“7 เทคนิค: ค้นหาตัวเองอย่างไรไม่ให้หลงทางระหว่างเตรียมสมัครแอร์”✈️✨

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เจ้าของกระทู้เกิดสะกิดใจ คิดถึง Pantip ขึ้นมาเลยอยากมาตั้งกระทู้อีกครั้งในรอบหลายปี 😂 รวมทั้งอัดอั้นอยากเขียนบทความมาก จึงถือโอกาสนี้มาเขียนคำตอบให้กับหลายๆคนที่เคยส่งมาถามไถ่กันนะคะ

ในช่วงที่ผ่านมานี้ได้พบ ได้คุย และได้ยินมามากเกี่ยวกับหลายๆคนที่อยากเป็นแอร์ แต่ไม่กล้าสมัคร และก็ปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อมานาน นานมากจนลืมไปเลยว่าครั้งหนึ่งฉันอยากจะบิน หลายคนมารู้ตัวอีกทีเอาตอนวัยใกล้เลขสาม เพิ่งจะรู้ตัวว่าไม่ชอบงานที่ทำอยู่เอาซะมากๆ สะสมความรู้สึกมานาน ยิ่งใกล้เลขสามมันก็ยิ่งคาใจ ว่าเอ๊ะ.. ทำไมเราไม่เคยไปสมัครแอร์ที่ไหนกับเค้าสักที ทั้งๆที่เราก็อยากเป็นม๊ากมากสมัยวัยขบเผาะ 😂

แต่ประเด็นมันก็ไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นกันซะทีเดียวอีกต่อไป เพราะหลังจากทำงานไปได้สักระยะหนึ่ง บรรยากาศในที่ทำงานนั้นก็ช่างเย็นเย็น มีเพื่อนชวนกินหมูกะทะกับชานมเป็นว่าเล่นทุกวัน ไหนจะครอบครัวเอยที่บอกว่าชีวิตที่มีอยู่ตอนนี้นั้นก็แสนจะสบาย จะไปหาเรื่องหาราวทำไม? แถมทุกๆครั้งที่เรามองเด็กๆที่เพิ่งจะจบใหม่ ทำไมเค้าดูสวยกว่ารุ่นเราๆสมัยก่อนจังนะ แล้วเราปูนนี้จะไปแข่งกับเด็กๆเหล่านี้ได้ยังไง อายเค้าหรือเปล่า ฯลฯ ว่าไปนั่น..

อยากบอกว่าบางทีชีวิตมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นซะทีเดียว ในวันนี้เจ้าของกระทู้เลยอยากจะมาเขียนกระทู้เพื่อแนะนำให้หลายคนที่ยังมึนงงอยู่สามารถหาทางออกให้กับชีวิตได้ง่ายขึ้น และเข้าใจสังเวียนการแข่งขันนี้ให้ดีขึ้นค่ะ

สรุปออกมาได้เป็น 7 ข้อ ดังนี้ ยิ้ม

1. ตอบตัวเองให้ได้ก่อน.. ว่าอยากเป็นแอร์เพราะอะไร

คำถามนี้ไม่ได้เกี่ยวกับตรรกะค้นหาตัวเองใดๆทั้งสิ้น หากแต่มันคือหนึ่งในคำถามสัมภาษณ์จริง เหมือนคนจะสอบเอนทรานซ์ รู้ว่าข้อสอบจะออกอะไรแต่ไม่อ่านหนังสือไป (ขออภัยที่ข้อสอบบอกวัย 😂) คำถามเบื้องต้นนี้ไม่ว่าจะถูกถามด้วยภาษาอะไรก็ตาม ถ้าคุณยังไม่มีคำตอบ หรือไม่เคยหยุดคิดสักนิดเพื่อหาคำตอบ มันจะยิ่งแย่กว่าการที่คุณภาษาไม่ดีเสียอีก ยังไม่นับรวมคำถามอื่นๆที่จะเกี่ยวโยงกันต่อไปได้อีก เช่น คำถามว่าคุณคิดจะทำกับเรานานแค่ไหน? และทำไมถึงอยากบินกับเรา? 

2. อายุไม่ใช่สิ่งสำคัญตราบใดที่เรายังดูแลตัวเอง

ไม่ใช่เรื่องที่คาดเดาได้ยากแต่อย่างใด ในเมื่อใครๆที่ขึ้นเครื่องบินต่างก็เพ่งเล็งไปที่มาตรฐานความดูดี และความดูเป็นมืออาชีพของแอร์โฮสเตสอยู่แล้วทั้งนั้น(ไม่เว้นแม้แต่ตัวเราเอง) ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า”ความดูดี”และ”การดูแลตัวเอง”จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของเนื้องานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความโชคดีก็คือ เราต่างอยู่ในยุคที่”อายุหน้า”ต่างจาก”อายุจริง” อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วแต่ใครจะดูแลตัวเองให้ดีขนาดไหน ไม่ใช่อายุ 25 แต่หน้า 40 😂

ดังนั้น หากสายการบินไหนที่”ไม่จำกัดอายุ” นั่นก็หมายความว่า “เค้าไม่ได้สนใจอายุ” ดังนั้นหลายๆคนที่อายุเข้าเลข”สาม” แต่ยังดูแลตัวเองดีมากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องนอยด์ หรือตีตนไปก่อนไข้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ถ้าเค้าไม่จำกัดอายุ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบสารภาพอายุ หรือรีบออกตัวไปก่อนว่า”แก่”แต่อย่างใด ให้เรารักตัวเองเข้าไว้ และมั่นใจในตัวเองให้มากๆเป็นดี

3. อย่าหนี “TOEIC”

สิ่งที่น่าประหลาดใจคือหลายๆคนเลือกจะหนี“การสอบโทอิค” โดยการไปสมัครเฉพาะสายการบินที่ไม่ขอคะแนนโทอิค อย่างเช่น สายการบินกาตาร์ เป็นต้น 
นับเป็นการตัดสินใจที่เหมือนหนีเสือ ปะไดโนเสาร์ฉันใดก็ฉันนั้น

เป็นอันรู้กันว่าสายการบินที่ไม่เอาคะแนนโทอิคคือสายการบินที่มีข้อสอบของตัวเองรออยู่ อีกทั้งจำนวนรับแต่ละครั้งต่อสัดส่วนของผู้แข่งขันในสนามที่เฉลี่ย 1 ต่อ 75 หรือบางครั้งก็มากกว่านั้นแล้ว นับเป็นการหนีที่ไม่มีวันพ้น เผลอๆการยอมไปสู้กับโทอิคสักตั้ง ให้ได้คะแนนมา 700 กว่าๆ จะยังเป็นใบเบิกทางชั้นดี สามารถเปิดทางให้ลงสนามได้มากขึ้นกว่าเดิมมากมาย อัตราส่วนของคนที่ได้กับผู้แข่งขันก็ไม่ได้โหดหินขนาด 3 ปีก็ยังไม่ติดขนาดนั้น

4. อายุยิ่งมาก ภาษาอังกฤษต้องยิ่งดี

ก่อนจะเหยียบเรือสองแคมเพื่อย้ายสายงานอย่างเต็มตัวเราควรจะต้องรู้เอาไว้ก่อนว่าสายการบินส่วนใหญ่จำกัดอายุไม่ให้เกิน 26 ปี (เช่น 26 ปี 5 วันก็สมัครไม่ได้)

แต่ก็ไม่ใช่ทุกสายที่จำกัดอายุ มีหลายต่อหลายสายการบินเลยทีเดียวที่ไม่ได้ระบุอายุเอาไว้ในรายละเอียดการรับสมัคร แต่ส่วนใหญ่แล้ว สายการบินเหล่านี้*ไม่ใช่สายการบินในไทย หากเป็นสายการบินในเอเชียด้วยกันก็อย่างเช่น สิงคโปร์แอร์ไลน์ ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการอยู่แล้ว จึงไม่ต้องถามเลยว่า ระดับภาษาของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกควรจะอยู่ในระดับไหน ส่วนสายการบินอื่นๆที่ไม่จำกัดอายุอีกก็อย่างเช่น Emirates Airlines, Etihad Airways, Qatar Airways, etc.

5. เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม

หลายคนมีความฝังใจกับสายการบินบางสาย คือจะต้องเป็นสายการบินนี้เท่านั้น แล้วชั้นจะต้องเริ่มอย่างไร?

วิธีการง่ายๆ คือดูโปสเตอร์ รูปโฆษณา พรีเซนเตอร์ หรือแม้แต่ยูนิฟอร์มของสายการบินนั้นๆ เราจะจับทางได้เองว่า เค้านำเสนอภาพลักษณ์แบบไหน อย่างการบินไทย สวยหวาน อ่อนน้อมน่ารัก หากใส่สีแดง ทาปากม่วงไปจะใช่ที่หรือไม่ หรือจะไปแอร์เอเชียที่ทุกคนดูสดใส เต้นได้ สวยเฟียซกันสุดๆ หากเราไปแบบใส่ชุดผ้าไหม ความยาวคลุมเข่า ตีโป่งไป เราอาจดูเป็นแม่ของทั้งกรุ๊ปดิสคัชชั่นนั้นไปเลย 

6. เรียงลำดับความสำคัญให้เป็น

หลายคนมีภูมิเยอะ ภาษาดี และเคร่งเครียดมากในการร้อยเรียงถ้อยคำ (เช่น เจ้าของกระทู้ในวัยแรกรุ่น เป็นต้น)
เครียดน่ะเครียดได้ แต่ต้องอะแวร์บ้างไหมว่าเรามาสมัครงานอะไรอยู่ หากปัจจัยในการประเมินให้ผ่านนอกเหนือจากภาษาที่ดีนั่นคือรอยยิ้ม บุคลิก การมองโลกในแง่ดี และใจบริการ ฯ

การนั่งสั่นเหมือนทรงเจ้า โชว์อัพแบบนักโต้วาที ชักสีหน้าคิดคำตอบประหนึ่งกำลังเล่นปริศนาฟ้าแลบอยู่ ไม่มีการคุมสีหน้าและกริยาใดๆ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการประกวดนางงาม ที่เราอาจจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้พูดอะไร ตกรอบไปก่อนจะได้จับใบคำถามและโชว์ภูมิ

การพรีสกรีนคือดูหน่วยก้านว่าคุณใช่หรือไม่ อย่าเตรียมตั้งรับจนเสน่ห์หดหาย อย่าเครียดล่วงหน้าจนยิ้มไม่ออก เพราะทุกอย่างที่เตรียมมา”ตอบ”อาจจะยังไม่ทันได้ตอบอะไรเลย แต่ถูกเชิญกลับบ้านไปก่อน

7. อย่าฝืนความเป็นตัวเอง

ยุคนี้ถือเป็นยุคที่โชคดี มีสายการบินเปิดใหม่มากมาย มีวิธีการคัดเลือกที่แหวกแนวออกไป อาทิ Talent Show หรือการแสดงความสามารถ และอื่นๆอีกมาก

บางคนขี้อาย ไม่กล้าแสดงออก แต่ชอบท่องศัพท์ ฝึกภาษา บางคนไม่ได้ภาษาเป๊ะอะไรมาก แต่สื่อสารได้ดี ร่าเริง กล้าแสดงออก 
แค่เราค้นหาว่าเราชอบอะไร เวลาว่างเราจะเลือกทำอะไรที่ได้ไปใกล้งานในฝัน เราจะได้รู้ตัวเองและเริ่มทำ จะได้รู้ด้วยว่าสายการบินไหนที่ควรไป และจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

“เลือกทำ” อย่างใดอย่างหนึ่ง “อย่าหลงทาง”
หลายคนทุ่มเวลากับการตามดูชีวิตคนอื่น จนหลงลืมชีวิตตัวเองและคนรอบข้าง

เราใช้เวลากับการดูความสำเร็จของคนหลายต่อหลายคนมามากพอแล้วไหม ถึงเวลาให้คนอื่นดูความสำเร็จของเราบ้างแล้วหรือยัง?

อยากให้ลองคิดดูว่า 5 ชั่วโมงต่อวันที่เรานั่งเล่นมือถือไปวันๆ หากเปลี่ยนเป็นไปนั่งท่องศัพท์ เราจะท่องได้มากถึงกี่คำ หากเราหันไปนั่งแต่งประโยคภาษาอังกฤษ เราจะแต่งได้ไปแล้วกี่ประโยค หรือแม้แต่การจะหาธีมการแสดงความสามารถให้กับตัวเองไปแสดง เพียงแค่ไม่นาน เราก็จะแสดงได้คล่อง และดีมากไปแล้ว จริงไหม?

ดังนั้น ถ้าอยากได้อะไร ต้อง”ทำ” ยิ้ม

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนที่ยังสบสน และหาทางออกไม่ได้นะคะ เจ้าของกระทู้ตั้งใจรวบรวมและเขียนมาให้ หวังว่าจะชอบกัน ขอบคุณที่อ่านนะคะ ^ ^

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่