พิชัย ฟังประยุทธ์ พูดเรื่องเศรษฐกิจ เย้ย “เหมือนคนหลงทาง” แนะ 5 วิธีปรับหลักคิด
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3098211
พิชัย อัด บิ๊กตู่ ไม่ไหวอย่าฝืน ชี้พูดจาสับสนเหมือนหลงทาง ยก 5 ข้อปรับหลักคิดตนก่อน
เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นาย
พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รมว. กลาโหม และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ไปพูดในงานพิธีประกาศและมอบรางวัลพระราชทาน Thailand Corporate Excellence Awards และรางวัล SMEs Excellence Awards 2019
ซึ่งเมื่อฟังแล้วเหมือนพูดจาสับสน คล้ายคนหลงทาง ไม่แน่ใจว่า ต้องการจะตอบคนที่วิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่จากฝีมือการบริหารของรัฐบาลใช่หรือไม่ จึงขอตั้งข้อสังเกตให้พลเอก
ประยุทธ์ได้ศึกษาและพิจารณา 5 ข้อดังนี้
1. ตามที่ พล.อ.
ประยุทธ์บอกว่าตลอดเวลา 5 ปี คาดการณ์อยู่แล้วว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงเร็วจากเทคโนโลยีและได้เตรียมการ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์อธิบายว่าได้เตรียมการอะไรบ้าง เพราะเท่าที่ฟังมาตลอด 5 ปี ไม่เคยที่พล.อ.
ประยุทธ์คิดถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกนี้เลย ถ้าคิดถึงคงไม่เอาประเทศไปจมปลักกับการปฏิวัติที่ประเทศไม่ได้พัฒนามา 5 ปี การลงทุนของไทยตามการเปลี่ยนแปลงของโลกหยุดชะงัก วิสัยทัศน์ที่ก้าวทันโลกไม่เคยปรากฏ มีแต่เรื่อง ปลูกหมามุ่ยแทนปลูกข้าว เมื่อเกิดน้ำท่วมให้เลี้ยงปลา ให้ท่องจินดามณี ให้อ่านแอนนิมอลฟาร์มที่ด่า [เผล่ะจัง]
ที่คิดนอกกรอบก็มีแค่ ส่งออกยางพาราไปดาวอังคารเท่านั้น ไม่ได้มีการเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงเลย ขนาดบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในระดับที่เรียกว่ายูนิคอร์นก็ไม่เกิดในไทย ขณะที่ประเทศในอาเซียนมีกันหมด จึงอยากให้ พล.อ.
ประยุทธ์ได้ศึกษารายละเอียดและเตรียมการจริงๆ อย่าสักแต่ว่าพูด โดยไม่ดูผลงานตัวเอง หรือพูดเพราะเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า ไทยกำลังจะตกยุครวดเร็วแล้ว จากโรงงานกว่าพันแห่งที่ปิดตัวลง แม้จะสายไปบ้างแต่ก็ดีกว่าพูดแบบไม่รู้เรื่อง
2. การที่ พล.อ.
ประยุทธ์เข้าใจดีว่าปัจจุบันเป็นสงครามทางเศรษฐกิจ ก็น่าจะต้องมุ่งเน้นการใช้งบประมาณในการพัฒนาเศรษฐกิจให้มากๆ งบประมาณทางการทหารก็ควรจะต้องลดลงไม่ใช่เพิ่มขึ้น 4.37% ทุกปีมาตลอด 5 ปี ถ้าหากพล.อ.
ประยุทธ์ตามการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีจริงตามที่พูด จะพบว่าเทคโนโลยีทางอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก
เช่น มีการใช้ Ai หุ่นยนต์ และโดรนในการทำสงครามโจมตี เป็นต้น อาวุธที่จัดซื้อกันในปัจจุบันจะล้าสมัยอย่างรวดเร็วและจะเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งการลดการเกณฑ์ทหารก็จะช่วยลดงบประมาณทางการทหารด้วย และยังจะช่วยเพิ่มแรงงานในภาคการผลิตและภาคบริการให้มากขึ้น การรบสมัยใหม่มีการใช้กำลังพลน้อยลงมาก โดยจะมุ่งเน้นเทคโนโลยีชั้นสูงเป็นหลัก ความจำเป็นที่จะต้องมีกำลังพลจำนวนมากจึงไม่มีแล้ว อีกทั้งยังไม่เห็นว่าไทยจะไปรบกับใคร
3. การที่พล.อ.
ประยุทธ์เข้าใจว่าต่างประเทศให้ความชื่นชมในช่วงเวลาที่เดินทางไปเยือนต่างประเทศ พล.อ.
ประยุทธ์น่าจะเข้าใจผิดในเรื่องมารยาทการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ถ้าหาก พล.อ.
ประยุทธ์ได้อ่านบทความในสื่อหลักต่างประเทศแทบทุกสำนักที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ.
ประยุทธ์อย่างเสียหายมาโดยตลอด พล.อ.
ประยุทธ์จะไม่กล้าพูดแบบนี้เลย
4. การที่ พล.อ.
ประยุทธ์เตือนไม่ให้ภาคธุรกิจอย่าเห็นแก่กำไร แสดงถึงความไม่เข้าใจในระบบเศรษฐกิจ เป็นเรื่องปกติที่หน่วยธุรกิจต้องเห็นแก่กำไร สิ่งที่ พล.อ.
ประยุทธ์ควรทำคือ ไม่เอื้อประโยชน์กับนายทุนมากเกินไป ต้องไม่ส่งเสริมการผูกขาดของธุรกิจ ซึ่งตลอด 5 ปี นายทุนที่สนับสนุนรัฐบาลร่ำรวยขึ้นอย่างมหาศาลในขณะที่ประชาชนจนลงกันหมด หน่วยธุรกิจส่วนใหญ่โดยเฉพาะ SMEs อย่าว่าแต่กำไรเลย ตอนนี้ยังเอาตัวจะไม่รอด ขาดทุนกันถ้วนหน้า จนจะปิดกิจการกันเป็นจำนวนมากแล้ว
5. การที่ พล.อ.
ประยุทธ์ ให้ประชาชนอย่าพูดการเมือง ให้พูดถึงเศรษฐกิจมากๆ ซึ่งตรงข้ามกับนาย
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ไม่อยากให้ประชาชนพูดเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังแย่ แสดงถึงความสับสนในทีมเศรษฐกิจ ไปที่ไหนก็มีแต่คนบ่นเรื่องเศรษฐกิจย่ำแย่ ไม่มีใครไม่พูดถึงเรื่องนี้ และที่พวกเขาพูดการเมือง เพราะพวกเขาคิดว่าการเมืองทำให้เศรษฐกิจแย่จากฝีมือการบริหารของรัฐบาล ไม่ทราบว่าพล.อ.
ประยุทธ์จะให้ประชาชนมีหลักคิดใหม่อย่างไร
ทั้งนี้ อยากให้ พล.อ.
ประยุทธ์ได้ศึกษาแนวคิดเศรษฐกิจให้ครบกรอบก่อนที่จะพูด และน่าจะเป็นพล.อ.
ประยุทธ์ ที่จะต้องปรับหลักคิดใหม่ เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก อยากให้พิจารณาอย่างจริงจังว่า พล.อ.
ประยุทธ์ จะมีความรู้ความสามารถเพียงพอ ที่จะนำพาประเทศไทยฝ่าฟันการเปลี่ยนแปลงของโลกไหวหรือไม่ ไม่ไหวอย่าฝืน เพราะปัจจุบันประชาชนจำนวนมากเริ่มหมดความหวังกับรัฐบาลแล้ว
กรมป่าไม้เตรียมแจ้งความ บก.ปทส. “ปารีณา” รุกป่า 2 ธ.ค.นี้
https://news.thaipbs.or.th/content/286559
กรมป่าไม้เตรียมแจ้งความ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ บุกรุกเขตป่าสงวนที่ บก.ปทส.ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ส่วนเย็นวันนี้ (29 พ.ย.) จะสรุปตัวเลขพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี
วันนี้ (29 พ.ย.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ นาย
อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเขาสนฟาร์มที่ จ.ราชบุรี ของ น.ส.
ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เข้าแจ้งความว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่โดยไม่มีหมายศาลตรวจสอบ
จากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ชุดรังวัดพื้นที่ของกรมป่าไม้ ที่ลงพื้นที่เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าพื้นที่ฟาร์มไก่ แต่มีการลงพื้นที่ตรวจสอบแนวแผนที่และปักหมุดในเขตป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี โดยเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่
ส่วนกรณีที่อ้างว่าเข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นสิทธิ์ของ น.ส.
ปารีณา ที่จะอ้าง ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังในการเข้าพื้นที่ส่วนบุคคล โดยข้อเท็จจริงเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้ารังวัด แต่เป็นการเข้าไปยังเขตป่าสงวนฯ และปักหมุดเท่านั้น ซึ่งไม่กังวลว่าเจ้าหน้าที่จะทำงานลำบากมากขึ้น
จ่อแจ้งความบุกรุกป่าที่ บก.ปทส. 2 ธ.ค.นี้
อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้รับรายงานว่าในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและปักหมุดบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ได้พบผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปยังพื้นที่ จึงเข้าไปดูว่าเป็นผู้ใด แต่ไม่ได้ดำเนินการอะไร
ขณะที่เย็นวันนี้จะได้ตัวเลขที่ดินที่มีปัญหาบุกรุกเขตป่าสงวนภายแน่นอน และจะแถลงข่าวผลการตรวจสอบของกรมป่าไม้ก่อนในเวลา 09.00 น.ที่กรมป่าไม้ จากนั้นจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้
สำหรับกรณีการเข้ารังวัดที่ดินครั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าชุดรังวัดกรมป่าไม้และ ส.ป.ก.ลงพื้นที่ตรวจสอบรอบที่ 2 หลังจาก น.ส.
ปารีณา ระบุว่ามีการใช้แผนที่แนวเขตที่แตกต่างกัน ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากที่เฝ้าสังเกตการณ์การทำงาน รวมทั้งนาย
อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และนาย
วีระ สมความคิด ที่ยังเกาะติดการทำงานอย่างใกล้ชิด
ด้าน น.ส.
ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ได้ส่งตัวแทนไปแจ้งความที่ สภ.จอมบึง เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่คาดว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่เข้ามาในพื้นที่ฟาร์มไก่ “
เขาสนฟาร์ม” โดยไม่ทราบว่ามีหมายศาลหรือไม่
JJNY : พิชัยฟังประยุทธ์ แนะ 5 วิธีปรับหลักคิดฯ/ป่าไม้เตรียมแจ้งความ บก.ปทส.ฯ/เทพไทสวน วงการเมืองเขายึด "สัญญาประชาคม"ฯ
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3098211
ซึ่งเมื่อฟังแล้วเหมือนพูดจาสับสน คล้ายคนหลงทาง ไม่แน่ใจว่า ต้องการจะตอบคนที่วิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่จากฝีมือการบริหารของรัฐบาลใช่หรือไม่ จึงขอตั้งข้อสังเกตให้พลเอกประยุทธ์ได้ศึกษาและพิจารณา 5 ข้อดังนี้
1. ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าตลอดเวลา 5 ปี คาดการณ์อยู่แล้วว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงเร็วจากเทคโนโลยีและได้เตรียมการ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์อธิบายว่าได้เตรียมการอะไรบ้าง เพราะเท่าที่ฟังมาตลอด 5 ปี ไม่เคยที่พล.อ.ประยุทธ์คิดถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกนี้เลย ถ้าคิดถึงคงไม่เอาประเทศไปจมปลักกับการปฏิวัติที่ประเทศไม่ได้พัฒนามา 5 ปี การลงทุนของไทยตามการเปลี่ยนแปลงของโลกหยุดชะงัก วิสัยทัศน์ที่ก้าวทันโลกไม่เคยปรากฏ มีแต่เรื่อง ปลูกหมามุ่ยแทนปลูกข้าว เมื่อเกิดน้ำท่วมให้เลี้ยงปลา ให้ท่องจินดามณี ให้อ่านแอนนิมอลฟาร์มที่ด่า [เผล่ะจัง]
ที่คิดนอกกรอบก็มีแค่ ส่งออกยางพาราไปดาวอังคารเท่านั้น ไม่ได้มีการเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงเลย ขนาดบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในระดับที่เรียกว่ายูนิคอร์นก็ไม่เกิดในไทย ขณะที่ประเทศในอาเซียนมีกันหมด จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ศึกษารายละเอียดและเตรียมการจริงๆ อย่าสักแต่ว่าพูด โดยไม่ดูผลงานตัวเอง หรือพูดเพราะเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า ไทยกำลังจะตกยุครวดเร็วแล้ว จากโรงงานกว่าพันแห่งที่ปิดตัวลง แม้จะสายไปบ้างแต่ก็ดีกว่าพูดแบบไม่รู้เรื่อง
2. การที่ พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจดีว่าปัจจุบันเป็นสงครามทางเศรษฐกิจ ก็น่าจะต้องมุ่งเน้นการใช้งบประมาณในการพัฒนาเศรษฐกิจให้มากๆ งบประมาณทางการทหารก็ควรจะต้องลดลงไม่ใช่เพิ่มขึ้น 4.37% ทุกปีมาตลอด 5 ปี ถ้าหากพล.อ.ประยุทธ์ตามการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีจริงตามที่พูด จะพบว่าเทคโนโลยีทางอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก
เช่น มีการใช้ Ai หุ่นยนต์ และโดรนในการทำสงครามโจมตี เป็นต้น อาวุธที่จัดซื้อกันในปัจจุบันจะล้าสมัยอย่างรวดเร็วและจะเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ อีกทั้งการลดการเกณฑ์ทหารก็จะช่วยลดงบประมาณทางการทหารด้วย และยังจะช่วยเพิ่มแรงงานในภาคการผลิตและภาคบริการให้มากขึ้น การรบสมัยใหม่มีการใช้กำลังพลน้อยลงมาก โดยจะมุ่งเน้นเทคโนโลยีชั้นสูงเป็นหลัก ความจำเป็นที่จะต้องมีกำลังพลจำนวนมากจึงไม่มีแล้ว อีกทั้งยังไม่เห็นว่าไทยจะไปรบกับใคร
3. การที่พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจว่าต่างประเทศให้ความชื่นชมในช่วงเวลาที่เดินทางไปเยือนต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์น่าจะเข้าใจผิดในเรื่องมารยาทการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์ได้อ่านบทความในสื่อหลักต่างประเทศแทบทุกสำนักที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อย่างเสียหายมาโดยตลอด พล.อ.ประยุทธ์จะไม่กล้าพูดแบบนี้เลย
4. การที่ พล.อ.ประยุทธ์เตือนไม่ให้ภาคธุรกิจอย่าเห็นแก่กำไร แสดงถึงความไม่เข้าใจในระบบเศรษฐกิจ เป็นเรื่องปกติที่หน่วยธุรกิจต้องเห็นแก่กำไร สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ควรทำคือ ไม่เอื้อประโยชน์กับนายทุนมากเกินไป ต้องไม่ส่งเสริมการผูกขาดของธุรกิจ ซึ่งตลอด 5 ปี นายทุนที่สนับสนุนรัฐบาลร่ำรวยขึ้นอย่างมหาศาลในขณะที่ประชาชนจนลงกันหมด หน่วยธุรกิจส่วนใหญ่โดยเฉพาะ SMEs อย่าว่าแต่กำไรเลย ตอนนี้ยังเอาตัวจะไม่รอด ขาดทุนกันถ้วนหน้า จนจะปิดกิจการกันเป็นจำนวนมากแล้ว
5. การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ประชาชนอย่าพูดการเมือง ให้พูดถึงเศรษฐกิจมากๆ ซึ่งตรงข้ามกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ไม่อยากให้ประชาชนพูดเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังแย่ แสดงถึงความสับสนในทีมเศรษฐกิจ ไปที่ไหนก็มีแต่คนบ่นเรื่องเศรษฐกิจย่ำแย่ ไม่มีใครไม่พูดถึงเรื่องนี้ และที่พวกเขาพูดการเมือง เพราะพวกเขาคิดว่าการเมืองทำให้เศรษฐกิจแย่จากฝีมือการบริหารของรัฐบาล ไม่ทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์จะให้ประชาชนมีหลักคิดใหม่อย่างไร
ทั้งนี้ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ศึกษาแนวคิดเศรษฐกิจให้ครบกรอบก่อนที่จะพูด และน่าจะเป็นพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะต้องปรับหลักคิดใหม่ เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก อยากให้พิจารณาอย่างจริงจังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีความรู้ความสามารถเพียงพอ ที่จะนำพาประเทศไทยฝ่าฟันการเปลี่ยนแปลงของโลกไหวหรือไม่ ไม่ไหวอย่าฝืน เพราะปัจจุบันประชาชนจำนวนมากเริ่มหมดความหวังกับรัฐบาลแล้ว
กรมป่าไม้เตรียมแจ้งความ บก.ปทส. “ปารีณา” รุกป่า 2 ธ.ค.นี้
https://news.thaipbs.or.th/content/286559
กรมป่าไม้เตรียมแจ้งความ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ บุกรุกเขตป่าสงวนที่ บก.ปทส.ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ส่วนเย็นวันนี้ (29 พ.ย.) จะสรุปตัวเลขพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี
วันนี้ (29 พ.ย.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเขาสนฟาร์มที่ จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เข้าแจ้งความว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่โดยไม่มีหมายศาลตรวจสอบ
จากการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ชุดรังวัดพื้นที่ของกรมป่าไม้ ที่ลงพื้นที่เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้าพื้นที่ฟาร์มไก่ แต่มีการลงพื้นที่ตรวจสอบแนวแผนที่และปักหมุดในเขตป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี โดยเป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่
ส่วนกรณีที่อ้างว่าเข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นสิทธิ์ของ น.ส.ปารีณา ที่จะอ้าง ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังในการเข้าพื้นที่ส่วนบุคคล โดยข้อเท็จจริงเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เข้ารังวัด แต่เป็นการเข้าไปยังเขตป่าสงวนฯ และปักหมุดเท่านั้น ซึ่งไม่กังวลว่าเจ้าหน้าที่จะทำงานลำบากมากขึ้น
จ่อแจ้งความบุกรุกป่าที่ บก.ปทส. 2 ธ.ค.นี้
อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้รับรายงานว่าในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและปักหมุดบริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ได้พบผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปยังพื้นที่ จึงเข้าไปดูว่าเป็นผู้ใด แต่ไม่ได้ดำเนินการอะไร
ขณะที่เย็นวันนี้จะได้ตัวเลขที่ดินที่มีปัญหาบุกรุกเขตป่าสงวนภายแน่นอน และจะแถลงข่าวผลการตรวจสอบของกรมป่าไม้ก่อนในเวลา 09.00 น.ที่กรมป่าไม้ จากนั้นจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้
สำหรับกรณีการเข้ารังวัดที่ดินครั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าชุดรังวัดกรมป่าไม้และ ส.ป.ก.ลงพื้นที่ตรวจสอบรอบที่ 2 หลังจาก น.ส.ปารีณา ระบุว่ามีการใช้แผนที่แนวเขตที่แตกต่างกัน ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากที่เฝ้าสังเกตการณ์การทำงาน รวมทั้งนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และนายวีระ สมความคิด ที่ยังเกาะติดการทำงานอย่างใกล้ชิด
ด้าน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ได้ส่งตัวแทนไปแจ้งความที่ สภ.จอมบึง เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่คาดว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ที่เข้ามาในพื้นที่ฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” โดยไม่ทราบว่ามีหมายศาลหรือไม่