จขกท.มีเพื่อนที่สนิทมาก ๆ คนนึง ไปไหนไปด้วยกัน ตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา สนิทกันมาหลายปี แต่คิดว่าเพราะความสนิทนี่แหละที่ทำให้ความเกรงใจน้อยลง นิสัยเสียเริ่มมีออกมาให้เห็น (จริง ๆ จะว่าเค้าคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะเราก็มี) เริ่มมีอะไรที่ไม่ลงรอยกันให้เห็นมากขึ้น ถ้าจขกท.พูดอะไรขัดหูขัดใจเข้าหน่อย คือบางทีเราก็ไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความสนิทมันเลยทำให้ลืมตัวนั่นแหละ แต่เรายอมขอโทษตลอด อธิบายให้ฟังว่าเจตนาที่จะสื่อคืออะไร อธิบายวนหลายรอบก็ไม่เข้าหูเลย อยากทำอะไรก็จะทำไม่เคยฟังที่เตือน เอะอะชวนทะเลาะอย่างเดียว ไม่คุยด้วยหลายวัน บางครั้งถึงขั้นจะตัดเพื่อนเราเลยด้วยซ้ำ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเป็นแบบนี้ พอกลับมาคุยกันเหมือนเดิมก็ทำเหมือนว่าฉันไม่ผิดแต่เห็นจขกท.ยอมขอโทษเลยกลับมาดีกันเหมือนเดิม และไม่เคยมีคำว่าขอโทษสักครั้ง ทั้งที่ตอนทะเลาะกันก็พูดอะไรไม่คิดซึ่งมันทำให้จขกท.เสียความรู้สึกมาก ๆ รู้สึกเสียดายคำขอโทษที่พูดไปมาก แต่พอจขกท.บ่นบ้างว่าไม่ชอบให้พูดด้วยแบบนี้ ไม่ชอบให้ทำแบบนี้ด้วย (คือมันเป็นคำพูดและการกระทำที่จขกท.รังเกียจมากถึงมากที่สุด แต่ขอไม่พูดแล้วกันว่าเป็นอะไร ไม่ได้โลกสวย แต่จขกท.รับไม่ได้จริง ๆ) พูดหลายครั้งว่าไม่ชอบ ๆๆๆๆๆ ก็ไม่เข้าหูอีก ครั้งหลัง ๆ ถ้าทำพฤติกรรมแบบนั้นอีก จขกท.ก็จะเงียบไม่พูดด้วย เพราะพูดไปหลายรอบก็ยังพูดไม่รู้เรื่อง ก็ไม่เคยสำนึกเลย ไม่เคยเคยรับฟังคนอื่น แต่พอตัวเองโดนขัดใจก็โวยวาย
พอเรียนจบต่างคนต่างแยกย้ายไปเรียนต่อ ไม่ได้เจอหน้ากันนานมากแต่ยังติดต่อกันอยู่ เวลาโทรหาหรือแชทกันแล้วได้คุยกับเพื่อนของเพื่อนอีกที สังเกตเห็นเลยเลยว่าสังคมที่เพื่อนจขกท.เจอคือประมาณว่าสังคมสีเทาอ่อน ๆ เพียงน้อยนิดที่เข้าไปกลืนอยู่ในสังคมที่สีเทาเข้มจนเกือบดำ คือนิสัยดีที่มีก็ยังพอมีอยู่แต่เห็นชัดเลยว่านิสัยเสียที่มีอยู่แล้วยิ่งโดนกระตุ้นให้แย่กว่าเดิม ใจร้อนมากขึ้น เอาแต่ใจมากขึ้น และด้วยวัยที่เรียกว่าวัยเจริญพันธุ์ก็ทำให้อยากรู้อยากลองมากขึ้นและก็มีคนคุยในโซเชี่ยล เป็นความสัมพันธ์ทางไกล กลัวเหมือนกันว่าไอ้ความอยากรู้อยากเห็นจะทำให้ไปนัดเจอกันแล้วไปทำอะไรไม่ดีกัน ซึ่งก็เตือนก็ห้ามแล้ว แต่จะยั้งไม่ให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นได้มั้ยอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน พอไปดูในหน้าโซเชียล จขกท.ก็รู้สึกได้ชัดมากว่านิสัยเปลี่ยนไปจริง ๆ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันแรก ๆ แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะเอามาลงโซเชียลตลอด ติดตามความเป็นไปของชีวิตได้ไม่ยากเลย ยิ่งเวลาโพสด่าใครถึงไม่ได้เอ่ยนามตรง ๆ แต่ด้วยคำพูดก็รู้แล้วว่าหมาถึงใคร ทั้งแรงแล้วก็หยาบคายมาก ๆ บางทีผู้ใหญ่ยังไม่เว้น
นิสัยเสียอีกอย่างที่ไม่ชอบเลยคือชอบเหยีดคนอื่นและทะนงตัวเองมาก เพื่อนคนนี้เก่งศิลปะกับกราฟิคอันนี้ขอชม แต่เคยมีเหตุการนึงคือได้ไปเดินห้างด้วยกัน เพื่อนจขกท.หันไปเห็นหนังสือเล่มนึงหน้าปกเป็นการ์ตูน แล้วอยู่ ๆ ก็พึมพำว่า "ฝีมือแค่นี้ยังได้เอามาทำขายด้วยหรอ สังคมช่างเปิดกว้างจริง ๆ" คือจขกท.นิ่งไปเลยกับคำพูดแบบนั้น รู้ว่าเก่งแต่เก่งในโลกแคบอะ แล้วต่อให้เก่งยังไงก็ไม่ควรพูดแบบนี้กับใครเขา คิดว่าจริง ๆ น่าจะอิจฉามากวว่าที่งานตัวเองได้แค่ทำมาอวดชาวบ้านไปวัน ๆ แต่นี่คือเค้าใช้ความสามารถหาเงินได้ และเขาก็เหยียดผญ.อย่างว่ามาก(ขอเลี่ยงคำรุ่นแรงแล้วกันนะ คำที่เพื่อนจขกท.ใช้มันพิมพ์ออกมาไม่ได้จริง ๆ) คือไม่มองคนแบบนี้ว่าเป็นคนด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าวัยเจริญพันธุ์ทำให้อยากรู้อยากลองมากขึ้น ก็คุยกับคนในโซเชียลไปเรื่อยจนได้มาคนนึง ไม่ได้เป็นผญ.อย่างว่าก็จริง แต่ความคิด คำพูด และการกระทำคือไม่ได้ดีไปกว่าคนที่ตัวเองมองว่าต่ำเลย
อีกประเด็นนึงที่ทำให้อยากออกห่างจากเพื่อนคนนี้คือบ้านเค้า ทั้งบ้านคือหัวนักธุรกิจมาก ๆ ไม่ว่าจะทำอะไรต้องได้กำไร การเข้าสังคมก็เช่นกัน เคยได้ไปบ้านเพราะต้องทำงานเลยสังเกตมาหลายครั้ง เวลาคบใครแล้วคือค่อนข้างจะหวังผลประโยชน์ ไม่ค่อยจริงใจ นิสัยเลยอาจจะลามมายันลูกเลยหรือเปล่าก็ไม่รู้ คนในบ้านกันเองก็ยังทำอะไรลับหลังกัน เคยมาบ่นให้จขกท.ฟังเหมือนกันว่าคนในบ้านมีปัญหาสารพัดอย่าง ก็ได้แค่รับฟังแล้วพูดอะไรบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่จะไม่เอาตัวเข้าไปยุ่งเด็ดขาด และที่เพื่อนจขกท.คนนี้มีนิสัยยังไงคิดว่าที่บ้านก็ไม่รู้และคงไม่เคยใส่ใจลูกตัวเองเท่าที่ควร เจอหน้ากันพาไปเที่ยวนู่นกินนี่ โปรไฟล์ครอบครัวดูดีมาก แต่ภายในจริง ๆ คือและแทะไปหมด
อาจจะยาวไปหน่อยแต่ก็ตามที่เล่ามานี่แหละค่ะ จะเลิกคบไปเลิกก็เสียดายช่วงเวลาดี ๆ นิสัยเสียพึ่งมาเป็นให้เห็นแค่ 2-3 ปีหลังนี่เอง แต่คือมันแย่จนอาจจะกู่ไม่กลับ ดังนั้นถ้าคบต่อก็คิดว่าคงไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นซึ่งจริง ๆ คิดแบบนี้มาพักนึงแล้วเหมือนกัน แต่จะตัดขาดเลยคงยากเลยจะค่อย ๆ ให้มันจาง ๆ กันออกไป ในโซเชี่ยลก็ปิดแจ้งเตือนไปแล้ว มีแต่อะไรที่ไม่ประเทืองอารมณ์เลยแต่ยังไม่ถึงขั้นบล็อคหรืออันเฟรน ถ้าคำพูดอะไรที่รุนแรงเกินไป จขกท.ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ และถ้าใครมีประสบการณ์แบบนี้เหมือนกัน แล้วรับมือกับเพื่อนแบบนี้ยังไง หรือมีคำแนะนำอะไรให้จขกท.ก็แชร์กันมานะคะ ขอบคุณค่ะ
เพื่อนแบบนี้ยังควรคบอยู่มั้ย???
พอเรียนจบต่างคนต่างแยกย้ายไปเรียนต่อ ไม่ได้เจอหน้ากันนานมากแต่ยังติดต่อกันอยู่ เวลาโทรหาหรือแชทกันแล้วได้คุยกับเพื่อนของเพื่อนอีกที สังเกตเห็นเลยเลยว่าสังคมที่เพื่อนจขกท.เจอคือประมาณว่าสังคมสีเทาอ่อน ๆ เพียงน้อยนิดที่เข้าไปกลืนอยู่ในสังคมที่สีเทาเข้มจนเกือบดำ คือนิสัยดีที่มีก็ยังพอมีอยู่แต่เห็นชัดเลยว่านิสัยเสียที่มีอยู่แล้วยิ่งโดนกระตุ้นให้แย่กว่าเดิม ใจร้อนมากขึ้น เอาแต่ใจมากขึ้น และด้วยวัยที่เรียกว่าวัยเจริญพันธุ์ก็ทำให้อยากรู้อยากลองมากขึ้นและก็มีคนคุยในโซเชี่ยล เป็นความสัมพันธ์ทางไกล กลัวเหมือนกันว่าไอ้ความอยากรู้อยากเห็นจะทำให้ไปนัดเจอกันแล้วไปทำอะไรไม่ดีกัน ซึ่งก็เตือนก็ห้ามแล้ว แต่จะยั้งไม่ให้เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นได้มั้ยอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน พอไปดูในหน้าโซเชียล จขกท.ก็รู้สึกได้ชัดมากว่านิสัยเปลี่ยนไปจริง ๆ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันแรก ๆ แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะเอามาลงโซเชียลตลอด ติดตามความเป็นไปของชีวิตได้ไม่ยากเลย ยิ่งเวลาโพสด่าใครถึงไม่ได้เอ่ยนามตรง ๆ แต่ด้วยคำพูดก็รู้แล้วว่าหมาถึงใคร ทั้งแรงแล้วก็หยาบคายมาก ๆ บางทีผู้ใหญ่ยังไม่เว้น
นิสัยเสียอีกอย่างที่ไม่ชอบเลยคือชอบเหยีดคนอื่นและทะนงตัวเองมาก เพื่อนคนนี้เก่งศิลปะกับกราฟิคอันนี้ขอชม แต่เคยมีเหตุการนึงคือได้ไปเดินห้างด้วยกัน เพื่อนจขกท.หันไปเห็นหนังสือเล่มนึงหน้าปกเป็นการ์ตูน แล้วอยู่ ๆ ก็พึมพำว่า "ฝีมือแค่นี้ยังได้เอามาทำขายด้วยหรอ สังคมช่างเปิดกว้างจริง ๆ" คือจขกท.นิ่งไปเลยกับคำพูดแบบนั้น รู้ว่าเก่งแต่เก่งในโลกแคบอะ แล้วต่อให้เก่งยังไงก็ไม่ควรพูดแบบนี้กับใครเขา คิดว่าจริง ๆ น่าจะอิจฉามากวว่าที่งานตัวเองได้แค่ทำมาอวดชาวบ้านไปวัน ๆ แต่นี่คือเค้าใช้ความสามารถหาเงินได้ และเขาก็เหยียดผญ.อย่างว่ามาก(ขอเลี่ยงคำรุ่นแรงแล้วกันนะ คำที่เพื่อนจขกท.ใช้มันพิมพ์ออกมาไม่ได้จริง ๆ) คือไม่มองคนแบบนี้ว่าเป็นคนด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าวัยเจริญพันธุ์ทำให้อยากรู้อยากลองมากขึ้น ก็คุยกับคนในโซเชียลไปเรื่อยจนได้มาคนนึง ไม่ได้เป็นผญ.อย่างว่าก็จริง แต่ความคิด คำพูด และการกระทำคือไม่ได้ดีไปกว่าคนที่ตัวเองมองว่าต่ำเลย
อีกประเด็นนึงที่ทำให้อยากออกห่างจากเพื่อนคนนี้คือบ้านเค้า ทั้งบ้านคือหัวนักธุรกิจมาก ๆ ไม่ว่าจะทำอะไรต้องได้กำไร การเข้าสังคมก็เช่นกัน เคยได้ไปบ้านเพราะต้องทำงานเลยสังเกตมาหลายครั้ง เวลาคบใครแล้วคือค่อนข้างจะหวังผลประโยชน์ ไม่ค่อยจริงใจ นิสัยเลยอาจจะลามมายันลูกเลยหรือเปล่าก็ไม่รู้ คนในบ้านกันเองก็ยังทำอะไรลับหลังกัน เคยมาบ่นให้จขกท.ฟังเหมือนกันว่าคนในบ้านมีปัญหาสารพัดอย่าง ก็ได้แค่รับฟังแล้วพูดอะไรบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่จะไม่เอาตัวเข้าไปยุ่งเด็ดขาด และที่เพื่อนจขกท.คนนี้มีนิสัยยังไงคิดว่าที่บ้านก็ไม่รู้และคงไม่เคยใส่ใจลูกตัวเองเท่าที่ควร เจอหน้ากันพาไปเที่ยวนู่นกินนี่ โปรไฟล์ครอบครัวดูดีมาก แต่ภายในจริง ๆ คือและแทะไปหมด
อาจจะยาวไปหน่อยแต่ก็ตามที่เล่ามานี่แหละค่ะ จะเลิกคบไปเลิกก็เสียดายช่วงเวลาดี ๆ นิสัยเสียพึ่งมาเป็นให้เห็นแค่ 2-3 ปีหลังนี่เอง แต่คือมันแย่จนอาจจะกู่ไม่กลับ ดังนั้นถ้าคบต่อก็คิดว่าคงไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นซึ่งจริง ๆ คิดแบบนี้มาพักนึงแล้วเหมือนกัน แต่จะตัดขาดเลยคงยากเลยจะค่อย ๆ ให้มันจาง ๆ กันออกไป ในโซเชี่ยลก็ปิดแจ้งเตือนไปแล้ว มีแต่อะไรที่ไม่ประเทืองอารมณ์เลยแต่ยังไม่ถึงขั้นบล็อคหรืออันเฟรน ถ้าคำพูดอะไรที่รุนแรงเกินไป จขกท.ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ และถ้าใครมีประสบการณ์แบบนี้เหมือนกัน แล้วรับมือกับเพื่อนแบบนี้ยังไง หรือมีคำแนะนำอะไรให้จขกท.ก็แชร์กันมานะคะ ขอบคุณค่ะ