แลกเปลี่ยนญี่ปุ่น (ฉบับมหา'ลัย)

สวัสดีค่ะ เราเคยตั้ง2กระทู้ก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับเรื่องโครงการนี้ แต่ล้มเหลวเป็นอย่างมากเพราะไม่มีใครตอบเลย (5555 ToT)

เรายังไม่ชัวว่าจะผ่านมั้ย แต่ตอนนี้ในความคิดเรามันเกิน 70%แล้วที่ฝั่งนู้นน่าจะยอมรับ (ในความคิดเรานะ โฮฮฮ)

มะ...มาต่อกันดีกว่า ว่าอะไรยังไง ไปได้ยังไงคือเรามี goal ในใจเลยว่าก่อนเรียนจบ เราต้องประสบความสำเร็จในอะไรสักอย่างก่อนจากชีวิตมหา'ลัยไป (เราไปอ่านกระทู้นึงในพันทิป เรื่องภาษานี่แหละ ก่อนจบปี4 พี่แกเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเองจนสอบได้ N1 โคตรเทพ) แต่ด้วยความที่เราประเมินศักยภาพตัวเองใดๆ + เรียนด้วยตัวเองไปประมาณ2เดือนเศษ (ทั้งฟัง อ่าน จำศัพท์ เขียน) เราว่าไม่เวิคหวะ5555555
จริงๆมันแล้วแต่คนแหละ ถ้าคนที่ขยันสุดๆแบบพี่เค้า คงประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อประเมินศักยภาพตัวเองแล้ว ว่าเรียนเองมันไม่เวิค ขั้นต่อไป หาคนสอน โอ้โห แต่ละคอส (เอาเรียนสดนะ) เจ็บตัวอยู่เหมือนกันนะ  ขั้นต่อไปเราเลยหาทุนเลยจ่ะ ในเมื่อมีเป้าหมายแล้วอะ ต้องลองทำดูก่อน (ใครเรียนมหา'ลัยต่างๆลองหาดูนะคะว่าม.เราไปทำ MOU กับม.ไหนที่ต่างประเทศบ้าง)

เราก็เล็งละ ม.เราทำกับที่ญี่ปุ่นประมาณ 10 กว่าที่ (เราเรียนอยู่ชม. แต่ม.ไม่ได้ดังมาก แถมมีชื่อเสียงด้านลบอีก555 (ทุกคนน่าจะรู้แล้วว่าม.อะไร)) แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น มันขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่า จากนั้นเราก็รอๆๆๆ รอว่าเมื่อไหร่ม.ที่ญี่ปุ่น (ม.ไหนก็ได้ ขอแค่เรียนฟรี เพื่อที่จะเอาเราออกไปคลุกคลีกับภาษา) จะเปิดรับสมัครเราพยายามเข้าเว็ปของม.ทุกวัน จนสุดท้ายเจอ (วันนั้นแทบกรี้ด ทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำเอกสารอะไรเล้ยยย)

พอทราบว่ามีโครงการปุ้บ เราเริ่มทำเลย ขอบอกตรงนี้เลย ด้วยใจสัตย์จริง ใครไม่มีความพยายาม แต่อยากไป ต้องขยัน เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่จะนำเราไปสู่โลกใบใหม่ (ยิ่งใหญ่ป่ะ แต่เราคิดงี้จริง5555) หลักๆ เอกสารที่ทางนู้นให้เตรียม และอาจจะเป็นประโยชน์กับคนที่อ่านอยู่ คือ
1. เอกสารที่ทางนู้นให้กรอก เช่น ประวัติส่วนตัว พี่น้อง พ่อแม่ มีญาติอยู่นู่นมั้ย มีคนรับรองมั้ย
2. ใบเกรดเฉลี่ย ใบว่าเราเป็นนศ.ของม.นั้นๆจริงๆ
3. essay (ส่วนตัวไม่เก่งมาก เราใช้วิธีการเขียนเป็นไทย ค่อยๆแปลเป็นอังกฤษ แล้วให้เพื่อนสาขาอังกฤษตรวจ จากนั้นยื่นให้อาจารย์สาขาเรา (เชื่อเถอะอาจารย์มหา'ลัย ไม่ว่าสาขาไหน แปลeng ได้ทุกคน) จากนั้นถ้าผิดทำแก้วนไปจ่ะ แค่ essay เราเขียนประมาณ 10กว่าแผ่น (ส่งจริงแผ่นเดียว ที่เหลือคือทำแก้ทำแก้55555)
4. ใบรับรองเงินเดือนของผู้ที่ค้ำประกันเรา ว่ามีเงินส่งเราไปเรียนนะ
5. ใบแสดงความสัมพันธ์ (คือเรายื่นเป็นพี่ชาย) ไปแปลทะเบียนบ้านเป็นภาษาอังกฤษ
6. ใบตรวจสุขภาพ
7. อีกบลาๆๆ

ใครอยากรู้จริงๆ ทักมาถามได้เลยนะคะ นอกเหนือจากนี้มันจิปาถะมากมายจริงๆ วันแรกที่ทราบเรื่อง ก็คิดว่าเอ้อ เดี๋ยวมาทำเอกสารให้เสร็จดีกว่า วันเดียวน่าจะพอ แม่คุณ ความเอกสารต่างๆ เอกสารราชการอีก (เผื่อเวลาเลย วันแรกที่ประกาศนะ ทยอยทำ เอกสารทุกอย่าง มันไม่สามารถเสร็จได้ภายในวันเดียว อย่าท้อ ต้องสู้ เราคิดอย่างเดียวเลยตอนทำเอกสาร คือ เรามีเป้าหมายแล้วนะ แค่นี้ยังทำไม่ได้เลย ลงทุนจะทำอะไรแล้ว ไปให้สุด ถึงแม้ว่าทุนมันจะไม่ได้ เราก็ทำเต็มที่แล้ว (ความพยายามไม่เคยทรยศใคร ขอยืมคติน้องโมบายมาใช้หน่อย555) หลังจากทำเอกสารทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จ

ของเราต้องยื่นเรื่องให้คณะ เพื่อส่งตัวเราไปกองวิเทศน์ (ขอชื่นชมม.เลยนะ มีความเป็นระบบ และบุคลากรในม.เรารักเด็กแบบด้วยใจเกิน100 เราไม่รู้ม.อื่นจะเป็นมั้ยนะ แต่พี่ๆ อาจารย์ในม.เราคือพร้อมดันเด็กขั้นสุด เราไปตามเรื่องแทบทุกวัน พี่เค้ายิ้ม พี่เค้าก็ช่วยเร่งให้อะ ไม่มีเมินเด็ก) ใช้เวลาในขั้นตอนนี้อีก ตีกลมๆ ประมาณ 4วัน (ก็คืออาทิตย์นึงหนะแหละ มาเผื่อไว้ขั้นตอนนี้เลยจ้า) หลังจากส่งเรื่องไปกองวิเทศน์ ก็ยื่นเรื่องให้ทางนู้น แก้อีกจ่ะ ความเบ๊อะบ๊ะของเราเอง ต้องทำแก้ ทำแก้ ม.ฝั่งนู้นนางก็น่ารักนะ บอกให้แก้ตรงนู้นตรงนี้ อันไหนมันผิดและเค้าบอกเราไปแล้วรอบ1 ส่งไปผิดอีก ทีนี้นางสาธยายเลยจ้าาาว่าเราควรแก้ให้ถูกยังไง (น่ารักดี แต่เราโคตรแบบหน้าแตก 5555 คือเค้าบอกมารอบนึงละเว้ย ทำไมไม่อ๊านนน)

หลังจากแก้แล้วแก้อีก เค้าก็ส่งอีเมลล์มาครั้งสุดท้ายว่า ... (แปลเป็นไทย) ขอบคุณสำหรับการแก้ไขเอกสาร เราขอให้ทางม.คุณส่งจดหมายฉบับจริงมาที่... แกกกกกกก๊ คือฉันยังไม่รู้หรอกว่ามันจะได้เลยมั้ยเพราะจะมี skype สัมภาษณ์อีกรอบนึง จากนั้นทางนู้นจะทำเรื่องจดหมาย COE เพื่อให้เราไปทำวีซ่าได้

ในใจเราอะ ถึงเค้าไม่รับ แต่เราโคตรสำเร็จ เอกสารต่างๆ การแก้ทุกครั้ง มันโคตรจะบั่นทอน แต่เราก็ไม่ท้อไง 55555 เราไม่ยอมเธอง่ายๆ หรอก ต้าวเอกสารรรรร ขออวยบุคลากรอีกรอบ หลังจากที่ฝั่งนู้นให้ส่งเอกสารฉบับจริง เราคิดว่าเออ คงจะพรุ่งนี้แหละมั้ง (ทางนู้นตอบมาตอนบ่าย1กว่าๆ) ประมาณบ่าย1.30 กว่าๆได้ เราก็เข้าไปหาพี่ที่เค้าทำเรื่องให้ ไม่อยู่ เอ้า คงไปเข้าห่องน้ำมั้ง เราก็ไปกินข้าวรอ ประมาณ 1.50 ไปหา เอ้อ อยู่แฮะ ถามหน่อยดีกว่า
"พี่คะ หนูเพิ่งเห็นอีเมลล์(แอ๊บก่อนเดี๋ยวหาว่าไปเร่งเขา) ว่าทางนู้นให้ส่งจดมะ...(พูดไม่ทันขาดคำ)"
"อ่อ เมื่อกี้พี่ออกไปส่งให้แล้วค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ" ในใจเราคือแบบ ถ้าเรายังเรียนอยู่กรุงเทพ(เราเด็กกรุงเทพมาเรียนเชียงใหม่) มันไม่มีแบบนี้แน่ๆเลยอะ โคตรอบอุ่น โคตรน่ารัก

ปล. พี่ที่ทำเอกสารให้เรา ท้อง8เดือน ไม่มีคำว่าวีนใส่เรา ทั้งๆ ที่ท้องแต่กลับออกไปส่งเอกสารให้เรา... แงงงงง ม.นี้มันอาจจะวร้ายยยย สำหรับคนภายนอกที่ไม่เคยมาสัมผัส ในฐานะคนที่เรียนอยู่ บอกเลย ที่นี่อันดับ1ในใจ โง้ยยยย อวยม.จ้า555555
แท็กห้องผิด ขอประทานอภัยนะคะ
ปล.2 ขอแท็กม.นะ อยากให้เห็นอีกมุมนึงของม.เรา

เราอาจจะเขียนไม่ครอบคลุม สื่อสารแบบงงๆ กึ่งลวกๆ แต่มีไรถามได้เลยนะ เรายินดีช่วยเต็มที่

ถ้าเราได้สไกป์เสร็จผลเป็นยังไง จะมาลงรายระเอียดอีกรอบนะคะ 
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่