รองเท้าคู่ใหม่ที่ไม่ใช่ของเรา คุณจะทำยังไงกับรองเท้าคู่ไหมนี้

รองเท้าคู่ใหม่
ตามหลักความเป็นจริงของมนุษย์ถ้าสิ่งไหนที่มีเจ้าของอยู่แล้ว 
นั้นแสดงว่ามันไม่ใช่ของๆเรา 
ต่อให้อยากได้มากแค่ไหน
เราก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองใช่ไหม
         หลังจากที่ต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดเพราะรองเท้าคู่โปรด ฉันจึงเลือกที่จะทิ้งมันไป เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจอกับรองเท้าคู่ใหม่ เวลาผ่านไปฉันมองเห็นร้องเท้าคู่หนึ่ง สภาพของมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับรองเท้าคู่โปรดมากนัก แต่กลับรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ใส่มันไม่ว่าจะใส่ไปไหนมาไหนก็สะดวกสบาย รองเท้าใหม่คู่นี้พร้อมที่จะรองรับทุกสถานการณ์ และพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันในทุกๆที่ ที่จะไป ฉันรู้สึกพอใจในรองเท้าคู่นี้มาก ฉันตัดสินใจเลือกรองเท้าคู่นี้และตั้งชื่อให้มันว่ารองเท้าคู่ใหม่ หลังจากที่ฉันได้ร่วมเดินทางไปกับรองเท้าคู่นี้มันทำให้ฉันรู้และเข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น สอนให้โตเป็นผู้ใหญ่ สอนให้หัดใช้ชีวิตตามลำพัง สอนให้อดทนต่อคำคนนินทา สอนให้เป็นคนที่เข้มแข็ง และสอนให้รู้ว่าสิ่งที่ถูกใจมักจะมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ ซึ่งข้อแลกเปลี่ยนของมันคือ ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว ใช่แล้วนั้นหมายถึง ไม่ได้มีแค่ฉันที่มีสิทธิ์ใส่รองเท้าคู่นี้ แต่คนอื่นๆก็มีสิทธิ์เหมือนกัน ซึ่งคนอื่นในที่นี้หมายถึง เจ้าของรองเท้า ใช่เข้าใจถูกแล้ว เขาคือคนที่เจอรองเท้าก่อนส่วนฉันแค่บังเอิญผ่านมาเจอแล้วอยากได้ ซึ่งในส่วนนี้ ฉันเข้าใจนิสัยของฉันดีถ้าหากว่าอยากได้อะไรก็ต้องได้ ต่อให้ไม่ได้ก็ต้องดิ้นรนทำทุกวิธีทางเพื่อที่จะได้มา แต่ตามหลักความเป็นจริงแล้ว ถ้าสิ่งไหนที่มีเจ้าของอยู่แล้ว นั้นแสดงว่ามันไม่ใช่ของๆเรา เพราะฉะนั้นฉันควรจะเอารองเท้าคู่นี้กลับไปคืนเขาใช่ไหม แต่ทุกครั้งที่คิดกลับรู้สึกกลัว กลัวว่าจะไม่มีโอกาสที่จะได้ใส่มันอีก แต่เราก็ต้องยึดหลักความถูกต้องใช่ไหม รองเท้าคู่นี้ควรกลับไปหาเจ้าของมันนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่ฉันกลับไม่ทำ เพราะฉันเองก็รักรองเท้าคู่นี้เหมือนกัน จึงเลือกที่จะเก็บมันไว้ และเต็มใจที่จะใส่รองเท้าคู่นี้ร่วมกับใครอีกคน ใช่คุณเข้าใจถูกแล้ว ฉันไม่ได้เอารองเท้าไปคืน ฉันตัดสินใจใช้รองเท้าร่วมกับเขา ตลอดระยะเวลาที่ร่วมเดินทางไปกับรองเท้าคู่ใหม่ ถึงแม้ว่าฉันจะมีความสุขแต่มันก็เป็นความสุขที่หลอกลวง มันถูกสร้างขึ้นท่ามกลางความรู้สึกผิด ผิดที่รู้ ผิดที่ตั้งใจ แต่ก็ทำ โดยไม่คำนึงถึงผลรับที่จะตามมา ฉันนั่งคิดกับตัวเองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้มันไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมเลยสักนิด ฉันจึงตัดสินใจพยายามถอยห่างออกมาเพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ และในการเริ่มต้นใหม่นี้ ฉันหวังว่าจะได้เจอกับรองเท้าที่ดีๆสักคู่หนึ่ง
แล้วคุณล่ะ
ถ้าคุณเป็นฉันคุณจะทำยังไงกับรองเท้าคู่นี้
เอารองเท้าไปคืนเขา………………………………………………………………..
หรือทนใช้มันต่อไป…………………………………………………………………..
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
คุณ อายุเท่าไหร่ครับ
ความคิด การกระทำ  มันบงบอก

ทุกอย่างมี3 ด้าน
1.ด้านของคุณ
2.ด้านของเขา
3.ควาใจริง

มองไปข้างหน้า  ความสุขของคนเราไม่เหมือนกัน  ถ้าการหลอกตัวเองว่ามีความสุขนั้น  นะก็ได้แค่หลอกตัวเอง  แต่ถ้ามองไปข้างหน้า อนาคต อีก 5 ปี 10 ปี  ถ้ายังไงๆ คุณก็ต้องเสียมันไป  แค่ช้าหรือเร็ว  จุดจบเหมือนเดิม  สมมุติ ถ้าคุณ อายุ 25  คุณบอกว่าคุณนี้คือของคุณจริงไม่ใช่ ถ้าอีก 5 ปี หรือ 10ปี เขาไปอยู่กับเจ้าของเขาละ

คุณอายุ 30 หรือ 35  ปี  คุณจะต้องมาหาคู่ใหม่ของคุณอย่างจริงจัง แต่คุณกับ เสียเวลามา 5 ปี 10 ปี  ชีวิตคุณล้มเหลวกับการหารองเท้าละ กว่าจะเจอคู่ที่ถูกใจ  มันก็จะล่วงเลยไปจนแก่  

การหลอกตัวเอง  ไม่ใช่ความสุข  ความสุขที่แท้จริงคือ การ พอใจในสิ่งที่ตนมี  

เหมือนตอนนี้  คุณเจอแสงแดด แล้วบอกว่า  มันจะไม่มีทางเย็นลง  เพราะความลุ่มหลงของตนเอง  หลอกตัวเอง  แต่ไม่นาน ถึงค่ำ อากาศเย็นสบาย  คุณก็จะรู้ไม่ช้าหรือเร็ว  มันก็จะจบแบบเดิม  ยิ่งหรอกตัว เอง เวลาเสียไปยิ่งมาก  แล้วจะกลับตัวอยาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่