คือเรื่องมีอยู่ว่า
ผมจบ ม.6 ปี 62 อยากเรียนการโรงแรม
การท่องเที่ยวไรงี้ แต่แม่อยากให้เรียนไฟฟ้า
ผมเลยลองดู แต่เรียนไม่รอด
และออกมาหางานที่ต่างจังหวัด
ตอนนี้เป็นเวลา 4 เดือนที่ลองทำงาน
จ่ายค่าหอ ค่ากิน ค่าน้ำำ ค่าไฟ
สำหรับคือมันอยู่รอดแค่ตัวผม แต่กับอนาคตแหละครอบครัว
คงไม่ไหว เลยคิดจะเรียนต่อ
แต่เมื่อวันนัได้มีโอกาสคุยเรื่องอนาคตของผมกับแม่และพ่อ
(พ่อแม่ต่างมีครอบครัวใหม่ แต่ผมอาศัยอยู่กับแม่)
แต่มีประโยคนึงที่ผมคาใจมากๆ คือพ่อผมบอกว่า
"เอาแค่ตัวเองรอด เป็นคนเห็นแก่ตัว"
ซึ่งผมแค่ต้องการเวลาที่หายไป 1 ปี ไปหาประสบการณ์การทำงานดู ผมผิดขนาดนั้นเลยหรอครับ
เวลาที่ปรึกษาอะไรแต่ละครั้ง คนเป็นพ่อชอบใช้คำว่า
"กูอาบน้ำร้อนมาก่อน เสมอ"
ควรทำไงดีครับ
ผิดมั้ยครับ ที่อยากลองทำงานเลี้ยงตัวเอง?
ผมจบ ม.6 ปี 62 อยากเรียนการโรงแรม
การท่องเที่ยวไรงี้ แต่แม่อยากให้เรียนไฟฟ้า
ผมเลยลองดู แต่เรียนไม่รอด
และออกมาหางานที่ต่างจังหวัด
ตอนนี้เป็นเวลา 4 เดือนที่ลองทำงาน
จ่ายค่าหอ ค่ากิน ค่าน้ำำ ค่าไฟ
สำหรับคือมันอยู่รอดแค่ตัวผม แต่กับอนาคตแหละครอบครัว
คงไม่ไหว เลยคิดจะเรียนต่อ
แต่เมื่อวันนัได้มีโอกาสคุยเรื่องอนาคตของผมกับแม่และพ่อ
(พ่อแม่ต่างมีครอบครัวใหม่ แต่ผมอาศัยอยู่กับแม่)
แต่มีประโยคนึงที่ผมคาใจมากๆ คือพ่อผมบอกว่า
"เอาแค่ตัวเองรอด เป็นคนเห็นแก่ตัว"
ซึ่งผมแค่ต้องการเวลาที่หายไป 1 ปี ไปหาประสบการณ์การทำงานดู ผมผิดขนาดนั้นเลยหรอครับ
เวลาที่ปรึกษาอะไรแต่ละครั้ง คนเป็นพ่อชอบใช้คำว่า
"กูอาบน้ำร้อนมาก่อน เสมอ"
ควรทำไงดีครับ