พท.เตือนสติส.ส.รัฐบาล สำนึกถึงประชาชนเลือกมา หากม.44ไร้จุดด่างพร้อยก็ไม่ต้องกลัว
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3095327
พท.เตือนสติส.ส.รัฐบาล สำนึกถึงประชาชนที่เลือกมา หากม.44 ไร้จุดด่างพร้อยก็ไม่ต้องกลัว
พท. / เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นาย
ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรคฝ่ายค้านชนะฝ่ายรัฐบาล ในการตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ว่า
“ผมขอเรียกว่าเป็น “ชัยชนะ” ของประชาชน นี่คือสัญญาและความตั้งใจของผู้แทนพรรคฝ่ายค้านที่ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ สุดความสามารถตามที่เราได้ให้คำมั่นกับพี่น้องไว้ นี่คือภาพแห่งการร่วมมือร่วมใจ
และนี่คือกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารโดยรัฐสภา ตามกติกาประชาธิปไตย เพราะที่ผ่านมากว่า 5 ปี รัฐบาลคสช.ได้ออกประกาศ-คำสั่ง ตามมาตรา 44 หลายฉบับที่ส่งผลต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสียหายต่อประเทศด้วย อาทิ กรณีเหมืองทองอัครา หรือกรณีใช้คำสั่ง ม.44 เพื่อย้ายข้าราชการกว่า 400 ตำแหน่ง ตามอำเภอใจ หรือไม่ ซึ่งหลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า มาตรา 44 นั้น เป็นเสมือนกฎหมาย [เผล่ะจัง] เพราะคำสั่งที่ออกนั้นไม่ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมใดๆทั้งสิ้น ทำให้หัวหน้า คสช. หรือ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถมีอำนาจทั้ง บริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการ ในคนๆเดียว
หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้ว เสียงของซีกรัฐบาลมีเหนือกว่าฝ่ายค้าน แต่ผลการลงมติออกมาปรากฏว่าฝ่ายค้านชนะ แล้วรัฐบาลดันทุรังให้มีการนับคะแนนใหม่ ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลแพ้โหวตฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นเสถียรภาพรัฐบาลมีปัญหาแน่นอน จากคะแนนปริ่มน้ำที่พยายามลากกันมาตั้งรัฐบาลตั้งแต่ต้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม หากส.ส.ฝ่ายรัฐบาลตั้งใจมาทำหน้าที่ก็คงไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้น
แต่สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน คือ #ความพยายามของรัฐบาลที่จะปกป้องผลประโยชน์ของคสช. มากกว่าที่จะปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน โดยพยายามจะลากเอามติที่ตัวเองแพ้ ให้ออกลูกเป็นมติใหม่ตามใจตัวเอง ด้วยข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น
ผมจึงฝากเตือนสติ และเรียกร้องให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้ท่านรักษาศักดิ์ศรีความเป็นผู้แทนราษฎรของตัวเอง และเพื่อนสมาชิก ให้เคารพมติของที่ประชุม เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง ด้วยความสำเหนียกถึงประชาชนที่ยื่นโอกาสให้กับเรา
ถ้ามั่นใจว่าประกาศ-คำสั่ง ม.44 ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีจุดด่างพร้อย ไม่สร้างบาดแผลให้ใคร ก็ไม่ต้องกลัวหรือกังวลใดๆ เพราะท่านเป็นคนอ้างความชอบธรรมเหล่านั้นมาโดยตลอด และเมื่อวันนี้เรามีผู้แทนจากประชาชนแล้ว อำนาจจาก Power ของคนคนเดียว ไม่ควรใหญ่ไปกว่าอำนาจอธิปไตยจากปวงชนชาวไทย
#เพราะผลกรรมล้วนมาจากการกระทำของตนเอง #ประชุมสภา #ปุ๊นเพื่อไทยบางกะปิวังทองหลาง”
https://www.facebook.com/pune.treerat/photos/a.10153653443827587/10156331748847587/
อนค. โต้ บิ๊กตู่ ถาม “เกณฑ์ทหาร” เป็นธรรมตรงไหน? แค่รองมือรองเท้านาย-ฝึกก็มีคนตาย
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3096121
อนค. โต้ บิ๊กตู่ ถาม “เกณฑ์ทหาร” เป็นธรรมตรงไหน? แค่รองมือรองเท้านาย-ฝึกก็มีคนตาย
เกณฑ์ทหาร / วันที่ 28 พ.ย. นาย
รังสิสันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ แสดงความคิดเห็นกรณี พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์โจมตีการรณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ของพรรคอนาคตใหม่ ว่า
พล.อ.
ประยุทธ์ ไม่ได้นำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่และน่าขบคิดไปมากกว่าที่สังคมถกเถียงเลย เช่น การที่กล่าวถึงในทำนองว่า ถ้าไม่มีทหารเกณฑ์ เกิดอะไรขึ้นมาใครจะปกป้องประเทศ และยังกล่าวต่ออีกว่า การฝึกรบ ต้องใช้เวลาสองปี ไม่ใช่ 1 เดือนก็จะทำได้เลย แถมยังเบี่ยงประเด็นไปอีกว่า ทั้งการเรียนรักษาดินแดน การเกณฑ์ และการรับสมัคร ทั้งหมดนี้เป็นระบบที่มีความเป็นธรรมแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เลย
“ต้องขอกล่าวให้ชัดๆ อีกหลายๆครั้ง เผื่อคนบางคนสายตาผิดเพี้ยน เลยอ่านไม่ได้ความ พรรคอนาคตใหม่ของเรา ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกทหารทั้งหมด แต่เราเสนอว่า ภายใต้งบประมาณเท่าเดิมนั้น หากเปลี่ยนวิธีในการสรรหากำลังพล จะทำให้กองทัพไทยนั้นมีประสิทธิภาพและมีศักดิ์ศรีมีกำลังทัดเทียมชาติอารยะได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เราไม่เคยกล่าวว่าให้ฝึกแค่ 1 เดือนแล้วออกไปรบ แต่เราบอกว่าให้ฝึก 5 ปี แล้วเป็นกำลังหลักเลย หากมาจากความเต็มใจ
ที่เราให้เงินเดือนและสวัสดิการที่ดีมากขึ้น โดยลดจำนวนคนลง และหันเข้าหาเทคโนโลยีทางการทหารมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยของการทหารในยุคนี้มากขึ้น อีกทั้งในช่วงเริ่มต้น เราก็จะยังให้ทหารที่ถูกเกณฑ์ตามระบบเดิมนั้นอยู่ทำหน้าที่จนจบ เพื่อให้กองทัพได้เกิดการปรับตัว” นาย
รังสิมันต์ ระบุ
นาย
รังสิมันต์ ระบุ ด้วยว่า ทหารที่เกณฑ์มานั้น เราก็ได้เห็นแล้วว่า มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องคอยเอามารองมือรองเท้า คอยเป็นคนรับใช้ บ้านท่านนายพลอีกมากมาย นี่คือสิ่งที่ควรเกิดขึ้นจากระบบอันแสนจะ “
มีความเป็นธรรม” ที่ว่านี้เหรอครับ แล้วระบบอันเป็นธรรมอะไรกันที่ปล่อยให้มีทหารเกณฑ์ตายจากการฝึก เพราะต้องรองรับอารมณ์และเท้าครูฝึกมากกว่าไปตายจากการรบสงครามจริง เคยมีการลงโทษได้อย่างจริงจังและเท่าเทียมหรือไม่ คนที่ต้องตายไปได้รับความเป็นธรรมจากระบบอันแสนจะเป็นธรรมนี้แล้วหรือยัง
อีกทั้งเรื่องสาธารณภัยนั้น หากรัฐบาลมีความจริงใจและจริงจัง ผมเห็นว่า มันไม่ยากเลยที่พลเอกประยุทธ์จะหาทางจัดการปัญหาเหล่านี้เพื่อรับมือได้อย่างยั่งยืน เช่น การนำงบไปสร้างระบบจัดการน้ำ หรือเตรียมการรับมือสาธารณภัยให้กับแต่ละท้องที่จัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าจะมานั่งปล่อยให้เกิดภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วเอาทหารเกณฑ์ไว้ด้วยข้ออ้างบนความเดือดร้อนของประชาชนเช่นนี้ เพราะไม่อย่างนั้น ท้ายที่สุดแล้ว พลเอก
ประยุทธ์คนเดียวแก้ปัญหาไม่ได้ก็จริง แต่กลายเป็นว่าพลเอก
ประยุทธ์นั่นแหละที่เป็นปัญหาของประเทศนี้
JJNY : 4in1 พท.เตือนสติส.ส.รัฐบาล/อนค.โต้ตู่เกณฑ์ทหารเป็นธรรมตรงไหน?/ป่าไม้-ส.ป.ก.คาด2ธ.ค.สรุปชัด/คนไทยหนี้ท่วมหัว!
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3095327
พท.เตือนสติส.ส.รัฐบาล สำนึกถึงประชาชนที่เลือกมา หากม.44 ไร้จุดด่างพร้อยก็ไม่ต้องกลัว
พท. / เมื่อวันที่ 28 พ.ย. นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรคฝ่ายค้านชนะฝ่ายรัฐบาล ในการตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ว่า
“ผมขอเรียกว่าเป็น “ชัยชนะ” ของประชาชน นี่คือสัญญาและความตั้งใจของผู้แทนพรรคฝ่ายค้านที่ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ สุดความสามารถตามที่เราได้ให้คำมั่นกับพี่น้องไว้ นี่คือภาพแห่งการร่วมมือร่วมใจ
และนี่คือกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารโดยรัฐสภา ตามกติกาประชาธิปไตย เพราะที่ผ่านมากว่า 5 ปี รัฐบาลคสช.ได้ออกประกาศ-คำสั่ง ตามมาตรา 44 หลายฉบับที่ส่งผลต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสียหายต่อประเทศด้วย อาทิ กรณีเหมืองทองอัครา หรือกรณีใช้คำสั่ง ม.44 เพื่อย้ายข้าราชการกว่า 400 ตำแหน่ง ตามอำเภอใจ หรือไม่ ซึ่งหลายท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า มาตรา 44 นั้น เป็นเสมือนกฎหมาย [เผล่ะจัง] เพราะคำสั่งที่ออกนั้นไม่ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมใดๆทั้งสิ้น ทำให้หัวหน้า คสช. หรือ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถมีอำนาจทั้ง บริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการ ในคนๆเดียว
หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้ว เสียงของซีกรัฐบาลมีเหนือกว่าฝ่ายค้าน แต่ผลการลงมติออกมาปรากฏว่าฝ่ายค้านชนะ แล้วรัฐบาลดันทุรังให้มีการนับคะแนนใหม่ ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลแพ้โหวตฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นเสถียรภาพรัฐบาลมีปัญหาแน่นอน จากคะแนนปริ่มน้ำที่พยายามลากกันมาตั้งรัฐบาลตั้งแต่ต้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม หากส.ส.ฝ่ายรัฐบาลตั้งใจมาทำหน้าที่ก็คงไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้น
แต่สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน คือ #ความพยายามของรัฐบาลที่จะปกป้องผลประโยชน์ของคสช. มากกว่าที่จะปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน โดยพยายามจะลากเอามติที่ตัวเองแพ้ ให้ออกลูกเป็นมติใหม่ตามใจตัวเอง ด้วยข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น
ผมจึงฝากเตือนสติ และเรียกร้องให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้ท่านรักษาศักดิ์ศรีความเป็นผู้แทนราษฎรของตัวเอง และเพื่อนสมาชิก ให้เคารพมติของที่ประชุม เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้กับคนรุ่นหลัง ด้วยความสำเหนียกถึงประชาชนที่ยื่นโอกาสให้กับเรา
ถ้ามั่นใจว่าประกาศ-คำสั่ง ม.44 ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีจุดด่างพร้อย ไม่สร้างบาดแผลให้ใคร ก็ไม่ต้องกลัวหรือกังวลใดๆ เพราะท่านเป็นคนอ้างความชอบธรรมเหล่านั้นมาโดยตลอด และเมื่อวันนี้เรามีผู้แทนจากประชาชนแล้ว อำนาจจาก Power ของคนคนเดียว ไม่ควรใหญ่ไปกว่าอำนาจอธิปไตยจากปวงชนชาวไทย
#เพราะผลกรรมล้วนมาจากการกระทำของตนเอง #ประชุมสภา #ปุ๊นเพื่อไทยบางกะปิวังทองหลาง”
https://www.facebook.com/pune.treerat/photos/a.10153653443827587/10156331748847587/
อนค. โต้ บิ๊กตู่ ถาม “เกณฑ์ทหาร” เป็นธรรมตรงไหน? แค่รองมือรองเท้านาย-ฝึกก็มีคนตาย
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3096121
พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้นำเสนอมุมมองที่แปลกใหม่และน่าขบคิดไปมากกว่าที่สังคมถกเถียงเลย เช่น การที่กล่าวถึงในทำนองว่า ถ้าไม่มีทหารเกณฑ์ เกิดอะไรขึ้นมาใครจะปกป้องประเทศ และยังกล่าวต่ออีกว่า การฝึกรบ ต้องใช้เวลาสองปี ไม่ใช่ 1 เดือนก็จะทำได้เลย แถมยังเบี่ยงประเด็นไปอีกว่า ทั้งการเรียนรักษาดินแดน การเกณฑ์ และการรับสมัคร ทั้งหมดนี้เป็นระบบที่มีความเป็นธรรมแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เลย
“ต้องขอกล่าวให้ชัดๆ อีกหลายๆครั้ง เผื่อคนบางคนสายตาผิดเพี้ยน เลยอ่านไม่ได้ความ พรรคอนาคตใหม่ของเรา ไม่ได้เสนอให้ยกเลิกทหารทั้งหมด แต่เราเสนอว่า ภายใต้งบประมาณเท่าเดิมนั้น หากเปลี่ยนวิธีในการสรรหากำลังพล จะทำให้กองทัพไทยนั้นมีประสิทธิภาพและมีศักดิ์ศรีมีกำลังทัดเทียมชาติอารยะได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เราไม่เคยกล่าวว่าให้ฝึกแค่ 1 เดือนแล้วออกไปรบ แต่เราบอกว่าให้ฝึก 5 ปี แล้วเป็นกำลังหลักเลย หากมาจากความเต็มใจ
ที่เราให้เงินเดือนและสวัสดิการที่ดีมากขึ้น โดยลดจำนวนคนลง และหันเข้าหาเทคโนโลยีทางการทหารมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยของการทหารในยุคนี้มากขึ้น อีกทั้งในช่วงเริ่มต้น เราก็จะยังให้ทหารที่ถูกเกณฑ์ตามระบบเดิมนั้นอยู่ทำหน้าที่จนจบ เพื่อให้กองทัพได้เกิดการปรับตัว” นายรังสิมันต์ ระบุ
นายรังสิมันต์ ระบุ ด้วยว่า ทหารที่เกณฑ์มานั้น เราก็ได้เห็นแล้วว่า มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องคอยเอามารองมือรองเท้า คอยเป็นคนรับใช้ บ้านท่านนายพลอีกมากมาย นี่คือสิ่งที่ควรเกิดขึ้นจากระบบอันแสนจะ “มีความเป็นธรรม” ที่ว่านี้เหรอครับ แล้วระบบอันเป็นธรรมอะไรกันที่ปล่อยให้มีทหารเกณฑ์ตายจากการฝึก เพราะต้องรองรับอารมณ์และเท้าครูฝึกมากกว่าไปตายจากการรบสงครามจริง เคยมีการลงโทษได้อย่างจริงจังและเท่าเทียมหรือไม่ คนที่ต้องตายไปได้รับความเป็นธรรมจากระบบอันแสนจะเป็นธรรมนี้แล้วหรือยัง
อีกทั้งเรื่องสาธารณภัยนั้น หากรัฐบาลมีความจริงใจและจริงจัง ผมเห็นว่า มันไม่ยากเลยที่พลเอกประยุทธ์จะหาทางจัดการปัญหาเหล่านี้เพื่อรับมือได้อย่างยั่งยืน เช่น การนำงบไปสร้างระบบจัดการน้ำ หรือเตรียมการรับมือสาธารณภัยให้กับแต่ละท้องที่จัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าจะมานั่งปล่อยให้เกิดภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วเอาทหารเกณฑ์ไว้ด้วยข้ออ้างบนความเดือดร้อนของประชาชนเช่นนี้ เพราะไม่อย่างนั้น ท้ายที่สุดแล้ว พลเอกประยุทธ์คนเดียวแก้ปัญหาไม่ได้ก็จริง แต่กลายเป็นว่าพลเอกประยุทธ์นั่นแหละที่เป็นปัญหาของประเทศนี้