก แต่จะบีบคอเค้นเอาประวัติศาสตร์จากหล่อกวั้นจง คือไม่ใช่เรื่อง แต่มันแค่ใช้ประกอบในการศึกษาประวัติศาสตร์ได้
จริงๆถ้าพูดถึงแง่มุมของประวัติศาสตร์แล้ว เราไม่สามารถหยิบเอาตำราเล่มเดียวมาเป็นหลักฐานได้นะ ไม่ใช่ว่ายึดเอา "จดหมายเหตุ" ของเฉินโซ่ว มาบอกว่า นี่เล่มนี้ข้อมูลถูกต้อง ไม่ใช่แล้วล่ะครับ
จดหมายเหตุก็คือตำราครับ คือน้ำมือมนุษย์เขียนขึ้น มันก็ย่อมผิดพลาดได้ เฉินโซ่วไม่ได้อยู่เห็นเองกับตาทุกเหตุการณ์ทุกเรื่องราวของบุคคลตั้งแต่สมัยกบฏผ้าเหลือง มาถึงยุคฮั่นล่มสลายแตกเป็นสามก๊ก เรื่อยมาถึงยุครวมแผ่นดินตั้งราชวงศ์จิ้น ต่อให้ปราชญ์ยุคนั้นเองก็ไม่รู้เห็นเรื่องราวของทุกบุคคล
ฉะนั้นในการศึกษาประวัติศาสตร์ทุกชนชาติ สิ่งที่ใช้เป็นหลักฐานคือบันทึก, จารึก, จดหมายเหตุ, ตำรา, คัมภีร์ปราชญ์, คัมภีร์ศาสนา, ศิลปะ, วัตถุโบราณ, โบราณสถาน และอื่นๆ วรรณกรรมโบราณก็ใช้เป็นหลักฐานในการศึกษาได้ เพื่อจะรู้วัฒนธรรมความคิดและจารีตในสมัยนั้น
บางทีดีไม่ดี งานมโนของหล่อกวั้นจงอาจถูกต้องกว่าบันทึกของเฉินโซ่วก็เป็นไปได้ เราไม่สามารถฟันธง ที่พูดตรงนี้คือจะเสนอแนะว่าอย่าไปยึดติด อย่าไปฝังหัวกับบันทึกประวัติศาสตร์แค่เล่มเดียว
สามก๊กนี่ถ้ามาทำเป็นงิ้ว มันก็คือการแสดง คือความบันเทิงอีกรูปแบบนึง ส่วนยุคใหม่ยุคเรานี่ก็คือมีการสร้างหนังสร้างซีรีส์ มันก็เป็นความบันเทิงอีกรูปแบบ ให้อารมณ์และเนื้อหาแตกต่างไปจากวรรณกรรมอีก ..เอาไว้จุดนี้จะนำเสนอโอกาสต่อไป มันมีหลายเวอร์ชั่นมาก ค่อยมาชำแหละกัน
...