JJNY : 4in1 พท.อัดรบ.ฟื้นศก.เหลว/ช่อแจงกม.ถามกลับเดียร์/เอ๋คอตก!โร่ขอโทษ/วีระท้าใครช่วยก็ลองดู/ชี้แจกเงินไร้ผลฟื้นศก.

'เพื่อไทย' อัด 'รบ.' ฟื้นศก.ล้มเหลว แนะเปลี่ยนหลักคิด แก้ให้ถูกจุด
https://voicetv.co.th/read/jpoesHxeG
 
อดีตรัฐมนตรีช่วยคลัง จวกวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล แนะยอมรับวิกฤตที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องของประเทศไม่ใช่ธุรกิจครอบครัว
 
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มองสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้เป็นเรื่องน่าหนักใจ มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการรายย่อย พบว่าต้องเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจมาโดยตลอดและยังมองไม่เห็นทางรอด ขณะเดียวกันเห็นว่ามาตรการของรัฐยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากพอ เพราะสิ่งที่รัฐดำเนินการเป็นวิธีเก่าไม่สอดคล้องกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น พร้อมมองว่า การที่รัฐบาลไม่ยอมรับปัญหาทางเศรษฐกิจ จะไม่เกิดประโยชน์กับการทำงาน หากเป็นธุรกิจภายในครอบครัวคงไม่มีผู้ใดไปท้วงติง แต่ที่ดำเนินการอยู่คือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องหันกลับมายอมรับความจริง และรับฟังความคิดความเห็นที่สะท้อน ไปยังรัฐบาลเพื่อนำกลับมาแก้ไขปัญหา 
 
นายทนุศักดิ์ มองว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะไม่เกิดประโยชน์ หากหัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังเป็นคนเดิม เมื่อหัวหน้าทีมเศรษฐกิจไม่ถูกปรับเปลี่ยน ก็ไม่สามารถเกิดสิ่งใหม่ได้ ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่หากรัฐพร้อมยอมรับ เชื่อว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ เพราะเมื่อไปดูหลายประเทศทั่วโลกที่ต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ ยังสามารถเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหากไทยไม่ต้องการเป็นประเทศที่ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จะต้องหันกลับมาคิดใหม่เพราะวิธีการแบบเดิม ไม่สามารถแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นได้
 
นายทนุศักดิ์ ระบุด้วยว่าวิธีการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สะท้อนไปยังรัฐบาลทุกสัปดาห์แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย ปัญหาจึงรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตร และมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่าที่ผ่านมา เพราะจากในอดีตผลผลิตเยอะราคาต่ำรัฐเข้าไปช่วยเหลือ แต่ปัจจุบันผลผลิตน้อย ราคากลับตกต่ำ
 
ส่วนปัญหาคนว่างงาน โรงงานปิดกิจการเพิ่มมากขึ้น ทุกคนในสังคมมองเห็นและเชื่อว่าคนทั้งหมดเข้าใจว่าจำเป็นต้องแก้ไข แต่รัฐบาลกลับไม่ยอมรับในสิ่งเหล่านี้ พร้อมตั้งคำถามว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้คิดแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะหลักคิดของรัฐบาลอาจไม่เหมือนมนุษย์ปกติ
 


"ช่อ" แจงยิบข้อกฎหมาย ถามกลับ "เดียร์" ใครกันแน่ ไม่เข้าใจเรื่องการโอนหุ้น
https://www.matichon.co.th/politics/news_1765634

ช่อ ถาม เดียร์ ใครกันแน่ไม่เข้าใจเรื่องการโอนหุ้น

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เกี่ยวพันธ์กับการถือหุ้นสื่อ โดยหลังจากนั้น น.ส.วทันยา ได้ออกมาโต้ว่า การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่จำเป็นต้องแจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์ เพราะตลาดหลักทรัพย์มีศูนย์รับฝากหลักทรัพย์  หรือ TSD ว่า ก็อยากจะอธิบายให้ฟังว่า TSD เป็นเพียงนายทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์ ที่คอยดูแลข้อมูลตลาดหลักทรัพย์ และจัดทำทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์ ทำให้การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เป็นไปอย่างถูกต้อง ฉะนั้นการที่น.ส.วทันยา อ้างเรื่อง TSD ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย ตามปกติแล้วหากเป็นบริษัทเอกชน บริษัทต้องส่งบัญชีผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนหลังการประชุมสามัญประจำปีภายใน 14 วัน ยกตัวอย่างเช่นบริษัท วี-ลัค มีเดียจำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

ส่วนกรณีของบริษัทมหาชนอย่าง เนชั่น ต้องส่งบัญชีผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนหลังการประชุมสามัญประจำปีภายใน 1 เดือน ซึ่งนายทะเบียนคือ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ทั้ง บอจ.5 หรือ บมจ.6 คือเอกสารที่ต้องส่งให้กระทรวงพาณิชย์

“TSD ไม่เกี่ยวอะไร เป็นคนละเรื่องกันเลย ฉะนั้นถ้าเอาให้ชัดก็คือที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีคุณธนาธร ซึ่งก็โอนหุ้นไปแล้วชัดเจน ซึ่งศาลก็ไม่ได้บอกว่าการโอนหุ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 เป็นเท็จ แต่ศาลกลับถือเอา บอจ.5 เป็นหลัก ฉะนั้นหากจะใช้บรรทัดฐานเดียวกับคุณเดียร์ ก็ต้องไปดูหลักฐาน บมจ.6 ที่ยื่นต่อนายทะเบียนเมื่อเดือนกันยายน 2562 ส่วนนี้ก็มีการแจ้งล่าช้าจนดูผิดปกติ หากนับดูจากวันลงสมัครรับเลือกตั้ง” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว
และว่า โดยปกติบริษัทเนชั่นจะยื่นทุกเดือนเมษายน แต่ปีนี้พิเศษมายืนอีกครั้งในเดือนกันยายน ฉะนั้นน.ส.วทันยาก็ต้องไปอธิบายกับกกต. และศาลรัฐธรรมนูญเอาเอง

โฆษกพรรคอนค. กล่าวต่อว่า ตามหลักแล้วเวลาบริษัทเอกชนโอนหุ้น บันทึกลงบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นถือว่ามีผลโดยสมบูรณ์ ส่วนบริษัทมหาชนเวลาซื้อขายหุ้น ก็ทำรายการกับตลาดหลักทรัพย์ก็ถือว่ามีผลสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องแจ้งต่อนายทะเบียนทันที ฉะนั้นการบอกว่าตัวเองไม่ผิดเพราะแจ้ง TSD แล้ว คนละเรื่องกัน อยากให้กลับไปเช็กข้อมูลใหม่ด้วย


“เอ๋” คอตก! โร่ขอโทษ ปมงดให้สัมภาษณ์สื่อ แจง ไปทำ MOU กับใครมา
https://www.khaosod.co.th/politics/news_3082225
 
“เอ๋ ปารีณา” คอตก! โร่ขอโทษ ปมงดให้สัมภาษณ์สื่อ แจง ไปทำ MOU กับใครมา ชี้แค่ขำๆ
 
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีการงดให้สัมภาษณ์ ปมที่ดิน 1700 ไร่ โดยอ้างว่ามีการทำ MOU กับผู้สื่อข่าวรายหนึ่ง โดยระบุว่า 

ขอโทษพี่ๆนักข่าวทุกคน ที่อาจทำให้เข้าใจผิดว่า นักข่าวมีผลประโยชน์อะไร
 
ซึ่งจริงๆ มันเป็นเรื่องระหว่างเอ๋ กับพี่สื่อมวลชนคนหนึ่งที่ ตกลงกันเพราะพี่เขาขอมาสัมภาษณ์เรื่องที่ดิน แล้วเอ๋บอกว่าเอ๋ไม่สัมภาษณ์เรื่องนี้แล้ว เรามาตกลงกันนะ เราทำ MOU กันแล้วนะ ซึ่งเป็นการคุยเล่นกันลอยๆเท่านั้น
 
โดย น.ส.ปารีณา ยืนยันว่า การทำ MOU กับนักข่าว ไม่ใช่การลงชื่อตกลงอะไรกันอย่างเป็นทางการกับสื่อ อย่างที่มีการเข้าใจกัน เป็นเพียงการพูดคุยกับสื่อมวลชนรายหนึ่งที่ต้องการสัมภาษณ์เรื่องที่ดิน ซึ่งเธอปฏิเสธ ไม่ขอสัมภาษณ์ นักข่าวจึงขอสัมภาษณ์เรื่องอื่น
 
ตนจึงตกลงที่จะให้สัมภาษณ์ โดยทำความเข้าใจกันว่า จะไม่มีการสัมภาษณ์เรื่องที่ดิน จึงคุยเล่นด้วยคำว่า “งั้นเราทำ MOU กันนะ” เป็นการพูดคุยกันปกติ และขอให้บอกนักข่าวคนอื่นด้วย เพราะเข้าใจว่า จะมีการส่งไลน์กลุ่มนักข่าวกัน ไม่คิดว่าจะไม่มีการบอกต่อ และไม่คิดว่าจะถูกนำไปเป็นประเด็นโจมตีอีก
 
น.ส.ปารีณา ยืนยันว่า MOU ที่กล่าวถึง ไม่เกี่ยวกับหนังสือชี้แจง ที่มีการแชร์อยู่ในโซเซียล ซึ่งหนังสือชี้แจงนั้น ทำขึ้นหลังถูกนักข่าวช่องหนึ่ง ที่ซักถามอย่างหนัก จึงต้องขอยืนยันผ่านหนังสือชี้แจง ว่าไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ เรื่องที่ดินเพราะอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนก็ยินดีให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่
 
จึงขออภัยและขอความเห็นใจ พร้อมทั้งยืนยันว่า ขณะนี้ตนไม่ได้ใช้โซเชียลมีเดียอย่าง “เฟซบุ๊ก” มากว่าเดือนเศษแล้ว เนื่องจากเปิดมากี่เพจก็ปลิว จึงขอให้พี่ๆ สื่อมวลชน ไม่นำเฟสปลอมมานำเสนอข่าว จึงขอความเห็นใจในเรื่องนี้ด้วย และได้ย้ำขอโทษสื่อมวลชน ที่ทำให้เข้าใจผิด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่