JJNY : พิชัยแนะปรับทีมศก.ทั้งชุด/สหภาพยุโรป-สหรัฐฯขอฟังคำวินิจฉัย/ปารีณาดอดคุยป้อมปมฟาร์มไก่/ชป.วอนใช้น้ำอย่างประหยัด

'พิชัย' แนะปรับทีมเศรษฐกิจทั้งชุด ติง 'ประยุทธ์' ถ้ารู้น้อยต้องศึกษาก่อน
https://voicetv.co.th/read/3c4-x_oBZ

"พิชัย" ห่วง วิธิคิดรัฐบาลทำเศรษฐกิจไทยทรุดยาว ติง "ประยุทธ์" ถ้ารู้น้อยต้องศึกษาก่อนพูด แนะ ปรับ ครม. เศรษฐกิจทั้งชุดโดยเฉพาะหัวหน้าทีม

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานเสวนาโต๊ะกลม หัวข้อเรื่อง "หลักปกครองต้องรักษาไว้ ชาติบ้านเมืองต้องมาก่อนความขัดแย้ง" ในหัวข้อ "แนวทางการแก้ไขภาวะเศรษฐกิจของชาติ" ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ จัดโดย คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และ สภาที่ 3 ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ขยายตัวได้ เพียงร้อยละ 2.4 ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ต่ำมาก และต่ำมาตลอด 3 ไตรมาสของปีนี้ (62) แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล และเป็นผลมาจากความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจในอดีตมาตลอด 5 ปี ซึ่งจะส่งผลให้เห็นความล้มเหลวเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ 

นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และชิมช้อปใช้ ที่รัฐบาลภูมิใจนักหนาและดูเหมือนจะเป็นนโยบายเดียวที่ประชาชนรับรู้ แต่กลับไม่ได้ส่งผลต่อดีต่อเศรษฐกิจเลย เท่ากับเสียเงินไปเปล่าๆ โดยไม่เกิดการพัฒนาความสามารถแข่งขันของประเทศ อีกทั้งการเจริญเติบโตที่ต่ำจะส่งผลต่อการว่างงานที่จะเพิ่มขึ้นในปีหน้า (63) รวมกว่า 5 แสนคน และหนี้เสียในระบบธนาคารที่จะมีมากขึ้นจาก โรงงาน บริษัทและห้างร้างที่ขาดทุนจนต้องปิดตัว 

ในขณะที่เศรษฐกิจไทยทรุดหนัก ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว แทนที่รัฐบาลจะหาแนวทางแก้ไขและชี้แจงกับประชาชน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กลับบอกว่า การขยายตัวเพียงร้อยละ 2.4 ถือว่า ดี ถ้าแบบนี้ดีก็คงไม่มีอะไรแย่แล้ว และยังเปรียบเทียบว่าประเทศไทยไม่ได้แย่ขนาดนั้น ที่อื่นยังแย่กว่าเรา

ซึ่งการเปรียบเทียบในลักษณะว่าฉันแย่แล้วแต่คนอื่นแย่กว่าแบบนี้ควรจะต้องเลิกได้แล้ว เพราะไม่ได้ช่วยให้ประเทศดีขึ้น และไม่ใช่หลักคิดในการบริหาร ไม่ได้ช่วยแก้ไขความลำบากให้กับประชาชน และแนวทางที่นายสมคิด นำเสนอเช่น การเชื่อมต่ออาเซียน ไทยเป็นศูนย์กลาง ก็เป็นแนวทางเดิมๆ ที่พูดซ้ำๆมากว่า 5 ปีแล้ว แต่กลับไม่เกิดผล และไม่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเลย เห็นได้จากการที่ไทยยังโตต่ำที่สุดในอาเซียนที่มีฐานเศรษฐกิจเหมือนกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เชื่อถือของประชาคมโลกที่มีต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

ที่หนักยิ่งกว่าและดูเหมือนจะปิดสมองไม่รับรู้ปัญหาเหมือนที่ผ่านมา 5 ปี แทนที่รัฐบาลจะรับฟังความเห็นของผู้เห็นต่างและฟังการวิจารณ์เพื่อนำไปปรับปรุงการบริหารที่ย่ำแย่ หรือ ออกมาชี้แจงด้วยเหตุด้วยผล รัฐบาลกลับส่งคนที่ไม่มีต้นทุนทางสังคมออกมาพูดซ้ำๆ เพื่อต่อว่าและดิสเครดิตคนวิจารณ์ ซึ่งแนวคิดที่พูดทำให้คนอื่นดูแย่เพื่อทำให้ตัวเองที่ดูแย่อยู่แล้วดูแย่น้อยลงเป็นแนวคิดที่ตกยุคหมดสมัยแล้ว และยิ่งตอกย้ำว่ารัฐบาลหมดหนทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้วจึงต้องใช้วิธีคิดแบบด้อยพัฒนานี้ เพราะเรื่องแจกเงินสะเปะสะปะที่ตนเตือนก็เหมือนกับที่ไอเอ็มเอฟเตือนและตนก็ได้เตือนก่อนไอเอ็มเอฟ อีกทั้ง WEF ยังเตือนถึงความล้มเหลวของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลควรจะต้องรับฟังและนำไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข 

โดยทั้งๆ ที่ 5 ปีรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ไม่มีผลงานทางด้านพลังงานอะไรเลย นอกจากการให้บริษัทลูกของ กฟผ. ซื้อหุ้นบริษัทถ่านหินของอินโดนีเซียใช้เงินกว่า 1.17 หมื่นล้าน ได้หุ้นเพียงร้อยละ 11-12 และตอนนี้น่าจะขาดทุนหนักเพราะราคาหุ้นทรุด สาเหตุจากราคาถ่านหินทรุดหนักเพราะโลกกำลังจะเลิกใช้ถ่านหินแล้ว และตนเองก็ได้เตือนไว้แล้วขณะนั้น และเชื่อว่า ต้องมีการทุจริตแน่นอนเพราะไม่มีเหตุผลที่จะไปซื้อหุ้นบริษัทถ่านหินนี้เลย และขอฝาก ป.ป.ช. และฝ่ายค้านให้ตรวจสอบการทุจริตในเรื่องนี้ด้วย เพราะเรื่องนี้น่าจะชัดกว่าเรื่องโรงไฟฟ้าขนอมของบริษัท ชิโน-ไทย

ในขณะที่ในอดีตตนได้ยกเลิกเบนซิน 91 ทำให้มีการใช้เอทานอลมากขึ้นจาก 1 ล้านกว่าลิตร เพิ่มถึง 4 ล้านลิตรต่อวันทำให้ เพิ่มเงินหมุนเวียนภายในประเทศปีละกว่า 24,000 ล้านบาท การปรับลดการสนับสนุนราคาไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพื่อลดค่าไฟฟ้า การยกเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันทำให้ราคาน้ำมันลดลงเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงลำบากในขณะที่รัฐบาลนี้เพิ่มภาษีน้ำมันดีเซลอย่างมากถึงลิตรละ 6 บาท

การออกบัตรเครดิตการ์ดพลังงานเพื่อเป็นวงเงินเครดิตและลดค่าพลังงาน แนวเดียวกับเครดิตการ์ดเกษตรกรที่ส่งเสริมประชาชนให้หารายได้โดยการทำงาน ไม่เหมือนบัตรคนจน ที่นำแนวคิดบัตรเครดิตไปใช้เหมือนกันแต่แจกเงินฟรีแต่ไม่ส่งเสริมคนทำงาน และที่สำคัญตนได้ตั้งศูนย์แก้ไขน้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วมใหญ่ขณะนั้นที่กระทรวงพลังงาน ขนาดพล.อ.ประยุทธ์ยังต้องส่งทหารมาขอใช้พื้นที่ในกระทรวง ถ้าหากพล.อ.ประยุทธ์ยังจำได้ ดังนั้นอย่าให้คนไม่มีต้นทุนทางสังคมที่ไม่มีความรู้ออกมาพูดมั่วๆ เพราะสุดท้ายจะสะท้อนภาพลักษณ์ของรัฐบาลเองที่ไม่มีผลงาน แต่กลับพยายามปิดกั้นการรับรู้ความคิดเห็น

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์เองจะต้องหาความรู้ทางเศรษฐกิจมากๆ เหมือนที่ตนเคยเตือนมาหลายครั้ง การพูดผิดๆ มาตลอดแล้วต้องคอยมาแก้ตัวยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นลดลงจนไม่เหลือ ขนาดเด็กยังนำมาแปลอักษรล้อเลย อย่างเช่นล่าสุด การจะนำเงินประกันสังคมออกมาปล่อยกู้ ซึ่งทำไม่ได้เพราะผิดข้อกำหนดอีกทั้งยังจะทำให้เกิดความเสี่ยงกับกองทุนที่จะเสียหายได้ เป็นต้น ดังนั้นหากไม่รู้จริงก็ไม่ควรพูด ทำตัวเป็นมดหรือเห็บที่พูดไม่ได้จะดีกว่า 
ที่กล่าวมาทั้งหมดจะพบว่าปัญหาหลักทางเศรษฐกิจของรัฐบาลอยู่ที่หลักคิดของรัฐบาล ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจคงไม่สามารถทำได้เพราะคงไปเปลี่ยนแนวคิดของรัฐบาลลำบาก คิดไม่ได้ก็คือคิดไม่ได้ ซึ่งหากคิดได้แค่นี้เศรษฐกิจไทยคงทรุดยาว ดังนั้น หากจะต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ได้ผล คงจะต้องปรับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทั้งหมด โดยเฉพาะต้องปรับหัวหน้าทีมเศรษฐกิจก่อนใครเพื่อน โดยต้องหาคนที่มีความรู้ความสามารถและรู้เรื่องจริงเข้ามาทำงานแทนทั้งหมด



สหภาพยุโรป-สหรัฐฯ ขอเข้าฟัง ศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัย "ธนาธร"
https://www.matichon.co.th/politics/news_1760061

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า ในช่วงบ่ายซึ่งเป็นวันก่อนที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัยคำร้องที่กกต. ร้องขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) จากกรณีถือหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.หรือไม่ โดยทางศาลรัฐธรรมนูญได้มีการจัดเตรียมสถานที่ และวางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยกำหนดพื้นที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องให้ใช้ประตูด้านทิศใต้ และทิศตะวันออก เป็นที่เข้าออก โดยไม่อนุญาตให้ใช้ประตูด้านทิศเหนือซึ่งเป็นด้านหน้าของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเข้าออก

สำหรับ ประชาชนที่จะมาให้กำลังใจหรือติดตามรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยคดี เจ้าหน้าที่ได้จัดพื้นที่บริเวณโถงกลางของอาคารเอ พร้อมติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ของบริษัทพัฒนาสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ทั้งสามจุด จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากสน.ทุ่งสองห้องและกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 คอยดูแลในเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากเป็นคดีการเมืองที่ได้รับความสนใจ ประกอบกับมีรายงานว่าจะมีกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาให้กำลังใจนายธนาธร รวมทั้งจะมีบรรดาตัวแทนของสถานทูตมารับฟังคำวินิจฉัยด้วย 

โดยล่าสุดตัวแทนสหภาพยุโรป หรืออียู ประจำประเทศไทยได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการที่จะส่งนายโคลิน สไตน์บัค เข้าร่วมรับฟัง ขณะที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ก็ได้มีการแจ้งทางโทรศัพท์ว่า จะส่งผู้แทนเข้าร่วมรับฟังด้วย แต่ไม่ได้ส่งหนังสือมาเป็นทางการ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่