ความฝันกับหัวใจที่แตกสลาย..จะเริ่มต้นใหม่ยังไงดี

กระทู้คำถาม
กระทู้นี้ ไม่แน่ใจว่า เป็นกระทู้ระบายความในใจ หรือเป็นกระทู้สุดท้าย แต่เราอยากหาทางออกกับชีวิตเรา
ตอนนี้ เราเป็นนักเรียน เรียนม.6 ในสมัยม.ต้น เรารักการวาดรูปมาก วาดมาตั้งแต่ประถม ได้รางวัลมาหลายรางวัล
แต่ที่มากสุดก็แค่ตอนม.ต้น ได้ระดับภาค  จนถึงจุดเปลี่ยนตอนจะเข้าม.4 เราตั้งใจจะเข้าเรียน ปวช.เกี่ยวกับศิลปะ
เราซ้อมหนักมาก จนเป็นที่ชื่นชมกับทุกคนใน รร. และเป็นที่ยอมรับ รับงานวาดหลายงาน เพื่อนไปไหนเราไม่เคยไป
เราเก็บตัวเขียนรูปยันดึกที่รร.กับอาจารย์ทุกวัน  ซึ่งแน่นอน เราอยากเป็นนักเขียนรูป เราไม่อยากเป็นอย่างอื่น..
รู้ตัวเองตั้งแต่ม.1 ยัน ถึงจุดเปลี่ยนตอนม.4 มีความฝันจะเข้า ปวช. สาย วิจิตรศิลป์
เพื่อเตรียมเข้า ศิลปากร และ เพาะช่าง แต่ชีวิตที่เล่ามาก็เหมือนจะไปได้สวย 

พอเอาเข้าจริงๆ ที่บ้านเรา พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง ลุง ป้า น้า อา ย่า ยาย ปู่  ไม่มีใครสนับสนุนเราสักคน  ยกเว้นตาค่ะ เพราะตาเราตายแล้ว 
จนตอนนั้นทะเลาะกันหนักมาก เราเชื่อว่าเราทำได้ เราเชื่อจริงๆ ว่าเราทำได้ ... เราทำทุกหนทาง
พิสูจน์โดยการวาดรูปพ่อ วาดรูปแม่ให้เขา ตอนนั้นอาจารย์หลายคนก็สนับสนุนเรามากและมีแต่คนภูมิใจในตัวเรา
แต่พอเรากลับบ้านมา เรากลายเป็นตัวประหลาด กลายเป็นตัวที่น่าผิดหวังที่สุดในครอบครัว
เราโดนคำพูดที่ไม่คิดว่าชาติ นี้จะได้ยินจากปากของแม่..เราเอง  ในทุกๆวัน
เขาเคยบอกว่า ถ้ายังจะเรียนต่อ ก็เก็บของไปอยู่กับครู มึ..ไม่ใชลูกกู กูไม่นับมึ..เป็นลูก
และคำสารพัดที่เรายังจำมาถึงทุกวันนี้  

พี่เราเอารูปที่เราวาดไปขยำแล้วยิ้มน้ำลายใส่ ก่อนจะเอาเท้าเหยียบมันต่อหน้าเรา คนในบ้านก็ไม่มีใครใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น 
บางครั้งไปรร.อาจารย์ที่สอนถามหางาน เราก็ต้องบอกว่า เราทำหาย เผลอลืมไว้บ้าน
เราพูดคำพวกนั้นออกมาด้วยรอยยิ้ม และทำเหมือนทีเล่นทีจริง แต่จะไม่เคยกล้าสบตาใคร...
กลัวเขาจะเห็นน้ำตาที่กำลังไหลของเรา  เวลากลับบ้านดึกจากการซ้อมวาดรูป เขาก็หาว่าเราไปกับผช. ใจแตก ติดยา 
เราไม่เคยปริปากเล่าอะไรมากับใคร...เรื่องเกิดแบบนี้ในทุกๆวัน เราไม่มีความสุขเลย เรากับแม่ ไม่คุยกันครึ่งปี..

เราก็ตั้งมั่นไม่สนคำด่า แม้ในระหว่างทางเราสาหัสและเจ็บปวดเหลือเกิน ที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆอย่างไว้ในเวลาเดียวในคนๆเดียว..
จนกระทั่งหนักมากช่วงใกล้จะรับสมัครสอบ แม่เราเขาเก็บเสื้อผ้าเราจะโยนออกจากบ้าน ดูถูกเราด้วยคำพูดในสิ่งที่เรารัก
ทั้งๆที่เราไม่เคยทำให้เขาเสียใจเลยแม้แต่น้อย เราผิดด้วยหรือ เราแค่มีสิ่งที่เรารักและเรามุ่งมั่นทำมัน..ทำไมเราต้องได้รับความเจ็บปวดภายในใจขนาดนี้
เราร้องไห้ทุกวัน ทำร้ายตัวเองตลอด เหมือนสติแตกไปแล้ว แต่กลับไม่มีใครเข้าใจเราเลยสักคน

ช่วงนั้น เราเลิกเรียนจะไปยืนหน้า วิทยาลัยที่เราตั้งใจเข้าไว้ ทุกวัน และร้องไห้ทุกวัน..ในขณะที่ทางบ้านเราก็เริ่มมีปัญหาหนักรอบด้าน 
เราหนีออกจากบ้าน 2รอบ แต่กลับมาทุกรอบ  ช่วงนั้น แม่เราหายจากบ้านไป3วัน เขาวางบัตรบริจาคร่างกายไว้ 
เราไม่รู้ว่าชีวิตเราควรทำยังไงต่อไป จนเช้าวันหนึ่งเขากลับมาแล้วนั่งร้องไห้ที่ปลายเท้า  เขาบอกเราว่าเขาจะฆ่าตัวตาย ..

จากนั้นมา เขาก็เครียดเป็นโรคหัวใจกำเริบ เสมอ เข้ารพ. ทุกคืน จากที่เราซ้อมวาดรูป เราก็มาเฝ้าเข้าที่รพ.
เรารักแม่มากค่ะ แม่ดีกับเราจริงๆในเรื่องการดูแลและความใส่ใจ แต่เขาแค่ไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น
เราพยายามเข้าใจเขา และเก็บกดมาตลอด จนเราไปสอบ เราสอบติด..ค่ะ  อาจารย์ก็บอกให้มามอบตัว

แต่ ณ ช่วงนั้น ใจเรารู้สึกแย่มาก ที่ต้องเป็นแบบนี้ สภาวะครอบครัวเป็นแบบนี้ก็เพราะเรา เรารู้สึกอยากตาย ทำใจไม่ได้เลย
จนตัดสินใจเรียนที่เดิมค่ะ ซึ่งเป็นรร.หญฺิงล้วน  หลายๆคนอาจคิดว่า ก็เรียนสามัญไป แล้วก็ซ้อมวาดรูปเหมือนเดิมไปสิ 
แต่เมื่อลองคิดชั่งน้ำหนักดู คนที่เรียนปวช.มาสายตรง กับเราที่ต้องทนเรียนสามัญที่หนักกว่าเดิม แล้วจะให้วาดรูปไปด้วย
ชม.วาดรูปเราก็ต้องน้อยกว่าอยู่แล้ว ตอนม.4 ระหว่างที่เราต้องจับเอกสารถือกระดาษท่องจำเรียนและต้องวางดินสอลง...เพื่อแม่

จากนั้นมาแม่เราอาการดีขึ้นค่ะ คนในบ้านก็ดูปกติเหมือนเดิม...เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใช่ค่ะ เหมือนกับทุกอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทุกคนเฮฮามีความสุข  แต่ผิดกับเราที่รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น  ม.4 เราเรียนประชดชีวิต เราเรียนส่งๆไป ได้เกรดมา 2.9 
จนมาถึงม.6 ตอนนี้เราเรียนได้เกรด 3.85  ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไปได้สวยอีกรอบ ...แต่เปล่าเลยค่ะ

เราอยากตาย  เราเรียนหนักมาก เราลงเรียนพิเศษเตรียมเข้ามหาลัย 6 7 ที่  เรียนที่รร.เสร็จก็ต้องไปที่เรียนพิเศษ กลับบ้านดึก
ตื่นไปรร. เสาร์อาทิตย์ก็ต้องเรียนพิเศษ อ่านหนังสือ ...เราส่องกระจกมองตัวเองในตอนนี้แล้วเรารู้สึกเกลียดตัวเองมาก..ที่เป็นแบบนี้ 

คนๆนี้ไม่ใช่เราเลยแม้แต่น้อย มันไม่ใช่เลย... เราเจอคนในวัยเดียวกันที่เขาเรียน สายตรงมา เรารู้สึกแย่มากๆ ที่เราไม่มีโอกาสไปยืนในที่ตรงนั้น...
ความสามารถ ความรัก ความฝัน ความศรัทธา ตอนนี้ มันมอดไปจากตัวเราหมดเลย...หมดเลย..

และไม่นานมานี้ ..วันหนึ่งแม่เราเห็นเราเครียดเรียนหนักมาก เขาบอก เขารักเรา อยากให้เราเรียนในสิ่งที่เราชอบ ...เรียนมหาลัยข้างบ้านก็ได้ ไม่ต้องหวังสูง ..

ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วไม่เข้าใจไม่เป็นไรนะคะ  แต่คำพูดนี้สำหรับเรามันทำให้เรายิ่งอยากตายคูณทวี  อยากหนีออกไปจากที่นี่
ไม่อยากเห็นสิ่งใดหรือคาดหวังกับสิ่งใดอีกแล้ว อย่างน้อยถ้าเราตัดสินใจจะจากไป ...อยากให้เคารพการตัดสินใจของเราสักครั้งก็ยังดี..
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่